หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่62: พูดออกก็สบายคอ เป็นปัจจัยสำคัญ 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่62: พูดออกก็สบายคอ เป็นปัจจัยสำคัญ 100%

(ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย/ต๋าน่าหลันซือซือ: หม่อมฉันพยายามแล้วจริงๆ เพคะ!!!)

บทที่62:พูดออกก็สบายคอ เป็นปัจจัยสำคัญ 100%

ท่วงทำนองหรือการแสดงฝ่ายเจ้าแคว้นอย่างเฉียงหลงหวงตี้อาจไร้จังหวะครึกโครมหรือสีสันจัดจ้านดังที่เคยจัดมา ทว่าพอผลัดเป็นข้างเหล่าผู้นำต่างแดน ใจกลางเวทีก็แลคึกคักขึ้นมาทันตา บ้างเฟ้นคัดตัวเด่นเช่นเด็กสาววัยแรกผลิ หน้าตางามล้ำเลิศ แสดงความสามารถอันเหลือเชื่อด้วยท่วงท่าเปี่ยมเสน่ห์ กระตุ้นเอากระแสเลือดลมผู้ชมจนระส่ำระส่าย บ้างยังโอ้อวดนักรบมากฝีมือออกแผลงวิชายุทธ์พิสดาร ท่าทางพวกนั้นทั้งซับซ้อนทั้งเฉียบขาด ซาลาเปาน้อยต่างชะโงกคอตื่นเต้นพร้อมกัน

ทว่าเสียดายที่ความคิดน่าหลันซือซือกลับจดจ่อปฏิกิริยาของต๋าปาหนานชานหยูและต๋าปาหยุนทูฉี ไหนจะยังวิญญาณญาติสาวน้อยอย่างต๋าเชอตานที่พยายามตะโกนเตือนตนเอง ถึงขั้นนี้แล้ว นางย่อมเล็งเห็นเจตนาร้ายจากพวกเขาบ้าง แต่รายละเอียดหรือสาเหตุเป็นมา คงต้องสอบถามผ่านกลุ่มผีที่เตรียมสืบข่าวให้อยู่

ก่อนขนอ่อนน่าหลันซือซือจะสั่นระริกขึ้นมาหนึ่งระลอก ไม่ทราบว่าเฉียงหมินหลงจะคิดเห็นอย่างไรกับที่ชูกงกงรายงานข้างหู ดังนั้นสายตาคู่งามล้วนไม่สามารถเข้าถึงบทบาทบนเวทีมากนัก โอรสสวรรค์ที่กำลังประทับบัลลังก์หวงหลงเบี้องหน้าพวกนางทุกคน มีจิตวิญญาณลึกล้ำ นิสัยยังร้ายกาจ ยากจะหาวิธีรับมือที่ถูกต้อง

อา...นางมัวเหม่อลอยไม่ได้แล้ว!

หลังจากรัตติกาลล่วงเลยไปมากพอสมควร เจียงหวงไท่โฮ่วทรงเหน็ดเหนื่อย ประกอบกับที่พระนางดำรงสถานะพระมารดาของจักรพรรดิ หามีความจำเป็นต้องฝืนพระพลานามัยเพื่อใคร ดังเช่นเหล่าข้าราชการทั้งหลายกับแขกต่างแคว้นต่างเผ่า เมื่อเจียงซูหยูเผยท่าทีต้องการเสด็จกลับเทียนโส้วกง กระทั่งหวงช่างยังต้องลุกขึ้นประคองส่งพระนางอย่างกตัญญู ก่อนจะหวนมานั่งชมการแสดงครู่ใหญ่

บัดนี้บรรดาผู้นำคนสำคัญที่ได้รับโอกาสประกาศความสามารถหมดลงแล้ว กลายมาเป็นเหล่านักแสดงจากกองสังคีตขึ้นเวทีมอบความบันเทิงต่อ เฉียงหมินหลงค่อยมีรับสั่งกับเจ๋อกงกงว่าจะไปพักผ่อน และมอบหมายงานให้จูเฉิงเซี่ยงกับหูไท่เว่ยดูแลทุกคนแทน หวังหวงโฮ่วจึงสบโอกาสเสด็จออกพร้อมกัน สตรีฝ่ายในของวังหลวงแม้สามารถอยู่ร่วมงานกระทั่งสิ้นสุดได้ แต่จะปลอดภัยภายหลังหรือไม่นั้น พวกนางล้วนกลัวเสี่ยงเคราะห์ร้ายทั้งสิ้น

พวกแขกเมืองจึงทราบโดยนัยว่าใกล้ถึงเวลาแยกย้ายแล้ว หลังจากจักรพรรดิเสด็จกลับเทียนหลงกงระยะหนึ่ง ผู้นำต่างๆ เริ่มลุกขึ้นอำลาอัครเสนาบดีมู่กับจอมทัพหู พวกข้าราชสำนักจึงน้อมส่งทุกฝ่ายจนกว่าเดินทางออกจากประตูวังหลวงโดยสวัสดิภาพ หลายคนย่อมลอบรับมอบสินบนกันบ้าง มีที่กระซิบฝากฝังสาวงามที่นำมาด้วยก็มาก ข้าราชสำนักหลายคนยังอารมณ์ชื่นมื่นยินดี ต่อให้ท่าทีเฉียงหลงหวงตี้จะทรงเฉยเมยระหว่างชมการแสดงของพวกนาง ทว่าอย่างไรต้องสังเกตทิศทางกระแสโดยรอบคอบก่อน

หนึ่งสมควรพ้นระยะไว้ทุกข์ถวายจิ่นคงหวงไท่จื่อ หรือเมื่อไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยเริ่มเสื่อมความโปรดปราน พวกเขาค่อยสามารถกล่าวถึงกลุ่มสตรีได้ ฉะนั้นผู้ที่มาพึ่งพาล้วนหัวเราะร่า หน้าตาสดชื่นตามไปด้วย

แต่ทั้งหมดยังคงไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์อยู่ ผู้นำนโยบายบริหารแผ่นดินประจำราชสำนักคนปัจจุบันคือจูเสินฝู่ อัครเสนาบดีท่านนี้เลื่องชื่อด้านปฏิบัติงานเถรตรง แม้เจ้าของสาวงามจะพร้อมสนับสนุนปัจจัยต่างๆ กลับไม่สามารถรีบเร่งได้ ทว่าทุกคนต่างใจเย็นดั่งสายธารา หากไม่รบกวนฝากคนเอาไว้ที่วังหลวงเลย ก็เลือกประเภทที่มีการตอบรับก่อน ค่อยนำตัวคนมาใหม่

และถ้าเกิดไม่ประสบผลสำเร็จดังคาดหมาย พวกเขาล้วนยอมรับข้อเสียเปรียบที่ว่า ทรัพย์สินกับสาวงามร่วงหล่นลงที่ใด ไม่อาจเรียกร้องคืนจากที่นั่น นี่คือสินบนที่ไม่อาจอ้างอิงหรือสืบสาวภายหลัง ทั้งสองฝ่ายที่กระซิบกระซาบต่างเข้าใจตรงกันดีแล้ว ค่อยค้อมกายอำลาเพื่อวันหน้าอันรุ่งเรือง

ส่วนสาวงามที่บางคนถวายมากับขบวนบรรณาการ วันนี้ถูกรับเข้าสังกัดกองสังคีตก่อน หากคราวนำเสนอชื่อกับรูปวาดเข้าถวายหวงช่างแล้ว ไม่เป็นที่ต้องพระทัยหรือไม่มีการพระราชทานถึงขุนนางในแคว้น สตรีกลุ่มนี้ย่อมมีทางเลือกสองชนิด หนึ่งราชสำนักมอบทรัพย์สินเพื่อเดินทางกลับบ้านเกิด หรือต้องการอยู่ร่ายรำในวังหลวงกระทั่งถึงเวลาปลดออก ทั้งหมดนี้ ถือว่าคือผลกระทบจากราชโองการที่เลื่อนชั้นต๋าน่าหลันซือซือจากเสียนเฟยสู่หวงกุ้ยเฟยล้วนๆ

โฉมสะคราญผู้จุดกระแสวีรบุรุษยากผ่านด่านสาวงามหาได้รู้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ นางจึงจับจูงซาลาเปาน้อยข้างละคนรอขึ้นเกี้ยวไป๋ฮวากง ทว่ากลับเจอชูซือหลิ่งที่ยืนคอยอยู่เบื้องหน้าก่อน พระอัครชายาชาวหรวนตี้พิจารณาสีหน้าอมความผิดของเขาก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายสาเหตุแล้ว

หวังหวงโฮ่วที่ประทับบนเกี้ยวหงสาแดงปรายหางตาดูสามคนแม่ลูกแวบหนึ่ง ก่อนขบวนของพระนางจะเคลื่อนขบวนพ้นบริเวณนั้นมาช้าๆ จบส่วนราชกิจอันพึงควรทำในฐานะพระมารดาแห่งแผ่นดินแล้ว พรุ่งนี้หวังสีเจี่ยจะกลับพระอารามหลวงแต่เช้า และผู่กูกูยังเพิ่งกราบทูลให้ทราบว่า เฉียงเหล่าไท่ไท่อย่างเจียงหวงไท่โฮ่วมีพระประสงค์จะเสด็จไปร่วมปฏิบัติธรรมสักระยะด้วย จากนั้นพระนางจะกลับเข้าวังหลวงช่วงที่เฉียงมี่อวี่กงจู่ ตระเตรียมออกเดินทางไปอภิเษกกับรัชทายาทผู้ครองแคว้นทางใต้

หวังสีเจี่ยค่อยทบทวนกำหนดการนั้นได้เช่นกัน ทั้งยังมีเมิ่งจงกงเสวียซื่อสื่อช่วยแจงรายละเอียด ทว่าฟังแล้วอย่างไรเล่า เมื่อพระนางตัดสินใจสละเรื่องราววุ่นวายของวังหลัง ดังนั้นกระทั่งเจียงหวงไท่โฮ่วจะโปรดปรานใครกว่าใคร ย่อมหาได้เกี่ยวข้องด้วย สมควรปล่อยไปตามกระแสราชสำนักประการเดียว

หวงโฮ่วผู้เด็ดเดี่ยวทอดกายลงบนแท่นบรรทม แล้วปิดเปลือกพระเนตร บทสวดมนต์ที่พระนางย้ำท่องกระทั่งหลั่งไหลประหนึ่งลมหายใจเข้าออกกำลังก้องกังวาน ใจที่แอบแกว่งไกลค่อยหยุดนิ่งเกิดเป็นสมาธิ ความสงบที่เย็นฉ่ำเริ่มต้นขัดเกลากระแสจิตของพระนางทีละส่วน อีกไม่นานอาจเรียกได้ว่าเรียบใสเท่าเทียมกัน

ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยไม่เหลือช่องว่างให้คำนวณถึงสายตาริษยาของพระชายานางสนมคนอื่น ยิ่งหลังจากเจียงหวงไท่โฮ่ว เฉียงหลงหวงตี้และหวังหวงโฮ่วเสด็จแยกย้ายกลับตำหนักส่วนตนสิ้นแล้ว ค่อนข้างชวนประหวั่นที่ชูกงกงประจำเทียนหลงกงมาเพื่อเรียกตัวเอง

หญิงสาวฝืนทำใจแข็งกล้าดุจดั่งแผ่นผา แล้วย่อเข่าลงหอมแก้มซาลาเปาน้อยคนละที เปาจื่อเห็นชัดเจนว่ากล้ายื่นหน้ารับ ส่วนเมี่ยนเปาแลขัดเขินจนไม่กล้าขยับอยู่บ้าง แต่สุดท้ายพวกเขากลับทอดตาอาลัยอาวรณ์ใส่มารดาเหมือนกัน ชีรันกับเจียเก๋อล้วนมองสงสารเจ้านายตัวน้อยอย่างยิ่ง

น่าหลันซือซือยกมือลูบแก้มน้อยๆ ของพวกเขา พลางคลี่ยิ้มอบอุ่นปลอบใจ

“คืนนี้เสี่ยวเปาจะต้องนอนหลับฝันดี ทั้งที่ไป๋เฟินเหนียงเหนียงไม่ได้กล่อมนอน...”

พวกเขาต่างผงกศีรษะรับอย่างเชื่อฟัง ก่อนก้าวขึ้นเกี้ยวไป๋ฮวากง แม้ก่อนหน้าคู่แฝดจะตื่นตาตื่นใจกับการแสดงบ้าง แต่ครั้นไป๋เฟินเหนียงเหนียงถูกชูกงกงแย่งตัวไป ทั้งสองล้วนรู้สึกง่วงซึม จึงยกมือขยี้หางตาเบาๆ ในจังหวะเดียวกันก็โบกมือลามารดา

สายตาหลายคู่ยังฉงนกับท่าทีที่ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยไม่โดยสารเกี้ยวพร้อมบุตรชาย ทว่าเจียงกุ้ยเฟยกับหลี่เต๋อเฟยสามารถตีความออกได้ภายในพริบตา แตกต่างที่คนหนึ่งยิ้มอ่อนโยน อีกคนหนึ่งสีหน้าเฉยเมย จนเมื่อชูซือหลิ่งส่งสัญญาณเคลื่อนเกี้ยวใหญ่อีกหลังเข้ามา ฝ่ายที่งุนงงค่อยขยุ้มปลอกเล็บแน่น

ที่แท้ก็เป็นเยี่ยงนี้!

หวงช่างมีพระบัญชาให้ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยไปเข้าเฝ้าที่เทียนหลงกงอีกแล้วหรือ!

ทันทีที่โฉมสะคราญปิดม่านกั้นก้อนพลังงานริษยา เครื่องหน้าล้ำเลิศที่ยังแย้มยิ้มสว่างไสวก็ห่อเหี่ยวลง หัวคิ้วเรียวสวยปรากฏร่องครุ่นคิดชัดเจน ขาดผีจ้าวฮองเฮาไปแล้ว ทำให้นางเคว้งคว้างกลางทุ่งมรสุมเล็กน้อย วิญญาณลู่กุ้ยเฟยที่โดยสารมาด้วยกันยังเงียบงัน

ผีเหวยเต๋อเฟยกับเป๋ยเสียนเฟยเสนอตัวไปสังเกตการณ์ชานหยูกับทูฉีถึงนอกวังหลวง พวกเขาอาจจะล้อมจับดวงจิตต๋าเชอตานเจียยวี๋มาซักไซ้ได้ อย่างนั้นคงพอจะมีข่าวคราวกลับมาช่วยแนะแนวนางบ้าง

‘ซือเอ๋อ...เจี่ยเจียมีความเห็นว่า การเจรจาความจริงกับหวงหลงนับว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว’

น่าหลันซือซือพยักหน้าคล้อยตาม เพราะต้องควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เฉียงหมินหลงจึงชอบใช้งานหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำอย่างราชองครักษ์ลับ ถ้านางริอ่านโกหก ทั้งที่พวกเขาสามารถคุ้ยความจริงได้ ไม่เท่ากับปลูกต้นระแวงให้เขาหาทางใช้แขวนคอคนเอาทีหลังหรอกหรือ

‘แต่การเจรจาความจริง ก็สามารถพลิกแพลงไปได้’

ต่อให้กำลังเคร่งเครียด หญิงสาวยังหลุดยิ้ม ผีบรรพชนนิสัยฉูดฉาดเช่นลู่กุ้ยเฟยตนนี้ โดยปกติก็ชอบก่อกวนสมาธิศิษย์น้องอย่างนาง นับว่าตรงข้ามกับจ้าวฮองเฮาที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่กว่า

‘เพียงซือเอ๋อลองชิงฟ้องร้องก่อน เพราะเจ้าทุกข์มักให้ความรู้สึกบริสุทธิ์กว่าจำเลย ดังนั้นย่อมรับรองได้ว่า ซือเอ๋อคงไม่ถูกตีหนักมือเกินไปแน่นอน’

ทีนี้เครื่องหน้างดงามเลยหงิกงอ ลูกตาคู่สวยยังค้อนควักผีจอมก่อกวน

อะไรใครจะโดนตีหนักมือ!

เป็นความผิดนางหรือไร อยู่ๆ พวกเขาก็ดาหน้ามาพูดๆ แล้วสุดท้ายโมโหกลับไปเองอีกต่างหาก!

หญิงสาวยังไม่ทันแบะปากเถียงวิญญาณ ร่างโปร่งใสของกงกงตนหนึ่งกลับยื่นท่อนบนเข้ามาทางหน้าต่าง ไม่รู้เห็นพลังใจของนางแข็งแกร่งดี จึงขยันผลุบโผล่ครึ่งท่อนอย่างกะทันหันเรื่อย ครั้นเขาเห็นว่าลู่กุ้ยเฟยนั่งอยู่อีกฟากหนึ่งของไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ก็สะดุ้งโหยง แล้วถอยหัวห่างไปจนพ้นกรอบม่าน

‘ถวายพระพรลู่กุ้ยเฟย ถวายพระพรไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ!‘

เมื่อส่งเข้ามาแต่เสียงโดยสุภาพแล้ว น่าหลันซือซือย่อมถอนหายใจหนึ่งเฮือก

‘ที่...ที่โรงทาน บังเอิญมีดวงวิญญาณกลุ่มหนึ่งพอจะฟังภาษาเผ่าหรวนตี้ได้ พวกเขายินดีให้ความช่วยเหลือเพียงแต่ขอไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยเมตตาประทานเครื่องเซ่นบางชนิดพ่ะย่ะค่ะ’

“แล้วเครื่องเซ่นพวกนั้นมีอะไรบ้าง”

หญิงสาวสอบถาม เพราะจะได้แจ้งประมุขสกุลอู่เหวินจัดหามา รายการที่วิญญาณกงกงกล่าวให้ฟัง เป็นรายชื่ออาหารอย่างฝอเที่ยวเฉียง...พระกระโดดกำแพงจากฝูโจว(วัตถุดิบหลักประมาณสามสิบชนิด แล้วใส่เครื่องปรุงตุ๋น 5-6 ชั่วโมง)หมาผอโต้วฝู่...เต้าหู้ผัดซอสเสฉวนจากเฉิงตู(ต้องมีเอกลักษณ์ 8 ชนิด ชา เผ็ด ร้อน หอม กรอบ นุ่ม สด และใหม่)และเหล้าขาวเหล่าเจี้ยวจากหลูโจว อืม...ถึงเป็นผีแล้ว ก็ยังรสนิยมราคาแพง!

“อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา ข้าจะรบกวนอู่เหวินเหลาป่านจัดเซ่นเป็นวาระพิเศษ”

น้ำเสียงผีกงกงจึงคล้ายโล่งอกแกมยินดี นางไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมนูอาหารเลิศรสพวกนั้น ทว่าแลกเปลี่ยนกับการข่าวที่เที่ยงตรงแล้ว ยังนับเป็นอะไรได้

‘พวกเขาล้วนนับถือไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยว่าทรงมีน้ำพระทัยกว้างขวางยิ่ง แม้ยังไม่ตรัสรับรองจะประทานรางวัลใดๆ ขณะนี้พวกเขาล้วนติดตามกลุ่มชานหยูไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ และกระหม่อมทราบมาว่าเฉียงหลงหวงตี้ประทับอยู่ในห้องทรงพระอักษร หลังเสด็จถึงเทียนหลงกงก็ทรงนั่งชำระกองฎีกา ทั้งมีรับสั่งให้ค่ำนี้ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยมาเข้าเฝ้า ผู้ถวายการปรนนิบัติระหว่างนั้น คัดเลือกเอาไว้แค่เจ๋อกงกงกับสี่กูกู แล้วกระหม่อมก็ยังได้ยินราชองครักษ์ลับสนองพระบัญชาว่าจะเร่งสืบความเกี่ยวกับชานหยูและทูฉีของหรวนตี้ ยังมีตรัสกำชับให้แบ่งคนสังเกตทีท่าจากไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย จนกว่าชาวเผ่าจะพ้นอาณาเขตแคว้นจิ้นไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ!’

อา...นางย่อมว่าแล้ว ผิดเสียที่ไหน!

คู่สิงโตมงคลที่เฝ้าซุ้มประตูก่อนเข้าเฝ้าโอรสสวรรค์ได้นั้นยืนอารักขาขึงขังท่ามกลางเปลวแดดละอองฝนมานานปี ย่อมซึมซับพลังงานธรรมชาติเอาไว้มากจนเปล่งกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้บนเนื้อหินยังปรากฏเส้นเขตแดนเงาที่เกิดจากเปลวไฟบนคบกับโคมแขวน หน้าตาจึงทวีราศีดุกร้าวกว่ายามตะวันส่องใต้หล้า ดวงตาที่ปกติมักจะแข็งทื่อยังคลับคล้ายเคลื่อนตามร่างโฉมสะคราญนางหนึ่ง ฝีเท้าคนทั้งกลุ่มค่อนข้างเร่งร้อน ความเคลื่อนไหวก็วูบวาบรวมจุดสนใจราชองครักษ์ แต่ครั้นพบว่าเป็นกงกงสกุลชูที่นำทางหวงกุ้ยเฟยสกุลต๋าอยู่ พวกเขาค่อยผ่อนท่วงท่าอันตราย

ชูซือหลิ่งหยุดเท้าเบื้องหน้าห้องทรงพระอักษรของจักรพรรดิ ก่อนผายมือเชื้อเชิญพระอัครชายา มิหนำซ้ำเขาถึงขั้นเปิดประตูให้โดยลัดขั้นธรรมเนียมขานชื่อ เห็นได้ชัดว่านางถูกเจ้าตำหนักเทียนหลงรอคอยอย่างแท้จริง หญิงสาวเหลือบอ้อยอิ่งหาผีลู่กุ้ยเฟย วิญญาณพระชายาตนนี้ก็ยอมสลัดลิ้นลมเชือดเฉือน เพื่อพูดปลอบนางสองสามประโยค น่าหลันซือซือย่อมปลุกใจก้าวเข้าไป บุญคุ้มครองเท่าไหร่แล้วที่มีพวกเขาทุกตนสนับสนุนเบื้องหลัง สิบเฉียงหลงหวงตี้ก็สิบ...

ความคิดโฉมงามชะงักหยุดกลางทาง เมื่อเผชิญหน้าร่างที่สวมชุดมังกรเกล็ดทองกลางแผ่นฟ้าทะมึน นอกจากขนาดตัวเขาสูงใหญ่มากแล้ว ยังจะแผ่รัศมีที่กดดันผู้คนให้แข้งขาสั่นเทาจากโต๊ะทรงงานอีก ทิศทางลูกตาลึกล้ำกำลังจดจ่อเนื้อหาราชการแคว้น ถึงน่าหลันซือซือยอบกายถวายพระพรอ่อนหวาน เขากลับละม้ายเจตนาเว้นระยะเขย่าขวัญคนเล่น ก่อนขยับดวงหน้าเคร่งขรึมมาทางเป้าหมาย ประกอบกับซ้ายขวาไร้ซึ่งเงาเจ๋อกงกงฝนหมึกถวาย พิจารณาว่าอาจอ่านเป็นพิธีเท่านั้น ย่อมเท่ากับบรรยากาศน่ากลัวกว่าเดิมสักร้อยเท่า

นัยน์ตาคมกริบราวกับกระบี่เงาวับจับจ้องพระอัครชายาชาวหรวนตี้ แม้มีเรื่องให้ต้องค้นคว้าจากนาง ในใจกลับถูกเสน่ห์สตรีลากจูงจนหล่นเส้นทางไปบ้าง ต๋าน่าหลันซือซือแต่งกายแบบใดก็ชวนประทับใจ เครื่องหน้าสองเชื้อชาติที่เห็นนี้ทั้งอ่อนละมุนทั้งเข้มข้น ผิวพรรณนอกร่มผ้าในร่มผ้าประหนึ่งถักทอจากไหมเมฆา ปราศจากจุดมลทิน นวลเนียนสม่ำเสมอกันตลอดผืน หลายราตรีวสันต์ที่มีร่วมกับหญิงสาว พาให้อิ่มเอมและคำนึงถึงคราวใด ลำคอมักแห้งผากด้วยความกระหาย สามารถบรรยายได้ว่ารสชาติภรรยายอดเยี่ยมทีเดียว

กรณีนี้จึงถือว่าเกินธรรมดา ยามเขาโปรดปรานตำหนักใดบ่อยหน จำนวนครั้งที่พำนักที่นั่นส่งผลให้ความรู้สึกค่อยๆ เจือจาง ทว่าตั้งแต่ต๋าน่าหลันซือซือพ้นทัณฑ์ตำหนักเย็นเป็นต้นมา กลายเป็นยิ่งเข้าใกล้เพื่อศึกษานาง สัญชาตญาณกลับยิ่งกระตือรือร้น มันอยากตะครุบไป๋ฮวาเฟยเอาไว้บดขยี้แล้วประคับประคองขึ้นใหม่ ราวกับติดเส้นใยเนื้อเหนียวนุ่ม จนสามารถดิ้นรนไปเคลิบเคลิ้มไปได้ ย่อมไม่เสียทีที่เขาย้ายกระถางดอกไม้ขาวต้นนี้กลับมาแล้ว!

ครั้นจักรพรรดิหนุ่มยื่นมือมาบังคับเรียก น่าหลันซือซือย่อมก้าวไปตามพระบัญชา ทันทีที่สองฝ่ามือสัมผัสกันสนิทสนม เฉียงหมินหลงยังจงใจบีบกระชับเนื้อนุ่มนิ่มเอาไว้ นัยน์ตาดำขลับจับมั่นแทบทุกปฏิกิริยาของนาง แม้แต่ขนเส้นเดียวเคลื่อนไหวยังไม่ยอมปล่อยตัวไป

“เจ๋อจิวซิ่ง...”

เพียงโอรสสวรรค์ขานชื่อ มหาขันทีคนสนิทก็ค้อมหลัง ก่อนถอยเท้าออกไปสั่งการด้านนอก แล้วย้อนกลับมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดังนั้นเฉียงหมินหลงย่อมทราบนัย สถานที่จัดเตรียมรอบคอบดีแล้ว ร่างสูงใหญ่ในฉลองพระองค์สง่างามจึงลุกขึ้น ทั้งยังกำมือจับไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยอยู่ คล้ายกับประกาศกักขังคนทางหนึ่ง

น่าหลันซือซือตามเสด็จมาถึงส่วนห้องบรรทม เมื่อเจอถังน้ำชำระกายซ่อนอยู่หลังฉากบังตายังสงบกิริยา บางทีเขาขี้เกียจเสียเวลาแช่ตัว มักจะชอบทำความสะอาดก่อนนอนด้วยวิธีรวบรัด เพียงแต่ผิดสังเกตที่เจ๋อกงกงกับสี่กูกู ปกติพวกเขานิยมรีรออยู่อีกด้านของฉากกั้นก่อน คืนนี้ดันหับประตูห้องบรรทมปิดสนิทอยู่ข้างนอกแทน

หญิงสาวเหลียวมองความเคลื่อนไหวของพวกเขา เสียงประตูที่งับปิดสนิทนั้นแผ่วเบามาก แต่กลับกระแทกกลางอกราวกับถูกตีลูกกรงกั้นทางรอดเรียบร้อย

ไอหนาวยามค่ำคืนมาเยี่ยมเยือนพื้นที่เป็นระลอก รวมกับเกิดความหวั่นไหวกระทบภายในจนเหมือนชุดที่สวมใส่รัดกุมถูกปลดเปลื้องออกไปสักชั้นสองชั้นบ้าง ร่างแบบบางย่อมอดสั่นเทาขึ้นมาไม่ไหว ขณะเดียวกันกรงมือที่ยึดนางเอาไว้ก็จากไปพร้อมความร้อนขุมใหญ่ ปลายนิ้วหญิงสาวเลยเหมือนแช่ลงไปในน้ำแข็ง

ทว่าหามีเวลาให้ยืนร่ำไรตามลำพังอยู่ไม่ เพราะคุ้นเคยในหน้าที่ น่าหลันซือซือจึงตามมาปลดฉลองพระองค์ ยามพระวรกายล้ำค่าทั้งมีเส้นสายกล้ามเนื้อที่งดงามเปิดเผยต่อสายตา เขาก็ตรงไปที่ถังน้ำร้อน หญิงสาวจึงรวบชุดมังกรเกล็ดทองไปแขวนก่อน ค่อยหวนกลับมาหลังฉากบังตา

จากนั้นร่างที่มีทรวดทรงอ้อนแอ้นนุ่มนวลก็ค่อยเปลื้องผ้าตนเอง ก่อนจะเดินเข้าสู่ถังน้ำอุ่นที่เดือดล้นไปบ้างในช่วงเวลาถัดมา

ครึ่งเค่อโดยประมาณผ่านพ้นไป เรือนผมคู่หยินหยางบนเตียงยังกึ่งหมาดกึ่งชื้นอยู่บ้าง ยกเว้นชำระล้างคราบไคลกันหนักมือเกินสักหน่อย พวกเขาก็ไม่ได้อ้อยอิ่งในถังน้ำนานนัก ยามนี้จึงแปรสถานที่มานั่งตากลม แม้สีหน้าเฉียงหมินหลงจะมึนตึง แต่กล้ามเนื้อด้านที่อิงแอบด้วยกลับผ่อนคลาย น่าจะขึงหนังหน้าเพื่อหวังผลข่มขู่นางมากกว่า หญิงสาวไม่ต้องการยื้อช่วงตึงเครียดที่สัมผัสได้เช่นกัน

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันบังเอิญได้พบต๋าปาหนานชานหยูและต๋าปาหยุนทูฉีด้วยเพคะ ท่าทางพวกเขาสุขภาพแข็งแรงดี จึงหยุดทักทายกันสักเล็กน้อยเพคะ”

โอรสสวรรค์ทอดสายตายาวไกล ขณะที่สาวงามหันหน้ามาฉะอ้อน และท่วงท่าไม่สนใจเสียงนกขมิ้นของมังกรหนุ่มผู้นี้ ย่อมไม่อาจใช้ต่อกรกับผู้ถูกนิยามว่าหูเฟยเยี่ยงนางได้

“ต๋าปาหนานชานหยูเดินทางเข้าถึงฉางเมื่อใด มักจะบังเกิดกระแสชื่นชมพระบารมีหวงช่างที่ผดุงแว่นแคว้นให้ดำรงอยู่อย่างผาสุก ด้วยอาณาเขตที่แผ่ไพศาลออกสิบทิศกลับมั่นคงเป็นปึกแผ่น ไพร่ฟ้าประชาชนยังเปี่ยมพลังสามัคคี ทั้งประกอบสัมมาอาชีพที่ตนเองถนัดโดยขยันขันแข็ง ปัจจัยที่บริบูรณ์พร้อมดังนี้กลับหาไม่ได้ภายนอกแนวกำแพงหมื่นหลี่ ทำให้พลั้งเผลอสอบถามหม่อมฉันออกมาว่า จะใช้แนวทางใดนำพาเผ่าหรวนตี้ให้ทัดเทียมแคว้นจิ้นได้บ้าง เพราะยามฤดูเหมันต์หฤโหดเวียนมาในรอบปีหนึ่ง หลายครอบครัวชาวเผ่าประสบภัยอดอยาก ภูเขาที่เคยเป็นแหล่งล่าเนื้อสัตว์หรือเก็บพืชผลกลับถูกเกาะกุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งขาวโพลน กระทั่งลำธารก็ถูกปิดกั้นจากแผ่นน้ำแข็งหนา จำต้องเจาะลงไปจนกว่าจะถึงชั้นน้ำเบื้องล่างก่อน ค่อยสามารถจับปลาขึ้นมายังชีพได้ แต่บางเวลาไม่ทันสาวเบ็ด ปากหลุมก็แข็งตัวแล้ว จึงอาศัยฉมวกยาวแทงลงไป น้อยคนที่มีความสามารถถึงขั้น ส่วนใหญ่ตีใต้น้ำทำฝูงปลากระจายหนี...”

น่าหลันซือซือพักหายใจสักระยะ พอดีกับที่เขาเบือนหน้ามาเสี้ยวหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าแนวคิ้วดกดำกำลังขมวดปมเข้าแล้ว ในคำบอกเล่าของนาง หากไม่ขยายความให้ลึกซึ้งหรือมีใจระวังอยู่บ้าง อาจคิดว่าไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยยกสภาพลำบากของดินแดนกันดารมาเชิดชูความสามารถจอมคน

ดังนั้นเฉียงหมินหลงที่มีคุณสมบัติครบสองประการอยู่ในตัวเอง ย่อมต้องเข้าใจแจ่มแจ้งว่านางเจตนาสอดความหมายแทรกมาในที และนี่คือการเกริ่นโดยแนบเนียนว่าใจต๋าปาหนานชานหยูลึกล้ำผิดสามัญ มาฉางอันทีใดให้ชื่นชมพระบารมีหรือ ปรารถนาปัจจัยที่บริบูรณ์พร้อมหรือ อยากจะทราบแนวทางทัดเทียมแคว้นจิ้นหรือ ล้วนเหลวไหลสิ้นดี!

ช่างไม่เจียมเงาหัวจะหายกันบ้างแล้ว!

นัยน์ตาจักรพรรดิเริ่มผุดคลื่นความมืดซัดสาดไปมา หากคนทั่วไปบังเอิญปะทะเข้า ขวัญอาจฝ่อประหนึ่งพวงกระเทียมแห้งขึ้นมา แต่ต๋าน่าหลันซือซือกลับอยู่ใกล้ชิดเขานานวัน กลับสร้างภูมิต้านทานที่ไม่ธรรมดาแล้ว

“หม่อมฉันย่อมฟังแล้วจิตใจหม่นหมองตาม ทว่าความคิดหนึ่งจู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาเอง มิใช่เป็นเพราะสภาพภูมิทัศน์ที่แตกต่างระหว่างดินแดนต่างๆ ทำให้อุปสรรคนี้บ่มเพาะลักษณะที่เหมาะสมกับทุกคนหรือเพคะ ยกตัวอย่างเช่นฤดูหนาวอันทารุณของหรวนตี้ ย่อมมีส่วนขัดเกลาเรือนร่างพวกเขาให้สูงใหญ่แข็งแรง สามารถอดทนต่อสู้กับสภาพเลวร้ายได้ น้อยหนที่จะป่วยหนัก ถ้าไม่ประสบอุบัติเหตุจากการต่อสู้ ออกล่าบนภูเขาและเดินทางไกล สังเกตจากผู้เฒ่าในหลายๆ ครอบครัว ก็สามารถถือว่าอายุยืนยาวเพคะ”

มุมปากมังกรหนุ่มเกือบกระตุกขึ้น หากไม่ยึดมันเอาไว้อย่างเหนียวแน่นอยู่แล้ว ประจักษ์ชัดว่าคือคำแก้ตัวที่นางเตรียมใช้กล่อมโทสะเขาโดยเฉพาะ ดี...ดี...มันได้ผลไม่เลว!

ในเมื่อทุ่มเทขนาดนี้แล้ว จอมมังกรมารก็ยังไร้ซึ่งท่าทีพอใจ ทำเอาน่าหลันซือซือชักปวดขมับเฉียบพลันบ้าง นางพยายามย้ำท่อง เพื่อซาลาเปา...เพื่อซาลาเปาลูกน้อยๆ ต่อให้ต้องฝ่าด่านมรณะที่เรียกว่าเฉียงหมินหลงไป นางก็ต้องเดินหน้าจนถึงที่สุด!

“แม้หม่อมฉันจะอธิบายว่าไม่แตกฉานเรื่องแนวทาง ต๋าปาหนานชานหยูก็ยังแสดงความยินดีที่หม่อมฉันเป็นไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ด้วยเหตุนี้จึงหวังพึ่งพาหม่อมฉันว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวเผ่าได้...”

--ต่อค่ะ--(ที่แพนด้าเกริ่นไปคราวก่อน หมายถึงฉากอื่นๆ หลังจากนี้นะคะ 5555 พอดีช่วงนี้เป็นอะไรที่ปกติ แพนด้าเลยไม่เขียนบรรยายมากค่ะ แต่ไม่แน่ใจตอนทวนต้นฉบับจะมีเพิ่มเติมไหมนะคะ ตอนที่อาบน้ำ เฮียยังไม่ได้กินน้องนะคะ เฮียกำลังงอนขนาดนั้น แล้วก็หมั่นโถวใบน้อยๆ ก็ยังไม่มาจ้า อิอิ

ปล.แพนด้าอาจเขียนแปลกๆ หรือมีสะกดผิด เรียงประโยคแหม่งๆ บ้างนะคะ แพนด้ายังไม่ได้ทวนจริงจัง อยู่ในช่วงพิมพ์ไปลงไปเลยค่ะ)

ท้ายประโยคค่อยดึงสองตาโอรสสวรรค์มาที่นาง ทั้งโน้มใบหน้าหล่อเหลาในระยะแข่งขันกันหายใจอยู่บ้าง แต่ลูกแก้วอำพันสองดวงน้อยๆ กลับกระจ่างใส ต่อให้เงามืดมุ่งหน้าคุกคามความมั่นคงโดยตรงแล้ว หญิงสาวแสดงจุดยืนประดุจกระจกสะท้อนเงาอันแน่วแน่ เป็นกลิ่นอายไร้เหลี่ยมคมที่ทำให้จักรพรรดิหนุ่มโมโหสำเร็จแค่ครึ่งกระแสเท่านั้น

ปลายนิ้วระคายผิวอ่อนแตะใต้ติ่งหูสาวงาม ก่อนเคลื่อนขนาบนวลแก้มจนหยุดที่ช้อนปลายคางเรียวขึ้น ทอดทิ้งแนวเส้นอุ่นเอาไว้ราวกับรอยลากเล็บเบาบาง ดวงตาที่สาดประกายเยือกเย็นทั้งยังดิ่งลึกลงไป เริ่มต้นกระโจนเข้ามาขุดคุ้ยอยู่ในความคิดของนาง ทว่าน่าหลันซือซือกลับไม่มีปมอะไรซับซ้อน ที่พูดก็พูด ที่ไม่พูดก็เพราะไม่มี

ด้วยใจความเดียวกันกับบทสนทนาของต๋าปาหนาน ทว่าหญิงสาวแค่เปลี่ยนวิธีบอกกล่าวให้เสนาะหูขึ้น เมื่อผลลัพธ์ที่ได้คือสื่อประเด็นที่เข้าใจตรงกัน โดยไม่ต้องลงรายละเอียดมาก ย่อมสามารถบรรเทาโทสะจากจักรพรรดิผู้นี้หลายระดับ ทั้งไม่นับว่าเป็นคำโกหกแต่อย่างใด

ยามที่ต๋าปาหนานชานหยูคิดตื้นเขินอยู่ นางไม่อาจตายน้ำตื้นตามเขา ในเมื่อมีมือขา น่าหลันซือซือก็จะเดินหรือคลานขึ้นบกมาเอง เพราะคิดทางไหนล้วนฉลาดกว่าว่ายหนี ให้เฉียงหมินหลงตามตะครุบพวกนางสี่ชีวิตมาขอดเกล็ดย่างกินภายหลัง

“เหตุไรอ้ายเฟยจึงไม่มาปรึกษากับเจิ้นเล่า เรื่องเล็กน้อยถึงเพียงนี้ ยังจะอ้อมค้อมกันไปให้ลำบากอีก ในเมื่อต๋าปาหนานชานหยูอยากปรับปรุงแนวคิดปกครองของหรวนตี้ ย่อมจำเป็นจะต้องศึกษาตำราหลายเล่ม สำนักฮั่นหลินคัดลอกจากต้นฉบับหายากไว้หลายเล่ม เจิ้นสามารถแบ่งให้ไปศึกษาเองได้ หรือปรารถนาบัณฑิตสักกลุ่มเดินทางไปช่วยชี้แนะถึงเผ่าด้วยเล่า...”

หญิงสาวชักหนาวเหน็บ ในหัวเริ่มแปลความสับสนระหว่างเพิ่งได้รับข้อเสนอพระราชทานตำราหรือสาสน์รบให้ต๋าปาหนานชานหยูไปศึกษาเองก่อนกันแน่ ทั้งยังแสดงน้ำใจจะคัดกลุ่มบัณฑิตหรือนักลอบฆ่าเพื่อให้พวกเขานำกลับเผ่าพร้อมกัน นางย่อมยินดีจนขนลุกชัน

น่าหลันซือซือหลุบนัยน์ตา จำใจอาศัยเงาสลัวช่วยอำพรางความรู้สึก ดังนั้นขณะปลายพัดขนตาขยับหนหนึ่ง ก็คลับคล้ายจะเจอหยดลูกแก้วใสๆ กลิ้งตกลงมาแล้ว

“ที่หม่อมฉัน...ได้เป็นไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ล้วนแต่รับพระเมตตาจากหวงช่างทั้งสิ้น ย่อมไม่อาจเอื้อมเกินกว่านี้เพคะ จึงกล่าวกับต๋าปาหนานชานหยูแล้วว่า หม่อมฉันเพียงแค่วาสนาดี หามีความสามารถพิเศษด้านไหนไม่ กระทั่งเถ้ากระดูกเสี่ยวตาน...เอ่อ...อดีตเจี๋ยยวี๋ที่เป็นเปี่ยวเม่ยของหม่อมฉัน ยังไม่สามารถนำมาคืนแก่ชานหยูและทูฉี...”

แท้จริงแล้วเฉียงหลงหวงตี้สมควรระเบิดโทสะร้ายแรง ทว่าเป็นเพราะตระหนักเจตนาจริงใจจากนาง น่าหลันซือซือเพิ่งชี้แจงว่าเมื่อปล่อยวางเถ้ากระดูกญาติสาวสกุลต๋า นางย่อมไม่ออกหน้าเรียกร้องเหตุยุติธรรมใดๆ ก็เท่ากับปฏิเสธเงื่อนไขที่หัวหน้าเผ่าอาจบีบบังคับมาด้วย

จักรพรรดิหนุ่มผุดรอยยิ้มพอใจ ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะ พลางฉวยระยะคลายระวังของภรรยาตัวน้อย เขาฉกหน้าลงกัดปากอิ่มตึงหนึ่งคำอย่างฉับไว ทำเอาน่าหลันซือซือสะดุ้งโหยง สัญชาตญาณส่งมือเรียวขาวขึ้นแตะตรวจสอบทันที ว่าเนื้อสีชมพูที่ชุ่มฉ่ำของนางแหว่งหายไปบ้างหรือไม่

เฉียงหมินหลงเห็นปฏิกิริยาดังกล่าวแล้วยิ่งอารมณ์สดใส นอกจากไม่ใส่ใจจะไต่สวนคน ยังอยากขย้ำคนงามซ้ำอีกหลายคำ ร่างอ้อนแอ้นของนาง เทียบกับบุรุษตัวสูงกำยำเยี่ยงเขา ถือว่าน้ำหนักเบาหวิวราวกับปุยนุ่น หญิงสาวจึงถูกจัดท่าทางเหมาะสมภายในพริบตา

โอรสสวรรค์ท่านนี้ชักเคลื่อนไหวแปรปรวนเกินไปแล้ว!

ลูกตาสีน้ำตาลที่ขยับขยายประกายแวววาว สอดรับกับใบหน้าตะลึงลานย่อมเสริมพลังงานร่าเริงกระจายทั่วมัดกล้ามแข็งแกร่ง เขาชอบให้ไป๋ฮวาเฟยเผยท่าทีแตกตื่นออกมาเป็นพิเศษ น้ำเสียงที่ใช้โอ้โลมเลยใส่ความโปรดปรานเข้มข้น

“ผู้ใดใช้ให้อ้ายเฟยทำตัวน่าเอร็ดอร่อยเช่นนี้เล่า!”

อะไรคือทำตัวเอร็ดอร่อย!

เฉียงหวงตี้เหวี่ยงหัวคนจนแก้มแดงหมดแล้ว!

บรรยากาศชื่นมื่นทยอยแผ่กระจายจากสองร่างที่เกี่ยวกระหวัดกัน แน่แท้ว่าอากาศเย็นฉ่ำตลอดค่ำคืนคงได้แต่วนเวียนอยู่ด้านนอก ยามที่เนื้อกำลังโอบเนื้อ หนังกำลังห่มหนัง ทั้งยังพันประสานกลุ่มผมสองสี หนึ่งดำขลับ หนึ่งน้ำตาล กระทั่งเป็นม้วนไหมเกลียวคู่ที่สมดุลและกลมกลืน

ภายในกำแพงวังกับนอกบริเวณมีแผนรักษาการณ์ขณะตะวันตกดินย่อมเคร่งครัดต่างกันตามถนนเส้นหลักในเมืองฉางอันและสถานที่สำคัญจึงจะปรากฏเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนอยู่บ้าง ดังนั้นที่ตั้งโรงเตี๊ยมหลวงสำหรับรับรองขุนนางคนสำคัญหรือแขกเมือง ผู้คนล้วนเคลื่อนไหวกันคึกคัก เพียงเดินลัดไปอีกหน่อยยังถึงตรอกเริงรมย์ที่เลื่องชื่อของนครหลวง

บรรดาสาวงามยังคงแต่งกายฉูดฉาดโปรยเสน่ห์ใส่ผู้ผ่านทาง แม้จะอยู่ระหว่างช่วงไว้ทุกข์ถวายจิ่นคงหวงไท่จือ พวกนางกลับได้รับพระเมตตายกเว้น เนื่องจากนับเป็นธุรกิจที่อาศัยยังชีพประเภทหนึ่ง พอปราศจากคำสั่งต้องห้ามจากเบื้องบน ข้าราชการรับส่วนประจำพื้นที่ย่อมยอมอะลุ่มอล่วย

โดยปกติคนที่เข้าพักบนชั้นสี่ของโรงเตี๊ยมหลวงมักจะมีหน้าที่การงานสูงส่ง หรือเป็นบุคคลสำคัญจากต่างแดนเท่านั้น ทว่าขุนนางที่เกี่ยวข้องกับการจัดสถานที่ได้คาดคะเนกระแสโปรดปรานของไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยแล้ว ตัดสินใจทบทวนลำดับชั้นชนเผ่าหรวนตี้ใหม่ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงสามารถนอนหลับท่ามกลางกลิ่นอายหรูหรา ยิ่งกระทั่งผู้ติดตามมายังพลอยรับอภิสิทธิ์อยู่บนชั้นเดียวกับหัวหน้าเผ่า ทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจส่งเสียงเฮฮาระหว่างกินดื่มกันต่อ แน่นอนขบวนขุนนางที่นำทางย่อมร่วมยินดี ก่อนจะขอตัวออกไป เพื่อให้แขกเมืองกลุ่มนี้พักผ่อนตามอัธยาศัย

ต๋าปาหนานชานหยูกับต๋าปาหยุนทูฉีต่างแยกย้ายกัน นอกจากรองหัวหน้าเผ่าหนุ่มจะตามไปส่งกลุ่มเจ้าหน้าที่แล้ว เขายังนำคนมาตรวจสอบรายการที่ต้องร่วมขบวนเดินทางกลับเผ่าด้วย หากในห้องนอนต๋าปาหนานชานหยูจะมีเสียงเจรจาเบาๆ อยู่บ้าง นับเป็นปกติที่เรียกผู้ติดตามที่ไว้ใจได้สักคนไปปรึกษา

หลังจากต๋าปาหยุนกำชับกำหนดการกับคณะนักรบในสังกัด รวมถึงตรวจสอบว่าสิ่งจำเป็นที่สั่งพวกเขาจัดหานั้น มีปริมาณถูกต้องครบถ้วนหรือไม่เสร็จแล้ว ชายหนุ่มยังคัดแยกของพระราชทานที่เฉียงหลงหวงตี้ให้ตอบแทนเครื่องบรรณาการด้วย ฉะนั้นก่อนเข้านอนเพื่อออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เขาจึงต้องมารายงานบิดา

แต่ฝีเท้าที่แผ่วเบาผิดขนาดตัวของทูฉีกลับหยุดแค่หน้าประตู เส้นคิ้วดกหนาขมวดเข้าหากัน ขณะเขายืนฟังบทสนทนาภายในด้วยเค้าหน้ามืดครึ้ม น้ำเสียงกราดเกรี้ยวของบิดาดังแว่วมาระยะหนึ่ง ค่อยเงียบหาย เห็นทีที่ปรึกษาอาจกล่อมด้วยเหตุผลอยู่ ทำให้ต๋าปาหยุนสบโอกาสแสดงตัวตน ด้วยการลงส้นเท้าหนักๆ ก่อนเคาะเรียกพวกเขา

ผู้คนด้านในต่างเงียบคำ ก่อนจะมีเสียงตวาดลั่นออกมา

“ใคร!”

นักรบหนุ่มค่อยขานตอบอย่างหนักแน่น

“ข้าเองท่านพ่อ...”

เจ้าของเสียงถามค่อยคลายระวังอนุญาต

“เข้ามาได้!”

ต๋าปาหยุนทูฉีทอดสายตาเข้ามาในห้องพลางปิดประตูตามหลัง ชานหยูที่เป็นบิดาของเขานั่งบนโต๊ะชุดงดงาม เบื้องหน้าตั้งกาสุราเปล่าหลายใบ ท่าทางดื่มไปมากจนมึนเมาพอสมควรแล้ว ด้านข้างกายของหัวหน้าเผ่าหรวนตี้เป็นชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง เขาสวมชุดหนังสัตว์เหมือนชาวเผ่า ทว่าใบหน้ากลับถูกผ้าพันมิดชิด เห็นเพียงลูกตาดำขลับที่เยือกเย็นกว่าสามัญคู่หนึ่ง

ทูฉีหนุ่มแสดงความเคารพบิดาด้วยฐานะปกครองเผ่า ก่อนจะแจ้งรายละเอียด

“ข้าตรวจสอบรายการสิ่งของเอาไว้แล้ว ก่อนออกเดินทางพรุ่งนี้ พวกพ่อค้าที่นัดแนะกันไว้ ก็รับปากจะมาตามกำหนด แต่ป้องกันเหตุล่าช้า ข้าขออนุญาตส่งคนไปช่วยเหลือพวกเขาขนสินค้าอีกทีขอรับ”

ต๋าปาหนานชานหยูยกสุราขึ้นดื่มอีกจอก แล้ววางลง

“ก็ดี!ยังมีอะไรที่ติดขัดอยู่อีกหรือไม่!”

บุตรชายมองสีหน้าไม่ใคร่แจ่มใสของผู้ให้กำเนิด ก่อนจะค้อมหัวปฏิเสธ

“ไม่มีแล้วขอรับ...”

ชานหยูย่อมโบกมือไล่คน

“เช่นนั้นก็ไปได้ ข้าเองอยากจะพักผ่อนเหมือนกัน”

ต๋าปาหยุนทูฉีอำลาอย่างอ่อนน้อมอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกมา หลังจากปิดประตูสนิทแล้ว เขายังหยุดนิ่งเป็นครู่ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงสนทนาความ จึงสาวเท้าไปทางห้องพักของตนเองบ้าง พอดีกับที่ปรึกษาคนนั้นแยกย้ายออกมา ชายหนุ่มเพียงเอี้ยวหน้ามองทิศทางของอีกฝ่าย ก่อนตรงเข้าห้องไป ไม่อาจเห็นฝูงวิญญาณที่กำลังชุมนุมกันอยู่ หนึ่งในหลายตนนั้นปรากฏน้องสาวเขาอย่างต๋าเชอตานร่วมด้วย!

คุยกับแพนด้า:(/8/19)

ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนผลงานแพนด้ามากเลยนะคะ คิดว่าแพนด้าจะหายไปนานจนลืมกันหมดแล้ว แต่ก็มีคนจำได้อยู่ ดีใจมากถึงมากที่สุดเลยค่ะ ฮือออช่วงนี้อย่าเพิ่งเบื่อเฮียขยันกินน้องนะคะ ฮาาา แพนด้าว่าอาจจะมีเซ็นเซอร์กันบางฉากให้ไปติดตามในเล่มละค่ะ บอกแล้วว่าอย่าให้เฮียได้กิน ไม่งั้นกินไม่เลิก กี้ดดด(ตะครุบปากตัวเอง)

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ ตอนนี้อยู่ในส่วนเนื้อหาเล่ม3 (มีทั้งหมด 4 เล่มจบ)

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง 1 ตอน/อาทิตย์ (อย่างมาก 4 หน้าเอสี่เวิร์ด/วัน จนกว่าจะครบ 100%ของตอน)

สถานะสต็อก:มีต้นฉบับเขียนมือ ดังนั้นจึงพิมพ์และตรวจลงหน้าเว็บสดๆ ร้อนๆ

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (เป็นวันไหนก็ได้ในอาทิตย์)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม2 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 289 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 275 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม1 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 255 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 245 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Eye ever say
นางเอกโชคดีที่มีวิญญาณช่วยนะเนี่ย
เมื่อ 2 สัปดาห์ 6 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Aiai
คิดถึงจนหนีไปอุดหนุนอีบุ๊คเลยค่ะ ยังไม่ลืมคุณแพนด้าน๊าาา
เมื่อ 2 เดือน 1 ชั่วโมงที่แล้ว

รีวิว