ภรรยาจ๋า...สามีหลง [20+]

Chapter 7 เปลี่ยนไป [2]

ธีทัตยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองเบาๆ ก่อนจะขับรถออกไปที่อาร์เอ็มมอร์เตอร์ ซึ่งเป็นที่ทำงานของเขา ขณะที่ในหัวก็ยังคงคิดถึงเรื่องที่ชญาธรยังคงเคลือบแคลงสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสรัยอยู่ ใจจริงธีทัตเองก็อยากจะอยู่ให้ห่างจากสรัยเพื่อความสบายใจของเธอ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาต้องทำงานเป็นบัดดี้กับสรัยและตอนนี้สรัยก็เป็นเลขาฯ ที่คุณรามไว้วางใจอย่างมาก แถมเธอก็ทำงานได้เข้าขากับแผนกอื่นๆ ได้ดีอีกด้วย เห็นทีว่าสรัยคงจะผ่านโปรฯ ได้ไม่ยาก

ภายในห้องกิจกรรมนักศึกษาของคณะ เหล่าตัวแทนที่ได้รับคัดเลือกให้แสดงละครเวทีประจำปีนี้กำลังนั่งล้อมวงกัน มีการพูดคุยเกี่ยวกับบทละครในปีนี้ แนะนำหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้กำกับ ทีมเขียนบท ฝ่ายฉาก พร็อพ คอสตูม ร่วมทั้งแนะนำตัวตัวแสดงให้รุ่นพี่ เพื่อนๆ และรุ่นน้องได้รู้จัก เพราะตลอดสองเดือนต่อไปนี้พวกเขาจะต้องร่วมหัวจมท้ายไปกับละครเวทีเรื่องนี้ด้วยกัน

ทุกอย่างเป็นไปตามคาด ชญาธรได้รับบทนำตามที่รุ่นพี่ได้เล็งเอาไว้ตั้งแต่แรก เธอผ่านการแคสติ้งอย่างง่ายดาย ลึกๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะในตัวของเธอมีสายเลือดนักแสดงอยู่ ‘ชินดนัย’ พี่ชายแท้ๆ ของชญาธรก็เคยเป็นถึงพระเอกดังก่อนที่จะลาวงการไปอยู่ต่างประเทศถาวรเพราะปัญหาที่แม่ของพวกเขาเป็นคนก่อ

“สวัสดีค่ะ ชญา ปีสองค่ะ” ชญาธรแนะนำตัวต่อหน้าทุกคน พยายามเรียกความมั่นใจของตัวเองมา ให้เหมือนกับตอนที่เธอแคสบท

“สวัสดีครับ มาร์ก ปีหนึ่ง เอกอิ้งก์ครับ” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ถัดจากเธอแนะนำตัวขึ้นมา เรียกเสียงฮือฮาจากรุ่นพี่สาวๆ ได้พอสมควร เขาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นน้องรหัสของชญาธรที่ธีทัตหึงนักหึงหนานั่นแหละ

ร่างสูงนั่งขัดสมาธิลงข้างๆ พี่รหัสอีกครั้ง ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้เธอ ชญายิ้มตอบกลับไป ถึงลูกหว้ากับโทนี่จะไม่ได้รับเลือกให้มาร่วมแสดงแต่อย่างน้อยก็ยังมีน้องรหัสคนนี้ที่เธอพอจะคุยด้วยได้บางเวลาที่อยู่ในกรุ๊ปละครเวที

“ต้น น้ำหวาน นาน่า ชญา แล้วก็น้องมาร์ก จะมาเป็นตัวละครหลักของละครเวทีในปีนี้ขาเสียงปรบมือให้ทั้งห้าคนหน่อยจ้า”

“วันนี้แนะนำกันคร่าวๆ ก่อน เดี๋ยวเราจะมีการทำเวิร์กชอปแล้วก็แอ็กติ้งคลาสอีกทีในสัปดาห์หน้านะจ๊ะ อะแยกย้ายกันได้จ้า” ดาด้าที่เป็นโต้โผใหญ่ของงานนี้เป็นคนพูดสรุปกิจกรรมหลังจากที่นั่งประชุมกันมาเกือบสองชั่วโมง

“ชญากลับก่อนนะคะพี่ด้า” ชญาธรเข้าไปลารุ่นพี่ที่ต้นสนิทด้วยมากที่สุด ตามมารยาท คนเงียบๆ อย่างเธอคงต้องปรับตัวมากพอสมควรถึงจะเข้ากับคนอื่นได้ ถ้าเป็นลูกหว้าขาเม้าท์ ป่านนี้คงมีเพื่อนเป็นไปหมดแล้ว

จะว่าไปแล้วก็คิดถึงลูกหว้าเหมือนกัน เรียนมาสองปี ชญาธรไม่ได้มีเพื่อนสนิทมากมาย เธอสนิทกับแค่ลูกหว้าและโทนี่ พอต้องมาอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้ก็เขินๆ อยู่เหมือนกัน

“พี่ชญา” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ชญาธรต้องหยุดเดิน

ร่างสูงในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาใกล้ เขามักจะโดดเด่นกว่าใคร แม้จะอยู่ท่ามกลางนักศึกษานับร้อยก็ตาม ‘น้องรหัสสุดหล่อ’ ที่สาวๆ หลายคนในคณะอยากจะอาสาเป็นพี่เทคให้กำลังเดินตรงเข้ามาหาชญาธร

“ผมยังไม่ได้เอาเลคเชอร์มาคืนพี่เลย”

“อ๋อ...เก็บไว้ก่อนก็ได้ ไว้ใกล้สอบค่อยเอามาคืน พี่ยังไม่ได้ใช้ตอนนี้” เธอบอกแล้วชะลอฝีเท้าเดินไปพร้อมกับเขา

“ผมดีใจที่พี่ชญาแคสละครเวทีติดเหมือนกัน” เขาพูดขึ้นมาระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินกลับตึกคณะ

“อื้อ พี่ก็ดีใจ ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีคนรู้จักเลย”

“ผมไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่ พี่ดูเป็นคนเรียบร้อยแล้วก็ขี้อาย”

“อืม จริงๆ แล้วพี่ก็ไม่คิดว่าจะได้มาเล่นหรอกนะแต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงแคสผ่าน แต่มาร์กน่ะกำลังเตรียมตัวเข้าวงการไม่ใช่เหรอ คงได้เรียนการแสดงมาบ้างใช่มั้ย”

“ครับ...ที่บ้านอยากให้ผมเข้าวงการ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจของพวกเรา จริงๆ ผมก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่หรอก แต่ก็ไม่อยากขัดใจคุณแม่” ชายหนุ่มเล่าเรื่องส่วนตัวเป็นครั้งแรก

ชญาธรนิ่งไปเล็กน้อย เรื่องราวของมาร์ก ทำให้เธอนึกถึงพี่ชายและแม่ของเธอขึ้นมา ตอนนั้นชินดนัยก็ถูกแม่บังคับเหมือนกัน

“พี่ชายของพี่ก็เป็นนักแสดงนะ ชิน ชินดนัยน่ะ ไม่รู้ว่ามาร์กเคยได้ยินชื่อรึเปล่า” เธอหยุดเดินเพื่อคุยกับเขา

“เคยสิครับ เขาดังอยู่พักนึงเลยนะ ผมไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นพี่ชายของพี่ชญา”

“พี่ชายแท้ๆ เลยล่ะ น่าเสียดายที่เขาไม่ได้แสดงต่อ ตอนแรกที่เขาเข้าวงการก็เพราะคุณแม่อยากให้เข้าเหมือนกันนะ แต่สุดท้ายเขาก็หลงใหลในการแสดงแล้วก็พัฒนาตัวเองจนได้เป็นพระเอกเต็มตัว” หญิงสาวเล่าเรื่องของพี่ชายด้วยแววตาที่เป็นประกาย

“ไม่แน่นะ มาร์กอาจจะกลายเป็นนักแสดงดังอย่างพี่ชายพี่ก็ได้ อย่างงี้พี่คงต้องขอถ่ายรูปคู่เอาไว้ก่อน” เธอบอกเล่นๆ ไม่ได้คิดจริงจัง

แต่คนฟังกลับคิดจริง ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเอื้อมมือไปจับข้อมือของพี่รหัสสาวสวยเอาไว้และย่อตัวลงให้ระดับความสูงไม่ต่างจากเธอมาก เขากดถ่ายรูปคู่รูปแรกของทั้งคู่เอาไว้แล้วจัดการส่งให้ชญาธรทางแอพพลิเคชั่นแชทโดยที่เธอยังไม่ทันได้ห้ามปรามอะไร

“รูปแรกผมให้พี่ชญาไว้ก่อนเลยนะครับ ไว้ผมดังเมื่อไหร่ผมจะมาถ่ายรูปคู่กับพี่คนแรกเลย” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับยิ้มกว้าง

“การต้องทำอะไรเพราะถูกพ่อแม่บังคับ บางทีมันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ พี่เคยอยู่จุดนั้น พี่เป็นกำลังใจให้มาร์กนะ” ชญาธรพูดด้วยความจริงใจ นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของตัวเองแล้วขมขื่น เธอถูกแม่ทำร้ายร่างกาย ถูกด่าทอสารพัดเวลาที่แม่อารมณ์ไม่ดี แต่แม่ก็ยังบังคับให้เธอทำโน่นทำนี่ที่แม่เห็นว่ามันมีประโยชน์กับตัวแม่เอง พอไม่ได้ดั่งใจแม่ก็ทิ้งขว้างเธอส่งให้ไปเรียนโรงเรียนประจำ ไม่เคยไปเยี่ยม ไม่เคยสนใจ ถ้าไม่มีธีทัตชีวิตของเธอคงน่าหดหู่มากกว่านี้

“ผมไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว ว่าแต่พี่ชญาเถอะเป็นอะไรรึเปล่าหน้าซีดเชียว” ชายหนุ่มไม่รอช้าดึงให้เธอนั่งพักที่ม้าหินใต้ต้นไม้ก่อน

“พี่แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ น่ะ”

“ถ้าพี่อยากเล่าผมก็พร้อมจะฟังนะครับ พี่ระบายกับผมได้ น้องรหัสคนนี้สัญญาว่าจะเก็บความลับเป็นอย่างดีเลย” หนุ่มนักศึกษาลูกครึ่งว่า

“ขอบใจนะมาร์ก” เธอยิ้มให้เขา แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวให้เขาฟัง

“แล้วนี่พี่ชญาจะกลับยังไงครับ พี่ลูกหว้ากลับไปกับแฟนแล้วนี่ครับ วันนี้ผมเอารถมาให้ผมไปส่งมั้ย” เขาเสนอ

“ไม่เป็นไรจ้า เดี๋ยวแฟนพี่มารับ” เธอปฏิเสธพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู อีกไม่นานธีทัตคงจะมาถึง

“เจ้าของบีเอ็มสีดำใช่มั้ยครับพี่”

“อื้อ เห็นด้วยเหรอ”

“เห็นสิครับ ตอนแรกผมนึกว่าเป็นพี่ชายของพี่ชญาซะอีก”

“อ้อ...ไม่ใช่พี่ชายหรอกจ้ะ” เป็นสามีต่างหาก ชญาธรยิ้มเขินๆ แก้มของเธอแดงปลั่งเมื่อนึกถึงประโยคที่ธีทัตพูดเมื่อเช้า

‘เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะเรา นี่ผัวค่ะ ไม่ใช่พ่อ’

“อืม...ถ้าอย่างงั้นผมนั่งรอเป็นเพื่อนพี่จนกว่าแฟนพี่จะมาดีมั้ยครับ”

“ไม่เป็นไรจ้า มาร์กกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ธีก็คงจะมาถึงแล้ว” ชญาธรเลือกที่จะปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ธีทัตควันออกหูอีก

“งั้นผมไปก่อนนะครับ สัญญาว่าครั้งหน้าจะไม่ลืมเอาเลคเชอร์มาคืน”

“จ้า เจอกันที่ห้องเวิร์กชอปนะ” ชญาธรโบกมือให้รุ่นน้องแล้วนั่งลงที่ม้าหินอ่อนตามเดิม ไม่นานนักพี่ธีของเธอก็มารับกลับบ้านเหมือนเช่นทุกวัน

ชญาธรเริ่มซ้อมละครเวทีอย่างจริงจังมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว มันเป็นสัปดาห์ที่ธีทัตยุ่งมากเช่นเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่แทบไม่มีเวลาให้กันเหมือนเคย บางครั้งเธอก็ซ้อมละครจนดึกและขอนอนที่หอของลูกหว้า เขาไปรับไม่ได้เพราะยังไม่เสร็จงาน บางคืนที่เขาเสร็จงานเร็ว เธอก็บอกว่าไม่ให้ไปรับเพราะเธอเลิกดึก ทั้งคู่ไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยกันมาเกือบอาทิตย์แล้ว แม้แต่กิจกรรมบนเตียงที่เคยช่วยทำให้หลับสบายก็เริ่มน้อยลง ประโยคซ้ำๆ ที่ธีทัตได้ยินเป็นประจำ เริ่มทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่า ชญาของเขาเปลี่ยนไป...

พี่ธีคะ ชญาเหนื่อย วันนี้ไม่เอานะคะ

พี่ธีคะ ชญาเพลียมากเลย ขอนอนก่อนนะคะ

พี่ธีคะ วันนี้ชญาไม่ได้ทำกับข้าวนะ ซ้อมมาเหนื่อยมากเลยค่ะ

พี่ธีวันนี้ชญานอนหอลูกหว้านะคะ พี่ธีไม่ต้องรอ

ชญาธรของเขาเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ จนธีทัตรู้สึกว่าเขาคงต้องพูดกับเธออย่างจริงจังก่อนที่ความสัมพันธ์ยาวนานของพวกเขาจะมีปัญหา

TALK แด่คู่รักที่ประสบปัญหา #เมียเหนื่อยเมียจะน้อนนนนสงสารคุณสามีเค้านะคะ ฮ่าๆๆ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย B@lly
น้องชญาจะนอกใจมั้ยนะ
เมื่อ 1 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว