ชายารักมัจจุราชไร้ใจ

บทนำ

เรื่องนี้ เป็นภาคต่อ จากเรื่อง ทะลุมิติไปมีรัก ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

*****

ปีพุทธศักราชปีที่2561ณ.บ้านไม้หลังเก่าตีนเขาหลังหนึ่ง เสียงร่ำไห้ดั่งจะขาดใจของหญิงสาววัย19ปี นาม เพ่ยฟาง แซ่ลู่ นั่งกอดคุณย่าที่อายุปีนี้95ปี ถือว่ามากแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับผู้สูงอายุหลายๆคน แต่ย่ากำลังจะจากนางไปเพราะโรคชราที่ไม่มียาไหนรักษาให้หายขาดได้

“ฮื่อๆคุณย่าแล้วฟางจะอยู่กับใครฮื่อๆให้ฟางตามไปรับใช้คุณย่าด้วยได้ไหมคะ ฟางไม่อยากอยู่คนเดียวฟางเหงาฟางกลัวคะคุณย่า นะคะให้ฟางไปด้วย ”นาง เหมย แซ่ลู่ มองหน้าหลานสาวด้วยรอยยิ้ม

นางไหนเลยจะกล้านำหลานไปด้วย ชีวิตของหลานได้ถูกฟ้าดินลิขิตไว้หมดแล้ว ด้วยกรรมเก่ามากมายของนาง ที่ต้องชดใช้ให้ต้องรักษาดูแลผู้คนล้างกรรมในครั้งนี้ ไหนจะคนที่รอนางผู้นั้นอีกเล่า เพราะรักจึงหนีเพราะรักจึงตาม วาสนาผูกพันอยากที่จะฝืน

“เอาสร้อยลูกแก้ว ที่ย่าให้หนูไว้ คล้องคอไว้ตลอดมันจะช่วยหนูได้ และนี้เป็นแหวนประจำต้นตระกูลใส่ติดตัวไว้ห้ามถอด ถึงเวลาจะรู้เองว่ามีประโยชน์เพียงใด

ใต้ที่นอนย่ามีหนังสือประจำตระกูลบอกไว้ถึงวิธีใช้ของทั้งสองอย่างนี้ แต่ตัวหนังสือจะไม่ปรากฏจนถึงว่าเวลาที่เหมาะสมจำไว้นะหลานรักของย่า อีกไม่นานเจ้าก็ต้องเดินทางต่อไปเช่นเดียวกันย่าพาหนูหนีมาอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว สิ่งที่ย่าสอนจะช่วยหนูได้เมื่อต้องเดินทางไกลมีคนผู้หนึ่งเขารอหนูอยู่ แค๊กๆ”

“คุณย่าฟางไม่อยากไปใครจะรอก็ให้เขารอไปฟางจะอยู่กับย่า ฮื่อๆคุณย่าขา ขอฟางตามไปอยู่กับคุณย่านะคะ”

“ไม่ได้เมื่อย่าจากไปครบเจ็ดวันชุดที่ย่าเตรียมไว้ให้หนูต้องใส่มันของสองสิ่งอย่าให้หาย” อึกๆ/ฮื่อๆเสียงหายใจเฮือกสุดท้ายของผู้เป็นย่านำมาถึงความเสียใจของหลานรักปานจะขาดใจก่อนที่จะตามคนมาช่วยนำร่างของย่าไปสวดทำพิธีที่วัดเป็นเวลาสามวันก่อนฌาปนกิจในขั้นตอนต่อไป

ภายในเวลาสามวันแห่งความโศกเศร้าสาวน้อยเพ่ยฟางก็มีเพื่อนบ้านที่คุณย่าเคยช่วยเหลือมาช่วยงานทำให้เธอไม่โดดเดี่ยวมากนัก คงมีแต่ความเสียใจ อาลัยรักในตัวผู้ที่เคยเลี้ยงดูเธอเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในห่วงของความรู้สึก ในการจากไปครั้งนี้ของผู้อันเป็นที่รัก

นาง เหม่ย แซ่ลู่ เข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านโนนสว่าง พร้อมหลานสาววัยห้าขวบ โดยไม่รู้ที่มาที่ไป นางเหม่ยพอจะรู้เรื่องสมุนไพรจึงรักษาโรคเล็กๆน้อยๆให้ชาวบ้านในละแวกหมู่บ้าน

และบริเวณใกล้เคียง ส่งเสียหลานสาวเรียนจนจบมัธยมปลาย ยังไม่ทันที่จะได้เรียนต่อผู้เป็นย่าก็ล้มป่วยและจากไปในที่สุดบ่ายของวันที่เจ็ดหลังจากทำบุญครบเจ็ดวันให้ย่าแล้ว เพ่ยฟางก็เข้าไปหยิบกล่องนำชุดที่ย่าสั่งเสียให้นางหยิบมาใส่ในวันนี้

เพ่ยฟางจึงถอดชุดดำที่สวมอยู่ไปอาบน้ำก่อนหยิบชุดที่เหมือนในหนังจีนที่ย่าชอบดูขึ้นมาใส่

ก่อนที่จะไปค้นใต้ที่นอนหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดูแต่ทุกหน้าว่างเปล่าดังที่ย่าเคยบอกเธอจึงนำมันเก็บไว้ในอกเสื้อ ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โต๊ะหน้าทีวี กอดรูปย่าร้องไห้จนหลับไป

แคว้นหนานในยุคสมัยของฮ่องเต้โจวจิ้นเค่อ ป่าอสูรทมิฬที่กั้นกลางระหว่างแคว้นหนานและแคว้นเหลียง เกิดปรากฏการณ์ประหลาด มีลำแสงพุ่งลงมาจากฟ้าด้วยความเร็วสูง

ก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นไปทั้งป่า เสียงสัตว์อสูรกู่ร้อง คล้ายยินดี แต่ผู้ที่ได้ยินกลับเป็นดั่งเสียงคำรามน่าหวาดหวั่น กลุ่มควันค่อยๆจางหาย เหลือทิ้งไว้เพียงกระท่อมไม้หลังเล็กหลังหนึ่ง และร่างสาวน้อยที่กำลังหลับใหล

ในอ้อมกอดของนางมีเพียงกรอบแก้วประหลาด ที่มีรูปภาพแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ใช่การวาดด้วยแท่งถ่านหรือพู่กัน แต่เรียบเนียนสีสันสวยงามเหมือนจริง แต่ผู้ที่นอนกอดไว้จนแน่นกลับไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดกับตัวเองบ้าง

เมืองกลางตลาดใหญ่แหล่งสำคัญ ของทั้งสี่แคว้นที่ใช้เป็นเส้นทางสายไหม ทำการค้าขายมายาวนาน หอประมูลมู่หยางได้ต้อนรับ สตรีลึกลับนางหนึ่งที่มาขอฝากของเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้

“แม่นางต้องการนำสิ่งใดเข้าประมูลขอรับ” เป็นผู้ช่วยตงหู่ที่ให้การต้อนรับ

“ข้าต้องการนำยาฟื้นฟูพลังธาตุเม็ดนี้ร่วมประมูล” ขวดแก้วที่ถูกยื่นถึงมือผู้ช่วย ที่รีบเปิดดมเพียงแค่ได้ยินสรรพคุณ

“ความบริสุทธิ์ระดับหกแม่นางได้ยานี้มาจากที่ใด เปิดเผยได้หรือไม่” ตงหู่ถามไปทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้คำตอบแต่อดถามไม่ได้

“ข้าคงตอบท่านไม่ได้ ไม่ทราบว่าท่านจะรับหรือไม่ข้าจะได้ไป” ในเวลาต่อมา ที่ตงหู่ไปตามนายน้อย เมื่อมีเรื่องสำคัญให้นายน้อยได้รับรู้

“แม่นางข้ามู่หยางเฉิงเป็นเจ้าของที่นี่ ผู้ช่วยของข้าได้เล่าให้ข้าฟังแล้ว ไม่ทราบแม่นางพอจะบอกนามของแม่นางได้หรือไม่ เราอาจจะเป็นสหายกันได้”

“เพ่ยฟาง อยากบอกเรื่องของข้ากับผู้ใดถ้ายังอยากได้ยาไว้ประมูลอีก จะมีผู้มารับตำลึงหลังการประมูลเสร็จสิ้นแล้วพบกันใหม่คุณชายมู่ข้าลา” ทุกอย่างก็เงียบหาย คนที่มารับตำลึงก็เป็นคนที่นางจ้างมาก่อนที่จะหายตัวไป

ผ่านมาสี่ปีเขามีลูกสามคนจึงได้พบนางอีกครั้ง กับเม็ดยาหมื่นพิษพ่ายยาที่รักษาได้ทุกโรค นางยังคงอยู่ภายใต้ผ้าคลุมผืนใหญ่เช่นเดิม และคำพูดเดิม

“เดี๋ยวจะมีคนมารับตำลึง ลาก่อนแล้วพบกัน”และวันประมูลก็มาถึง ข้าก็ต้องเป็นผู้ที่ศิษย์พี่อ๋องแปดเค้นเอาความจริงที่ข้าสืบแล้วแต่ไม่พบตัวนางอย่างที่เคยเป็น

“ศิษย์พี่ข้าบอกท่านไปหมดแล้ว พอๆข้าจะกลับไปหาลูกหาเมียข้าแล้ว เชิญท่านไปสืบหาเอาเอง อ้อวันนี้นางคลุมผ้าผืนโตสีม่วงเข้มข้าไปนะศิษย์พี่ อ้อข้าเสียใจด้วยที่ท่านแพ้การประมูลให้องค์รัชทายาทแคว้นเว่ย”

“มู่หยางเฉิงเห็นฮูหยินดีกว่าศิษย์พี่ฝากบอกฮูหยินเจ้าส่งสุราเพิ่มอีกเท่าตัว แพ้ประมูลครานี้ตำลึงข้าเหลือเยอะยิ่งนัก” มู่หยางเฉิงรีบกลับไปหาภรรยาและลูกที่วันนี้ไปเยี่ยมท่านปู่กับท่านย่า

โรงเตี๊ยมเหม่ยสือเพ่ยฟางที่รอผู้ที่นางจ้างให้ไปรับตำลึงแทนที่หอประมูล เมื่อได้ตั๋วเงินเรียบร้อยนางก็รีบออกจากโรงเตี๊ยมทันทีแต่คงเพราะรีบร้อนหรืออย่างไรนางถึงเดินชนกับผู้อื่นจนเจ็บตัว

“โอ้ย!เดินอย่างไรเนี่ยไม่เห็นคนหรืออย่างไร”

“อ่าวแม่นางไม่ใช่แม่นางเดินมาชนข้าเองหรอกหรือ ก็แม่นางเล่นห่อตัวเป็นด้วงเยี่ยงนี้จึงมองไม่เห็นคนรูปงามเช่นข้า ไยถึงได้ต่อว่ากัน” อ๋องแปดมองเห็นผ้าคลุมสีม่วงของนางจึงเดินเข้าขวางให้นางเดินชนร่างกายตนเอง

เขาเจอนางแล้วคิดหรือว่าเขาจะปล่อยนางไปง่ายๆ เพ่ยฟางนางจะรู้หรือไม่ว่านางเดินชนมัจจุราชไร้ใจแห่งแคว้นหนานเข้าให้แล้ว แล้วชีวิตของหมอยาตัวน้อยๆเช่นนางจะหนีพ้นอ๋องแปด โจวเหลียงหลงได้หรือไม่ แล้วคนที่รอคอยนางคือใคร นางจะไปตามหาเข้าได้ที่ไหน

เพ่ยฟางนึกถึง หนังสือเก่าที่ย่าให้มา บอกว่าสร้อยลูกแก้วของนางคือคลังยาพิษและยารักษาเพียงตั้งจิตอธิษฐานลูกแก้วก็จะบันดาลให้ แหวนประจำตระกูล คือแหวนมิติ มีพืชสมุนไพรหายากมากมาย มีบ่อน้ำทิพย์มรกต ที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้รักษาผู้คน

แต่นางเป็นแค่หมอยาไม่มีวรยุทธ์หรือวิชาใดติดตัว นางจะเอาอะไรไปสู้กับอ๋องแปด ผู้ที่ลักพาตัวนางมาอย่างอุกอาจ แล้วหัวใจนางละนางจะรักษาให้รอดพ้นจากโจรผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ได้หรือไม่ มาเอาใจช่วยนางให้รอดพ้นเงื้อมีของมัจจุราชไร้ใจไปด้วยกัน

****

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Ratchanee
รอติดตามต่อไป
เมื่อ 1 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย เซี่ยนัตตี้ ณ.จวนเสนาโหลว
มาอ่านจ้าาาาาา
เมื่อ 1 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว