บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep8/3 : ทำหน้าที่

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep8/3 : ทำหน้าที่

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook แล้ว สามารถโหลดซื้อได้ที่ meb ookbee Hytxts

ตอน...ทำหน้าที่3

ทำไมถึงลงมาช้านักล่ะ ฉันสั่งเธอเอาไว้ว่ายังไงตอนโทรหา จำไม่ได้ หรือเธอแกล้งทำเป็นลืมกันแน่ เธอก็รู้ไม่ใช่ไม่รู้นะฉันไม่เคยต้องรอใครนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่มีความสำคัญในชีวิตฉันอย่างเธอ...”

เสียงถามแข็งทื่อหลุดออกจากปากของพ่อจอมโมโหร้ายทันทีที่มารตรีก้าวขาเข้ามานั่งภายในรถยนต์คันหรูของเขา คำว่าคนไม่สำคัญกระแทกใจของเธอเข้าอย่างจัง แต่ไม่อยากเก็บเอามาคิด ใส่ใจ

เธอช้อนสายตาหวานขึ้นมองเขาแต่ไม่มีคำตอบให้ จะให้ตอบเขาออกไปได้ยังไง ในเมื่อเธอแกล้งดึงเวลาให้ช้าเอง ไม่ใช่จำไม่ได้หรือหลงตัวเองอย่างที่เขากล่าวหา...

“ว่าไงหึแม่คุณ ลืมเอาปากมาหรือกำลังคิดว่าตัวเองกลายเป็นคนสำคัญสำหรับฉันอยู่ คิดให้ดีๆ หน่อยแล้วกันนะ อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเป็นพอ” เขาขึ้นเสียงดังถามซ้ำ แต่มารตรีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ละสายตาออกจากคนพาล เอื้อมมือไปถึงสายเบลท์มาคาดไว้กับตัว

“เดี๋ยวนี้ชักจะปีกกล้าขาแข็งเกินไปหน่อยแล้วไหม ฉันถามอะไรถึงได้ไม่ยอมตอบ ชักจะทำตัวเก่งกาจเกินหน้าที่ แค่จ้างให้เป็นคนรักหลอกๆ เข้าหน่อย เที่ยวทำตัวเสมือนจริงไปได้...” คนพาลขู่ฟ่อก่อนกระแทกหลังลงกับเบาะหนังราคาแพง เตรียมหันหน้ามาเล่นงานคนกวนอารมณ์เต็มที่

“หรือคิดว่าตัวเองสำคัญจริงๆ หึ...” เขาจ้องหน้าสวยตาลุกวาว

“ก็น่าจะสำคัญพอตัว...” คนหมดความอดทนโต้กลับลอยๆ แต่ไม่กล้าหันไปมองหน้าเขาตรงๆ กลัวจะโดนเขาขย้ำเนื้อเอา

“โอ้ยๆ! แม่คนหลงตัวเอง เธอนี่ก็ชอบฝันลมๆ แล้งเหมือนกันนะ แต่กรุณาเถอะ ช่วยลบไอ้ความคิดมหาเฮ็งซวยบ้าๆ นั่นออกไปจากสาระบบประสาทไม่เข้าท่าในสมองของเธอได้เลยนะ ก่อนที่เธอจะหลงผิดคิดเข้าข้างตัวเองไปไกลมากกว่านี้ หรือจนถึงขั้นอยากเอาตัวเองล้างน้ำแล้วใส่พานยกขึ้นมาถวายให้กับฉัน เพราะฉันไม่ขอรับเศษซากของเหลือเดนต่อจากใครๆ ทั้งนั้น...” คนเตรียมหาเรื่องสาดคำพูดดูหมิ่นพร้อมสายตาดูแคลนเล่นงานคนตัวเล็ก

“หัดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูกะลาหัวตัวเองบ้างสิ ในตัวเธอยังมีอะไรดีหลงเหลืออยู่บ้าง นอกจากความเหม็นคาวที่มันส่งกลิ่นเน่าฉาวโฉ่คละคลุ้งไปทั่ว” มารตรีเอาแต่นั่งกำมือประสานไว้บนตักตัวเองแน่น นับหนึ่งถึงร้อยในใจไปเรื่อยๆ อดทนฟังคำด่าจากคนปากเสียโดยไม่คิดโต้แย้ง ไม่ใช่เธอไม่เจ็บแต่เธอเจ็บแล้วจำ คนประเภทนี้ลดตัวไปทะเลาะด้วยก็มีแต่เสียเปรียบวันยังค่ำ สู้ปล่อยให้พล่ามจนพอใจ ประเดี๋ยวเขาเหนื่อยก็หุบปากไปเอง

“ฉันน่ะก็ไม่ได้อยากจะเอาตัวเองเข้าไปเกือกกลั้วกับของโสมมให้ตัวเองต้องมาเหม็นโฉ่ไปกับเธอเท่าไหร่นักหรอกนะ บอกตามตรงฉันเองก็รู้สึกขยะแขยงสิ้นดีเลยวะ แต่ก็เฮ้อ! จะให้ฉันทำอย่างไรได้ ก็ต้องโทษไอ้ปากพระร่วงของตัวเองแท้ๆ มันดันไปหลุดพูดโพล่งบอกยายวีวี่เอาไว้อย่างนั้นแล้วนี่ เมื่อตกกระไดพลอยโจนไปกับเธอแล้ว ฉันก็ต้องจำใจปล่อยเลยตามเลย ยอมเล่นบทบาทเป็นคนรักกับเธอต่อไปนั่นแหละ จะเปลี่ยนเป็นคนอื่นตอนนี้ก็คงไม่ทันการณ์ แล้วก็กลัววีวี่จะไม่เชื่อเอาด้วย... “คนปากพระร่วงเบะปากใส่ร่างงามด้านข้าง ทำท่าทำทางราวกับรังเกียจกันเสียเต็มประดา ก่อนจะแสร้งถอนหายใจออกมาเสียแรงๆ ทำเหมือนรำคาญหนักหนา

แต่พอเห็นหญิงสาวไม่ตอบโต้สักคำ คนพาลเลยหมดสนุก จะหาเรื่องลวนลามก็ไม่ได้เสียด้วย ฮึดฮัดขัดใจอยู่คนเดียว พอไม่ได้ดั่งใจ เขาจึงหันไปสตาร์ทรถกระชากออกตัวแรงๆ จนร่างน้อยเซไปข้างหน้า ดีหน่อยที่เธอขาดเข็มขัดรอ ไม่อย่างนั้น หัวคงได้กระแทกคอนโซลรถแตกได้เลือดกันพอดี

พอขับรถไปได้สักพัก คนพาลเริ่มผิดสังเกต เมื่อคนด้านข้างเขาไม่ยอมปริปากพูดจาสักคำ เอาแต่นั่งอมน้ำลายเมินหน้าออกไปด้านนอกลูกเดียว หรือจะโกรธที่เขาพูดไม่ดีกับเจ้าหล่อนเมื่อกี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้อยากปล่อยให้เขานั่งรอนานทำไม เจ้าของรถสปอร์ตหน้ายู่ลงก่อนเหล่ตามองไปยังร่างอวบอิ่ม

“เป็นอะไรทำไมถึงไม่พูด หรือเป็นใบ้ ลืมเอาปากมาจากบ้าน”

คนที่ทนความเงียบไม่ได้กระชากเสียงถาม เขาแอบมองเจ้าหล่อนมานาน เธอกลับทำไม่สนใจเอาแต่นั่งมองทิวทัศน์นอกรถ เหมือนมันมีอะไรน่าสนใจกว่าตัวเขานักหนา เขาอุตส่าห์เข้าไปรับเพื่อพาออกมาเที่ยว แทนที่จะยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดี กลับมานั่งหน้าตูมไม่พูดไม่จา เขาไม่ได้มีเวลามากมายมาคอยเที่ยวเอาใจสาว นั่งรถพาเล่นบ่อยนักหรอกนะ ถือว่ามารตรีมีบุญมากกว่า ที่เขาเกิดอยากนั่งรถกินลมเล่นในวัยหยุด

“หรืออยากโดนปากฉันง้าง ถึงจะอ้าพูดได้” เพียงแค่สิ้นเสียงขู่ คนลืมเอาปากมาถึงกับหันขวับไปหาเจ้าของรถ

“จะให้รตรีพูดอะไรล่ะคะ”

“อ้อ...เอาปากมาแล้วสินะ นึกว่าอยากให้ฉันช่วยง้างปากให้”

“คนประสาท” เธอพึมพำด่าเขา ขว้างค้อนไปอย่างลืมตัว

“แนะ...ยังจะกล้ามาด่าฉันอีก หรืออยากโดนจริงๆ ติดใจละสิถึงได้ชอบยั่วฉันอยู่เรื่อย” เขาปล่อยมือออกจากพวงมาลัยข้างหนึ่ง ยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาว

“พูดแล้วเปรี้ยวเปล่า วันนี้เรายังไม่ได้จูบปากแลกลิ้นกันเลยนี่นา ถึงได้ว่าฉันรู้สึกหิวๆ หรือจะลองกันตรงริมถนน คงเล้าใจน่าดู...”

พูดจบประโยคคนเปรี้ยวปากแลบลิ้นออกมาเลียรอบริมฝีปากหยักได้รูปของตัวเอง พรางหันไปจ้องมองร่างกระต่ายน้อยด้วยสายตาหื่นกระหาย ขคราชแค่แกล้งแหย่ไม่ได้คิดทำจริงอย่างที่ปากพูดหรอก เห็นแม่ตัวดีนั่งหน้าอมทุกข์ดูแล้วขัดตา เขาก็อยากหาเรื่องแกล้งทะเลาะกับเจ้าหล่อนเท่านั้น เพราะกว่าจะถึงที่หมายคงอีกหลายชั่วโมง

มารตรีขนลุกขนพองรีบขยับร่างหนี ไปนั่งชิดติดชิดกับริมประตูรถหน้าตาตื่นตระหนก...

“ทำเหมือนไม่เคยไปได้” คนแกล้งหื่นยังคิดยั่วต่อ

“คนหน้าไม่อาย”

“อายนักก็อดสิ ของฟรีมันยิ่งไม่ได้มีเข้ามาหาบ่อยๆ เสียด้วย ยิ่งของฟรีชอบยั่วน้ำลายเนี่ย หายาก...” เขายังมีหน้ามาเถียงอีก มารตรีเม้มปากแน่นมองเขาอย่างระแวดระวังตัวเองมากยิ่งขึ้น

“รตรีไปยั่วคุณตอนไหน ก็นั่งเงียบๆ มาตลอด มีแต่คุณราชนั่นแหละ พูดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว” ฟิวส์เธอเริ่มขาด พอได้ยินถ้อยคำหยามหมิ่นอีกระลอกเธอเลยพูดสวนตอกกลับเขาไปบ้าน

คนถูกหลอกด่าชักโมโห ตีหน้ายักษ์หันไปแยกเขี้ยวใส่...

“ปากเก่งดีเหลือเกิน เก่งแบบนี้มันน่าจะจับมาจูบให้ปากพูดไม่ได้สักที แล้วฉันพูดเรื่อยเปื่อยตรงไหน ก็แค่คำเตือน กลัวเธอจะหลงผิดคิดให้ความสำคัญกับตัวเองเกินจริง เธอเป็นใครแล้วฉันเป็นใครหัดจำใส่หัวเอาไว้บ้างสิ”

“ค่า...รตรีจะจำใส่หัวเอาไว้อย่างดี คุณราชไม่ต้องกลัวหรอกนะ รตรีไม่ใช่พวกหลงตัวเอง เที่ยวพูดให้ตัวเองดูดีก็ไม่คิดจะทำด้วย”

คนถูกเตือนแกล้งลากเสียงยาว แต่ประโยคหลังเธอจงใจเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาแป๋วไปทางเขาเพื่อบอกความนัยบางอย่าง

ขคราชกำพวงมาลัยแน่นขึ้น พยายามระงับอารมณ์โกรธ เขาไม่ได้โง่พอจะไม่รู้ความหมาย ไอ้ประโยคหลังของเจ้าหล่อนนั่น จงใจหลอกด่าเขาชัดๆ ดูเหมือนวันนี้แม่นี่มาแปลก นิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้ แต่หลุดมาคำนึงเนี่ยทำเอาเขาความดันสูงปรี๊ดเชียวละ...

หรือเขาใจดีกับเจ้าหล่อนมากเกินไป ขคราชพ่นลมออกทางจมูกเสียงดังตามอารมณ์...

“ไม่หลงตัวเองก็ดีแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมาหลงรักฉันได้หรอกนะ เพราะฉันไม่มีวันให้ใจผู้หญิงแบบเธอแน่นอน”

มารตรีแทบอยากจะกรี๊ดใส่หน้าคนหลงตัวเองนัก เธอกัดปากตัวเองแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง สะบัดหน้าหวานมองออกไปด้านนอกให้ความสนใจกับทิวทัศน์มากกว่าคนปากเสียแถมยังหลงตัวเองเป็นที่หนึ่ง

“พูดจี้ใจดำก็ทำเป็นรับไม่ได้ งอนฉันเหรอที่ดันรู้เท่าทันเธอทุกเรื่อง ก็อย่างว่า ผู้หญิงแบบเธอใครเขาอยากจะจริงจังแล้วก็จริงใจด้วย”

“เยอะแยะไปค่ะ ผู้ชายโง่ๆ สมัยนี้” เธอสวนขึ้นลอยๆ ยกมือกอดอกเชิดใบหน้าขึ้นตั้งตรง แต่ไม่ยอมหันไปมองทางคนขับให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้

“แรด...”

“เอ๊ะ! ” คนถูกด่าหันไปขึงตาโตอยากจะยกมือขึ้นตบปากเขาสักที

“ก็เรื่องจริง ผู้หญิงมั่วผู้ชายเขาก็เรียกว่าแรดทั้งนั้น หรือเธอจะเถียง ก็อย่าทำตัวมั่วนักสิ จะได้ไม่ถูกเรียกว่า...แรด”

“คนปากเสีย...” เธอยกมือขึ้นหมายจะฝาดปากเขาสักที แต่คนรอโอกาสอยู่ก่อน เบรกรถเข้าข้างทางคว้าหมับเข้าก่อนฝ่ามือน้อยนั้นจะฝาดมาถูกใบหน้าของตัวเอง

ขคราชกำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นจนมารตรีเบ้หน้าเพราะความเจ็บ น้ำตาใสเอ่อคลอตรงหัวตา ก่อนเขาจะกระชากร่างบางเข้าหาปะทะเข้ากับอกแกร่งของตนแล้วรัดไว้อย่างนั้นไม่ต่างจากงูเหลือมรัดเหยื่อ

“ตัวเล็กแค่นี้ทำเป็นเก่ง ฉันรัดแรงๆ เข้าหน่อยกระดูกก็หักหมดแล้ว”

“ก็รัดให้รตรีตายไปเลยสิ จะมัวพูดอยู่ทำไมละ คุณราชเก่งอยู่แล้วนี่เรื่องทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้...” คนถูกรัดแหวขึ้น เธอคลุกวงหน้าหวานเข้าหาไหล่กว้างของเขาเพื่อเช็ดน้ำตากับสั่งน้ำมูก จนเสื้อเชิ้ตลายดอกเปียกชื้นเป็นดวง ชายหนุ่มย่นหน้าเมื่อเขารู้สึกถึงความเย็น พอก้มลงมองจึงเห็นใบหน้าเล็กเกลือกกลิ้งไปมาเพื่อเช็ดน้ำหูน้ำตาตัวเอง พอเห็นแบบนั้นอารมณ์ร้อนพลันเย็นเยือก ปล่อยให้เสื้อราคาเหยียบหมื่นกลายเป็นผ้าเช็ดน้ำมูกของหญิงสาวไปโดยปริยาย

“ไม่รัดให้ตายหรอกแต่จะทำอย่างอื่นแทน สนุกกว่าเป็นไหนๆ”

พอพูดจบเขาจึงคลายวงแขนเปลี่ยนจากรัดเป็นกอด ลูบไล้แผ่นหลังเล็กก่อนจะหยุดลงตรงสะโพกผาย แกล้งลงน้ำหนักบีบจนกายสาวสั่นสะท้าน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย oranee
ขอบคุณมากมาย
เมื่อ 1 ปี 1 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย silverprincess
อืม ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้จริงๆ
เมื่อ 1 ปี 2 เดือนที่แล้ว

รีวิว