“รักข้าไหม..แม่ทัพเฉิน”-บทที่30.วังเหยาหนาน

โดย  พ้างปิงปิง

“รักข้าไหม..แม่ทัพเฉิน”

บทที่30.วังเหยาหนาน

หลังพักรักษาตัวไม่นานเนื่องจากผู้รักษาคือเซียนจุตรพิษอย่างป๋ายฝูซานอาการบาดเจ็บของป๋ายเฉิงชิงก็ดีขึ้นทันตาเห็น...

วันที่นางลืมตาขึ้นมาได้หลังจากบาดเจ็บคนที่นางเห็นคนแรกคือป๋ายฝูซานผู้เป็นอาจารย์ นางรีบลุกขึ้นมาคารวะเขาด้วยท่าหมอบราบบนที่นอน..

ผมดำขลับตรงยาว ใบหน้าขาวซีด ดวงตาแดงก่ำขมวดคิ้วฝืนทนความเจ็บปวดหมอบต่ำร่างกายสั่นเทาด้วยความสำนึกผิดอยู่ตรงนั้น....

ความผิดที่นางทำใหญ่หลวงหากล่วงรู้ถึงหูฮ่องเต้ว่านางคือคนลงมือ ทั้งหุบเขาฟงซานรวมทั้งพรรคจตุรพิษนั้นอาจจะโดนถล่มจากราชสำนักไม่เหลือซากเศษเป็นแน่

อาจารย์หนุ่มแค่ชำเลืองมองว่านางฟื้นแล้ว ไม่ได้สนใจที่นางหมอบกราบขอโทษแต่อย่างใดลุกออกจากห้องไปทิ้งคนรับใช้ให้ดูแลสามวันยังไม่กลับมา...

จนกระทั่งวันนี้นางลุกออกมานอกห้องได้หญิงรับใช้นามเอี้ยชิงคอยดูแลข้างกาย จับจูงเดินมายังศาลาริมน้ำดอกไม้พืชพรรณและสมุนไพรในนี้หลากหลายมากมาย มากจนนางประหลาดใจ เจ้าของจวนแห่งนี้ช่างมั่งคั่งและร่ำรวยยิ่งนัก ขนาดสมุนไพรหายากยิ่งบนหุบเขาฟงซานยังมีให้เห็นที่นี่...

“นายท่าน”เสียงเอี้ยชิงเอ่ยพร้อมย่อกายคาระวะแล้วหลบเลี่ยงไป..

“อาจารย์”

ป๋ายฝูซานไม่กล่าวอะไรยกน้ำชาที่อยู่บนโต๊ะขึ้นดื่ม...ปรายตามองนางเล็กน้อย คนถูกมองแค่หางตารีบก้มหน้างุด หากเขาไม่เอ่ยอะไรนางจะเอ่ยอะไรได้...

ไม่นานมีเสียงคนเดินตรงมายังศาลา

หากนางจำไม่ผิดผู้นี้ก็คือแม่ทัพหนุ่มนามเฉินหลี่จวิน เขามาที่นี่หากไม่รู้จักกับอาจารย์ของนางก็คงมาจับกุมนางเป็นแน่...แววตาโตกึ่งตกใจของนางทำให้ป๋ายฝูซานยกยิ้มมุมปากแอบหัวเราะนางในใจ’รู้จักหวาดกลัวเช่นกันหรือเฉิงชิง’

ฝ่ายแม่ทัพหนุ่มเมื่อมาถึงก็ยกมือคาระวะ”ศิษย์พี่ ท่านหลิวเจิน”

“ข้า....” ไม่อยากเปนหลิวเจนแล้ว นางคิดในใจ แต่พูดได้แค่นั้นก็โดนตัดบท

“นั่งก่อนหลีจวิน.....นางชื่อป๋ายเฉิงชิง”

“อ๋อ”

นั่งอยู่นานทั้งสองก็ไม่พูดอะไร ได้แต่นั่งจิบชา ตามองชมรอบๆนี่พวกท่านคุยกันทางจิตหรือไรใยข้าไม่ได้ยิน..บรุษหนึ่งพูดน้อย อีกบุรุษพูดน้อยกว่า มาเจอกัน เรื่องจึงเป็นเช่นนี้..นางไม่รู้จะอยู่ตรงนี้เพื่ออะไรขอตัวลุกออกไปโดยมีเอี้ยชิงวิ่งเข้ามาพยุง...

ทั้งสองมองตามร่างบางจนลับตา

“พรุ่งนี้ฝ่าบาทจะเสด็จมาที่นี่ข้าเลยมาบอกท่าน”แม่ทัพเฉินเอ่ยขึ้น

อาจารย์หนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาแม่ทัพเฉิน ในแววตาฉายแววร้อนรน

“ข้าช่วยอะไรไม่ได้จริงๆศิษย์พี่ เรื่องนี้แล้วแต่วาสนาของนาง หากไม่แล้วท่านก็อย่าเสียใจไป”

”หากข้าพานางหนีไป ก็เท่ากับทรยศฝ่าบาท”

หน้าก้มมองต่ำ ถอนหายใจยืดยาว...

หันหน้ากลับไปมองที่เรือนพัก เห็นนางยืนหันหน้ามองมาทางนี้ ตัวเขาเองไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาของนางจ้องกันอยู่อย่างนั้น เป็นนางเองที่หมุนตัวเดินเข้าห้องไป..

“ฝ่าบาททรงทราบเรื่องที่นางเป็นหลิวเจินแล้ว..ตอนนี้กำลังสั่งให้คนจับตาราชครูสวีไป๋อวี้ หากมีการเคลื่อนไหวก็พร้อมจะจับกุมทันที

จวนราชครู..

ราชครูสวีไป๋อวี้จัดงานศพอนุจ้าวอย่างยิ่งใหญ่สูญเสียหญิงอันเป็นที่รักไปไม่มีวันกลับเพราะหลิวเจินคนสนิท.. ..

งานศพก็เสร็จสิ้นแต่เรื่องที่ทำให้ร้อนใจไม่สามารถปล่อยวางได้คือหลิวเจินที่ไม่พบเจอแม้เงา...เขาแปลกใจไม่รู้ทำไมนางถึงหลบหนีหูตาคนของเขาในฉางอานนี้ได้...วันนี้ยิ่งร้อนใจกว่าเมื่อคนของรัชทายาทส่งจดหมายลับมาให้ว่าทราบเรื่องที่หลิวเจินหายไปแล้ว...

‘องค์รัชทายาทเปรยกับอาจารย์ของตนว่าหากหลิวเจินแพร่งพรายเรื่องอันใดขอราชครูอย่าได้ซักทอดมาถึงเขา แล้วยังข่มขู่อีกว่า บิดามารดาครอบครัวของราชครูอยู่ในกำมือของเขาแล้วให้ตรึกตรองให้ดี’

“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!!คิดจะเอาตัวรอดคนเดียวงั้นรึ” ราชครูคิดแค้นองค์รัชทายาทแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอมือสังหารที่ส่งออกไปรายงานกลับมา..

เช้ารุ่งขึ้นยามอู่*

หมายเหตุ..ยามอู๋*เวลาประมาณ11:00-12:59)

หลิวเจนในชุดสีชมพูอ่อนหน้านางเริ่มมีสีแดงจากสุขภาพที่ดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังเดินยืดตัวตรงไม่ค่อยได้..

วันนี้ป๋ายฝูซานอยู่ในชุดขาวเฉกเช่นเดิมจะมีวันไหนที่เขาจะใส่สีอื่นไหมนะป๋ายเฉิงชิงคิดในใจ..

นางรู้ว่าวันนี้จะมีคนมาอาจจะเป็นเจ้าของจวนแห่งนี้หรือใครซักคน แต่คงสำคัญมากเช่นกัน ดูจากผมอาจารย์ของนางที่หวีเรียบกว่าวันอื่นๆก็พอจะเดาได้...

ไม่นานได้ยินเสียงไม่คุ้นเคยร้องดังกังวาล......

“ฝ่าบาทเสด็จแล้ว” ไป๋กงกงคนสนิทร้องบอก..

ป๋ายเฉิงชิงหูอื้อตาลายกับสิ่งที่ได้ยินนางเห็นอาจารย์นางลงไปคุกเข่าด้านล่างนางลนลานรีบทำตามบ่าวไพร่รอบกายหมอบคลานไม่กล้าเงย...ไม่นานเสียงทรงพลังของฮ่องเต้าถังเกาจูก็เอ่ยขึ้น....

“อาจารย์ฝูไม่ต้องมากพิธี”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

นางเห็นอาจารย์นางลุกขึ้นนั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง ฮ่องเต้เกาจูนั่งตำแหน่งประมุขของจวน นี่ไม่ใช่จวนแล้ว ที่นี่คือวังหลวง นางกระจ่างแจ้งแล้วเหตุใดที่ที่นางอยู่ถึงปลอดภัยจากคนของราชครูยิ่งนัก....

นางหมอบต่ำไม่เงยหน้าอยู่เช่นนั้นความหวาดเกรงต่อความผิดประดังประเดเข้ามา...จิตสำนึกของนางเริ่มทำงาน ขอบตาเริ่มร้อนขึ้นมาไม่ได้ตั้งใจ...หากที่นี่คือสถานที่รักษานางให้หาย เมื่อนางหายดีที่นี่ก็เป็นสถานที่รอจับกุมนางเช่นกัน...

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว