“รักข้าไหม..แม่ทัพเฉิน”-บทที่32.รอยยิ้มนั้น..

โดย  พ้างปิงปิง

“รักข้าไหม..แม่ทัพเฉิน”

บทที่32.รอยยิ้มนั้น..

บทที่32 รอยยิ้มนั้น.

“เรื่องจบลงเช่นนี้ก็ดีแล้ว....หลี่จวิน ข้ากลับไปหาชายาข้าแล้วนะข้าก็แพ้หญิงงามเช่นกัน

เฉินหลี่จวินยกยิ้มรู้ว่าองค์ชายรองเอ่ยวาจายั่วเย้าศิษย์พี่ของตน

องค์ชายรองชำเลืองมองอาจารย์ฝูยกยิ้มมุมปาก

“กระหม่อมก็จะกลับไปหาฮูหยินที่บ้านเช่นกันพะยะคะ”

“เจ้าก็แพ้หญิงงามใช่หรือไม่...ฮ่าๆๆๆๆๆ”องค์ชายรองหัวเราะเสียงดัง...

คนนั่งฟังไม่เข้าใจที่องค์ชายรองกับท่านแม่ทัพพูดซักนิดได้แต่มองคนนั้นคนนี้..

“ศิษย์พี่ข้าลา”ยกมือคาระวะ

“กระหม่อมทูลลาองค์ชายรอง”เสียงฝูซานเอ่ยขึ้น

อีกฝ่ายพยักหน้ายิ้มกว้างให้ แล้วเดินออกไป...

ห้องทั้งห้องที่เมื่อครู่ยังครึกครื้นเหลือเพียงป๋ายฝูซานกับป๋ายเฉิงชิงแค่สองคน

ชายหนุ่มกำลังเดินออกไป..

“อาจารย์!!”นางลงไปคุกเข่า เขาหยุดนิ่งฟังนางพูด

“บุญคุณนี้ใหญ่หลวงนัก ศิษย์จะไม่มีวันลืม ต่อไปนี้ศิษย์จะขอติดตามปรนณิบัติอาจารย์จะไม่ดื้อไม่ซน มอบทั้งชีวิตติดตามอาจารย์ไปทุกหนทุกแห่งข้าสัญญา สัญญาจริงๆนะเจ้าคะ” นางเอ่ยคำสัญญาเหมือนเด็กๆ

เขานิ่งไม่ยอมตอบอะไร ได้แต่ยิ้มกว้างนึกเอ็นดูคำพูดเหล่านั้น...เขายืนหันหลังให้นาง

จึงมองไม่เห็นว่าเขายิ้ม..

เขากำลังจะก้าวเดินต่อ..

“อาจารย์!! “

.....เขาหยุดเดินอีกครั้ง....

“ศิษย์แค่อยากถามว่าทำไมถึงยอมตายเพื่อศิษย์เล่า?“

.....นานกว่าจะได้คำตอบ..

“...เพราะเจ้าเป็นศิษย์ของข้า..มีอะไรอีกไหม”

”มะ มะ ไม่มีเจ้าคะ”

คำตอบที่ได้รับ..นางฟังแล้วให้ขัดใจท่านยอมตายเพื่อศิษย์ทุกคนหรือไม่นะอาจารย์...นางคาดหวังคำตอบแบบใดกันพออาจารย์พูดมาแบบนี้กลับรู้สึกไม่พอใจ..

เขาก้าวยังไม่พ้นประตูก็เจอสายตาเอี้ยชิงยิ้มกว้างมองอยู่...เขาหุบยิ้มที่ยังค้างเกร็งลง เปลี่ยนไปทำหน้าเคร่งขรึมเหมือนเดิม....เดินสวนนางออกไป..

“แม่นางป๋าย เวลาอาจารย์ยิ้มช่างหล่อเหลายิ่งนักนะเจ้าคะ”

“อะไรนะ”?

“อาจารย์ฝูเจ้าคะ เมื่อครู่ข้าเห็นเขายิ้มตั้งแต่รู้จักมาข้าพึ่งเคยเห็นท่านอาจารย์ฝูยิ้มก็วันนี้ มีเรื่องดีใจอันใดเจ้าคะ”

“เขายิ้มงั้นหรือ”

“อื้อๆเจ้าคะ“นางพยักหน้าแรงๆ

“ท่านไม่เห็นหรือเจ้าคะ”

“....”

“ใช่ข้าไม่เคยเห็นอาจารย์ยิ้มเลย”

อาจารย์ยิ้มเป็นด้วยหรือในใจนางคิด แล้วเรื่องอะไรต้องยิ้มด้วยเล่าหรือข้าพูดอะไรผิดไป....

เรือนอันฝู

“น้องสาม..จำเรื่องศิษย์พี่ที่ข้าเล่าให้ฟังได้หรือไม่”

“จำได้เจ้าคะ..เรื่องความรักของศิษย์พี่ท่านข้ายังเคยเอามาเขียนเป็นนิยายเลยนะเจ้าคะ”

ชายหนุ่มยิ้มขันคิดในใจว่านิยายของนางมีความรักในทุกแง่มุมของคนในฉางอานเลยรึเปล่านะ..

“เช่นนั้นหรือ...แล้วในนิยายของเจ้า แม่นางคนนั้นทราบไหมว่าอาจารย์ของนางมีใจ”

“ก็ไม่รู้เลยเจ้าคะ ...ก็นางไม่ได้รักอาจารย์นางนี่เจ้าคะ”

หญิงสาวอธิบายความรู้สึกของผู้หญิง หากไม่เคยมองเห็นความรักของเขามาก่อน ถึงตอนนี้ก็ไม่อาจมองในแง่นั้นได้ คำว่าศิษย์อาจารย์ก็คือศิษย์อาจารย์อยู่วันยังค่ำ

“อืม...” เฉินหลี่จวินได้เปิดหูเปิดตากับข้อนี้ยิ่งนัก

“แล้วทำอย่างไรนางจะรู้”

“เวลาเท่านั้นเจ้าคะ...เวลาจะช่วยหล่อหลอมให้นางรักอาจารย์ของนาง”

ชายหนุ่มหันมาสบตาฮูหยินคนงาม

นางก็นิ่งสบตาเขาเช่นกัน....

เขายื่นมือออกไปใช้นิ้วโป้งไล้แก้มนาง..

“ไม่เห็นต้องใช้เวลานานอะไรเลย..”

นางเข้าใจความหมายทันทีหน้าแดงเขินอายส่งยิ้มกว้างให้เขา...บทเขาจะพูดจาบอกรักเหมือนงิ้วที่นางเคยดูขึ้นมาก็ทำใจนางสั่นไหวได้มากมายเช่นนี้นี่เอง...

ชายหนุ่มชักมือกลับถามต่อ..

“แล้วในนิยายของเจ้าเล่างเอยเช่นไร”

“ในนิยายของข้าหรือเจ้าคะ อาจารย์ท่านนั้นรวบหัวรวบหางแม่นางคนงาม

จับนางปู้ยี่ปู้ยำอยู่แบบนั้น...พอนางท้องก็ไปไหนไม่ได้เจ้าคะเลยต้องอยู่กันไปแบบนั้น ไม่นานสองคนก็รักกัน”

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดัง...

“ท่านพี่ท่านหัวเราะอะไรเจ้าคะ”

“ฮ่าๆๆๆๆเปล่านี่ ข้าหัวเราะที่เจ้ารู้จักเกรียจคร้าน ตัดจบแบบนั้นก็ทำได้หรือฮ่าๆๆๆ”

“ท่านพี!!” นางเริ่มเคืองมองเขาตาเขียว...เขากลับยิ่งหัวเราะ..

“ท่านพี่อะหยุดหัวเราะเลยนะเจ้าคะ”

เมื่อเห็นว่าไม่หยุดนางทุบตีจนชายหนุ่มต้องวิ่งหนีรอบห้องนางก็วิ่งตามทุบตีจนเกิดเสียงตึงตัง

“ฮ่าๆๆๆ”

เสียงหัวเราะหยอกเย้าของเจ้านายดังออกมานอกตัวเรือนหยงจิงยิ้มหัวเราะตามไปด้วย ชีวิตคุณหนูของนางช่างมีความสุข ลืมว่ามีคนที่หน้าประตูแอบมองและยิ้มตามเช่นกัน..นางหันไปเจอซานฟงก็รีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน..

เมื่อเห็นเขามองมา นางก็รีบรนรานเดินออกมานอกเรือน

เหตุการณ์วันนั้นผ่านมาร่วมครึ่งเดือน..นางจำได้ว่าวันนั้นเขากับนางพลั้งเผลอจนได้เสีย..เช้ามานางก็รีบกลับเรือนพักนางทิ้งเขาไว้ที่ห้องรับรองนั้น...จากนั้นก็หลบหน้าหลบตาตลอด ซึ่งก็ไม่อาจหลบได้ตลอดจริงๆซักทีด้วยทั้งสองเป็นบ่าวคนสนิทของเจ้านายทั้งคู่...

เขาเดินตามนางมาจนถึงเรือนนอนของนาง ร่วมครึ่งเดือนที่ไม่เคยพูดจากันเลย เขาจำบทรักวันนั้นได้ดี หยงจิงเป็นของเขาแล้วแต่เหตุใดนางถึงไม่อยากสานต่อความสัมพันธ์นี้ ในใจลึกๆเขากลับเสียใจ...

“หยงจิง”

หยงจิงตกใจที่เขาตามมา หันมองรอบตัวซ้ายขวากลัวใครมาพบเจอ

“ท่านซานฟงมีอันใด”

เขาเดินย่างสามขุมถึงตัวนางฉุดแขนพร้อมผลักประตูเรือนนอนเข้าไป.เหวี่ยงร่างนางเบาๆติดผนังด้านข้างเข้าประชิดร่างบางไม่ยอมปล่อยมือ..

“เจ้าหลบหน้าข้าทำไม”

นางหันหน้าหนี....ไม่นานหันกลับมาเงยหน้าขึ้นมองตาเขาที่อยู่สูงกว่า

“ข้าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร”นัยย์ตากลอกกลิ้งไปมา..

“ข้าทำผิดต่อฮูหยินใหญ่ทำผิดต่อคุณหนูท่านจะให้ข้าทำเช่นไร”

“ข้าจะรับผิดขอบเจ้าเองแต่อย่าหลบหน้าข้าเช่นนี้ เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่”

“ข้า..”

“ได้หรือไม่ “ เขาถามไปใช่จะรอคำตอบ“อะ..”เพียงครึ่งคำที่เปล่งออกมาปากบางก็โดนครอบครอง ปากหนาดูดดุนลิ้นเข้ามาชอนไชโพรงปากนุ่มนิ่มของนาง ตอนนี้เขาถึงเข้าใจว่าความคิดถึงเป็นเช่นนี้ เขาคิดถึงนางเหลือเกินอยากสัมผัสอยากจูบอยากพานางขึ้นเตียงอยากให้นางสัมผัสตัวตนของเขาอย่างเช่นวันนั้น....

...หยงจิงไม่ถูกเขาสัมผัสก็ไม่รู้สึก แต่พอโดนกอดรัดบดจูบเช่นนี้แล้ว ความอัดอั้นตันใจที่มีก็หลั่งไหล นี่ใช่หรือไม่ความรักนางรักเขานางคิดถึงเขาเหลือเกิน...

ทั้งสองไม่เสียเวลาจับจูงกันไปที่เตียงนอน ช่วยกันถอดเสื้อผ้ากันและกันด้วยความร้อนรน..

หยงจิงผลักเขานอนลงไปจูบไซร้ลูบไล้เป็นผู้ควบคุมจังหวะรักก่อนแทนคำตอบทั้งหมด...ซานฟงนอนเหงื่อซึมหน้าผากอยู่ด้านล่างสายตาจ้องมองคนตัวเล็กครอบครองแก่นกลางความเป็นชายของเขาไม่วางตา..จนกระทั่งนางขึ้นมานั่งทับส่วนนั้นของเขา

จังหวะที่นางยกสะโพกลงมาตัวเขาเองไม่ลืมเสยเด้งแท่งร้อนขึ้นรับ..หยงจิงของเขาช่างเร่าร้อนเหลือเกิน..

พอพลิกกลับมาเป็นผู้คุมจังหวะบ้าง สาวน้อยร่างบางก็ครวญครางไม่เป็นภาษา..กรีดร้องสุขสมหลายต่อหลายครั้งกับความดุดันเร่าร้อนของปลายลิ้นและแท่งร้อนของชายหนุ่ม...

นอกจากเสียงครางลึกในลำคอของฝ่ายชายและเสียงครางหวานของฝ่ายหญิงแล้ว ต่างไม่พูดไม่จาอะไรกันอีกให้ภาษากายสื่อความรักและความคิดถึงกันจวบจนหลายชั่วยามถึงลาจาก..

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว