ภรรยาจ๋า...สามีหลง [20+]

Chapter 9 รับขวัญหลาน [2]

“คาร์ซีทก็มีด้วยกันหลายแบบค่ะ ที่ได้มาตรฐานก็จะเป็นของอเมริกา ยุโรปแล้วก็ญี่ปุ่น...” เสียงพนักงานอธิบายเจื้อยแจ้วเกี่ยวกับคาร์ซีทหรือเบาะนั่งนิรภัย เพื่อความปลอดภัยของเด็กเวลาที่ต้องนั่งรถเดินทางไปไหนมาไหน

ชายหนุ่มแม้จะเวียนหัวนิดๆ กับคาร์ซีทหลากหลายรูปแบบที่พนักงานแนะนำ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะยืนกอดอกมองคนรักที่กำลังยืนฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

“พี่ธีคะ ชญาว่าเราเอาแบบตะกร้านี่แล้วกันค่ะ สะดวกดี ใช้ได้ตั้งแต่ตอนออกจากโรงพยาบาลเลย แถมเวลาจะพาหลานไปฉีดวัคซีนก็จะได้หิ้วไปทั้งตะกร้าเลย ง่ายดี” หญิงสาวเห็นดีเห็นงามกับบาสเก็ตคาร์ซีทที่ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด

“ได้ค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ ตามใจเมีย

“จริงๆ แล้วเด็กอายุน้อยกว่าสองขวบต้องนั่งหันหลังใช่มั้ยคะ” เธอหันไปถามพนักงาน ส่วนเขาก็ยังแอบงงๆ อยู่ แต่จับใจความได้ว่า เด็กเล็กมากๆ คาร์ซีทต้องติดแบบหันหลังให้ถนนหันหน้าเข้าเบาะ พอโตกว่าสองขวบแล้วถึงจะเปลี่ยนมานั่งหันหน้าแบบผู้ใหญ่ได้

“งั้นเอาแบบที่หมุนเบาะ360 ไปด้วยค่ะ หันหน้าหันหลังได้ทั้งหมด จะได้ใช้ตั้งแต่แรกเกิดจนโตเลย ดีมั้ยคะพี่ธี”

“ดีค่ะ” ชายหนุ่มอ้าปากตอบยังไม่ทันจบ เมียรักก็พูดต่อทันที

“เนอะ...ยังไงพี่รามก็มีรถหลายคันอยู่แล้ว” หญิงสาวพูดเองสรรพเสร็จ ไหนตอนแรกที่เขาถาม เธอเพิ่งบอกว่าไม่มีไอเดียว่าจะซื้ออะไรให้หลานดี พอมาตอนนี้ข้อมูลกลับแน่นมาก นี่มันหลอกกันนี่หว่า

“พี่ธีขา เดี๋ยวให้ลูกน้องขับรถที่บ้านพี่รามมาติดคาร์ซีทเลยเนอะ ให้ที่นี่เขาติดให้ไปเลยดีกว่า สะดวก ปลอดภัยดีด้วย”

“ครับ” ธีทัตรับคำหลังชญาธรจิ้มเรียบร้อยว่าจะเอาอะไรบ้าง ส่วนตู้เงินเคลื่อนที่อย่างเขามีหน้าที่จ่ายอย่างเดียว ไม่ทันได้ออกความคิดเห็นเพราะข้อมูลไม่มากพอ สู้เมียไม่ได้ มาคิดแล้วก็ขำ ปกติแล้วมือขวาราเมศอย่างเขาต้องเตรียมการ วางแผนสิ่งต่างๆ ให้เจ้านายทุกอย่าง ต้องรู้ดี รู้ก่อนเจ้านายเกือบทุกเรื่อง พอมาเจอคนที่ช่างวางแผน ช่างเตรียมการอย่างชญาธร ก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจลึกๆ เธออายุน้อยแต่ก็มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ เป็นที่พึ่งพาของเขาได้เหมือนกัน

“ความรู้เยอะนะเนี่ยเรา สงสัยจะพร้อมเป็นคุณแม่แล้ว เรียนจบปุ๊บ ปล่อยท้องเลยดีมั้ยคะชญา”

“ขอชญาช่วยพี่รามกับพี่ธีทำงานก่อนไม่ได้รึไง”

“ช่วยทำไมคะ ไม่ต้องหรอก พี่ทำงานหาเลี้ยงชญาได้ มาช่วยเป็นแม่ของลูกให้พี่ดีกว่า”

“ไม่เอาค่ะ ขอซ้อมเลี้ยงหลานก่อน” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น

“โอเคค่ะ งั้นพี่ก็จะซ้อมปั๊มลูกบ่อยๆ แล้วกัน” คนทะเล้นว่า ก่อนจะหันไปสะดุดตากับเสื้อผ้าเด็กมากมาย ที่ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยจะสนใจมาก่อน

“ชุดนี้น่ารักจัง” ชายหนุ่มหยิบเสื้อแขนตุ๊กตาสีขาวขึ้นมาชูให้หญิงสาวดู ถ้าเขามีลูก ลูกของเขาจะต้องได้ใส่เสื้อตัวนี้แน่นอน

“ชญาว่าสีชมพูสวยกว่า” หญิงสาวค้านและหยิบตัวสีชมพูขึ้นมาเทียบ

“งั้นเอาไปทั้งสองตัวเลย” พี่ธีคนไม่เถียงเมียตัดสินใจให้ในคราวนี้

“เอาตัวเดียวพอค่ะ เด็กเล็กโตไวจะตาย ซื้อไปเยอะเกิน ยังไม่ทันใส่ก็คงตัวโตก่อนแล้ว สิ้นเปลืองเงินเปล่าๆ เอาสีขาวก็ได้ค่ะ ตามใจพี่ธี” หญิงสาวบอก

“อันนี้ผ้าฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์เลยใช่มั้ยคะ” เธอหันไปถามพนักงานที่ยืนอยู่แถวนั้น

“ใช่ค่ะคุณแม่ ชุดนี้มีสองสีนะคะ ชมพูกับขาว ถ้าแม่ชอบสีชมพู คุณพ่อชอบสีขาวก็เอาไปทั้งสองชุดเลยสิคะ”

“อุ๊ย...ยังไม่ได้เป็นคุณแม่หรอกคะ มาซื้อให้หลาน” ชญาธรรีบปฏิเสธ ใบหน้าอ่อนใสมีสีชมพูระเรื่อปรากฏขึ้นจางๆ

“อ้อ...พี่ก็ว่า...คุณลูกค้ายังดูเด็กอยู่เลย” พนักงานยิ้มเขินๆ

“แค่ดูเด็กเฉยๆ นะครับ แต่ไม่ใช่ผู้เยาว์แน่นอน” ธีทัตบอกพลางดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน คำพูดของเขาเรียกเสียงหัวเราะจากพนักงานและทำให้ชญายิ่งเขินมากกว่าเดิม

“พี่ธีก็...”

“โอเคพี่ตัดสินใจแล้ว เอาไปสองตัวเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ใส่เดี๋ยวคุณญาดาก็คงเอาไปบริจาค เชื่อพี่ ซื้อสองตัวเลย!” ชายหนุ่มตัดสินใจแล้วหยิบเสื้อสองตัวใส่รถเข็น

“แล้วเครื่องปั๊มนมอยู่ทางไหนครับ” เขาหันไปถามพนักงานที่ยังยืนยิ้มค้างกับคู่รักต่างวัยคู่นี้อยู่ หากมองเผินๆ ก็คงจะดูเหมือนคู่รักวัยรุ่นทั่วไป ไม่มีใครคิดว่าชายหนุ่มหน้าตาสะอาด ท่าทางเจ้าสำอางอย่างธีทัตจะเป็นแด๊ดดี้ที่ไม่ใช่พ่ออย่างที่ชายหนุ่มคิดหรอก

“เชิญด้านนี้เลยค่ะ” พนักงานขายเดินนำทั้งคู่ไป

ธีทัตและชญาธรต้องยืนฟังงานขายเครื่องปั๊มน้ำนมอยู่อีกหลายนาทีก็ที่ทั้งคู่จะตัดสินใจซื้อทั้งเครื่องปั๊มนม ถุงเก็บน้ำนม เครื่องอุ่นนม เครื่องนึ่งขวดนม เรียกว่าจัดมาครบเซต แถมปิดท้ายด้วยการกลับไปชอปปิงเสื้อผ้าเด็กมาเพิ่มอีกหลายชุด งานนี้ทั้งอาธี อาชญาเปย์เต็มที่เพื่อหลานสาวสุดที่รัก

“คุณรามโทรมาน่ะ” ธีทัตหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นอยู่ในกระเป๋าออกมารับสาย

“ครับคุณราม ห้ะจะคลอดแล้วเหรอครับ ครับๆ ผมจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับ”

“คุณญาดาเจ็บท้องแล้ว คุณรามเลยพาไปสแตนบายที่โรงพยาบาลแล้วก็ให้พี่ช่วยแวะไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่บ้านให้หน่อยน่ะครับ”

ราเมศโทรมาบอกลูกน้องคนสนิทว่าเมียเจ็บท้องแล้วต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน แต่ตัวเองดันลืมหยิบกระเป๋าที่ญาดาจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยไปด้วย คิดอะไรไม่ออกเลยรีบโทรมาหาลูกน้อง

“งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ พี่รามคงร้อนใจแย่แล้ว” ชญาธรแตะข้อศอกธีทัตเบาๆ เขาเอื้อมมือมากุมมือของเธอไว้และจูงเดินไปด้วยกัน

ที่โรงพยาบาล ญาดายังอยู่ในห้องพิเศษ เธอแค่เจ็บท้องแต่ยังไม่ได้จะคลอดทันทีอย่างที่ราเมศบอก แต่เพราะคนเห่อลูกตื่นเต้นเกินก็เลยส่งสารผิดพลาดไปหน่อย ก่อนหน้านี้ทั้งพ่อแม่และเพื่อนสนิทของญาดา บอดี้การ์ดของราเมศก็เลยมาออกันอยู่เต็มห้องพิเศษเลยทีเดียว ดีที่ว่าราเมศขอให้ทุกคนกลับไปก่อนเพราะเมียของเขาจะได้พักผ่อน บรรดาแขกทั้งหลายจึงพากันกลับไปเหลือก็แต่พ่อแม่ของญาดาที่ขอตัวไปกินข้าว แล้วก็ชาลีและลูกน้องอีกไม่กี่คนที่ยังอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีสรัย เลขาฯ คนใหม่ของราเมศรวมอยู่ด้วย

วันนี้สรัยไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวสวยเช้งเหมือนทุกวัน แต่เพราะรูปร่างหน้าตาที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้เธอยังดูดีแม้ว่าจะสวมเดรสเรียบๆ และแต่งหน้าบางๆ ก็ตาม ซึ่งมันทำให้ชญาธรหงุดหงิดเพราะเธอเอาแต่จ้องธีทัตไม่หยุด

ด้านธีทัตก็มัวแต่ไปคุยโม้กับราเมศเรื่องที่ตัวเองควงชญาธรไปซื้อของมากำนัลหลาน ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าสตรีสองคนกำลังส่งสายตาพิฆาตใส่กันไปมาจนบรรยากาศชื่นมื่นที่เด็กน้อยจะลืมตาดูโลก แทบจะกลายเป็นสังเกวียนมวยอยู่แล้วและดูเหมือนว่าคนที่จะหาเรื่องกลับเป็นสรัยไม่ใช่ชญาธร เลขาฯ สาวตั้งใจข่มอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการเดินไปร่วมวงสนทนากับราเมศและธีทัตทางด้านนอก ชญาธรที่นั่งคุยอยู่กับญาดามองตามออกไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีนัก

“ชญาไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นใช่มั้ย” เสียงหวานๆ ของญาดาดังขึ้นพร้อมกับมือบางที่เอื้อมมาแตะที่หัวไหล่ของชญาธรเบาๆ

“พี่ญาดาดูออกหรอกคะ” เด็กสาวหันไปหาสาวท้องแก่ที่นอนยิ้มสวยอยู่บนเตียงคนป่วย

“ผู้หญิงด้วยกัน ทำไมพี่จะดูไม่ออกล่ะ” เธอบอกอย่างใจเย็นพลางลูบท้องของตัวเองไปด้วย

“คุณธีเขาไม่คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นหรอกนะ” ญาดาพูดในฐานะคนนอกที่มองดูธีทัตจากอีกมุมนึง ลึกๆ แล้วญาดาเองก็ชื่นชมธีทัตอยู่ไม่น้อย เขาก็เป็นเหมือนพี่ชายคนนึงของเธอ ที่ช่วยให้เธอกับราเมศมีครอบครัวที่อบอุ่นในวันนี้

“ชญาทราบค่ะ แต่มันก็อดระแวงไม่ได้” ชญาธรบอกเสียงเศร้า

“พี่เข้าใจ...ในฐานะคนที่มีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อนพี่อยากจะแชร์กับชญาอย่างนึง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่อยากให้ชญาเชื่อใจคนของตัวเองก่อนและมีอะไรก็ให้พูดกันเลยตรงๆ อย่ามีความลับต่อกัน”

“พี่ธีก็พูดแบบนี้เหมือนกันค่ะ ชญาก็พยายามจะไม่คิดมาก แต่พี่ญาดาดูผู้หญิงคนนั้นสิคะ เธอไม่แคร์เลยว่าชญาจะอยู่ในห้องนี้ด้วย”

“พี่คงไปบอกให้คุณรามไล่เขาออกไม่ได้ เรื่องงานของคุณรามพี่คงไปก้าวก่ายไม่ได้ คุณธีก็คงคิดเหมือนกัน เลยต้องปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ใกล้”

“ตอนที่เกิดเรื่องพี่ชิน พี่ญาดาทำยังไงถึงผ่านมันมาได้เหรอคะ” ชญาธรนึกไปถึงเหตุการณ์รักสามเศร้าของราเมศ ญาดาและชินดนัยพี่ชายแท้ๆ ของเธอ ตอนนั้นเรื่องราวใหญ่โตจนต้องออกมาแถลงข่าวกันและมันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ชินดนัยไม่กลับมาที่เมืองไทยอีกเลย

“จริงๆ แล้วพี่ก็ทำผิดกับคุณรามไว้เยอะนะ ตอนที่เกิดเรื่องคุณชิน พี่ทำให้คุณรามเสียใจมาก พี่คิดแต่ว่าตัวเองถูก พี่คิดว่าคุณรามงี่เง่า ขี้หวงเกินเหตุ พี่เรียกร้องให้เขาเข้าใจพี่ แต่พี่ไม่ยอมเข้าใจเขาเลย ตอนนั้นพี่ท้าให้เขาเลิกกับพี่ด้วย เป็นโชคดีของพี่ ที่คุณรามเขาอดทน...” ญาดาเล่าถึงเรื่องเก่าเพราะหวังว่ามันจะช่วยให้แง่คิดกับชญาธรที่กำลังเผชิญกับปัญหาความระแวงคนรักได้บ้าง

“จริงๆ แล้วชญาไม่ผิดหรอกนะที่จะระแวงน่ะ ก็เรารักคุณธีเขามากนี่เนอะ ไม่มีใครอยากเสียคนที่เรารักให้คนอื่นหรอก เหมือนกับที่คุณรามเขาระแวงพี่ในตอนนั้น พอมาย้อนคิดดู พี่ต่างหากล่ะที่งี่เง่า คุณรามเขาให้ใจพี่ขนาดนั้น ทั้งรัก

ทั้งเอาใจพี่ทุกอย่าง แต่พี่กลับไปทำอะไรลับหลังเขา ถึงพี่จะไม่ได้คิดอะไรกับคุณชินเลยก็เถอะ แต่พี่ก็ควรจะแคร์ความรู้สึกของคุณรามก่อนอะไรทั้งนั้น”

ญาดาเล่าไปก็น้ำตารื้น จนชญาธรต้องรีบปลอบเพราะกลัวว่าหากราเมศมาเห็นจะกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตอีก

“ตอนนั้นคนที่เอ่ยคำขอโทษควรจะเป็นพี่ ไม่ใช่คุณราม ผู้ชายดีๆ อย่างคุณรามไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย เขาไม่ควรเสียใจเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่พี่คิดได้จากเรื่องครั้งนั้นก็คือ พี่จะไม่มีความลับกับคุณรามอีก เขาให้พี่มาเยอะมากพี่ก็อยากจะทำให้เขาได้เป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุด ชญาก็เหมือนกันรู้มั้ย คุณธีเขารักชญามาก พี่เชื่อว่าชญาเป็นคนหนักแน่น แต่ถ้าเกิดวันนึง ทั้งสองคนมีปัญหากันขึ้นมาจริงๆ พี่ก็อยากให้ชญาฟังคนของเราก่อน ถ้าเจ็บใจ เสียใจหรือจะพูดจาทำร้ายจิตใจกันก็ให้นึกถึงคนของเราก่อน นึกถึงสิ่งดีๆ ที่เขาทำเพื่อเราแล้วค่อยๆ พูดคุยกันด้วยเหตุผล แล้วความรักมันจะช่วยแก้ไขทุกอย่างเอง พี่ก็คงแนะนำชญาได้เท่านี้แหละ” เธอบอกแล้วดึงมือของชญาธรมากุมเอาไว้ คนอายุน้อยกว่าพยักหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยชอบคุณจากใจ

“สองสาวคุยอะไรกันอยู่ครับ ญาดา...ร้องไห้ทำไม” ราเมศรีบปราดเข้ามาหาภรรยาทันที

“คุยให้ชญาฟังว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน แล้วมันซึ้งมากก็เลยเผลอร้องไห้ออกมาน่ะค่ะ” ญาดายิ้มบางๆ ให้สามี เขาจูบขมับเธออย่างแผ่วเบา

“คุณญาดานี่จิตใจอ่อนโยนมากเลยนะคะ” เสียงหวานแหลมของสรัยดังขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่กำลังจะอบอุ่น

“ขอบคุณที่อุตส่าห์มานะคะคุณสรัย” ญาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะตบท้ายด้วยประโยคที่ทำให้สรัยหน้าสั่นไปเล็กน้อย

“คุณรามสั่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณสรัยก็กลับไปพักผ่อนได้เลยนะคะ ตรงนี้ก็คงจะเหลือแต่คนในครอบครัวแล้วล่ะค่ะ”

“เออคือ...” สรัยไม่รู้จะพูดยังไงต่อ เธอหันไปหาราเมศ

“ขอบคุณนะครับคุณสรัย ยังไงพรุ่งนี้รบกวนเอาเอกสารมาให้ผมเซ็นที่นี่แล้วกันนะ” ราเมศพอจะจับความรู้สึกของญาดาได้จึงเป็นคนจัดการส่งแขกให้

“ค่ะคุณราม” สรัยเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้ทุกคนแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายเดินออกจากห้องไปอย่างผู้แพ้ในยกนี้

แม้ว่าเธอจะทำให้ชญาธรหึงธีทัตได้ สังเกตจากตอนที่เดินไปคุยกับธีทัตแล้วเด็กสาวมองตามไม่วางตา ดูก็รู้ว่าเด็กนั้นเกิดความระแวงในใจ คอยดูเถอะ เธอจะสร้างรอยร้าวไปเรื่อยๆ ถ้าทั้งคู่ทะเลาะกัน เธอนี่แหละจะเป็นคนเข้าไปปลอบใจธีทัตเอง ถึงแม้ว่าภรรยาของราเมศจะดูไม่ค่อยจะถูกชะตากับเธอนัก

แต่หล่อนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาไล่เธอออก ยกนี้แพ้เพราะโดนญาดาไล่ แต่ครั้งหน้าเธอจะไม่ยอมแยกตัวกลับไปก่อนแบบนี้แน่ๆ

TALK : สรัยจ๊ะ เธอประเมินน้องชญาต่ำไม่พอ เธอประเมินญาดาต่ำไปด้วยจ้ะ เธอไม่รู้เหรอว่าคุณรามเจ้านายเธอน่ะ เขาเป็นคนกลัวเมีย!!!

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย B@lly
ซาบซึ้งจัง
เมื่อ 3 สัปดาห์ 3 วันที่แล้ว

รีวิว