หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่64: น้ำตาเจ้าสาว แวววาวดั่งหยดแก้ว 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่64: น้ำตาเจ้าสาว แวววาวดั่งหยดแก้ว 100%

(ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย/ต๋าน่าหลันซือซือ: ก็หม่อมฉันชอบถ้วยนี้มากกว่า จะต้องมีปัญหาด้วยหรือเพคะ!)

บทที่64:น้ำตาเจ้าสาว แวววาวดั่งหยดแก้ว 100%

เนื่องด้วยจิ่นติ้งหวังสำแดงวิสัยทัศน์อันเยี่ยมยุทธ์จนเป็นที่ประจักษ์ออกมาเฉียงหลงหวงตี้ซึ่งนับวันราชกิจเอาแต่รุมเร้าโต๊ะทรงงาน บัดนี้จึงเกิดกระแสยินดีที่จะพระราชทานชุดเครื่องเขียนชั้นเลิศ และให้โอกาสบุตรชายแสดงความกตัญญูที่ปฐมจักรพรรดิเชิดชูว่าคือยอดคุณธรรมโดยใกล้ชิด

ไม่คาดสำหรับซาลาเปาน้อยทั้งสอง เพื่อมารดาอย่างไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยแล้ว แม้ทำสงครามกับฎีกาชวนปวดเศียรเวียนเกล้าหลายสิบหัวข้อ พวกเขาก็เผชิญหน้าอย่างแข็งขัน ดังนั้นฟู่หวงเช่นเฉียงหมินหลงจึงปรีดานัก ทั้งยังปรารภผ่านสายตากับเจ๋อกงกงว่าพลังกตัญญูของหมินจือช่างดุดัน ทำเอาขันทีเฒ่าสีหน้าพิพักพิพ่วน

หยา...เห็นเสี่ยวหวังจื่อถูกหวงช่างโปรดปรานแล้ว!

เขามีหรือจะวิพากษ์วิจารณ์ไหว!

กระทั่งล่วงถึงต้นยามเฉิน(21.00-23.00) น่าหลันซือซือค่อยรับพระราชานุญาตกลับไป๋ฮวากงพร้อมกับบุตรชายฝาแฝด พวกนางทั้งยังได้ยินพระบัญชากำชับเจ๋อกงกงคัดแรงงานฝีเท้าดีแบกเกี้ยวตำหนักดอกไม้ขาวไปด้วย ฉะนั้นแม้สมองถูกราชการบ้านเมืองเคี่ยวกรำจนอ่อนเพลีย เปาจื่อกลับฉะอ้อนมารดาอย่างร่าเริงตลอดทาง

เพราะท่วงท่าประหนึ่งฉลองชัยจนออกหน้า ทำให้สองเปายิ่งกิริยาน่ารักน่าฟัดเป็นทวีคูณ บรรดาผีสางต่างโอดครวญระงม ทั้งวนเวียนอิจฉาแต่น่าหลันซือซือที่มีกายเนื้อกอดหอมพวกเขา ส่วนพวกตนต้องล่องหนอยู่ร่วมภพ เสียดายที่พรสวรรค์ของมารดาไม่ถ่ายทอดสู่บุตร พอพ้นช่วงประสาทสัมผัสคาบเกี่ยวไปแล้ว ซาลาเปาน้อยจึงเลิกโต้ตอบดวงจิตบรรพชน

ข้าราชบริพารประจำตำหนักดอกไม้ขาวก็ดูจะดีใจ เมื่อพบว่านอกจากเสี่ยวหวังจื่อฝาแฝดโดยสารเกี้ยวกลับมาแล้ว ยังมีไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยผู้เฉิดโฉมอยู่ด้วย พวกเขาจึงเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงกว่าปกติ ไม่นานน่าหลันซือซือย่อมชดเชยเวลาที่หายไปกับบุตรชาย ยามหนุนหมอนนอนยังเป็นใบเดียวกัน

หลังจากชีกงปี้และเผิงกงปี้ดับแสงไฟแล้ว วิญญาณลู่กุ้ยเฟยค่อยเคลื่อนเข้าใกล้เตียง ฝูงผีที่ติดตามนางยังคล้ายใช้รัศมีพลังงานแกล้งแยงลูกตาคน ขณะเจ้านายปรายตาใส่เป้าหมาย

‘เห็นทีหวงหลงจะพึงพระทัยในตัวเสี่ยวเปามาก จึงไม่มีพระดำริแบ่งแยกพวกเจ้าสามคนแม่ลูกแล้ว ทั้งตรัสก่อนเข้าบรรทมกับเจ๋อกงกงว่า ไม่รู้เปาจื่อหายขวัญผวาเรื่องภูติผีหลอกหลอนหรือยัง สมควรหาทางพิจารณาพฤติกรรมของเขาหนหน้า ถ้าพบว่ายังฝังใจอยู่ ย่อมต้องเร่งให้กล้าหาญโดยไวที่สุด...’

น่าหลันซือซือผุดรอยยิ้ม ก่อนหลับตากอดสองเปา ทำทีว่าคืนนี้จะไม่เจรจากับลู่กุ้ยเฟยแล้ว วิญญาณสามพระชายาจึงล่าถอยออกไป นางค่อยลืมตาดูห้องนอนที่สลัวมืด ทั้งยังเงียบสงบ ในใจคิดอยากจะฝ่าอาญาประหารเก้าชั่วโคตร ลงมือดีดหัวจอมมังกรมารสักหน

เรื่องกลัวผีคราวกระโน้น เป็นซาลาเปาน้อยยอมชื่อเสียงด่างพร้อยเพื่อมารดา จะเรียกเป็นข้อบกพร่องที่ต้องกำจัดเชียวหรือ ที่จริงขอเพียงพวกเขาไม่มีบิดานิสัยเสียอย่างเฉียงหลงหวงตี้ เปาจื่อย่อมขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทานแล้ว!

ทว่าความร้ายกาจของเฉียงหวงตี้องค์ปัจจุบันนี้ กลับบรรยายไม่จบสิ้นโดยง่ายดาย ทั้งสามารถยืดเนื้อหา แล้วเล่าขานไปนานขั้นข้ามชาติภพยังไหว ระหว่างที่สามคนแม่ลูกกำลังหลงระเริงว่า จากนี้ไปคงได้ใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันเหมือนเก่า พวกนางกลับประสบบรรยากาศก้ำดีกึ่งร้าย

เนื่องด้วยต้ากงจู่ในเฉียงหลงหวงตี้และเจียงกุ้ยเฟยอย่างเฉียงมี่อวี่ ถูกกำหนดวันอภิเษกสมรสกับรัชทายาทเจ้าแคว้นใต้เอาไว้แน่นอนแล้ว เฉียงหมินหลงสามารถคาดการณ์โดยรอบคอบ ต๋าน่าหลันซือซืออาจจำต้องหารือพร้อมพระชายาสกุลเจียง เห็นทีจะคือหนึ่งในเหตุผลประการหลักที่เขาปล่อยสองเปาพาตัวคนกลับไป๋ฮวากง นับว่าอาศัยวิธีกำจัดตอสะพานเช่นหวงกุ้ยเฟยคนโปรด ทำให้เจียงเลี่ยงซูอดอ้างนางมาขอเข้าเฝ้าถึงเทียนหลงกง ช่าง...ช่างรับมือด้วยยากยิ่งนัก!

ส่วนเจียงกุ้ยเฟยภายหลังนี้มาค่อนข้างเอาอกเอาใจซาลาเปาน้อย ทว่าเทียบกับที่นางปฏิบัติต่อหวงกุ้ยเฟยสกุลต๋าแล้ว อนุมานได้ว่าจริงใจโปร่งใสกว่าหลายส่วน น่าหลันซือซือย่อมลงแรงให้เฉียงมี่อวี่กงจู่แต่งออกไปต่างแดนอย่างราบรื่น นางจำต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ประกอบกับร่ำลือกันหนาหูว่า เจียงหวงไท่โฮ่วตั้งพระทัยจะเสด็จกลับจากพระอารามหลวงโดยเฉพาะ

เสี่ยวเปาเลยกลายเป็นว่าเล่าเรียนเสร็จ ก็มักพบเจียงกุ้ยเฟยอยู่ร่วมสำรับเย็นด้วยกัน นอกจากนั้นพวกเขายังเข้านอนก่อนมารดาที่จุดไฟนั่งหัวคิ้วยับยุ่งอ่านรายงาน ชีรันนึกเห็นใจนายหญิงอย่างมาก ช่วงเช้าน่าหลันซือซือต้องตื่นไปเทียนเฟิ่งหวงกง รับคำทักทายจากบรรดาสตรีที่ลับลิ้นลมเป็นคมมีด แทนที่จะกลับไป๋ฮวากงแล้วผ่อนคลายเส้นสาย เจียงเลี่ยงซูผู้นี้กลับเกาะติดไป๋เฟินเหนียงเหนียงมาอีก

พระชายาสกุลเจียงไม่นิยมประหยัดถ้อยคำ ทั้งชื่นชอบจะเจรจาอ่อนหวานเกี่ยวกับอดีตต้ากงจู่กับหวงไท่โฮ่ว กระทั่งคนไหวพริบเชื่องช้าเช่นนางยังสะดุดใจ ไป๋เฟินเหนียงเหนียงคงรับรู้จนกลัดกลุ้มอยู่แน่ ทว่าเรื่องเล่าของเจียงกุ้ยเฟยนั้น สำหรับน่าหลันซือซือแล้ว มีไว้ฟังบันเทิงครึ่งหนึ่งบรรจุหัวครึ่งหนึ่ง แม้ระหว่างยิ้มแย้มจีบปากพูด เจียงเลี่ยงซูลอบลักเคล็ดปรุงแต่งเครื่องหวานในครัวของนางไปบ้าง หญิงสาวยังพาซื่อช่วยเหลือหลายสูตร ไม่เพียงเพราะข้างหลังเจียงกุ้ยเฟยแลไปเจอพระบารมีหวงไท่โฮ่ว กลับมีเหตุที่นางต้องก่อบาปกรรมอยู่ด้วย

เมื่อเจียนจะถึงกำหนดงานส่งตัวเจ้าสาวไปอภิเษกสมรสยังต่างแคว้น เจียงซูหยูก็เสด็จกลับพระราชวังฉางอันด้วยเค้าหน้าสุขสงบขึ้น จักรพรรดิหนุ่มผู้มีราชกิจรัดกายยังทรงต้อนรับขบวนพระมารดาถึงประตูชั้นกลาง ยิ่งสังเกตว่าท่วงท่าหวงไท่โฮ่วดูบรรเทากระแสโศกศัลย์ลงไปมาก เขาย่อมวางใจให้ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย เจียงกุ้ยเฟยและสตรีฝ่ายในนำทางพระนางกลับตำหนักกระเรียนสวรรค์ ส่วนตนเร่งรีบกลับเทียนหลงกงเพื่อสะสางกองฎีกา ปล่อยให้เหล่าโฉมสะคราญจมดิ่งสู่ความผิดหวังขั้นสุด

กระทั่งที่เฉียงหมินหลงทรงลั่นวาจาไว้ ระยะไว้ทุกข์จะไม่เสด็จเข้าฝ่ายในนั้น พวกนางต่างตั้งคำถามที่แสนขมอก เนื่องจากไร้ราชโองการกำหนดระยะเวลาแน่นอนออกมา ก็ไม่เท่ากับว่าทุกคนอาจต้องรอจนสิ้นชีพเสียก่อนหรือ!

ฉะนั้นยามฝูงสาวงามที่กำลังเปล่าเปลี่ยวใจ พบว่าอย่างน้อยพวกตนมีโอกาสเข้าร่วมงานที่จัดขึ้นเพื่อเจ้าสาวอย่างองค์หญิงเฉียงมี่อวี่ ต่อให้ริษยาสกุลเจียงที่ได้หน้าตาจากหวงไท่โฮ่ว กลับปราศจากท่าทีจะก่อเหตุป่วนวังหลัง เพราะทราบมาว่ากระทั่งหวงช่างยังจะเสด็จมาด้วย บัดดลบรรยากาศอึมครึมภายในพระราชอุทยานจักรพรรดิ จึงฟื้นฟูพลังชีวิตภายในพริบตา

ขอเพียงพวกนางมีโอกาสเผยโฉมให้หวงช่างทัศนา ขอเพียงได้ตรัสเจรจาสักคำสองคำ ขอเพียงสามารถแก่งแย่งอภิสิทธิ์จากไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย เพื่อได้ปรนนิบัติสวามีถึงเทียนหลงกงสักหนบ้าง ย่อมต้องมีประโยชน์กว่าอยู่แล้ว!

ความเคลื่อนไหวของวังหลังย่อมคึกคักขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันครอบครัวขุนนางที่รับเทียบเชิญจากเจียงหวงไท่โฮ่ว พวกเขาล้วนกระตือรือร้นคัดสรรบุตรหลานผู้มีรูปโฉมกับมารยาทสะดุดตา ทั้งจัดการให้สบช่องทางแสดงชื่อเสียงเบื้องหน้าโอรสสวรรค์

คราวบุตรชายมีคุณสมบัติยืนหัวเต่ามังกร(ผู้สอบได้ตำแหน่งจอหงวนหรืออันดับหนึ่งของแผ่นดินจะได้รับเอกสิทธิ์เข้าเฝ้าจักรพรรดิตรงรูปหล่อเต่ามังกรหน้าท้องพระโรง)หรือครบวาระเลือกสรรพระชายานางในเข้าวังหลวง หวงช่างอาจทรงพอจดจำชื่อแซ่ กระทั่งหน้าตาอันโดดเด่นของอนุชนในตระกูลพวกเขาได้ แล้วพระราชทานความเมตตาให้เล็กน้อย โดยอย่างยิ่งครั้งล่าสุดที่จัดพระราชพิธีคัดเลือกฝ่ายในคือรัชศกหมิงหลงปีที่แปด บัดนี้รัชศกหมิงหลงปีที่สิบเอ็ดแล้ว ขาดเหลือแค่สองปีเท่านั้น ทำให้ลูกหลานที่ออกงานวันนี้ด้วยวัยแรกรุ่น วันข้างหน้าคงเบ่งบานตระการตาพอดี

ส่วนโฉมงามคนใดผลิกลีบสดสวยอยู่แล้ว ยามนั้นอายุอาจจะถือว่ามากเกินไปสักหน่อย หากพวกนางสร้างเหตุประทับพระทัยให้หวงช่างที่นี่ไม่สำเร็จ ก็พอพึ่งพาอำนาจสายสกุลภายหลังได้ เพราะตำแหน่งสี่พระชายาว่างเว้นถึงสองตำหนัก ซ้ำหวงช่างตรัสประกาศระยะไว้ทุกข์จะไม่เข้าฝ่ายในอีก

พวกเขาล้วนประสานจิตภาวนา ตราบเท่าที่หวงช่างไม่ทรงเลื่อนขั้นใครขึ้นมาเสียก่อน เทพเซียนบนสวรรค์โปรดปกปักอย่าให้นางจิ้งจอกบรรณาการตัวไหนปรากฏกายล่อลวงพระเนตรพระกรรณ จนบันดาลทางวิบากแก่ลูกหลานพวกตน

น่าหลันซือซือย่อมตระหนักความสำคัญและแรงคาดหวังจากหลายฝ่าย นางจึงสบายใจได้เรื่องหนึ่ง คงไม่มีใครคิดจะล่มงานนี้แน่นอน ด้วยต่างเห็นพ้องจะช่วงชิงกระแสโปรดปรานจากจอมมังกรมารท่านนั้นอยู่ ช่างไม่เกรงกลัวจะถูกตบหัวเล่นแก้หน่ายอย่างตนบ้างเลย

บรรดาผีวังหลวงย่อมครื้นเครงไปด้วย หลังจากข่าวสารจากหลายแหล่งหลั่งไหลมาให้พวกเขาผลัดกระซิบข้างหูนางกับวิญญาณสามพระชายา คนมีพรสวรรค์ต้องสาปก็เลยบริหารโลกคนสลับโลกวิญญาณกระทั่งอลหม่านไปหมด

ระหว่างนี้เฉียงมี่อวี่กงจู่ผู้มากวาสนาและจงชังหวงกุ้ยเฟยอย่างนางมากใกล้เคียงกัน กลับประพฤติตนอยู่ในกรอบดีเป็นพิเศษ ท่ามกลางสายตาฝูงวิญญาณที่จ้องเขม็งทุกฝีก้าว เห็นทีที่ตำหนักของต้ากงจู่คงอากาศเย็นสบายดี เหมือนเวลาพวกเขามาเยือนนางอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเชียว

สาวงามดับเปลวไฟ ก่อนจะล้มตัวลงนอนหลับตา นางต้องสะสมความสดชื่นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อตื่นขึ้นในวันพรุ่งที่อาจมีอะไรพลิกแพลงหรือไม่มีกันแน่!

--ต่อค่ะ--(ถ้าคืนนี้แพนด้าพิมพ์จบบททัน ก็จะมาปิดตอนให้นะคะ แต่ถ้าทำเสร็จแต่สมองมึนๆ ก็ขอยกยอดเป็นพรุ่งนี้แทนน้า สรุปว่าปิดตอนแล้วนะคะ 5555 แค่พอขำๆ ค่ะ น้องไม่ใช่สายร้ายเท่าไหร่)

บรรยากาศภายในเทียนโส้วกงขับเคลื่อนก่อนฟ้าสางกลุ่มข้าหลวงที่เกี่ยวข้องต่างตื่นขึ้นปฏิบัติงานโดยคึกคัก ครั้นได้เวลาแสงทองสาดส่องชัดเจนสักหน่อย ค่อยปรากฏคนของตำหนักอื่นที่พระอัครชายาสกุลหวงและพระชายาสกุลเจียงมอบหมายตัวมาช่วยเหลือ

ระยะนี้ย่างเข้าอาณาเขตปักษ์ฝนฟ้าคะนองที่เรียกกันว่าจิงเจ๋อแล้ว อีกไม่นานยังจะถึงวันประสูติของจิ่นติ้งหวังกับจิ่นลี่หวัง ดังนั้นงานมงคลสำหรับตำหนักหวงไท่โฮ่วคล้ายโปรยปรายไม่ขาดสายตามไปด้วย ระหว่างใช้พรสวรรค์อยู่ในอีกโลกหนึ่ง น่าหลันซือซือสามารถเขียนผังดวงชะตาผู้คนขึ้นมาได้ แต่กลับปราศจากวิชาทำนายดินฟ้าอากาศเหมือนดวงจิตบรรพชน จึงพึ่งพาผีคัดเลือกฤกษ์ดีที่สุดในรายงานออกมาจนสมประสงค์

ตั้งแต่พระอาทิตย์เผยรัศมีทองคำแต้มขอบสวรรค์ เมฆดำที่ตั้งเค้าล้อมรอบเมืองหลวงมาสองสามวันจึงสลายทัพไปหลายตำแหน่ง ทำให้ทัศนวิสัยทุกหนแห่งแลโปร่งใส ทั้งสายลมยังเย็นสดชื่นเป็นพิเศษ เสียงแมลงกลางคืนที่ตื่นจำศีลมาพร้อมสายฝนล้วนหลับใหล กลายเป็นความเคลื่อนไหวคนที่จอแจขึ้นมา

เจ้าตำหนักอย่างเจียงซูหยูถูกเจียงกุ้ยเฟยประคองเข้าประทับพระที่นั่งแล้ว ทุกคนต่างสำรวมกิริยากันประจำตำแหน่งตน น่าหลันซือซือนั่งอยู่ข้างหนึ่งของบัลลังก์หวงหลงที่ยังไร้เงาเฉียงหมินหลง ขณะที่เจียงเลี่ยงซูต้องเคียงข้างพระมารดาจักรพรรดิ

เฉียงมี่อวี่มองโฉมสะคราญผู้ลือนามว่าเลิศล้ำที่สุดในวังหลวงอย่างพิจารณา นางอาจเคยพบอีกฝ่ายโดยใกล้ชิดหนหนึ่ง แต่คราวนั้นดูแคลนจนหมางเมินไปแล้ว บัดนี้กลับต้องกล้ำกลืนความจริงที่ว่า พยายามเปรียบเทียบกับไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยอย่างไร มารดาของตนยังดูเปล่งประกายอ่อนด้อยกว่าหลายชั้น ด้วยเหตุผลเดียวกัน เฉียงหลงหวงตี้จะทรงรำลึกอยู่ไหวหรือว่าเจียงกุ้ยเฟยเคยผจญทุกข์สุขกันมาแต่ตงกง หาใช่หูเฟยจากนอกด่านเยี่ยงต๋าน่าหลันซือซือ

เนื่องจากความรู้สึกของหมู่ชนดั่งห้อมล้อมด้วยมงคลยี่สิบแปดประการ(สัญลักษณ์แทนพลังด้านดีงามตามความเชื่อ ประกอบด้วย พระสังกัจจายน์ ตรีเทพฮก-ลก-ซิ่ว เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าแห่งโชคลาภไช่ซิ้งเอี๊ย ฯลฯ)แม้ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยกับเจียงกุ้ยเฟยละเว้นสีแดงสดประดับแต่งตำหนักหวงไท่โฮ่ว พวกนางเลือกสีเขียวอมน้ำเงินหรือสีชิงที่มีพลังธาตุไม้ อันได้มาจากการกำเนิดใหม่ของพืชพรรณทุกฤดูใบไม้ผลิ ทางหนึ่งละม้ายสีใบไผ่ซึ่งเป็นไม้มงคลแต่โบราณ จึงสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ทั้งย้ำส่งเสริมให้เจ้าของสถานที่มีอายุยืนยาว และเพิ่มพลังสมานฉันท์ภายในสายสกุลนอกจากนี้มีผืนผ้าถักด้ายทองประณีต ราวกับสัญลักษณ์สูงส่งที่ร่ำรวยวาสนา บันดาลให้เทียนโส้วกงผ่องแผ้วจากสิ่งอัปมงคล

บรรดาแขกเหรื่อประจักษ์ชัดนานแล้ว ว่าเจียงหวงไท่โฮ่วพระองค์นี้เมตตาต้ากงจู่อย่างเฉียงมี่อวี่มาก แม้ยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยถึงจิ่นคงหวงไท่จื่อ พระนางก็เปลี่ยนเครื่องทรงมีสีสันหนึ่งวัน ดังนั้นหากการข่าวของฟูเหรินในใต้เท้าทั้งหลายไม่แม่นยำจริง การที่พวกนางแต่งสีจืดชืดร่วมงาน อาจถูกเพ่งเล็งได้ว่าไม่เต็มใจสนับสนุนองค์หญิงใหญ่เข้าพิธีอภิเษกสมรสที่ต่างแคว้นโดยราบรื่น

เหล่าครอบครัวข้าราชการจึงทำตัวกลมกลืนกับหวงไท่โฮ่ว พวกนางส่วนใหญ่จะเป็นภรรยาเอกที่พาเด็กสาวในตระกูลมา แต่ละคนจึงวัยค่อนข้างใกล้เคียงกัน มีที่รูปโฉมโนมพรรณพริ้มเพราบ้าง มีที่ท่วงท่ามารยาทสง่างามบ้าง มีที่แนวคิดเฉลียวฉลาดบ้าง จึงบังเกิดกระแสสรวลเสเบาๆ ประหนึ่งฝูงนกขมิ้นชุมนุมอยู่แน่นตำหนัก

ขณะที่เป้าหมายที่พวกนางต้องการดึงดูดความสนใจอย่างเฉียงหมินหลง กลับส่งคนแจ้งเนิ่นๆ แล้วว่าต้องเสร็จราชกิจที่เทียนกวานเตี้ยนก่อนจึงจะเสด็จมา หลายคนย่อมทักทายกันตามที่รู้จัก ทั้งทยอยถวายของกำนัลแด่ต้ากงจู่ ทำให้เจียงกุ้ยเฟยกลายเป็นศูนย์กลางมากกว่าไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ซึ่งธรรมเนียมประจบเอาใจทำนองนี้ น่าหลันซือซือหาได้ถือสาใคร เพราะวันเกิดเจ้าสองเปา คนกลุ่มเดียวกันก็เคยยกย่องตนจนชัดเจนมาแล้ว

ประกอบกับต่อพระพักตร์เจียงซูหยูที่จัดงานให้เฉียงมี่อวี่กงจู่ หน้าไหนจะกล้าโน้มนางให้ล้ำทางพระชายาสกุลเจียง ย่อมเป็นเหตุผลเข้าใจได้ง่ายสุด!

ยามอู่(11.00-13.00)ค่อยได้ยินเสียงประกาศพระราชอำนาจอันยืนยงของจักรพรรดิมังกร ท่วงทำนองที่บรรเลงอยู่สงัดเงียบฉับพลัน คณะการแสดงที่ค้างท่ากลางเวทีต่างเคลื่อนย้ายจนพ้นบริเวณ จากนั้นจึงเป็นการถวายพระพรที่ดังกระหึ่มแทนที่ น่าหลันซือซืออาศัยที่นั่งสูงกว่าธรรมดา ย่อมเห็นกิริยาคล้ายคลั่งไคล้จากผู้คน ขณะเฉียงหลงหวงตี้สำแดงพลานุภาพเหนือปุถุชนออกมา

เขาสวมฉลองพระองค์หวงหลงบนพื้นดำปักดิ้นทอง ขับบรรยากาศกดดันใกล้เคียงอำนาจศักดิ์สิทธิ์กว่าปกติ นับว่ามาพร้อมแรงกระชากจิตวิญญาณสาวน้อยสาวใหญ่จนหลุดร่าง ไม่เพียงเปิดเผยโฉมหน้าหล่อเหลาเกินสามัญ ยังจะมีรูปร่างกร้าวแกร่งสมกับอดีตจอมทัพของแคว้น ขอแค่เขาผ่อนกระแสดุดัน แล้วแต่งประกายรอยยิ้มเล็กๆ ที่เรียวปาก เห็นทีจะกลายเป็นที่เอ็ดอึงขึ้นมาทันใด

ด้วยคุณสมบัติที่ยากจะหาใครเทียบเท่า ฉะนั้นเมื่อจักรพรรดิท่วงท่าโดดเด่นเช่นนี้ ครั้นอิงแอบกับพระชายานางสนมเป็นการเฉพาะคนแล้ว แสดงกิริยาที่แตกต่างจากปกติ ย่อมล่อลวงมวลบุปผชาติติดเบ็ดดอกท้อของเขาง่ายดาย พวกนางหลายคนจึงประหนึ่งนัดหมายทอดสายตาละห้อยหาสวามี

เฉียงหมินหลงส่งสัญญาณมืออนุญาตให้ทุกคนตามสบาย ก่อนประทับในตำแหน่งสูงสุด เนื่องด้วยงานนี้ขาดหวังหวงโฮ่วเคียงคู่พระบารมี ด้านซ้ายมือจึงเป็นพระมารดา เจียงซูหยู ด้านขวามือค่อยเป็นไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย นัยน์ตาเฉียบคมปรายหาพระอัครชายาสกุลต๋าเพียงนิด

ไม่เห็นเงานางภายในเทียนหลงกงสักหน่อย ตัวเขากลับสัมผัสเจตนาแรงกล้าที่เอาแต่ใจตนประการหนึ่ง อยากจะจูงคนที่ห่างแค่เอื้อมถึงกลับไปพร้อมกันเสียบัดนี้ ส่วนเจ้าซาลาเปา ถ้าต้องการตามมาก่อสงครามเพื่อทวงคืนมารดา ย่อมสมควรเปิดเส้นทางสะดวกกว่าเดิม จะได้ดึงมาช่วยสะสางกองฎีกาเร็วขึ้น อนาคตของเขาคงสงบสุขผิดธรรมดาเทียว

โอรสสวรรค์ดึงสายตาลึกล้ำกลับมาที่สภาพผู้คนเบื้องหน้า จับนัยน์ตาสุกสกาวหลายคู่ที่พยายามแจกเสน่ห์เฉพาะตน มีทั้งลอบมองตรงแล้วม้วนหน้าขัดเขิน หรือชำเลืองครึ่งหลบเลี่ยงครึ่ง แต่อย่างไรกลับสร้างบรรยากาศคล้ายคลึงกันไปหมด จนเขาลอบติติงว่า แค่เรียกร้องจุดสนใจก็ยังขาดแคลนลักษณะสร้างสรรค์ นิสัยน่าจะจืดชืดพาแหนงหน่ายแน่นอน

เฉียงหลงหวงตี้จึงเอียงหน้าพอเห็นเสี้ยวเรือนร่างสะดุดตาของคนข้างกาย น่าหลันซือซือที่คุ้นเคยกับท่วงท่านี้ ย่อมมอบรอยยิ้มอ่อนหวานถวายตามมารยาท แต่แววตาสีอำพันแวววาวกลับไร้ร่องรอยยินดียินร้าย ทำให้แลเป็นสิ่งที่นอกคอกเช่นเชื้อสายแต่กำเนิดของนางขึ้นมาทันใด

ไม่ว่าไป๋ฮวาเฟยจะเจตนาจับบทบาทอยู่หรือไม่ มันก็กระตุ้นสัญชาตญาณเขาจนคอแห้งบ้างแล้ว!

ชายหนุ่มคว้ามือขาวสะอ้านมากอบกุมกระชับ พลางทอดสายตาคะนึงหาโดยเปิดเผยแวบหนึ่ง ทว่าทีท่าโปรดปรานขั้นสุดของเขากลับฟาดกระทบดวงใจเท่ากำปั้นน้อยๆ ของสาวๆ จนรวดร้าวเกินทนขึ้นมา แววตาหลากคู่จึงผนึกกำลังกัน แล้วหาทางสูบเลือดกินเนื้อไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยอย่างโหยหิว!

“ทูลฟู่หวง...”

เสียงเรียกแผ่วเบาทว่ากลับสอดจังหวะการจะเจรจากับภรรยาโฉมงาม เฉียงหมินหลงย่อมหันหาผู้ขานฐานะตนเองฉับไว เฉียงมี่อวี่กงจู่เก็บงำอารมณ์ตื่นกลัวราศีเหนือคนจากบิดา แต่แรกที่นางจดจำใบหน้าต่างๆ ได้ เขายังคงเป็นบุรุษกายสูงใหญ่ กิริยาเดินเหินปลดปล่อยกลิ่นอายดุดัน นัยน์ตาที่มองบุตรน้อยอย่างพวกนางมักจะน่ากลัวประหลาด เวลาเข้าเฝ้าหนใด ต้ากงจู่มักมือไม้สั่นเล็กน้อย นางสามารถหยิ่งยโสหรือเจ้าอารมณ์จนข้าราชบริพารยำเกรง แต่ต่อหน้าจักรพรรดิผู้ให้กำเนิดแล้ว เด็กสาวกลับขยับปากน้อยคำเสมอ

เมื่อหลบตาพระบิดาแล้ว เด็กสาวผู้เฉิดฉายค่อยลำดับวาจาสมดังใจออกมาสำเร็จ

“ทูลฟู่หวง...เอ๋อเฉิน เฉียงมี่อวี่ใกล้จะออกเดินทางไกลแล้ว หลังจากนี้คงไม่สามารถแสดงความกตัญญูอย่างใกล้ชิดได้ ดังนั้นเอ๋อเฉิน...จึงจะสำรวมจิตใจให้มั่นคงที่นั่นเพคะ”

โอรสสวรรค์ย่อมตระหนักเนื้อหา คำว่าจะสำรวมจิตใจให้มั่นคงที่นั่น ก็เหมือนถวายสัตย์สาบานว่า นางจะกระชับสายสัมพันธ์สองแคว้นให้มั่นคง เพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดา สำหรับเฉียงหมินหลงจึงอารมณ์แจ่มใสมากพอส่งยิ้มมุมปากได้

“เห็นเจ้าเติบโตด้วยปัญญาแจ่มกระจ่างแล้ว เจิ้นก็อวยพรให้ภายภาคหน้าสดใสดั่งแสงตะวัน จงจดจำไว้ว่าเจ้ายังคือต้ากงจู่แห่งจิ้น แม้ใช้ชีวิตห่างไกล ทว่าสายสกุลเฉียงก็ยังจะอยู่ที่นี่”

สาวน้อยซาบซึ้งจนน้ำตาซึม ขณะที่เจียงเลี่ยงซูยกผ้าเช็ดหน้าซับหางตาตนทีละข้าง เมื่อสักครู่หวงช่างเพิ่งตรัสโดยนัยว่าจะทรงเป็นเบื้องหลังแก่บุตรสาวอยู่ด้านนี้ ถ้าเกิดเหตุการณ์เกินความสามารถ ก็อนุญาตให้เฉียงมี่อวี่รักษาชีวิตของนางเอาไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องดึงดันกระทั่งฝังร่างเสียห่างไกลบรรพชน นี่จึงนับเป็นพระเมตตาอันหาที่เปรียบไม่ได้อย่างหนึ่ง และเชื้อพระวงศ์หญิงอย่างต้ากงจู่คงไม่ปรารถนาของกำนัลใดเกินคำสัญญานี้

เฉียงมี่อวี่จึงยอบกายขอบพระทัยอย่างปรีดา ขณะเดียวกันก็มีนางกำนัลใกล้ชิดของนางคนหนึ่งอัญเชิญชุดชามาเบื้องหน้าพระพักตร์ หลังจากองค์หญิงทรงชงชาด้วยพระหัตถ์เสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยช่วยประคองถาดที่วางถ้วยชาสำหรับอำลาผู้ใหญ่ทั้งสี่อย่างเจียงหวงไท่โฮ่ว เฉียงหลงหวงตี้ ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยและเจียงกุ้ยเฟย

“ทูลหวงช่าง หวงไท่โฮ่ว ไป๋เฟินเหนียงเหนียง และเจียงหนียงเหนียง วันนี้โปรดเมตตามี่อวี่ด้วยเพคะ”

เมื่อบุตรหลานในครอบครัวกล่าวดังนั้น พวกเขาย่อมเต็มใจรับไมตรีเอาไว้ เด็กสาวจึงหันมารับถาดชาจากนางกำนัล ชั่วขณะที่สบตากัน คนสนิทกลับผงกศีรษะให้กงจู่สาวน้อยเล็กน้อย ท่วงท่าไร้รอยพิรุธให้สืบสาว แต่กลับไม่พ้นแนวสายตาสอดส่องของฝูงผีวังหลวง

ต้ากงจู่ถวายถ้วยแรกให้เจียงซูหยูที่นับเป็นผู้เฒ่า พระนางรับไว้แล้วเรียกผู่กูกูมามอบชุดของกำนัลแก่หลานสาวคนโต เป็นเครื่องประดับไข่มุกสายรุ้งที่มูลค่าเกินประมาณไหวหนึ่งชุด หากเฉียงมี่อวี่สวมใส่ย่อมเฉิดฉายคู่ควรตำแหน่งไท่จื่อเฟย ซึ่งนางจะได้โบยบินเป็นหวังโฮ่วเหนือแผ่นฟ้าแดนใต้ต่อไป

เฉียงหมินหลงรับถ้วยชา แล้วยังมอบราชองครักษ์ฝีมือดีนับสิบคนเพิ่มเติม เป็นการมอบทางรอดในต่างถิ่นที่แรกเริ่มอาจขลุกขลักบ้าง พวกเขาเหล่านี้ก็จะปกป้องความปลอดภัยของนางได้

ส่วนน่าหลันซือซือ นางยกหน้าที่มอบสาวใช้หรือที่ปรึกษาแก่เจียงกุ้ยเฟยแล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญคือเฉียงมี่อวี่เกลียดชังน้ำหน้าตนขนาดนี้ ย่อมไม่กรุณาคนของนางในอนาคตแน่นอน ถือว่าไม่ยุติธรรมต่อทรัพยากรบุคคลชั้นดีที่อาจถูกทอดทิ้งอยู่ต่างถิ่น หญิงสาวเลยเตรียมสิ่งของพอจะไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงไป๋ฮวากงเช่นชุดยาหายาก โดยทุ่มเทปรึกษากับหลางไต้ฟูอย่างรอบคอบมาก่อน ทั้งรบกวนให้เขาผนึกสัญลักษณ์เฉพาะตัวกำกับ

ต่อให้เฉียงมี่อวี่กงจู่จะไม่ยินดีรับของ แต่ขวดยาเหล่านี้กลับมีสรรพคุณปกป้องชีวิตคนได้ และยังมาจากจอมแพทย์หลวงอย่างหลางซื่อ นางย่อมไม่กล้าทิ้งขว้าง เพราะเขานับเป็นคนของเจียงหวงไท่โฮ่ว ย่อมต้องไม่รับอามิสสินจ้างจากไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย แล้วจัดพิษให้โทษแก่พวกตนเป็นแน่ ทุกคนล้วนพอใจคุณค่าของกำนัลจากไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยที่พอเหมาะพอควรดี

แต่พวกเขากลับต้องตกตะลึงพรึงเพริด ตามมาด้วยอาการขนหลังคอตั้งชันพร้อมกันกะทันหัน เมื่อพระอัครชายาชาวนอกด่านผู้รู้คิดท่านนี้ อยู่ดีๆ กลับคล้ายไม่รู้จักลำดับถ้วยชาที่ถูกต้องบนถาดของต้ากงจู่ ไปฉวยเอาของเจียงกุ้ยเฟยมาดื่มเสียเกลี้ยงเกลา!

เจียงเลี่ยงซูใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ เพราะนางคิดจะสะกิดต๋าน่าหลันซือซือกลับล่าช้าเกินแก้ไข แต่บังเอิญท่าทีสองคนแม่ลูกสกุลเจียงกลับปรากฏโดยคล้ายคลึงกัน แม้ภายในพวกนางคิดแตกต่างอยู่มากก็ตาม คนนอกเลยคาดไปคะเนมาจึงเห็นพ้องไปว่า ทั้งเจียงกุ้ยเฟยทั้งต้ากงจู่ล้วนตกใจกิริยาหยาบคายของหวงกุ้ยเฟย พวกเขาย่อมอดทนให้จบงานจนปากสั่นระริกแล้ว

ยามสถานการณ์ดำเนินมาเจียงเลี่ยงซูรับถ้วยชาที่เหลือ นางยังลูบหัวอวยพรพร้อมมอบคนให้บุตรสาวก่อน ทำให้เฉียงมี่อวี่นัยน์ตาแดงก่ำราวกับกระต่าย เห็นได้ชัดว่าอาลัยรักมารดาอย่างสุดซึ้ง จนพระชายาเจียงต้องปลอบโยนหลายประโยค ขณะเดียวกันกลุ่มกงกง กูกู และกงปี้ที่มีความสามารถปรากฏตัวเบื้องหน้ากงจู่สาวน้อย

ถึงขั้นนี้แล้วเฉียงมี่อวี่กลับปล่อยเสียงร่ำไห้ออกมา ทำให้ผู้คนซับหัวตากันเป็นทิวแถว ละมือจากเรื่องที่หวงกุ้ยเฟยปฏิบัติผิดพลาดไปชั่วคราว น่าหลันซือซือค่อยสบทางก้มหน้าซ่อนยิ้มซุกซนประหลาด ก่อนจะรีบลบจากมุมปาก ด้วยสัญชาตญาณรับสายตาตำหนิจากด้านข้างได้ หญิงสาวสบตาจักรพรรดิปริบๆ ราวกับส่งเสียงถาม นางเสียมารยาทมากเชียวหรือ แค่บริสุทธิ์ใจชอบชาถ้วยนั้นมากกว่า ก็ทั้งหมดอยู่บนถาดเดียวกัน เท่ากับไม่มีอะไรพิเศษไปกว่ากันนี่นา

เฉียงหมินหลงถอนหายใจหนัก ก่อนปล่อยเลยตามเลย กระทั่งหลายฝ่ายเริ่มลงมือรับประทานอาหารกลางวันอย่างผ่อนคลาย แต่มีเพียงองค์หญิงใหญ่ที่คอยมองมารดาของนางบ่อยๆ หากคนจะสังเกตโดยละเอียด ย่อมจับได้ว่าเจียงเลี่ยงซูแรกเริ่มยังยิ้มแย้ม บัดนี้คล้ายปรากฏเค้าวุ่นวายใจบางประการ จนต้องกระสับกระส่ายกระซิบกับนางกำนัลคนสนิท ก่อนสีหน้าฝืนยิ้มแย้มอยู่ทั้งคู่ เฉียงมี่อวี่ชักขอบตาแสบร้อน กลางอุระค่อยๆ ร่อนสลายเป็นเถ้าทีละชุ่น

หลังจากนั้นระยะใหญ่เจียงกุ้ยเฟยค่อยผุดลุกกะทันหัน ก่อนนางจะทูลขออภัยทั้งหวงช่าง หวงไท่โฮ่วและหวงกุ้ยเฟย โดยกล่าวว่าน่าจะโศกเศร้าที่ต้องอำลาบุตรสาว จึงขอพระเมตตากลับตำหนักไปพักผ่อนสักครู่ก่อน ท่วงท่าประกอบคำพูดของพระชายาดูจริงใจอย่างมาก เหมือนนางกำลังขอปลีกตัวไปร่ำไห้เพียงลำพัง จังหวะนั้นเครื่องดนตรีจึงพร้อมใจเงียบเสียงลง ทุกคนย่อมได้ยินเฉียงหมินหลงตรัสอนุญาต

แต่เจียงกุ้ยเฟยกลับเดินหดหู่ไปไม่กี่ก้าว ก็เกิดเสียงประทัดเล็ก ทว่าชุดยาวพอสมควรดังขึ้นมา สีหน้าคนรอบข้างนางแลจะกระอักกระอ่วนฉับพลัน เท่ากับเร่งฝีเท้าเจียงเลี่ยงซูจนเกือบวิ่งออกจากงาน เฉียงมี่อวี่กงจู่ยังน้ำตาทลายไหลตามเงาหลังมารดาไป

ขณะที่เสียงซุบซิบของผู้คนเริ่มดังหึ่งๆ กลุ่มวิญญาณตกค้างกลับระเบิดหัวเราะสนั่น ทำเอาน่าหลันซือซือพยายามกลั้นลมหายใจสุดกำลัง จนสังเกตว่าคิ้วคางเฉียงหมินหลงกับเจียงหวงไท่โฮ่วเริ่มคลี่คลายบ้าง นางค่อยกล้าสูดอากาศ พลางพึมพำในใจ

อา...กลิ่นเบาบางไม่เลวพอดี!

ขัดข้องก็แต่เสียงหายใจเข้าของนางอาจดังผิดธรรมเนียมอยู่บ้าง คนข้างๆ จึงหันมามองหน้าตาดุดัน ทั้งยังขมวดคิ้วตำหนิเหมือนรู้ทันอีกด้วย!

ดังนั้นต่อให้เสียงหัวเราะสาแก่ใจของผีๆ จะยั่วยุปลายจมูกจนอยากจามออกมาแค่ไหน น่าหลันซือซือกลับอดกลั้นจนเส้นประสาทปากกระตุกยุกยิก หลังจากทุกคนแยกย้ายกันกลับตำหนัก จึงเกิดแต่คำชื่นชมเฉียงมี่อวี่กงจู่ ผู้ที่นั่งร้องไห้ไร้สุ้มเสียง ว่างดงามประหนึ่งหยาดพิรุณประพรมแผ่นดิน

ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยย่อมคล้ายตาม น้ำตาเจ้าสาวชวนคนใจอ่อนระทวยแท้ๆ!

คุยกับแพนด้า:(4/9/19)

ได้ยินเสียงคนร้อง เฮียยยย...55555 มาลงอย่างนี้ แพนด้าอย่ามาดีกว่า อิอิ ตอนแรกแพนด้าจะเปิดตอนใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ พอดีคุณอาที่เคยเล่าให้ฟังว่าประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ชนจนล้มหัวกระแทก แล้วเลือดออกในสมอง หลังเกิดเหตุเรียกว่าไม่ค่อยยอมนอนเลยค่ะ นอนวันละไม่ถึง 4 ชั่วโมง เขาว่านอนไม่หลับ แล้วก็ลุกไปทำงาน ร่างกายเลยประท้วงเพราะพักผ่อนไม่พอ ทำให้เวียนหัวมาก อาเจียนจนต้องขึ้นนอนไวกว่าปกติ คอมแพนด้าอยู่ในห้องคุณอาด้วยไม่รบกวน ให้คุณอานอนหลับเงียบๆ แพนด้าก็ฉวยโอกาสหลับไวตามไป ฮาาาา เป็นอู้งานนิยายด้วยประการฉะนี้แหละค่ะ 5555 แพนด้าขอต่อให้พรุ่งนี้นะคะ ตอนนี้คิดว่าไม่ยาวมาก ผ่อนคลายตามสไตล์ขึ้นเล่มใหม่ของแพนด้า ฮา

แต่ก็มีข่าวดีแจ้งให้ทราบเหมือนกันน้า ตอนนี้แพนด้าเขียนมือจบถึงตอนที่90 แล้วค่าาาา ทีนี้ต้องนั่งพิมพ์ต้นฉบับและเติมเนื้อหาแบบยิงยาวๆ กับคอมพิวเตอร์ไปเลยค่ะ ก็จะมายากตอนที่ค้นอากู๋หารายละเอียดกับข้อมูลประกอบนิยายละค่ะ และเหลือตอนพิเศษที่ตั้งใจเขียน 2 ตอนใส่ในท้ายเล่ม3 นี้นะคะ แพนด้าร่างโครงว่าเขียนเกี่ยวกับแนวไหนเสร็จแล้ว รับรองว่าเบาสบาย ผ่อนคลายจากเนื้อหาหลักเหมือนเดิมค่ะ ส่วนนี้จะยังไม่ได้เขียนมือสักบรรทัดนะคะ น่าจะเขียนหลังจากส่งต้นฉบับให้กองบก.ตามนัดสำเร็จก่อน ค่อยส่งตอนพิเศษตามไปให้กองบก.เหมือนเล่ม2 ค่ะแล้วก็แพนด้ามีนัดจะส่งต้นฉบับเล่ม3 กับบก.ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2563 นะคะ ขอให้แพนด้าปั่นงานเสร็จทันด้วยเถอะ...สาธุ!!!

ขอบคุณคุณblue2560 และคุณaiai มากเลยนะคะ

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ ตอนนี้อยู่ในส่วนเนื้อหาเล่ม3 (มีทั้งหมด 4 เล่มจบ)

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง 1 ตอน/อาทิตย์ (อย่างมาก 4 หน้าเอสี่เวิร์ด/วัน จนกว่าจะครบ 100%ของตอน)

สถานะสต็อก:มีต้นฉบับเขียนมือ ดังนั้นจึงพิมพ์และตรวจลงหน้าเว็บสดๆ ร้อนๆ

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (เป็นวันไหนก็ได้ในอาทิตย์)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม2 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 289 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 275 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม1 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 255 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 245 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆ
เมื่อ 1 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Memelove
คุ้มค่าสมการรอคอย
เมื่อ 1 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว