รสรักคนสวน

สองต่อสองที่แปลงกุหลาบ

กุลธิดาปล่อยให้เข้มเก็บกวาดเศษกาน้ำชาเพราะเกรงใจหน้าเข้มๆ และเสียงเข้มๆ ของเขา แผลที่นิ้วไม่ได้ร้ายแรงแต่คนสวนกลับแสดงออกเกินจริงไปมากโข กว่าจะยอมละมือไปเก็บสิ่งที่กระจัดกระจายก็กดแผลห้ามเลือดให้อยู่ตั้งนาน เลือดจากแผลหยุดไหลได้สักพักแล้วแต่เลือดในร่างกายของเธอกำลังสูบฉีดพลุ่งพล่านเหมือนตอนสาวๆ ไม่มีผิด

“ให้มาลัยมาดูไหมครับคุณกุลธิดา” เข้มถามเมื่อปัดกวาดทุกอย่างเรียบร้อย เขาตรวจเช็กด้วยการเอามือลูบไปตามพื้น เอาเท้ารูดไปทั่วจนแน่ใจว่าไม่เหลือเศษแก้ว

“ไม่ต้องจ้ะลุงเข้ม แผลนิดเดียวเองอย่าให้วุ่นวายมากกว่านี้เลย นี่ลุงเข้มก็เสียเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วขอโทษด้วยนะจ๊ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตไปทำงานต่อนะครับ”

“จ้ะลุงเข้ม ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” กุลธิดามองแผ่นหลังบึกบึนของคนสวนแล้วก็ร้อนวูบไปทั้งตัว

เธอรู้จักเข้มมาหลายปี ที่ผ่านมาคิดว่าเข้มคือชายหนุ่มที่หน้าตาดีคนหนึ่งแต่ก็เพียงเท่านั้นไม่ได้คิดเกินเลยลึกซึ้งเพราะยังมีสามีอยู่ข้างกายแต่วันนี้ไม่รู้อะไรมาดลใจหรือเปิดตาให้เธอมองเข้มในมุมใหม่ เธอมองเข้มในฐานะผู้ชายเต็มตัวที่มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก แข็งแกร่งแต่ก็อ่อนโยนในคราวเดียวกัน

“บ้าจริง !” ผ่านไปเกือบชั่วโมงกุลธิดาก็ไม่สามารถรวบรวมสมาธิกับงานตรงหน้า เธอจึงยอมแพ้แล้วปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นจึงเดินเรื่อยเปื่อยไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีต้นไม้มากมายราวกับสวนป่า

“หนูแก้ม นิ้วไปโดนอะไรมาคะนั่น” กว่ากุลธิดาจะรู้ตัวว่าเดินมาถึงห้องครัวก็ตอนที่ได้ยินเสียงตกอกตกใจของมาลัย

“อ้อ ! แก้วบาด กาน้ำชาน่ะจ้ะป้ามาลัย ขอโทษด้วยนะคะ แก้มซุ่มซ่ามทำมันแตกทั้งใบเลย”

“ตายจริง ! แผลไม่ใหญ่ใช่ไหมคะหนูแก้ม ไม่ใช่ตาเข้มทำแตกใช่ไหมคะ ป้าวานให้เขาไปเอง”

“ไม่ใช่จ้ะป้ามาลัย ฝีมือแก้มล้วนๆ เลยค่ะ นี่ทำอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ”

“ร้อยมาลัยค่ะคุณแก้ม” บัวตองตอบเสียงใสแจ๋ว

“ทำกันวันนี้เลยค่ะหนูแก้มพวกดอกไม้มาลัยแล้วเอาไปเก็บในตู้เย็นเพราะพรุ่งนี้จะวุ่นกับอาหารจนไม่มีเวลา”

“ขอโทษทุกคนด้วยนะคะ แก้มน่าจะไปวัดจะได้ไม่วุ่นวายกันขนาดนี้”

“พวกเราทุกคนเต็มใจค่ะหนูแก้ม อย่าพูดแบบนั้น คุณผู้ชายเป็นคนดีการทำบุญระลึกถึงท่านไม่ใช่สิ่งเหลือบ่ากว่าแรง มันน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่พวกเราจะตอบแทนท่าน”

“ขอบคุณป้ามาลัย บัวตองแล้วก็ทุกคนมากเลยนะคะ”

“แล้วนี่หนูแก้มเดินมาถึงนี่ มีอะไรให้ป้าช่วยไหมคะ”

“อ้อ ! ไม่จ้ะ แก้มแค่อยากออกมาเดินรับลม รู้สึกปวดหัวหน่อยๆ”

“ดีค่ะ ออกมารับแดดรับลมบ้าง หนูแก้มลองเดินไปทางแปลงกุหลาบสิคะ ตาเข้มเพิ่งเอาลงใหม่สวยเชียว”

“งั้นแก้มขอตัวนะจ๊ะป้า ไปก่อนนะบัวตอง”

“สงสารคุณแก้มเนอะป้า ถึงหน้าจะยิ้มแต่ตาก็ยังเศร้าเหมือนเดิม”

“ต้องใช้เวลากันอีกนาน” มาลัยบอกแล้วถอนใจ เธอเองก็อยากช่วยแต่ก็จนปัญญาจริงๆ

แปลงกุหลาบ

“สวยจริงๆ ด้วย” เดินอยู่พักใหญ่ๆ ก็มาเจอแปลงดอกไม้ที่ป้ามาลัยพูดถึงแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ กุหลาบสีแดงพากันอวดดอกงามสะพรั่งเต็มแปลง

“ใครรึ” เข้มกำลังนั่งขุดดินเพื่อหาหนอนไปเลี้ยงลูกนกที่พลัดตกจากรังแต่ได้ยินเสียงฝีเท้า เขายืนขึ้นแต่ก็ไม่พบใคร

“ฉันเองจ้ะลุงเข้ม” กุลธิดาทำหมวกหลุดมือจึงก้มลงไปหยิบแล้วตะโกนบอกคนสวน

“อ้อ ! คุณกุลธิดา มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”

“เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไรหรอกลุงเข้มแก้มแค่มาเดินเล่นกินลมเฉยๆ ลุงเข้มทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ ใส่ปุ๋ยให้กุหลาบเหรอ”

“ไม่ใช่ครับ ผมกำลังหาหนอนไปให้ลูกนก ไม่รู้แม่ไปไหนผมเจอวันก่อนมันนอนแน่นิ่งอยู่ที่แคร่ไม้หน้าห้องก็เลยเก็บมาอนุบาล”

“นะ หนอน เหรอจ๊ะ” แค่ได้ยินชื่อเธอก็คันยิบๆ ขึ้นมาทันที

“ใช่ครับ ผมต้องทำตัวเป็นแม่นกให้มันชั่วคราว”

“งั้นลุงเข้มหาต่อเถอะจ้ะ แก้มไม่กวนแล้ว”

“คุณกุลธิดาอยากไปดูไหมครับ มันน่าเกลียดน่าชังเหลือเกิน หนอนผมเก็บใส่กล่องแล้วไม่ต้องกลัว”

ใจของกุลธิดาบอกให้ปฏิเสธแต่เท้ากลับไม่เห็นด้วยสักนิด มันก้าวฉับๆ ตามคนสวนร่างใหญ่ไปฉิวเลย ที่ต้องออกมาเดินรับลมสงบใจก็เพราะคนที่เดินนำหน้าอยู่ไม่ใช่หรือ

“นี่ไงครับ เดี๋ยวผมเอาลงมาให้ดู” เข้มวางกล่องเล็กๆ ลงแล้วเอื้อมหยิบกรงนกลงมา

“น่าเกลียดจริงๆ ด้วย ขนไม่มีสักเส้นแล้วมันจะรอดไหมจ๊ะลุงเข้ม”

“ถ้ามันยอมกินก็น่าจะรอดแหละครับ ผมแขวนเอาไว้ด้านนอกเผื่อแม่ของมันจะผ่านมาเห็น”

“อยู่ตรงนี้คนเดียวไม่เหงาเหรอจ๊ะลุงเข้ม” กุลธิดาถามถึงเรือนพักของคนสวนที่ปลูกห่างจากเรือนของแม่บ้านกับแม่ครัวคนละฝั่ง

“ไม่ครับ ผมชอบอยู่คนเดียวเวลาคุยกับต้นไม้ใบหญ้าคนจะได้ไม่เห็น”

“เป็นเหตุผลที่เข้าท่ามากจ้ะลุงเข้ม” กุลธิดาฟังคำตอบซื่อๆ แสนจริงใจพร้อมรอยยิ้มของคนสวนก็อดยิ้มตามไม่ได้ เขาดูเป็นคนที่ไม่มีพิษภัยแถมยังสุขุม

“นั่งพักก่อนไหมครับคุณกุลธิดา” เข้มเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าคุณนายของบ้านเหงื่อชุ่มหน้าผาก

“เอ่อ …”

“ดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้วแล้วค่อยกลับดีกว่าครับ” เข้มเองก็รู้ดีว่าจิตใจของกุลธิดายังไม่แข็งแรง ผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้รับเรื่องกระเทือนใจถึงสองครั้งย่อมทำใจลำบากอยู่แล้ว เมื่อจิตใจอ่อนแอร่างกายก็ล้าตาม เกิดไปเป็นลมเป็นแล้งระหว่างทางคงไม่ดีแน่ๆ

“ก็ได้จ้ะ” กุลธิดาตอบตกลงแม้ใจนึงจะอยากไปจากตรงนี้แต่อีกใจก็อยากอยู่ให้นานที่สุด

“น้ำจากเครื่องกรองครับไม่ต้องกังวล” เข้มส่งน้ำสีแดงอ่อนให้กุลธิดา

“อุทัยทิพย์เหรอจ๊ะ” เมื่อจิบไปหนึ่งอึก กุลธิดาก็ได้รสที่คุ้นเคยแต่ก็ห่างหายไปหลายปี

“ใช่ครับ ชื่นใจดีครับ”

“จริงจ้ะ ชื่นใจจริงๆ วิวตรงนี้สวยเหมือนภาพวาดเลยนะจ๊ะลุงเข้ม… มีอะไรจ๊ะ” กุลธิดามองต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ ตัวก็นึกอิจฉาคนสวน วิวบ้านพักคนงานดูจะสวยกว่าวิวจากหน้าต่างห้องนอนเธอซะอีกแต่ลุงเข้มกลับทำหน้าแปลกๆ

“คือ…ถ้าคุณกุลธิดาพอจะมีเวลาผมมีอะไรให้อยากให้ดู”

“ฉันไม่ได้รีบไปไหนอยู่แล้วจ้ะลุงเข้ม” เมื่อบอกไปแบบนั้นลุงเข้มก็จ้ำอ้าวกลับเข้าเรือนไป

“ไม่ได้วาดนานแล้ว มือไม้แข็งไปหมดครับ” เข้มส่งสมุดปกสีดำให้กุลธิดาแล้วเธอก็เปิดดู

“ว้าว ! สวยมากเลยค่ะลุงเข้ม วาดเองเหรอคะ”

“ใช่ครับ วาดจากสวนของคุณกุลธิดาทั้งหมดเลย”

“สวนของพวกเราทุกคนต่างหากจ้ะลุงเข้ม”

กุลธิดาเปิดสมุดไล่ดูไปทีละหน้าแล้วก็ทึ่งกับฝีมือเก่งฉกาจของคนสวน เธอลืมไปแล้วว่าไม่อยากอยู่กับหนุ่มใหญ่ตามลำพัง

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว