รสรักคนสวน

สาวน้อยอวบอัด

“ทำไมเตียงถึงแข็งแบบนี้นะ หมอนก็สูงมาก” กุลธิดาสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอสัมผัสได้ถึงความหยาบกระด้างของผ้าปูที่นอน กลิ่นของปลอกหมอนและผ้าห่มก็แปลกไป มันเป็นฝันที่ประหลาดมากเพราะเหมือนจริงเหลือเกิน

“แล้วนั่น ! เสียงอะไร” เสียงประหลาดที่ด้านนอกปลุกให้กุลธิดาตื่นจากการหลับใหล เธอลืมตาขึ้นแล้วก็หลับตาลงอีกครั้งแล้วก็ลืมขึ้นอีกทีแต่ภาพทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม

“ตายแล้ว !!!” หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนหน้าอกจึงร่วงมากองที่ตัก เธอหยิบมันขึ้นมาดมแล้วใบหน้าก็แดงซ่าน เธอมองไปรอบๆ จึงรู้ว่านอนอยู่ในห้องของคนสวน

เธอย่องออกไปให้เงียบเชียบที่สุดจึงเห็นว่าลุงเข้มนอนอยู่บนชานพักหน้าบ้านไม่มีทั้งหมอนและผ้าห่มไม่รู้ว่านอนได้ยังไง โชคดีแค่ไหนที่ยุงไม่หามไปทั้งตัวแต่ก็คงจะยากหน่อยแหละเพราะลุงเข้มตัวใหญ่

“ชู่วๆ ! เบาๆ สิเจ้านก เดี๋ยวลุงเข้มตื่น” ต้นเสียงก็คือนกตัวหนึ่งที่บินวนอยู่รอบกรงเจ้านกตัวเล็ก บางทีมันอาจจะเป็นแม่ของนกพลัดหลงตัวนั้นก็ได้แต่ก็ไม่มั่นใจเลยไม่กล้าปล่อยมันออกมา พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นดีเธอไม่อยากรบกวนคนสวน

“คุณกุลธิดา ตื่นนานรึยังครับ”

“เพิ่งตื่นจ้ะ ลุงเข้มจ๊ะ คิดว่าใช่แม่ของมันไหม”

“น่าจะใช่แหละครับ ผมขออนุญาตนะครับ” กุลธิดาจึงหลีกทางให้คนสวน เขาเปิดกรงนกแล้วยื่นนิ้วเข้าไปจากนั้นเจ้านกน้อยก็บินมาเกาะ เขาปล่อยให้นกสองตัวอยู่ใกล้ๆ กันแล้วไม่นานทั้งสองก็บินลับหายไป

“ลุงเข้มรู้ได้ยังไงจ๊ะว่านกตัวนั้นเป็นแม่”

“ผมไม่รู้หรอกครับแต่ผมเชื่อว่าไอ้ตัวเล็กควรจะตัดสินใจชีวิตของมันด้วยตัวเอง ถ้ามันอยากอยู่ด้วยกันผมก็จะเลี้ยงไว้”

“แล้วลุงเข้มไม่เสียใจเหรอจ๊ะ”

“ไม่ครับ ไม่ว่าใครก็ควรได้ใช้ชีวิตตามทางของตัวเอง”

“จริงจ้ะ” กุลธิดาเอ่ยแล้วมองไปทางที่นกน้อยหายไป

“ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณกุลธิดา”

“ขอโทษเรื่องอะไรจ๊ะลุงเข้ม”

“เมื่อคืนคุณกุลธิดาดื่มชาแล้วก็หลับไปเลย ผมไม่กล้าเข้าไปที่เรือนใหญ่กลางค่ำกลางคืน ขืนไปอุ้มคุณกุลธิดาแล้วทำลับๆ ล่อๆ ที่ประตูใหญ่คงโดนสอยแน่ๆ ผมลองปลุกอยู่หลายทีคุณก็ไม่ตื่นเลยพาไปนอนข้างใน”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะแก้มต่างหากที่ต้องขอโทษ ลุงเข้มเลยต้องมานอนตากยุง”

“ผมหนังหนาครับยุงกัดไม่เข้าหรอก ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้จัดที่หลับที่นอนให้ดีกว่านั้น”

“แก้มหลับสบายมากๆ เลยค่ะ น่าจะเป็นคืนแรกด้วยซ้ำที่ไม่สะดุ้งตื่น”

“เหรอครับ สงสัยจะอยู่ใกล้ต้นไม้ก็เลยไม่ฝันร้าย”

“สงสัยจะจริงจ้ะแล้วปกติลุงเข้มทำอะไรตอนเช้าๆ จ๊ะ”

“ก็อาบน้ำ ดื่มกาแฟแล้วก็ไปกินข้าวที่โรงครัวครับ”

“ลุงเข้มดื่มกาแฟด้วยเหรอจ๊ะ ไม่เห็นเคยดื่มที่โรงครัวเลย”

“ผมมีของผมเองครับ ของในครัวมันแพงเกินไปดีเกินไปสำหรับปากคนไร่คนสวนแบบผม”

“กาแฟอะไรเหรอจ๊ะลุงเข้ม”

“กาแฟจากดอยครับ เพื่อนส่งมาให้เรื่อยๆ พอใกล้จะหมดทีไรมันก็ส่งมาเหมือนตาเห็น” หนุ่มใหญ่เอ่ยแล้วหัวเราะร่วน รอยเหี่ยวย่นที่หางตาของลุงเข้มทำให้ใจของกุลธิดาเต้นไม่เป็นส่ำ พินิจดีๆ ลุงเข้มมีหลายๆ อย่างที่เหมือนกับสามีของเธอ แน่แหละริ้วรอยเหี่ยวย่นเพราะอายุขนาดนี้แล้วแต่สิ่งที่ทำให้อุ่นใจก็คือเสียงหัวเราะก้องกังวาน ใครได้ยินก็ต้องหัวเราะตามและอารมณ์ดีไปด้วย

“ผมทราบว่าคุณกุลธิดามีกาแฟดีๆ ให้ดื่มทุกวันแต่ในเมื่อผมพูดถึงกาแฟตัวเองแล้วจะไม่ชวนก็ดูจะแล้งน้ำใจเกินไป”

“แก้มอยากลองค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น คุณกุลธิดารอแปบเดียวครับ” หนุ่มใหญ่หายเข้าไปในบ้านพักนึง คนที่รอข้างนอกจึงออกไปเดินเล่นที่สวนกุหลาบ อากาศยามเช้าท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าช่างแจ่มใสเหลือเกิน เธอไม่แน่ใจนักว่ามันมาจากต้นไม้หรือเพราะคนสวนตัวโต

“ระวังด้วยนะครับ น้ำร้อนพอสมควร” ยังไม่ทันไรลุงเข้มก็โผล่มาพร้อมแก้วควันชุย

“อืมมมม เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่ากาแฟดำก็อร่อยเหมือนกัน”

“ขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟครับ” หนุ่มใหญ่บอกแล้วจิบความละมุนขมปร่าลงคอ เช้าๆ แบบนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่ากาแฟสักแก้วแน่นอน

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะลุงเข้ม ที่ให้แก้มนอนในห้องไหนจะชงชาชงกาแฟให้อีก”

“ด้วยความเต็มใจครับ ผมดีใจมากที่เห็นคุณยิ้มอีกครั้ง”

“แก้มก็ดีใจค่ะ” ทั้งสองยิ้มให้กันแล้วกุลธิดาก็เป็นฝ่ายเดินจากไปเพราะกลัวจะห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้

ตอนบ่าย

“แย่แล้วไอ้เข้มเอ๊ย” ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจีแต่เข้มกลับรู้สึกไม่ค่อยดี

“นี่ ! แม่มาลัย ผมลงปุ๋ยที่แปลงนั้นเสร็จแล้วจะขอไปเอนหลังสักหน่อยนะ ร้อนๆ หนาวๆ เหมือนจะเป็นไข้ชอบกล” เข้มแวะมาบอกแม่ครัวใหญ่เผื่อใครเรียกหาจะได้ตามตัวถูก

“อืมๆ มีหยูกมียาใช่ไหม ที่ห้องน่ะ”

“มีๆ แล้วนี่ทำอะไรกัน ให้ผมช่วยไหม”

“โอ๊ย !!! หน้าซีดยังกะไก่ต้มไปนอนซะไปตาเข้ม อยู่ก็เกะกะ”

“จ้าๆ” เข้มหัวเราะร่วนกับน้ำเสียงของแม่ครัวถึงจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดแต่เข้มก็รู้ว่าคนแบบมาลัยแค่ปากร้ายปากไวเท่านั้นเองแต่จิตใจดี

“เมื่อกี้หนูได้ยินเสียงลุงเข้ม” บัวตองวิ่งกระหืดกระหอบมาหาป้าเพราะได้ยินเสียงคนสวนแต่เมื่อมาถึงกลับไม่เจอ

“อืม…มาแล้วไปแล้ว มีอะไรกับเขาล่ะ”

“อยากมีจะแย่แต่ลุงแกไม่ย่อมน่ะสิ” บัวตองพึมพำกับตัวเอง

“ว่าอะไรบัวตอง” มาลัยถามหลานสาวที่บ่นเป็นคำไม่ได้ศัพท์

“หนูอยากรู้เรื่องกุหลาบจ้ะว่าใช้ปุ๋ยสูตรไหน เพื่อนฝากถามมา”

“ไว้ค่อยถามพรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ได้มั้ง ตาเข้มแกไม่สบาย”

เมื่อรู้ว่าคนสวนคนโปรดไม่สบาย บัวตองก็จิตใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัว สาวน้อยอยากไปอยู่พยาบาลหนุ่มใหญ่ใจจะขาดแต่ก็หาจังหวะปลีกตัวไม่ได้สักที

“ตายจริง ! ลืมสนิทเลยว่าหนูแก้มให้ขึ้นไปหา” มาลัยตบหน้าผากตัวเองแล้วรีบล้างไม้ล้างมือจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปที่เรือนใหญ่ บัวตองมองจนป้าคล้อยหลังไปแล้วทำเนียนๆ หายตัวไปอีกคน

บ้านพักคนสวน

“ก๊อกๆ ลุงเข้มจ๊ะ” บัวตองเคาะประตูแล้วก็เรียกเจ้าของบ้านอยู่หลายทีแต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ เธอจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปเอง

“ตัวแค่อุ่นๆ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง” เด็กสาวจับแขนล่ำสันก็โล่งใจเพราะมันไมได้ร้อนเป็นไฟแบบที่คิดไว้แต่สิ่งที่กำลังลุกเป็นไฟคืออารมณ์ของเธอต่างหาก

ลุงเข้มเปลี่ยนมาใส่กางเกงผ้าแพรกับเสื้อกล้าม เธอมั่นใจว่าใต้กางเกงต้องไม่มีอะไรอีกแน่ๆ เพราะก้อนตุงๆ มันชัดเจนมาก เธอยื่นมืออันสั่นเทาไปสัมผัสมันเบาๆ แล้วกัดปากแน่น

“ลุงเข้มจ๋า” สาวน้อยไม่สามารถต้านทานความเย้ายวนของดุ้นใหญ่ได้อีกต่อไป เธอเฝ้าฝันถึงมันมาตั้งหลายปีในเมื่อโอกาสมาถึงก็ต้องรีบคว้ารีบอมไว้ก่อน

“บัวตอง ! ทำอะไร” เข้มลืมตาขึ้นมาก็แทบสิ้นสติเมื่อพบว่าบ้องข้าวหลามกำลังโดนเด็กสาวคราวลูกดูดๆ อมๆ จนเยิ้มไปหมด

“ลุงเข้มจ๋า ของลุงเข้มอร่อยจัง ขอบัวตองอมต่อนะ” สาวน้อยอ้อนวอนด้วยเสียงหวานสั่น

“ไม่ได้บัวตอง เอาออกมาเดี๋ยวนี้เชียว ซี๊ดดด ลุงบอกให้เอา…เอา อูยยยย” ถึงใจจะไม่ต้องการแต่ร่างกายมันกลับร่ำร้องอย่างหนัก เข้มพยายามจะห้ามใจแต่มาขนาดนี้จะห้ามยังไงไหว

“ถ้าลุงเข้มไล่บัวตองอีกครั้งนะ บัวตองจะกรี๊ดให้ลั่นสวนเลย ป้ามาลัยกับคุณแก้มเอาตายแน่”

“จะบ้าเหรอบัวตอง หนูเข้ามาหาลุงเองนะ”

“หนูเอายาลดไข้มาให้แล้วลุงก็จับหนูปล้ำ คิดว่าป้ากับคุณแก้มจะเชื่อใคร” บัวตองชูแผงยาลดไข้แล้วยิ้มกริ่ม

“ไหนๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว ทำต่อเถอะนะลุงเข้ม หนูแฉะไปหมดแล้ว นะจ๊ะลุงเข้ม” บัวตองกระแซะกายอวบอัดเข้าไปบดเบียดร่างแกร่ง ต่อให้ใจแข็งถือศีลเป็นพระอิฐพระปูนแต่โดนยั่วขนาดนี้ใครจะทนได้

“ลุงเข้มจ๋า อย่าใจร้ายกับบัวตองเลย” บัวตองแก้ผ้าจนไม่เหลืออาภรณ์ติดกายแล้วนอนลง

เรือนร่างของบัวตองขาวผ่องเป็นยองใยแถมยังเต่งตึงเต็มมือจะจับไปตรงไหนก็แน่นหนับน่าขย้ำไปซะหมด หนุ่มใหญ่ที่ร้างราเรื่องอย่างว่ามานอนจึงจัดหนักให้สมใจ ตอนที่ดุ้นใหญ่ทะลวงเข้ามาสาวน้อยถึงกับตาลอยเพราะจุกไปทั้งตัวแต่มันคือความเจ็บปวดที่คุ้มค่าเหลือเกิน





รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว