หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่65: ผู้มีความสุขกับลางร้าย ใต้หล้านี้น่าจะมีน้อยคน! 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่65: ผู้มีความสุขกับลางร้าย ใต้หล้านี้น่าจะมีน้อยคน! 100%

(ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย/ต๋าน่าหลันซือซือ: หม่อมฉัน...ไม่รู้จะว่าอะไรได้แล้วเพคะ)

บทที่65:ผู้มีความสุขกับลางร้าย ใต้หล้านี้น่าจะมีน้อยคน! 100%

ขบวนส่งตัวองค์หญิงสกุลเฉียงออกจากพระราชวังตามฤกษ์ยามอย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่หัวจรดท้ายแลแน่นขนัดไปด้วยริ้วธงประจำพระองค์กับกองทหารม้าอารักขา ทั้งพวกเขาผ่านถนนสายหลักให้คนธรรมดาได้ชื่นชมพระบารมีต้ากงจู่ ย่อมดึงดูดประชาชนจนสองฝั่งแออัดยัดเยียด เห็นแค่ศีรษะดำๆ ขาวๆ ที่พยายามชื่นชมเกี้ยวเจ้าสาว ทำให้เสียเวลาไม่น้อยกว่าจะพ้นประตูเมืองหลวงได้

และจำต้องย้อนถึงเจียงกุ้ยเฟยที่ประคองสภาพร่างกายอ่อนแรง พร้อมกับใบหน้าขาวเผือดมาส่งตัวบุตรสาวสักเล็กน้อย เพราะบรรดาครอบครัวของใต้เท้าที่เข้าร่วมงานคราวก่อน คล้ายลืมคล้ายจำเหตุการณ์ประทัดชุดเล็กที่ยิงอย่างปวกเปียกได้พอสมควร แรกกลับไป พวกนางยังตำหนิกันว่าไม่ใคร่เหมาะสมจะใช้อำนวยพระพรต้ากงจู่เท่าไหร่ แต่ครั้นทราบจากผู้อยู่ใกล้ที่ประทับเชื้อพระวงศ์มากหน่อย ค่อยกลายเป็นความรู้สึกประดักประเดิดขึ้นมา เลยหัวเราะหน้าตาจืดเจื่อน พูดว่าอะไรที่ไม่ดีไหนเลยต้องเอาใจใส่ ชั่วช่วงชีวิตเล็กๆ ของมนุษย์นี้ สมควรประมาทใช้ไปเฉพาะสิ่งดีๆ จริงหรือไม่

ดังนั้นภายในวันที่บุตรสาวอำลาจากไป เจียงกุ้ยเฟยก็ป่วยใจขั้นสาหัสอยู่นานวัน คณะแพทย์หลวงที่ผูกขาดการเข้าออกเทียนซงกงจึงเป็นหลางไต้ฟูเท่านั้น และเจียงหวงไท่โฮ่วยังออกโรงกำชับข้าราชบริพารให้ดูแลสะใภ้คนโปรดอย่างดี ไม่ให้นางต้องสะเทือนใจกว่าเดิม ทำให้ขาดคนบันทึกเสียงและกลิ่นเอาไว้ในที่สุด เป็นเพราะหูกับจมูกพวกเขาดันป่วยขึ้นมาพร้อมกันนั่นเอง

ประเหมาะกับเกิดเหตุเขย่าขวัญชาวเมืองหลวงที่แพร่สะพัดไปทุกครัวเรือน มันคือคดีลึกลับที่เอ็ดอึงตลอดตรอกใหญ่น้อยของฉางอัน ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต้องนวดขมับตนเองวันละห้าเวลา ทั้งลมยังจะตีเต็มท้องกระทั่งสวมชุดตำแหน่งอย่างอึดอัดยิ่ง เรื่องแสบลูกตาเช่นนี้ ไฉนจะต้องเกิดระหว่างพวกเขารับราชการอยู่เล่า!

แม้จะปรากฏผู้รู้เห็นสภาพสถานเกิดเหตุหลายคน ทว่าสายสืบในสังกัดกลับไม่พบหลักฐานที่ใช้การได้สักชิ้น กองปราบเมืองหลวงย่อมอับปัญญาไขข้อเท็จจริง โดยเฉพาะผู้ตายคือชายฉกรรจ์ชาวต่างชาติกว่าสิบชีวิต พวกเขาสันนิษฐานเบื้องต้นจากรูปลักษณะ เครื่องแต่งกายและอาวุธที่พบ แล้ววินิจฉัยออกมาว่าอาจเป็นชาวหรวนตี้กว่าแปดส่วน

ทว่าไม่ทราบเหตุผลชนิดไหนบีบบังคับให้พวกเขาดิ้นรนมาประกอบพิธีกรรมสยดสยองกลางเมืองหลวงแคว้นจิ้น ที่ห่างไกลบ้านเกิดของตนเองตั้งหลายพันหลี่ ทั้งยังจะเจาะจงเอาทำเลที่ผู้คนพลุกพล่านอย่างสุดขีด ทำให้เหตุสะพรึงขวัญขยายเนื้อหาออกไปรวดเร็วราวกับโรคระบาดอาละวาด จนเฉียงหลงหวงตี้ต้องมีพระบัญชาเร่งรัดให้ทุกฝ่ายคลี่คลายความตื่นตระหนกของผู้คนโดยไวตามมา

น่าหลันซือซือฟังชีรันถ่ายทอดข่าวจากอู่เหวินเหลาป่านจบ ค่อยเชิดจมูกขบขัน กิริยาไร้มารยาทถึงที่สุดนี้ หากเฉียงหมินหลงได้ทัศนา ย่อมยากจะกะเกณฑ์นักว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหวงกุ้ยเฟยผู้กำเริบเสิบสานดี

หึ!บุคคลหน้าไม่อายที่หากินได้ทุกสถานการณ์ คงจะไม่พ้นเฉียงหลงหวงตี้แล้ว!

เพราะบรรดาวิญญาณชิงรวมต้นสายปลายเหตุให้นางทราบแต่ตอ มันผุดจากงานกระชับสัมพันธไมตรีต้นปักษ์อวี๋สุ่ย ที่ต๋าปาหนานชานหยูเดือดดาลหลานสาวหัวดื้อคนหนึ่ง ทำให้เขาคิดจะมอบบทเรียนดัดนิสัยต๋าน่าหลันซือซือ แล้วคัดยอดนักรบหน่วยลอบฆ่าเข้าฉางอันในโฉมกองคาราวาน เพื่อก่อการพลีชีพสังหารคนในไป๋ฮวากงให้นางยอมเชื่อฟังโดยดี

ทว่าเหตุไรจึงตายเกลี้ยงทั้งที่ยังไม่ทันเห็นเงานางน่ะหรือ...เรียวปากฉ่ำแดงแบะออกฉับพลัน ก็พวกเขาช่างความสามารถอ่อนด้อย ริอ่านทำการใหญ่แต่ฝ่าด่านราชองครักษ์ลับไม่พ้น จึงตกเป็นเครื่องมือให้จักรพรรดิท่านนั้นกวัดแกว่งเสียครึกโครมไง!

โดยมาตรฐานของกองทหารเดนตายอย่างราชองครักษ์ลับ พวกเขามักปัดกวาดงานได้สะอาดเอี่ยมไม่เลว ที่คราวนี้เกิดจะมีฝูงคนส่งเสียงกรีดร้องขึ้นมา ย่อมแน่นอนต้องทำมาสนองคำสั่งนายใหญ่เยี่ยงหวงช่าง!

ไม่ทราบว่าเฉียงหมินหลงกำลังกำราบทางอ้อมหรือไม่ ที่ภายในงานนางปัดคำเตือนของชูกงกงทิ้ง แล้วหยุดสนทนากับพวกเขาหลายวรรค แต่หากไม่หยั่งเชิงต๋าปาหนานชานหยูสักหน นางคงไม่สงสัยว่าความวุ่นวายที่เผ่าหรวนตี้ทำท่าจะเกี่ยวข้องกับอดีตของตนเองด้วย ในสายตาของเฉียงหมินหลง เขาอาจพิจารณาจะเตรียมถางทางสะดวกเอาไว้เนิ่นๆ อยู่บ้าง

หญิงงามถอนลมหายใจเฮือก เหม่อลอยคิดไปคิดมาที่ต้องริดหนามไว้ก่อนย่อมต้องมีเหตุผล ในช่วงที่สังขารโอรสสวรรค์ยังหนุ่มแน่น ชนเผ่านอกด่านและแคว้นรอบๆ ล้วนต้องประจบประแจง ขอเพียงเขาชักจะชราภาพลงหรือเกิดเหตุผลัดแผ่นดินใหม่ ต่างพร้อมเสนอเลือดเนื้อเช่นอุปสรรคต่อจักรพรรดิผู้อ่อนประสบการณ์อยู่ ทำให้เกิดวงจรพักแล้วรบ รบแล้วพัก ชีวิตชาวประชาย่อมผาสุกได้ไม่พ้นรุ่น ก็กลับมาเดือดร้อนจากไฟสงคราม

อย่างต๋าปาหนานชานหยูที่เป็นท่านอา ถือว่าเขาเลี้ยงดูที่ปรึกษานิสัยพิลึกพิลั่นเอาไว้คน สายผีที่ตามสืบไปถึงที่พักคืนนั้น กลับมาเล่าให้ฟังว่าเขาปิดบังร่างกายตลอดเวลา มีความระวังตัวสูงผิดปกติ บางทีอีกฝ่ายอาจสงสัยว่าโดนราชองครักษ์ลับจับตามอง ขณะทำความสะอาดกายยังคลุมหน้าตามิดชิด อาศัยคำบรรยายรูปร่างภายนอกแล้ว นางจะไปแยกแยะได้หรือว่าเคยเป็นใครมาก่อน

หลังจากพวกเขากลับเผ่า กลุ่มวิญญาณก็เลิกติดตาม ปล่อยให้สังหรณ์ลึกลับประจำตัวสะกิดนางไม่เลิก ว่าสุดท้ายอาจต้องเข้าไปพัวพันด้วย ยิ่งระยะหลังมานี้หาเวลาเขียนผังชะตาใครไม่ได้ ขณะเดียวกันพวกนิมิตแนะทางก็ห่างหายพิกล

ลำพังความทรงจำเก่าก่อนของนาง พาเสียดายอยู่บ้างที่ต๋าน่าหลันซือซืออ่อนเยาว์จนไม่เคยใส่ใจสภาวะอำนาจแวดล้อมในเผ่า ฉะนั้นเหตุผลที่ต๋าปาหยุนทูฉีทราบการตัดสินใจของบิดาร่วมกับที่ปรึกษาแล้ว กลับไม่ได้คัดค้านเพื่อนางออกมา ต่อให้วิญญาณน้องสาวจะรับรองว่าเขาแสนดีแค่ไหน ย่อมยากจะเชื่อถือเป็นธรรมดา

ที่เผ่าหรวนตี้ชีรันมีพี่ชายอยู่ห้าคน แต่มีแค่คนสุดท้ายพอจะสนิทสนมกับพวกนาง พี่ห้าคนนี้มีภาพลักษณ์เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาสดใส เขาชอบแหย่แกล้งน้องเล็กให้ชีรันไล่ทุบตีเพราะรำคาญใจบ่อยๆ ทว่ากับบุตรสาวอดีตชานหยูเช่นนาง เด็กหนุ่มกลับเอาใจใส่อย่างนุ่มนวล ต่อให้ฝีมือถักเครื่องประดับดอกหญ้าเลวร้ายขั้นไหน น่าหลันซือซือก็มีปลาย่างกินอิ่มท้อง ทั้งยังได้ถุงผลไม้ตากแห้งที่สามารถซุกเก็บไว้กินเล่นด้วย

เหตุผลที่พฤติกรรมเขาแตกต่างจากพี่ชายคนอื่นของชีรัน ก็เพราะช่องว่างระหว่างวัย พี่ชายลำดับหนึ่งถึงสี่ล้วนแต่งงานแล้วสร้างครอบครัวอยู่ห่างไกล รัชศกหมิงหลงปีที่สิบเอ็ดนี้ พวกนางยังไม่ได้เจอนักรบสกุลชีติดตามชานหยูมาสักคนเดียว จึงไม่แปลกใจที่ชีรันเผลอทำหน้าเคร่งเครียดออกมาบ้าง

หญิงสาวจึงยกมือปัดเรื่องราวบางส่วนออกจากหัวชั่วคราว ตอนนี้มีเรื่องร้อนให้ต้องจัดการเฉพาะหน้าอยู่แล้ว มันก็คือข่าวที่ชาวเมืองชักจะลือไปเหลวไหลขึ้นทุกวัน จากคดีฆ่าตัวตายหมู่ลุกลามเป็นลางร้ายระดับแคว้น ถึงขั้นตั้งข้อถกเถียงว่า หรือไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยจะเป็นโฉมสะคราญล่มแคว้น เป็นปีศาจจิ้งจอกต๋าจี่ที่คืนชีพจากตำราเฟิงเฉินหยั่นอี้(ห้องสินเอี้ยนหงี)!

หากผู้นำราชสำนักยามนี้ไม่ใช่จูเฉิงเซี่ยงที่ทุกคนเลื่อมใส เกรงว่าคลื่นลมภายในท้องพระโรงอาจโกลาหลกันบ้างแล้ว ล้วนต้องโทษเขาที่ลงมือใหญ่โต แต่...น่าหลันซือซือขมวดคิ้วคิด หรือว่าเฉียงหมินหลงอยากจะสอดแนมแนวชายแดน ทว่าด้วยภาระจักรพรรดิทำให้คล้ายถูกขังอยู่ที่วังหลวง จะออกเร่ร่อนเหมือนช่วงทำสงครามปกป้องแผ่นดินไม่ได้

อา...เอาแต่ผลักเรื่องลำบากให้นาง สันดานนับว่าโยกโย้เกินดัดแล้ว!

--ต่อค่ะ--(มีคนรู้ทันเฮียแล้ว 55555)

หลังออกว่าราชการประจำวันที่ท้องพระโรงแล้วเฉียงหลงหวงตี้ย่อมเสด็จกลับห้องทรงพระอักษรในเทียนหลงกง แม้ระหว่างนี้ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยหายหน้าหายตาไปบ้าง กระแสพระอารมณ์กลับคงที่ดี เจ๋อกงกงอาจไม่ทราบเบื้องลึกว่าไฉนจึงแตกต่างจากที่ผ่านมา หรือว่าจะทรงหน่ายแหนงพระอัครชายาชาวนอกด่าน...

แต่หูไท่เว่ยที่ตามมาเข้าเฝ้าเป็นการเฉพาะร่วมกับจูเฉิงเซี่ยง กลับไม่สามารถบอกเล่าแนวคิดของหวงช่างออกมาได้อย่างยินดีนัก ต่อให้คำสั่งเคลื่อนไหวของหน่วยลับจะอยู่นอกเหนืออำนาจเขาแล้ว แต่ด้วยเคยเป็นหัวหน้าพวกเขามาก่อนหน้า จึงประมาณการได้ชัดเจนพอสมควร

ขณะนี้เขากับอัครเสนาบดีสกุลจูถึงจำยืนถวายคำปรึกษาเกี่ยวกับเจตนาผู้นำรอบนอกแคว้น เมื่อความเปราะบางทางสันติภาพถูกเปิดเผยผ่านคดีชาวหรวนตี้กว่าสิบศพกลางฉางอันอยู่ เฉียงหมินหลงท่วงท่าเคร่งขรึมบนพระที่นั่งมังกร ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาพาผู้คนเกรงขามเป็นทวีคูณ

“กล่าวมาตามตรงว่าคิดเห็นอย่างไรกับคดีชาวเผ่าหรวนตี้ที่เกิดขึ้นแล้ว”

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงนำถวายรายงานพร้อมหลักฐานแล้วว่า พวกเขาทั้งหมดคือชาวหรวนตี้ ทั้งมีสถานะเป็นนักรบมีฝีมือ จูเสินฝู่แทบไม่ชะงักคิด ราวกับเขาเองก็ต้องการแสดงท่าทีอย่างเปิดเผยต่อจักรพรรดิด้วย

“ทูลหวงช่าง แม้จะพิสูจน์ที่มาของพวกเขาได้ กลับปราศจากรายละเอียดที่อธิบายสาเหตุชัดเจน ไม่ว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฆ่าตัวตายทั้งกลุ่มเพื่อความเชื่อ หรือถูกฆาตกรรมหมู่อย่างโหดเหี้ยมแล้ว ประการหนึ่งที่เลี่ยงไม่พ้น ทางเผ่าหรวนตี้ที่อยู่นอกกำแพงหมื่นหลี่คงมีปัญหาขัดแย้งภายใน หากแคว้นจิ้นจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย กระหม่อมต้องทูลขอเวลาพิจารณาให้รอบคอบก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

ลักษณะโอรสสวรรค์คล้ายคัดค้าน นัยน์ตาดุกร้าวจึงเบนไปทางหูซือไคว่ ทำให้อดีตหัวหน้าราชองครักษ์ลับประคองมือไกล่เกลี่ย

“ทูลหวงช่าง จากสายทหารชายแดน กระหม่อมแน่ใจว่าเผ่าหรวนตี้มีความเคลื่อนไหวภายในที่ร้าวฉานกันอยู่ ท่าทีพวกเขาจึงกึ่งก้าวร้าวกึ่งสงบนิ่ง อาจจะเป็นสัญญาณเปิดสงครามตามแนวชายแดนในอนาคตได้ กระหม่อมย่อมส่งคนออกไปสอดส่องสักระยะแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หูไท่เว่ยไม่เสียทีที่จงรักภักดีมาแต่สมัยเฉียงหวงไท่จื่อ เขาจึงทราบว่าการคอยรายงานจากสายทหารหรือคอยคนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจ ประเภทไหนฟังถูกจริตเฉียงหมินหลงดีกว่าอัครเสนาบดีด้ายดีดตระกูลจู

“ดีที่มีคนคิดเห็นเช่นเจิ้นอยู่บ้าง”

เขาจงใจเสียดสีจูเสินฝู่ ทว่าอีกฝ่ายประหนึ่งก้อนหินแข็งทื่อที่สวมชุดนางขั้นหนึ่งอยู่ กระแสถ้อยคำเพียงชะโลมผิวนอก หาได้บาดเนื้อในให้ขวัญระหกระเหินไปไม่ เห็นแล้วทั้งพาโมโหทั้งชวนหัว วรองค์สูงใหญ่ย่อมอารมณ์แปรปรวนบ้าง

“เรื่องคดีก็สมควรเร่งหาเหตุผลเช่นกัน หากผลลัพธ์ไม่ใช่พิธีกรรมทั่วไปของชาวหรวนตี้ หรือเป็นการสาปแช่งแผ่นดินจงหยวน จูเฉิงเซี่ยง คำสั่งนี้ เจิ้นจะวางใจให้รับผิดชอบไหวหรือไม่”

ต่อให้จูเสินฝู่โดนดวงตาอันตรายจับจ้องมา สติปัญญาของเขากลับตั้งรับอย่างแกร่งกล้า โดยนัยที่หวงช่างมีพระบัญชา ไม่ต่างกับการสั่งว่าอย่างไรผลการสืบสวนก็ห้ามเผยแพร่ว่าเป็นฆาตกรรมหมู่ หรือการทำคุณไสยภายในแคว้นจิ้นเด็ดขาด ดังนั้นหลังจากจูเฉิงเซี่ยงพิจารณาแล้ว พบว่ามีเหตุผลให้จำอำพรางข้อเท็จจริง ทั้งสำคัญกว่าลำพังความพอพระทัยของโอรสสวรรค์ท่านนี้ เขาค่อยอ่อนข้อ

“กระหม่อมจะรับผิดชอบจนสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ!”

สุ้มเสียงอัครเสนาบดีหนักแน่น ร่างกายก็ปราศจากทีท่าลู่เอนไปตามขุมพลังมังกร จูเสินฝู่ผู้นี้เหมาะสมที่ใต้หล้าจะเชิดชูในฐานะตัวแทนประชาชนยิ่งนัก บางทีแม้แต่ยมทูตอาจเบี่ยงเบนเส้นตรงภายในหัวคิดของเขาไม่ได้

“แต่เรื่องแทรกแซงภายในเผ่าหรวนตี้นั้น กระหม่อมยังยืนยันทูลขอพระเมตตา โปรดทรงพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

จูเฉิงเซี่ยงมักแสดงท่าทางบนหรือล่างล้วนเท่าเทียมเป็นนิจ ในความคิดของเขา การเข้าไปแทรกแซงขั้วอำนาจด้านนอกแคว้น ถือว่าไม่ความจำเป็นหรือส่งผลดีต่อบรรยากาศสงบสุข ทั้งหลายบริเวณยังประสบปัญหาด้านการเกษตรที่ต้องปรับตัวจากภัยพิบัติซิย่ะอยู่ ทำให้เฉียงหลงหวงตี้ไม่ใคร่ได้ดังใจ จนต้องโบกมือไล่คนกลับไป

และหูซือไคว่ยังพลอยฟ้าฝนโดนหางลมหอบตัวพร้อมท่านอัครเสนาบดี เจ๋อกงกงนำขบวนคนตามมาค้อมกายส่งขุนนางใหญ่ทั้งสองอย่างนับถือ นอกเหนือจากเสี่ยวหวังจื่อฝาแฝดในไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยแล้ว ก็มีแค่พวกเขาที่ยึดถือปณิธานความตั้งใจ ในที่สุดก็จะประสบความสำเร็จภายในห้องทรงพระอักษรของจักรพรรดิ

ครั้นภายในห้องไร้เงาคนรกหูตา โอรสสวรรค์ค่อยเรียกราชองครักษ์ลับ สีหน้ายังเผยเค้าเมฆหนาครึ้ม จวนแจจะแลบประกายสายฟ้าอยู่บ้าง

“ท่าทางนางเป็นเยี่ยงไร เหตุไรยังสงบเฉยอยู่ในไป๋ฮวากง ทั้งที่ชื่อเสียงถูกชาวบ้านร่ำลือจนเสียหายหมดแล้ว”

กระแสเสียงแฝงเส้นโทสะที่สะสมตัวนับแต่จูเสินฝู่ไม่ยอมเห็นด้วยกับแนวทางของตนเอง ทำเอาหัวหน้าราชองครักษ์ลับคนปัจจุบันสับสนเล็กน้อย ด้วยเขาเชื่อมั่นว่าจริงๆ หวงช่างทรงมีคำตอบเฉพาะทางแล้ว แต่กลับยังหาคนออกมาทรมานเล่นอีก ยอดฝีมือผู้ไร้นามเลยประสานกำมือ

“กระหม่อมจะจับตาอย่างเข้มงวดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ!”

แสดงว่าป่านฉะนี้กลับไม่มีสักประโยคให้รายงาน โอรสสวรรค์ผู้ไม่ได้ดังใจสักเรื่องจึงปัดมือไล่พวกเขากลับไปแฝงเงา แล้วส่งสุรเสียงก้องห้องให้เจ๋อกงกงกลับมาฝนหมึก ขณะที่ตนเองชำระกองฎีกาบนโต๊ะเก้ามังกรอย่างอารมณ์อึมครึม จนมหาขันทีสกุลเจ๋อชักอยากส่งเจ้าชูซือหลิ่งไปรบกวนเสี่ยวหวังจื่อถึงไป๋ฮวากง เผื่อไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยจะทรงสงสารพวกเขา แล้วเสด็จมาเข้าเฝ้าหวงช่างให้ทุกคนหายใจคล่องแคล่วสักหนึ่งก้านธูป

ส่วนน่าหลันซือซือเหมือนจะใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดโปร่งขึ้นมาก มีเพียงปลีกเวลามาใส่ใจคัดสมุนไพรคุณภาพชั้นเลิศแก่หลางไต้ฟูบ้าง เนื่องจากอาศัยวิธีจับเผือกร้อนเอาไว้เอง แค่ฟังยังไม่โสภาหูเท่าไหร่เลย หญิงสาวจึงไม่ส่งตัวยาสำคัญกับคนของเจียงกุ้ยเฟยโดยตรง ครั้นจะนิ่งเฉยท่ามกลางพระเนตรพระกรรณเจียงหวงไท่โฮ่ว ยังเกรงว่าพระนางอาจแปรยุทธวิธีใหม่ให้เดือดร้อนสองเปา

สำหรับเจียงกุ้ยเฟยที่พักรักษาตัวอยู่แต่ในเทียนซงกง อาการป่วยกายจากฤทธิ์ยาถ่ายที่ต้ากงจู่แอบผสมใส่ถ้วยชา น่าจะหายขาดดีแล้ว แต่เป็นไปได้ว่าอาการป่วยใจที่รับอุบัติกรรมกะทันหัน ยังส่งผลกระทบให้การปั้นภาพลักษณ์อ่อนหวานยากประสบผลสำเร็จ น่าหลันซือซือย่อมเข้าใจอีกฝ่ายสุดซึ้งเชียวล่ะ

หากกลายมาเป็นตนเองบ้าง นางก็ต้องอับอายขายขี้หน้าดุจเดียวกัน เพราะไม่อาจหยุดตอนจะถ่ายท้องไหวจริงๆ!

ด้วยช่วงเวลาสงบสุขที่มีกันพวกนางแม่ลูกและชีรันแบบนี้ ช่างชวนอาลัยอาวรณ์จนไม่อยากให้สิ้นสุดเลย โฉมสะคราญรำพันพลางสะกิดปลายนิ้วลูบไรผมอ่อนของซาลาเปาน้อยในอ้อมแขนเบาๆ ด้วยอายุใกล้จะเจ็ดขวบแล้ว พวกเขาตัวยืดยาวขึ้นอีก ไม่นานส่วนยุ้ยๆ กลมๆ ก็คงหายไป รูปหน้ายังเปลี่ยนแปลงเข้าใกล้บิดาอย่างเฉียงหมินหลงทุกที

เฮ้อ...สวรรค์!

ปีหน้า นางจะขอลาพักร้อนแล้ว!

ภายหลังที่ทอดเวลาจนผู้คนขยายข้อสงสัยนานาประการเป็นกองทัพล้อมวังหลวง สุดท้ายไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยที่มีเชื้อสายหรวนตี้จึงเคลื่อนไหวจากตำหนักดอกไม้ขาว ก้าวแรกของนางคือมุ่งหน้ามาเข้าเฝ้าเฉียงหลงหวงตี้ บนบัลลังก์มังกรทองที่ศักดิ์สิทธิ์หาใดเปรียบ โอรสสวรรค์คล้ายกับตั้งตาคอยอยู่นิดหน่อย พอเห็นดวงหน้างดงามที่โดดเด่นของต๋าน่าหลันซือซือ ปฏิกิริยาจักรพรรดิหนุ่มยังคล้ายยินดีเสียเกินหกส่วนแล้ว ยั่วยวนให้คนที่จำต้องแสดงท่าทีบ้าง อยากทักทายด้วยฝ่ามือสักหลายที เสียดายแต่วรยุทธ์นับว่าห่วยแตก ขืนเอานิ้วแสนสวยไปฟาดเกล็ดมังกร ดีไม่ดีเกิดเขาคันๆ ขึ้นมา นางอาจโดนพลิกสีข้างมาทับตายก่อนจะทันได้ตกใจด้วยซ้ำ

ครั้นถวายพระพรอย่างชดช้อยตามธรรมเนียมแล้ว น่าหลันซือซือก็ยืดเรือนร่างสะดุดใจผู้คนขึ้น ผิวพรรณของนางเนียนกระจ่างไปทุกส่วน พาให้ทุกสายตาสว่างไสวราวกับบรรยากาศภายในนี้ปลอดโปร่ง แม้แต่บุคคลครึ่งชายอย่างเจ๋อจิวซิ่งยังประทับใจเสน่ห์ล้นเหลือของไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย แล้วบุรุษเต็มตัวเยี่ยงหวงช่าง มีหรือรับผลกระทบด้อยไปกว่าพวกเขา นัยน์ตาดำขลับจึงแต้มประกายแวววาว

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันเพิ่งทราบว่าเกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญผู้คนขึ้น ทั้งยังต้องสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับชาวหรวนตี้ ทว่าหม่อมฉันสามารถทูลยืนยันได้ว่า นี่มิใช่แนวปฏิบัติของชาวหรวนตี้ที่หม่อมฉันเคยเติบโตมา...”

นางช่างเข้าใจอ้างอิงจากที่เคยเติบโตมา แต่บัดนี้ถือว่าห่างหายกันไปหลายปีดีดัก ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่เผ่า ต๋าน่าหลันซือซือย่อมไม่มีส่วนรับรู้ กรณีที่พิธีกรรมนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาของหรวนตี้ ก็ไม่อาจเอาผิดคนในคำรับรองนี้ได้

เฉียงหลงหวงตี้ย่อมมีใจอยากจะรัดร่างน้อยจนกระดูกลั่นสักสองสามข้อ นางจะได้กังวลว่าเขาสามารถเอาเรื่องราวถึงชีวิตกันบ้าง

“ตลอดช่วงเวลาเหล่านั้น หม่อมฉันไม่เคยพบว่าต้องใช้คนพลีชีพเซ่นสรวงเทพภูเขา เพราะมีศรัทธาแต่โบราณว่าเทพเจ้าประทับบนจุดสูงสุดของภูเขา เพื่อปกปักชีวิตผู้คนจากปีศาจร้าย ย่อมมิได้ปรารถนาชีวิตของชาวเผ่าดวงใดตอบแทน ทำให้หม่อมฉันยากจะเข้าใจเหตุผลที่เกิดขึ้นเช่นกันเพคะ แต่เรื่องกลับขยายใหญ่โตไปแล้ว หม่อมฉันจึงถือเป็นลางร้าย จนรู้สึกไม่ใคร่สบายใจ...”

โอรสสวรรค์กำลังตื่นเต้นอยู่บ้าง ถ้าอ้ายเฟยใจไม่ใคร่ดีแล้ว จะแก้ไขด้วยวิธีไหนเล่า รีบบอกเจิ้นมาเร็วเข้า!

น่าหลันซือซือเผยรอยยิ้มที่ราวกับเห็นแสงสวรรค์พาดผ่านลงมาจากสัตว์เทพเบื้องหลังจักรพรรดิ

“หม่อมฉันจึงทูลขอพระเมตตาหวงช่าง โปรดให้หม่อมฉันได้ไปปฏิบัติธรรม และอุทิศบุญกุศลแก่ดวงวิญญาณที่น่าเวทนาเหล่านั้นที่พระอารามหลวงด้วยเพคะ!”

แนวคิ้วเข้มถึงกับขมวดมุ่นฉับพลัน ลูกตาดำคล้ำคล้ายกระจายกลิ่นอายอันตรายครอบคลุมบริเวณ

ไป๋ฮวาเฟยจะไปปฏิบัติธรรม!

แล้วก็ทำให้ที่เขาวาดหวังพังภินท์ได้หรือไร!

โครงหน้าหล่อเหลาถอยเข้าสู่ด้านมืดของมนุษย์ ส่งราศีมหันตภัยออกมาตักเตือนให้นางทบทวนการตัดสินใจทันที แต่ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยกลับขวัญกล้าเทียมฟ้าเหมือนเจ้าอัครเสนาบดีจูไม่มีผิด เห็นทีคนจำพวกเดียวกันก็ร่วมงานกันได้ดิบได้ดี!

“หม่อมฉันคิดว่าจะทูลขอพระราชานุญาตสัก...”

โฉมสะคราญยังไม่ทันยื่นกำหนดเวลา สุรเสียงประกาศจากเบื้องสูงกลับฟังเฉียบขาดประหนึ่งอิทธิฤทธิ์อสนีบาตส่งสู่พื้นดิน

“หนึ่งวัน!”

คุยกับแพนด้า:(8/9/19)

เฮียกลับมาทวงคืนความเป็นบิดาแห่งสารพัดปัญหา 555555 ทีนี้ก็ได้คำตอบกันแล้วเนอะว่าองค์หญิงใส่อะไรไว้ในน้ำชา ใช่แล้วค่ะ น้องซือซือจะไปกล้ารับของดีได้อย่างไร ฮาาาา ยอมขายหน้าเรื่องไม่รู้ลำดับแก้วดีกว่าเนอะ ส่วนองค์หญิงน่าจะโดนท่านแม่อบรมในใจยกใหญ่ทีเดียว ฮ่า!

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ ตอนนี้อยู่ในส่วนเนื้อหาเล่ม3 (มีทั้งหมด 4 เล่มจบ)

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง 1 ตอน/อาทิตย์ (อย่างมาก 4 หน้าเอสี่เวิร์ด/วัน จนกว่าจะครบ 100%ของตอน)

สถานะสต็อก:มีต้นฉบับเขียนมือ ดังนั้นจึงพิมพ์และตรวจลงหน้าเว็บสดๆ ร้อนๆ

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (เป็นวันไหนก็ได้ในอาทิตย์)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม2 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 289 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 275 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม1 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 255 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 245 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย nosto
ดีแค่ไหนที่พี่เต้ให้ไ แบบเช้าไปเย็นกลับนะ
เมื่อ 1 เดือน 3 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Aiai
ร้ายยย ให้น้องไปแค่วันเดียงเองงง555 นึกหน้าเฮียตอนนั่นคงขำหน้าดูนะคะ5555
เมื่อ 1 เดือน 5 วันที่แล้ว

รีวิว