หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่68: เทพชะตาอาจบัญญัติว่า ต๋าน่าหลันซือซือเป็นศูนย์รวมภัย! 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่68: เทพชะตาอาจบัญญัติว่า ต๋าน่าหลันซือซือเป็นศูนย์รวมภัย! 100%

(เฉียงหลงหวงตี้/เฉียงหมินหลง: แท้จริงแล้ว อ้ายเฟยก็ใช้งานเจิ้นเยี่ยงนี้!)

บทที่68:เทพชะตาอาจบัญญัติว่า ต๋าน่าหลันซือซือเป็นศูนย์รวมภัย! 100%

เสียงฝีเท้าอลหม่านตามมาด้วยสารพัดเสียงอาวุธปะทะกันบางคราวผสมเสียงร้องเจ็บปวด บางทียังคล้ายสำลักของเหลวอยู่ในลำคอ ย่อมพาขนแขนผู้คนลุกเกรียว ทุกคราวที่คมโลหะสัมผัสเนื้อหนัง กลิ่นคาวโลหิตก็สาดคลุ้งไปทั่ว หูไท่เว่ยจึงดึงกำลังภายในขึ้นมาบัญชาการ คลื่นคำรามของเขากระจายผ่านอากาศมาราวกับระเบิดที่ดังกระหึ่ม

“ตั้งแถวปกป้องขบวน!”

บรรดานายทหารสามารถจัดลำดับความสำคัญได้ พวกเขาควรอารักขาใครก่อน ดังนั้นช่วงท้ายขบวนที่เป็นข้ารับใช้กับหมอหลวงจึงถูกทอดทิ้งชั่วคราว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของหวงช่างกับหวงกุ้ยเฟย ทว่าเพราะเส้นทางบีบแคบทำให้เสียทีผู้ซุ่มจู่โจมไปไม่น้อย

หูซือไคว่อยู่ใกล้รถประทับของจักรพรรดิ โดยภาวะคับขันที่เกิดขึ้น เขาสมควรปกป้องหวงช่าง แต่จอมทัพหนุ่มกลับหันหัวม้าตะลุยจุดที่ถูกดักโจมตีหนัก หรือก็คือช่วงคันรถของไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยกับเสี่ยวหวังจื่อฝาแฝด เคราะห์ร้ายเล็กน้อยที่พวกมันจัดแผนรอบคอบ ยกเว้นคัดยอดฝีมือมารุมสังหารเป้าหมาย ยังจะแบ่งกลุ่มที่อ่อนด้อยกว่าก่อกวนการตั้งรับของทหาร และทั้งหมดแต่งกายเหมือนชาวหรวนตี้!

พอพวกมันกระโจนออกจากที่ซ่อนแล้ว ก็เข่นฆ่าทหารอย่างโหดเหี้ยม ทำให้ต๋าปาหยุนทูฉีกับพรรคพวกถูกบรรดาทหารที่เพิ่งสูญเสียสหายบันดาลโทสะใส่ สุดท้ายจึงยกพวกต่อสู้กันเองยิ่งซ้ำเติมเหตุการณ์ให้เลวร้ายขึ้น

ต่อให้น่าหลันซือซือคะเนว่าพวกเขาอาจตีกันวุ่นวายทั้งทหารจงหยวนและนักรบชาวหรวนตี้ บัดนี้อาวุธไร้ตาจำนวนมากก็มากวัดแกว่งอยู่รอบตัว นางย่อมหวาดกลัวจนมือสั่นเทา ทั้งที่ร่างกับวิญญาณเคยตายชนิดละหนมาก่อนแล้ว

กลุ่มวิญญาณผลัดมาบรรยายความเคลื่อนไหวนอกรถม้า สองหูหญิงสาวเลยเอ็ดอึดด้วยนานาเสียงที่รังแต่จะทำให้ขวัญกระเจิดกระเจิง ทว่าสวรรค์ยังคุ้มครองชีวิตพวกนางสามคนแม่ลูก จึงส่งขุนศึกอันดับหนึ่งในใต้หล้าอย่างเฉียงหมินหลงเป็นราชองครักษ์ อาศัยลำพังเขาแผลงวิชาหนึ่งกระบวนชุด สามารถคร่าศัตรูไปสองสามชีวิต ช่างสมกับที่ชนเผ่าหวาดหวั่นฝีมือยิ่งนัก!

แต่พวกลอบสังหารก็ได้เปรียบจากสภาพไม่รู้ใครดีใครร้าย จึงนำพวกตนเองมาล้อมฆ่าจุดนี้เอาไว้แน่นหนา ปล่อยให้ทหารองครักษ์ส่วนหน้าปะทะกับชาวเผ่าอย่างต๋าปาหยุนทูฉี แม้เฉียงหมินหลงจะเก่งกาจเกินคน เขาก็ลำบากรับมืออยู่บ้าง จังหวะหนึ่งน่าหลันซือซือค่อยสบตาชีรันย้ำคำสั่ง

สักประเดี๋ยวก็ปรากฏเงาดำวูบมากระชากม่านขาด ซาลาเปาน้อยกับชีกงปี้ต่างเตรียมต่อสู้แล้ว แต่พวกเขากลับชะงักพร้อมกัน เพราะเครื่องแต่งกายเปื้อนกระหย่อมเลือดเป็นของทหารองครักษ์ ฉะนั้นยามมองหน้าตาอีกฝ่าย ทุกคนค่อยสะดุ้งโหยง ที่แท้ก็เป็นหวงช่าง!

ชายหนุ่มสั่งลงจากรถม้า ส่วนตนเองคว้าร่างภรรยาได้ยังกระโจนออกข้างนอก ความเคลื่อนไหวของโอรสสวรรค์ว่องไวประดุจวิญญาณดวงหนึ่ง ทำให้ที่เหลือรีบติดตามมาจึงถือว่าเฉียดตายหมู่ไม่น้อย ลูกธนูไฟผูกถุงดินระเบิดพุ่งมาปักเต็มหลังคารถ ก่อนจะแสดงอานุภาพเพลิงกัมปนาท ฝูงม้าศึกต่างแตกตื่น บ้างเตลิดหนี บ้างก็สลัดคนหล่นแล้วเหยียบย่ำ

พวกลอบสังหารเห็นเป้าหมายยังมีชีวิตรอด ทั้งอยู่ในอารักขาราชองครักษ์มากฝีมือคนหนึ่ง จึงรวมตัวกันพุ่งเข้าหาทั้งคู่ บรรดาทหารผู้น้อยพยายามขวางเพราะเห็นว่าเป็นไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ทว่าชั้นเชิงต่อสู้กลับเชื่องช้ากว่าพวกมันพอสมควร ไม่สามารถต้านทานได้นานก็เพลี่ยงพล้ำ ขณะเดียวกันท่าทีของกลุ่มนักฆ่าก็แสดงให้เฉียงหลงหวงตี้รู้เจตนาแล้ว เขาเลยแบกภรรยาออกห่างขบวนเสด็จ น่าหลันซือซือที่ห่วงสองเปารีบตะโกนสั่งเด็กสาวคนสนิท

“อารันพาเสี่ยวเปาไปเดี๋ยวนี้!”

ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงเล็กๆ ของผู้หญิงย่อมถูกจางหาย แต่เพราะนางเคยกำชับเอาไว้ก่อน ชีรันจึงคว้าตัวซาลาเปาข้างละคน แล้วพาหลบการต่อสู้ชุลมุนไปทางหนึ่ง หากไม่ใช่อารันถือวิสาสะหอบหิ้วพวกเขา คู่แฝดคงอาละวาดใส่นางอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่เอาแต่ตะโกนเรียกมารดา

“เหนียงงง!เหนียงงง!”

เพราะจักรพรรดิในคราบราชองครักษ์เจตนาใช้ภรรยาล่อคนจากขบวน พวกมันที่กำลังเร่งร้อนอยากปฏิบัติงานให้ลุล่วง จึงถอนกำลังที่แฝงเป็นชาวเผ่าก่อกวนทหารอยู่ จังหวะเดียวกับหูไท่เว่ยที่ฝ่าพื้นที่ต่อสู้วุ่นวายมาถึง เขาลงดาบผ่าครึ่งตัวศัตรู ก่อนทำท่าจะเข้ามาปกป้อง แต่เฉียงหมินหลงส่งสัญญาณมือไปหาชีรัน จอมทัพสกุลหูเลยคว้าจิ่นลี่หวังที่สลัดตัวหลุดเอาไว้ทัน โอรสสวรรค์ค่อยพาต๋าน่าหลันซือซือทะยานห่างพวกเขากระทั่งลับสายตา

เมื่อไม่มีนักลอบสังหารคอยป่วนสถานการณ์ บรรยากาศคลุมเครือจึงกระจ่างชัด ด้วยเหลือแค่ทหารแคว้นจิ้นกับนักรบชาวเผ่าที่ประมือกันเอง หูซือไคว่ไม่อาจปล่อยให้สองฝ่ายสูญเสียกว่าที่เป็นอยู่ เขาย่อมหิ้วเมี่ยนเปาติดมือไปจนถึงหัวขบวน ทำให้ชีรันจูงเปาจื่อวิ่งตามหลังมา ไป๋เฟินเหนียงเหนียงกำชับหลายหนจนนางท่องจำได้ ห้ามคลาดสายตาจากเสี่ยวเปาแม้แต่คนเดียว

ซาลาเปาน้อยกำลังโมโหสุดขีดที่ถูกจับบังคับเดิน เขาเลยวาดแขนขาฮึดฮัด แต่ไม่หลุดกำมือหูไท่เว่ยสักที เมี่ยนเปารู้สึกคล้ายมีควันสายใหญ่พวยพุ่งเหนือศีรษะแล้ว ขณะเดียวกันหูซือไคว่ก็ใช้วิธีคำราม สยบทหารใต้บังคับบัญชาและนักรบชาวหรวนตี้

“หยุดต่อสู้!เก็บอาวุธ!”

ทุกฝ่ายพากันชะงักค้าง สองหูสั่นสะเทือนจนปวดร้าว ทำให้แยกมาตั้งท่าระวัง พลางต่อตาอาฆาต ยกเว้นต๋าปาหยุนทูฉีที่เต็มใจชี้แจง

“พวกมันไม่ใช่หรวนตี้!”

นักรบคนสนิทของเขาลากศพหนึ่งขึ้นมา แล้วกระชากหมวกหัวสัตว์ที่ปิดบังช่วงศีรษะ ทุกฝ่ายค่อยตะลึงลานกับหน้าตาคนตาย ซึ่งบ่งชัดว่าสืบเชื้อสายหวงตี้(จักรพรรดิเหลือง ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ริเริ่มอารยธรรมจีน และกล่าวกันว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวจีน)นี่...นี่หมายความอย่างไร เป็นพวกเขาโดนแหกตาหรอกหรือ!

เฉียงหลงหวงตี้ตัวปลอมเผยสีหน้าอึมครึม ก่อนสบตาหูไท่เว่ยคล้ายต้องการคำอธิบายทันที

“ทูลหวงช่าง การจงใจลอบสังหารครั้งนี้ น่าจะมีเป้าหมายเป็นไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ!”

โอรสสวรรค์จำแลงย่อมตวาดหาคนตามมา

“แล้ว...เป็นอย่างไรบ้าง!”

เขานับว่าแสดงกิริยาเลียนแบบยามเดือดดาลอย่างสมจริง ทว่ากลับไม่กล้าใช้คำว่า‘อ้ายเฟย’เท่าไหร่ จึงทำให้พอจะจับผิดได้บ้าง ทว่าในขบวนเสด็จ พวกที่รู้ล้วนแต่ปากหนัก พวกไม่รู้ก็กำลังเดือดร้อน ต๋าปาหยุนทูฉีกับพรรคพวกมองหาต๋าน่าหลันซือซือ แต่เจอแค่องค์ชายฝาแฝดที่ชีรันยึดมือเอาไว้อยู่ข้างกาย หน้าตาพวกเขากราดเกรี้ยวไม่แพ้จักรพรรดิ โดยเฉพาะเมี่ยนเปาที่ถ้าพี่ชายฝาแฝดไม่ห้ามลงมือใส่จอมทัพหู เขาคงไม่ยืนเคี้ยวฟันกรอดๆ เงียบๆ ตรงนี้

“ก่อนที่รถม้าจะลุกไหม้ทั้งคัน กระหม่อมเห็นราชองครักษ์คนหนึ่งพาหลบหนีออกมาได้พ่ะย่ะค่ะ แต่ว่าพวกมันมีจำนวนมากเกินไป จึง...”

เฉียงหลงหวงตี้จึงระบายโทสะใส่บรรดานายทหารที่ยังยืนหน้าเซ่อ

“ไปทางไหน!ตามไป!ไปหาคนมาให้ได้!”

จิวเซี่ยวจื้ออวี่หลินจูหลางผู้บัญชาการกองราชองครักษ์ที่หนึ่งจึงสนองรับพระบัญชารวมพลทหารออกตามหาไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ขณะที่หูไท่เว่ยหันมาแนะนำกับต๋าปาหยุนทูฉี

“พวกท่านแต่งกายคล้ายกัน คอยอยู่ที่นี่จะเป็นการดีกว่า”

แต่ทูฉีหนุ่มกลับเห็นต่าง

“ข้าเข้าใจเหตุผลของหูต้าเหริน แต่ว่าพวกข้าชาวเผ่าเชี่ยวชาญพื้นที่มากกว่า ข้าขอเสนอนักแกะรอยลำดับหนึ่งของหรวนตี้ ชีหวู่...”

หูซือไคว่พิจารณานักรบคนสนิทของรองหัวหน้าเผ่า ชายคนนี้จึงเผยโฉมตนเองด้วยการถอดหมวกพร้อมปลดเสื้อคลุมหนังสัตว์ออกจากกาย ด้านในเขาสวมชุดหนังเย็บแขนสั้น เห็นกล้ามแขนกำยำใหญ่ ด้วยลักษณะเด่นตามเผ่าพันธุ์ทำให้คล้ายมนุษย์หมีสีน้ำตาลพอควร เมื่อเขาปล่อยผมยาวสีน้ำตาลแดงยุ่งเหยิงอยู่

แล้วทูฉีหนุ่มยังค่อยแสดงความจริงใจออกมา

“รบกวนหูต้าเหรินทบทวนด้วย ในเมื่อหวงช่างประทับอยู่ที่นี่ และการลอบสังหารยังเกิดภายในอาณาเขตหรวนตี้ ขอให้พวกข้าได้มีส่วนช่วยเหลือไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยสักเล็กน้อยเถิด”

นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่ทราบว่า โอรสสวรรค์ที่ยืนโกรธาอยู่คือตัวปลอม ต๋าปาหยุนย่อมกังวลใจหนัก หากจอมทัพสกุลหูไม่อยู่รักษาการณ์ พวกทหารยังไม่วางใจพวกเขา อาจจะเกิดสภาพวุ่นวายซ้ำสองได้ หูซือไคว่ตัดสินใจเอาไว้ก่อน แต่พอเขาเห็นสีหน้าองค์ชายฝาแฝด เลยละล้าละลังขึ้นมา ชายหนุ่มเกรงว่าชีกงปี้อาจปล่อยพวกเขาดิ้นรนไปหาอันตรายเพิ่มอีก ลำพังหวงช่างกับหวงกุ้ยเฟยถูกล่าเอาชีวิตย่อมเลวร้ายพอแล้ว

“รบกวนต๋าทูฉีนำทางแล้ว พวกเจ้าตามไป!”

เขาดึงทหารมีฝีมือหลายคนสมทบไปกับหน่วยราชองครักษ์และพรรคพวกต๋าปาหยุน เปาจื่ออาศัยมันสมองสังเกตการณ์ได้ถ่องแท้พอควร เขาจึงปรามน้องชายฝาแฝดไม่ให้อาละวาด ดังนั้นหูไท่เว่ยไม่เพียงอยู่อารักขาหวงช่างตัวปลอม เขายังสำรวจจำนวนคนเจ็บกับคนตาย ดูงานยุ่งไม่น้อย

เมื่อพวกเขาสงบท่าทาง สายตาจอมทัพสกุลหูค่อยเบนไปสนใจทางอื่น ทำให้เปาจื่อกระตุกมือถามชีรัน

“ที่จริงแล้ว ไป๋เฟินเหนียงเหนียงรู้ล่วงหน้าใช่หรือไม่”

เด็กสาวไม่กล้าโกหกองค์ชายน้อย หรือต่อให้นางโป้ปด เขาก็เฉลียวฉลาดจนคาดคั้นความจริงออกมาได้

“เพคะ เหนียงเหนียงยังย้ำสั่งให้หม่อมฉันปกป้องแต่เสี่ยวหวังจื่อ...”

เปาจื่อคลายหัวคิ้ว แต่นัยน์ตาของเขายังคงครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนจะแหงนหน้ายิ้มกับชีรัน

“เช่นนั้นก็ ปล่อยมือเสี่ยวเปาได้แล้ว”

แรกได้ยิน เด็กสาวยังสับสน แต่ด้วยบรรยากาศสุขุมขององค์ชายน้อย ชีรันจึงปล่อยมือพวกเขา เมี่ยนเปากับเปาจื่อค่อยมองกังวลตามทิศทางที่บิดามารดานำหน้าฝูงนักฆ่าไป ต่างคนต่างประสานใจภาวนาให้ไป๋เฟินเหนียงเหนียงปลอดภัยกลับมา

เนื่องจากคณะหมอหลวงไม่ใช่เป้าหมายของพวกซุ่มสังหาร พวกเขาเพียงแตกตื่นระหว่างถูกโจมตี พอเหตุการณ์ปลอดภัยแล้ว ลูกศิษย์ก็รีบหอบล่วมยาวิ่งตามหลางไต้ฟูออกตรวจรักษาคน ส่วนทหารที่พลาดพลั้งจนเสียชีวิต ก็ถูกรวบรวมเอาไว้ด้วยกัน หูไท่เว่ยเดินสำรวจทีละร่าง ในนั้นปรากฏพวกลอบสังหารปะปนอยู่ด้วย ทว่าพวกมันวางแผนรัดกุม จึงปรากฏหลักฐานไม่ถึงสิบศพ ทั้งหมดยังเป็นชาวจงกั๋วที่เลียนแบบเอกลักษณ์ชาวนอกด่าน ทำให้ทหารหลายคนเกิดความรู้สึกสับสนใจ

กลุ่มนักรบชาวเผ่าที่จำป้องกันตัวจากทหารแคว้นจิ้น ก็ที่ทั้งบาดเจ็บสาหัสและบาดแผลทั่วไป ทว่าปฏิกิริยาพวกเขายังหวาดระแวงชาวจงกั๋ว ด้วยอีกฝ่ายเริ่มต้นทำร้ายตนเองก่อน ทั้งที่ทุกคนเปี่ยมความตั้งใจดีแท้ๆ

หลังจากปรมาจารย์แพทย์หลวงหลางจัดการคนเจ็บในขบวนเสด็จเรียบร้อยแล้ว เขาค่อยขอความช่วยเหลือจากชีกงปี้ และชี้ให้นางดูเหล่านักรบที่ทำแผลให้กันเองอย่างผิดวิธี ไม่ใส่กระทั่งความสะอาดของบาดแผล หรือต่อให้เจ็บปวดแทบสิ้นสติ แต่ก็ไม่มีใครปริปากครวญครางสักคำ

“อธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า ข้าชื่อหลางซื่อ มาจากคณะไท่ยีแห่งราชสำนัก มีหน้าที่ตรวจโรคภัยและช่วยชีวิตผู้คน ย่อมไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใคร บาดแผลบางประเภทของพวกเขา ถ้าไม่รักษาความสะอาดให้ดี อาจติดเชื้อถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือชีวิตภายหลังได้”

ชีรันไม่กล้าพาซาลาเปาน้อยเข้าใกล้กลุ่มนักรบ จึงตะโกนภาษาเผ่าไปทางพวกเขา หลายคนมองเด็กสาวอย่างแปลกใจ แล้วรำลึกได้ว่าเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของสกุลชี กิริยาหวาดระแวงจึงผ่อนคลายลง สุดท้ายก็อนุญาตให้พวกหมอหลวงตรวจรักษาพรรคพวก

ขณะหวงช่างตัวปลอมเดินสำรวจศพนักฆ่ากับหูซือไคว่ เขาก็ไม่สามารถแสดงความคิดที่สับสนอยู่ในใจ ได้แต่หารือร่วมกับจิวอวี่หลินจูหลางและหูไท่เว่ย จากนั้นค่อยเรียกหาองค์ชายฝาแฝด

“หมินจือ หมินเหมิงมานั่งตรงนี้มา เจิ้นรับรองว่าทุกคนต้องปลอดภัย”

ด้วยเป็นประกาศิตจักรพรรดิที่ส่วนใหญ่นับถือว่าเป็นตัวจริง ซาลาเปาน้อยย่อมเชื่อฟังเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ พวกเขาตัดสินใจตั้งค่ายคอยที่นี่ และจัดเวรยามเข้มงวดจนกว่าทูฉีพาคนกลับมา ขณะเดียวกันพวกนักรบหรวนตี้ยังส่งเหยี่ยวนำสารไปแจ้งชานหยู ขอกำลังหนุนตามหาไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยกับราชองครักษ์ผู้นั้น

นอกจากต๋าน่าหลันซือซือกลายเป็นพระอัครชายาคนโปรดของเจ้าแคว้นจิ้น นางยังสืบสายเลือดอดีตชานหยูต๋าโมเหยียนผู้ลือชาอยู่ในกาย ดังนั้นฝ่ายที่ยกย่องความสามารถของอดีตชานหยู ย่อมเดือดร้อนใจไม่แพ้จอมทัพสกุลหู องค์ชายคู่แฝดและชีรัน

ยามสถานการณ์ของขบวนเสด็จสงบเรียบร้อยดีแล้วฝั่งเฉียงหลงหวงตี้ตัวจริงที่หอบหิ้วโฉมงามแยกหนีมาอีกทางนั้น กลับกำลังสรุปผลได้ยากเย็น หญิงสาวเพิ่งเคยเห็นบรรดาราชองครักษ์เงาปรากฏตัวขึ้นประมือโขยงนักฆ่า ช่างสมเป็นหน่วยที่รวบรวมยอดฝีมือเอาไว้ด้วยกัน แค่คนเดียวยังซัดฝ่ายตรงข้ามเสียท่าได้รุนแรงเหมือนจอมมังกรมารที่ปกป้องนางอยู่

แต่เคราะห์ร้ายที่พวกมันพร้อมแลกชีวิตกับเป้าหมายงานอย่างไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ทำให้ขยันมุ่งมาทางเฉียงหมินหลงกับต๋าน่าหลันซือซือ หญิงสาวกลืนเสียงหวีดร้องหลังโดนสามีจับเหวี่ยงแขนขาหลบอาวุธซ้ายทีขวาที เส้นผมที่ชีรันรวบรัดให้แน่นหนาดี ตอนนี้ไม่แค่หลุดลุ่ยยังจะแผ่กระจายกลางอากาศ บางทีผิวหน้านางก็รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ จากกำลังภายในที่นักลอบสังหารจู่โจมใส่

โอรสสวรรค์สะบัดฝ่ามือพิฆาตใส่กลางอกคนที่พุ่งเข้าประชิดตัว ส่วนอีกมือหนึ่งยังชักเชิดสาวงามกระทั่งนางกอดซบกับต้นไม้ ก่อนดวงตาสีอำพันจะขยายจ้องอาวุธลับที่ปักเปลือกไม้เฉียดปลายจมูก พอคืนสติแล้ว หญิงสาวก็รีบตะเกียกตะกายหลบ

ครั้นภรรยาหาที่เลี่ยงภัยชั่วคราวเจอแล้ว เฉียงหมินหลงค่อยมีสมาธิปลิดชีพพวกมัน เขาชิงดาบก่อนถีบเจ้าของลอยลิ่วไปปะทะพวกเดียวกัน จากนั้นจึงกวัดแกว่งมันปัดอาวุธลับที่ซัดหาต๋าน่าหลันซือซือ จอมมังกรมารย่อมเกรี้ยวกราดที่พวกมันจ้องเล่นงานแต่ผู้หญิงของเขา ขุมพลังดุร้ายเลยขยายขอบเขตจนกดดันให้หายใจติดขัด หากเป็นอันธพาลข้างถนนคงเตลิดหนีไปเกลี้ยงแล้ว แต่พวกมันกลับมีชีวิตอยู่เพื่อบรรลุภารกิจ ถึงไม่หวั่นไหวแม้แต่ความตาย

น่าหลันซือซือซุกกายมิดชิดอยู่หลังต้นไม้ ก่อนรวบรวมความกล้าโผล่ลูกตาออกมาดูเหตุการณ์ ทางหนึ่งเฉียงหมินหลงต้องเข่นฆ่าคน ทางหนึ่งยังเฝ้ารักษาลมหายใจนาง เห็นได้ชัดว่ายามสถานการณ์คับขัน ทุกคนก็กลายเป็นตัวถ่วงเขาได้ทั้งนั้น!

ผู้นำสำนักลอบสังหารประจักษ์ว่าท่าทางไม่สู้ดีเท่าไหร่แล้ว ฝ่ายตรงข้ามไม่เพียงมีกองกำลังลับซ่อนตัวอยู่ วรยุทธ์องครักษ์ที่ปกป้องเป้าหมายอยู่ยังเก่งกาจเหนือธรรมดา ไม่ช้าพวกทหารด้านหลังคงไล่ตามมาทันแล้ว ทว่าจู่ๆ มันก็ประหลาดใจ

เฉียงหมินหลงตีวงล้อมพวกมันจนเปิดช่องว่าง ส่วนน่าหลันซือซือทราบจากผีว่าพวกต๋าปาหยุนทูฉีแกะรอยไล่หลังไม่ห่างแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงย้อนมากระชากตัวนาง และทิ้งให้ราชองครักษ์ลับช่วยปกป้องด้านหลัง ขณะพาหลบหนีเข้าไปในหุบเขา โดยมีพวกมันกวดฝีเท้าตามเป็นพรวน

พวกผีต่างงุนงงกับการตัดสินใจของจักรพรรดิเช่นกัน โดยเฉพาะพวกเขาทราบสถานการณ์ชัดเจนกว่าคนธรรมดา เป๋ยเสียนเฟยจึงลดรูปพลังงานจนเหลือขนาดเท่าตุ๊กตา แล้วนั่งเกาะเส้นผมบนบ่าน่าหลันซือซือ

‘หวงหลงผู้นี้ ที่แท้ก็สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว แต่ยากจะเข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดต้องหน่วงเวลาให้ซือเอ๋อหวาดกลัวขนาดนี้ด้วย’

อะไรนะ...หน่วงเวลา!

หญิงสาวหมกมุ่นคิด เขาจะเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับพวกนักฆ่ายืดเยื้อทำไม ไม่เห็นมีเหตุผลเลย!

สักพักหนึ่ง ดวงจิตเป๋ยเสียนเฟยก็รำพึงออกมาเบาๆ

‘เสี่ยวเปาปลอดภัยดีอยู่กับตัวปลอม หูไท่เว่ยก็ตัดสินใจตั้งค่ายรอที่นั่น และต๋าทูฉีก็ควรแกะรอยตามมาพบเร็วกว่านี้ แต่คำสั่งอำพรางร่องรอยการต่อสู้ของหวงช่างกลับทำให้พวกเขาล่าช้า ข้าเคยคิดว่าทำเพื่อสร้างความสับสนให้พวกมัน ทว่ายามนี้...ประหลาดจริงๆ’

น่าหลันซือซือยิ่งแตกตื่นอยู่ในใจ เพราะอะไรเขาต้องทำให้ยุ่งยากขึ้นอีก หรือต้องการฉวยโอกาสที่คนอื่นส่งนักฆ่ามา แล้วอุ้มนางไปเชือดทิ้งเสียกลางป่าเขา ทว่าอย่างไรหญิงสาวก็ทราบว่าคิดฟุ้งซ่านข้างเดียว ถ้าเฉียงหมินหลงอยากปลิดชีพใครสักคน ย่อมมีสารพันวิธีที่แนบเนียนกว่านี้

หรือเขาจะตั้งใจสอบปากคำ จึงให้ราชองครักษ์ลับจัดการพวกมันตามลำพัง หรือ...จะหยั่งรู้ว่าคือฝีมือใครบางคน เลยตั้งใจจะช่วยปิดบัง ทำเอานางอยากเขย่าคนจนกว่าคำตอบจะเฉลยตัวเลยนะเนี่ย!

‘เอ...หรือว่าหมายจะใช้สถานการณ์เดือดร้อนผูกสัมพันธ์กับซือเอ๋อ’

ผีลู่กุ้ยเฟยเปรยไปเรื่อยเปื่อย แต่กลับทำให้คนได้ยินแทบสิ้นเรี่ยวแรง นั่น...นั่นก็เป็นไปได้!

นับแต่นางใช้วิญญาณดวงเดิมสวมร่างใหม่อย่างต๋าน่าหลันซือซือแล้ว ก็หวาดระแวงความเคลื่อนไหวของเขา จึงไม่กล้าหลงใหลเสน่ห์และรูปลักษณ์ล้ำเลิศ บางทีนางยังพยายามลอกความสามารถเขามาโต้ตอบด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อสุดท้ายกลายเป็นต้นเหตุกระตุ้นเฉียงหมินหลงให้สร้างสถานการณ์เอาได้!

หึ!

อยู่ๆ ก็อยากจะแสดงบทบาทพิทักษ์สาวงาม!

น่าหลันซือซือเบ้ปากกับกล้ามอกสามี

ทำเอาซาบซึ้งบุญคุณย่ำแย่แล้ว!

คุยกับแพนด้า:(/10/19)

หนนี้เปิดตอนมาก็เต็มตอนเลย ไม่ต้องคอยกันวันต่อไป เพราะแพนด้าเขียนนำไปบ้างแล้วค่ะ ส่วนนี้แพนด้าอาจจะบรรยายน้อยไปบ้าง กระจายบทตัวละครไม่ค่อยเรียบร้อย ขออนุญาตเกลาทีหลังนะคะ อิอิ แพนด้าเป็นคนที่ชอบแก้ไขไปทีละจุดและหลายๆ รอบ ไม่ถนัดทำทีเดียวแล้วได้งานที่ดีเลย กลัวมัวแต่ย่ำอยู่กับที่ จะเขียนไม่จบด้วยค่ะ 55555 เลยขอเหมือนทำข้อสอบนะคะ ตอบได้ ตอบไปก่อน อันไหนตอบไม่ได้ข้ามไป ค่อยวนกลับมาทำใหม่ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้ากับอาทิตย์หน้านะคะ

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ ตอนนี้อยู่ในส่วนเนื้อหาเล่ม3 (มีทั้งหมด 4 เล่มจบ)

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง 1 ตอน/อาทิตย์ (อย่างมาก 4 หน้าเอสี่เวิร์ด/วัน จนกว่าจะครบ 100%ของตอน)

สถานะสต็อก:มีต้นฉบับเขียนมือ ดังนั้นจึงพิมพ์และตรวจลงหน้าเว็บสดๆ ร้อนๆ

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (เป็นวันไหนก็ได้ในอาทิตย์)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม2 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 289 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 275 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม1 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 255 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 245 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย muy
แหม หวงช่าง กลายเป็นเอาความดีความชอบเลย
เมื่อ 1 สัปดาห์ 6 วันที่แล้ว

รีวิว