หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่69: ในที่สุดก็หลงจนออกนอกลู่นอกทางแล้ว! 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่69: ในที่สุดก็หลงจนออกนอกลู่นอกทางแล้ว! 100%

(เฉียงหลงหวงตี้/เฉียงหมินหลง: พวกไม่รู้ที่ตาย จงเป็นปุ๋ยบำรุงป่าและบำรุงวาสนารักของเจิ้นซะ!)

บทที่69:ในที่สุดก็หลงจนออกนอกลู่นอกทางแล้ว! 100%

ต่อให้เฉียงหมินหลงพานางหลบหนีโดยมีหน่วยลับคอยระวังหลังแต่ก็ยังถูกตามล่ามาอย่างกระชั้นชิดอยู่ดี บรรดานักฆ่าต่างรีบร้อนปฏิบัติภารกิจ ผู้นำกลุ่มเลยตัดสินใจแสดงตัว พุ่งเข้าขวางหน้าราชองครักษ์ที่อุ้มหวงกุ้ยเฟยแนบแน่น ช่างไม่เกรงกลัวว่าถ้าโดนสอบระเบียบภายหลัง ทั้งตระกูลมีโอกาสต้องโทษประหารเก้าชั่วโคตรจากจักรพรรดิได้

หัวหน้าสำนักมีฝีมืออันตรายกว่าลูกน้อง จึงจัดการราชองครักษ์ลับคนหนึ่งกระเด็นไปไกล และดึงความสนใจจนเฉียงหมินหลงหยุดหลบหนี ก่อนหันมาประมือตอบ ต่างฝ่ายต่างใช้กระบวนท่าซับซ้อนเข้าต่อสู้ ทว่าน่าหลันซือซือกลับสัมผัสได้ว่าจอมมังกรมารเหมือนจะสนุกสนานชอบกล

หญิงสาวกำลังหลบหลังก้อนหิน ขณะที่หัวหน้ากลุ่มนักสังหารทำท่าเอาชนะศัตรูไม่ได้ ซ้ำรู้สึกราวกับถูกหยอกเล่นจนเสียความเชื่อมั่น เขาจึงกวาดตาเล็งเป้าหมายจนเจอที่หลบภัยของนาง แล้วซัดอาวุธลับออกไปอย่างแม่นยำ ทำให้ราชองครักษ์ลับคนหนึ่งต้องปรากฏกายเข้ารับแทน

นอกจากแรงซัดที่ทำให้อาวุธฝังลึกแล้ว ท่าทางมันยังเคลือบพิษด้วย ชายชุดดำจึงล้มลงไปกองกับพื้นทันที ไม่แค่หัวหน้าสำนักโมโหที่ตนเองลงมือพลาด เฉียงหมินหลงยังสำแดงวิชาที่ทำให้ครองตำแหน่งในใต้หล้าออกมา มันเลยได้แต่ป้องกันตัวจนถอยร่นหลายก้าว ราชองครักษ์ลับอีกสองคนจึงพยุงสหายที่ล้มลง ก่อนพาหายตัวไปอย่างว่องไว

ผีทหารกับเป๋ยเสียนเฟยยังอยู่รอบๆ น่าหลันซือซือ เป็นพวกเขากระซิบเรียกให้นางมาหลบที่นี่ แล้วค่อยชมยุทธวิธีที่เปลี่ยนจากฝ่ายรับมาเป็นรุกของโอรสสวรรค์ด้วยกัน ผู้นำสำนักอาจมีวิชาร้ายกาจอยู่กับตัว แต่เฉียงหมินหลงกลับโต้คืนได้ดุดันกว่า

‘ซือเอ๋อ คนพวกนี้ชะตาขาด แต่ก็ใจสู้ไม่เลว ไม่รู้ได้อะไรแลกเปลี่ยนมา เจี่ยเจียจะต้องหาคำตอบให้ได้’

น่าหลันซือซือเผลอพยักรับกับร่างโปร่งแสง ทำให้ราชองครักษ์ลับที่ปรากฏตัวมาอารักขานางงุนงงเป็นครู่ ครั้นหญิงสาวรู้สึกตัวก็ส่งยิ้มแก้ไขให้เขาหายสงสัย ทว่าอีกฝ่ายกลับหลบหน้าทันที ทำเอาโฉมสะคราญหุบยิ้มฉับ เห็นได้ชัดว่าเป็นภาระที่พวกเขาไม่เต็มใจดูแลเท่าไหร่

แล้วลูกน้องสำนักนักฆ่าที่ไล่ล่านางกับเฉียงหมินหลงมา ก็ถูกล้อมสังหารเรียบร้อย ประเมินคร่าวๆ ราชองครักษ์ลับมีที่บาดเจ็บอยู่บ้าง บางทีอาจมีเสียชีวิตด้วย แต่พวกเขาคงแบกศพของพวกพ้องขึ้น ก่อนพากันหายไปเช่นเดียวกับฝ่ายที่เจ็บหนัก จนคล้ายจะเหลือลำพังเฉียงหมินหลงกับผู้นำการลอบสังหารสู้กันนัวเนียอยู่

ชายแปลกหน้าร้องโหยหวน เมื่อแขนเขาถูกสะบั้นหักจนห้อยร่องแร่งข้างกาย

‘นั่นใช่ข้างที่ซัดอาวุธใส่ซือเอ๋อหรือไม่นะ’

น่าหลันซือซือไม่อาจเสแสร้งว่าผีเป๋ยเสียนเฟยไร้ตัวตนอีก จึงมองนางอย่างตะลึงเล็กน้อย สงสัยที่สามารถเก็บรายละเอียดชัดเจนระดับนี้ ต้องเพราะตายไปแล้วเป็นแน่

เฉียงหมินหลงถีบเท้าเข้ากลางอกหัวหน้าสำนัก ทำให้เขากระเด็นหาราชองครักษ์ลับที่ดักกดจุดคนอยู่ ป้องกันการกลืนพิษฆ่าตัวตายก่อนสอบปากคำ ชายคนนั้นจึงนอนกองกับพื้น ทำได้แค่กะพริบตาและหอบหายใจ ชายชุดดำกระชากหน้ากากหัวสัตว์ออก เผยให้เห็นว่าเขาเป็นคนแคว้นจิ้น แต่อยู่ๆ อีกฝ่ายกลับกลอกนัยน์ตาขาวขึ้นกะทันหัน ราชองครักษ์ลับรีบย่อเข่าลงจับชีพจร แล้วขมวดคิ้ว

สุดท้ายก็มีวิธีฆ่าตัวตายหนีไปหมด ไม่เหลือเอาไว้ซักปากคำสักคน ร่างบอบบางหลังก้อนหินสั่นเทายามเฉียงหลงหวงตี้เหลียวหานาง แล้วเขาค่อยเดินดุ่มมารวบตัวไปกอด จากนั้นลูบมือสำรวจบาดแผลภรรยาสาวจนแก้มชักร้อนผะผ่าว น่าหลันซือซือพยายามซุกหลบสายตาหลายคู่ในอ้อมแขนจักรพรรดิ

พวกราชองครักษ์ลับขนศพหัวหน้าสำนักลอบฆ่าไปแล้ว ราวกับว่าเสร็จงานเลยแยกย้ายกัน ปล่อยให้นางยืนกอดกำแพงกล้ามเนื้อของสามีตามลำพัง ครั้นจะหาที่ซับน้ำตา น่าหลันซือซือก็เจอแต่คราบเลือด จนไม่รู้จะหาตำแหน่งไหนใช้เรียกความสงสาร

ระหว่างที่เจ้าของร่างสั่นเทากำลังลังเล จอมคนก็ชิงกดหลังศีรษะน้อยๆ กระแทกกลางอกตนเอง มือยังขยับประโลมขวัญไปทั่ว

“อ้ายเฟยปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัว!”

น่าหลันซือซือตะลึงจนความคิดลัดขั้นตอน เท่ากับตอนนี้ก็สภาพเลอะเทอะทั้งสองคน แล้วยังเกี่ยงงอนตรงไหนสะอาดหรือตรงไหนมีเชื้อโรคไม่ทันอีก นางแอบถอนหายใจ พลางเบี่ยงใบหน้าเล็กน้อย ให้กลุ่มผมที่สยายยุ่งปูบนชุดราชองครักษ์ก่อน ค่อยกล่าวปนสะอื้น

“หม่อมฉันกลัว...กลัวว่าหวงช่างจะทรงได้รับอันตรายเพคะ พวกมันมีกันเยอะแยะ...”

หญิงสาวเคลื่อนมือขึ้นรองหน้า แล้วขยุ้มชุดชั้นนอกของสามี พลางทำตัวสั่นระริกหนักเข้าไปอีก ท่าทางเปราะบางนี้จู่โจมโอรสสวรรค์จนเกือบพลาดท่า หลงลืมไปว่าผู้หญิงที่น้ำตาร่วงอยู่ในอ้อมอกคนเดียวกันนี้ ได้กำชับสั่งชีกงปี้ให้ปลีกตัวห่าง ไม่ต่างอะไรกับการเรียกเฉียงหวงตี้เข้าขวางทางพวกนักฆ่า ฉะนั้นยามโอรสสวรรค์ระลึกความจริงประการนี้ได้ เขาย่อมต้องการค่าเสียเหงื่อแทนเด็กสาวชาวเผ่า

“คนมีความขลาดเขลาเป็นส่วนประกอบ เมื่อประเมินผลผิดพลาดย่อมต้องประสบสภาพล้มเหลว สมควรไปทบทวนข้อบกพร่องกับความตายแล้ว”

อ้ะ...น่าหลันซือซือฟังสะดุดหูจนขนลุกซู่ชอบกล คล้ายจะโดนอ้อมค้อมตำหนิอยู่บ้าง แต่ต่อให้แผนการชักเชิดโอรสสวรรค์ถูกเปิดโปงขึ้นมา นางยังต้องทำตัวเป็นผู้หญิงอ่อนแอต่อไป

“ฮือ...”

สาวงามบีบน้ำตากระทั่งร้องไห้โฮออกมา แต่สักพักหนึ่งกลับไม่อาจแสดงได้ โดยเฉพาะเวลาที่ขนลุกเกรียวไปทั้งตัวฉับพลัน รอบบริเวณที่เพิ่งกลายเป็นสนามพิฆาตศัตรู ปรากฏผีนักฆ่าที่เพิ่งตายไปหลายตนยืนงุนงงอยู่ น่าหลันซือซือแอบเหลือบมองพวกเขา พบว่าวิญญาณเป๋ยเสียนเฟยกับทหารใต้สังกัดของนางหายตัวไปแล้ว เหลือแค่ชนไร้ร่างหน้าขาวเผือดกลุ่มใหญ่

เงามืดที่กระจายตามอาณาเขตป่าเขาจู่ๆ กลับไหลมารวมตัวแล้วตีกรอบห้อมล้อมพวกเขา ไม่เพียงวิญญาณหลายสิบดวงที่ตื่นกลัวจนพลังจิตปั่นป่วน กระทั่งคนมีชีวิตอย่างน่าหลันซือซือยังหายใจอึดอัดกว่าปกติ อาการราวกับประสบเรื่องหวาดกลัวสุดต้านทานนี้ เฉียงหมินหลงถึงกับนิยมภรรยาอยู่ในใจ บทจะใช้มารยา ไป๋ฮวาเฟยก็เปี่ยมอุตสาหะยิ่ง

นับเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้พบกับยมทูตดำของโลกใบนี้ ดวงวิญญาณบาปต่างขวัญโบยบิน นอกจากพยายามดิ้นรนหนีอย่างไม่ใคร่สำเร็จผลแล้ว พวกเขายังถูกเงากรงเล็บขยุ้มฉุดลงใต้พิภพจนหมด ครั้นปราศจากกลุ่มผี เงาดำที่ก่อรูปเป็นคนสวมชุดคลุม ก็เบนใบหน้าที่ไร้หน้าตามาทางนาง หญิงสาวถึงกับหลับตาปี๋ หายรังเกียจสารพัดเชื้อโรคทันใด ซุกตัวจนจมอยู่กลางอกเฉียงหมินหลง

น่ากลัว...มาก!

บรรยากาศสูบวิญญาณบาปลงนรกภูมิ ที่แท้สยดสยองขั้นนี้ แตกต่างกับเวลายมทูตขาวนำทางสิ้นเชิง ร่างน้อยสั่นเทาอย่างเกินควบคุม กระทั่งเงามืดสลายตัว กระแสลมโชยแผ่วชำระกลิ่นอายชวนขนพองสยองเกล้า แสงแดดส่องจ้าทยอยขจัดห้วงมิติพันลึกสู่ภาวะปกติ แล้วคืนประสาทสัมผัสทั้งห้าแก่นาง

“ซือเอ๋อ...พวกเราปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัว...”

ใครบางคนที่ไม่ได้รับรู้ยังลูบหลังเบาๆ หวังให้ภรรยาคลายอาการสั่นระริก นางสมควรทบทวนสักหน่อย ว่าแสดงได้สมจริงเกินไปแล้ว!

ถ้าเมื่อสักครู่ไม่เพิ่งเผชิญหน้ากับยมทูตดำ หญิงสาวอาจเบ้ปากใส่เขาไหว แต่เพราะเกิดกลัวถึงแก่นวิญญาณ น่าหลันซือซือเลยรู้สึกถูกปลอบโยนตรงจังหวะ ทำให้ค่อยๆ คืนสติทีละน้อย ดวงหน้างดงามที่ผละห่างออกมา จึงเผยผิวพรรณแดงระเรื่อเขย่าหัวใจผู้คน

เฉียงหมินหลงเริ่มอารมณ์คึกคักแล้ว แต่สภาพแวดล้อมกลับเปี่ยมกลิ่นอายอวมงคล พวกเขาเพิ่งสังหารคนตายไปหลายศพ ทั้งเลือดทั้งชิ้นส่วนกระจายเกลื่อนกลาด จนหวงแหนเรือนร่างผุดผ่อง ไม่ต้องการให้แปดเปื้อนสิ่งไม่ดีขึ้นมา เขาย่อมหักใจไปสำรวจพื้นที่

ขณะเดียวกันก็มีเสียงนกร้องแทรกสำเนียงธรรมชาติ เห็นทีจะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างมากกว่า ถ้าวิเคราะห์จากท่าทีคนที่กอดนางอยู่ หญิงสาวจึงเหลียวซ้ายทีขวาที ค่อยแหงนหน้าถาม

“หวงช่าง...นี่คือ...หลงทางแล้วหรือไม่เพคะ”

บรรดาผีที่หนีประตูสู่นรกภูมิทยอยปรากฏร่างโปร่งแสงทีละตนสองตน ดวงจิตเป๋ยเสียนเฟยดูอ่อนกำลังไปบ้าง ท่าทางต่อให้หลบเลี่ยงทันท่วงที กลับรับผลกระทบจากบรรยากาศไม่ธรรมดาของท่านยมทูตดำได้ เมื่อสบตากับน่าหลันซือซือที่ยังอยู่ในอ้อมแขนจักรพรรดิ นางค่อยส่งเสียงหัวเราะผ่อนคลาย

ขณะเดียวกันไม่รู้เฉียงหมินหลงตรึกตรองอะไรอยู่ จึงมองนางด้วยแววตานิ่งสนิทชั่วครู่ ค่อยเผยรอยยิ้ม

“คงใช่...ที่ว่าหลงทางแล้ว”

ด้านหนึ่งเฉียงหลงหวงตี้เพิ่งจะยอมรับว่าพวกเขาปะทะกับสำนักลอบสังหารกระทั่งจำทางกลับไม่ได้ ด้านกลุ่มราชองครักษ์ลับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา ก็สร้างร่องรอยเท็จขึ้นมาให้พวกต๋าปาหยุนทูฉีสับสน ทว่าพวกผู้ชายชาวหรวนตี้ต่างสืบทอดวิชาล่าสัตว์แต่อายุยังน้อย กลวิธีแกะรอยย่อมเป็นบทเรียนแรกภายในครอบครัว ดังนั้นทุกคนจึงรับรู้สิ่งไม่ชอบมาพากลแทบทันที การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติไม่ควรมีลักษณะประหลาดเช่นนี้

หลังจากนักรบสกุลชีจับสังเกตอยู่ระยะหนึ่ง เขาก็ปรึกษาต๋าปาหยุนทูฉี จากนั้นจึงค่อยเพ่งสมาธิแกะรอยจนแยกทางปลอมกับทางจริงออกในที่สุด แต่เสียดายเฉียงหลงหวงตี้ยังพาต๋าน่าหลันซือซือเดินเท้าไปทิศตรงกันข้าม ท่าทางของจอมมังกรมารยังมุ่งมั่นต่อจุดประสงค์ดั้งเดิม และกลั่นแกล้งให้คนอึดอัดใจยิ่ง เนื่องจากนางแสร้งใสซื่อตั้งแต่ต้น ย่อมโดนบังคับให้คิดอ่านสะอาดถึงที่สุด

พวกผีเป๋ยเสียนเฟยยังร่วมทางมาเป็นเพื่อน ทำให้น่าหลันซือซือทราบผลลัพธ์ตลอดเวลา ว่าพวกนางมุ่งหน้าห่างชาวเผ่าและทหารองครักษ์ที่ออกตามหาไปเรื่อยๆ หญิงสาวชักจะหมดอารมณ์เดิน สีหน้าเหน็ดเหนื่อยของนางทำให้เฉียงหมินหลงหยุดพัก แล้วทำทีสำรวจรอบบริเวณ ทว่าแท้จริงกลับเรียกราชองครักษ์ลับมาสอบถาม

“มีที่รอดชีวิตอยู่หรือหลบหนีไปได้หรือไม่”

ชายชุดดำปรากฏตัวขึ้นรายงานฉับไว

“ทูลหวงช่าง ไม่มีทั้งสองประเภทพ่ะย่ะค่ะ”

จอมคนขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่เขาเองก็เห็นผู้นำพวกมันฆ่าตัวตายหนีเป็นตัวอย่างแล้ว ย่อมไม่อาจกล่าวโทษใคร

“หูซือไคว่ส่งคนออกตามหาเจิ้น แล้วต๋าปาหยุนทูฉีขอช่วยเหลือด้วย นับเป็นความสามารถของเขาที่ไม่หลงกลพวกเจ้า”

แม้ราชองครักษ์ลับจะรับพระบัญชาหลายวาระ เขากลับไม่อาจแตกฉานแนวพระราชดำริมากนัก ไม่อาจทราบสาเหตุที่หวงช่างมีพระประสงค์ให้สถานการณ์ยุ่งยาก เช่นการตัดสินพระทัยระหกระเหินบนทางป่าเขาพร้อมสตรีอ่อนแอเยี่ยงไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย ในอดีตนางอาจคุ้นชินสภาพแวดล้อมทรหด แต่ก็ถือว่าผ่านมาหลายปีแล้ว ที่นี่มีสัตว์ป่าอันตรายหลายชนิดอาศัยอยู่ หรือกระทั่งกลุ่มลอบสังหารซุ่มซ่อนตัว ล้วนรวมตัวเป็นภารกิจใหญ่สำหรับพวกเขา

ราชองครักษ์ลับทรุดลงคุกเข่าประสานกำมือ

“กระหม่อมน้อมรับความผิดพลาดพ่ะย่ะค่ะ เป็นความสามารถของหนึ่งในนักรบผู้ติดตามต๋าทูฉีพ่ะย่ะค่ะ”

นัยน์ตาดำขลับทอดมองไปเบื้องหน้า ด้วยไม่คิดจะลงโทษคนของตน นี่เป็นอาณาเขตชาวเผ่า พวกเขาย่อมรู้จักสภาพพื้นที่แต่ละตำแหน่งดีกว่าอยู่แล้ว

“หาทางก่อกวนพวกเขาไม่ให้ไล่ตามมาทัน จนกว่าเจิ้นจะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง”

เขาได้แต่สนองพระบัญชา

“พ่ะย่ะค่ะ!”

“และหาทางแจ้งสถานการณ์ของเจิ้นกับหูซือไคว่ด้วย พวกเขาจะได้ไม่ต้องกังวลกับทางนี้นัก”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

แล้วเฉียงหมินหลงก็ดึงสายตากลับมาที่ราชองครักษ์ลับ ก่อนจะไล่ลูกตาขึ้นลง จนอีกฝ่ายพยายามไม่เหลียวสำรวจตัวเองตามสายพระเนตร

“เจ้าพกเสบียงหรือน้ำดื่มหรือไม่ เอามาให้เจิ้น”

เมื่อราชองครักษ์ลับถูกปล้นของกิน เขายิ่งสงสารไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยท่านนั้น ไม่รู้เหตุไรหวงช่างเจตนาเคี่ยวกรำนางมากกว่าผู้อื่น เฉียงหมินหลงรับห่ออาหารแห้งและถุงน้ำแล้ว ค่อยย้อนกลับมาหาน่าหลันซือซือ

หญิงสาวกำลังนั่งพักขาบนรากไม้ใหญ่ สายตากำลังเหม่อลอยไปทิศทางหนึ่ง ครั้นได้ยินเสียงฝีเท้าที่เฉียงหลงหวงตี้จงใจทำ จึงเบือนหน้างดงามที่แสดงเค้าวิตกกังวลมามอง แต่พิจารณาความสามารถของไป๋ฮวาเฟยแล้ว เขาคงจินตนาการไปเองว่าเห็นความไม่พอใจแวบหนึ่งของนาง

ต๋าน่าหลันซือซือเป็นสตรีที่พอจะขี่ม้าล่าสัตว์ได้ แต่ปราศจากวรยุทธ์ นางไม่มีทางได้ยินเสียงสนทนาระหว่างเขากับราชองครักษ์ลับ ไม่มีทางทราบว่าตนเองหวังฉวยโอกาสผูกสัมพันธ์ใหม่ โดยสร้างเหตุการณ์ล้มลุกคลุกคลานด้วยกัน

ในเมื่อบรรยากาศวังหลวงมากองค์ประกอบ ลูกชายยังอกตัญญูขยันยุแยงให้บุพการีแตกแยก เขาจำเจ้าแผนการเพื่อความสมานฉันท์ในครอบครัวบ้าง!

“หม่อมฉันพอมีแรงแล้วเพคะ”

น่าหลันซือซือกัดฟันลุกขึ้นยืน พลังโมโหผลักดันพละกำลังของนางจนเหนือขีดจำกัด หญิงสาวก้าวเท้าไประบายอารมณ์ไปกระทั่งแสงตะวันอ่อนล้าแล้ว นางค่อยเดินซวดเซ ทำให้เฉียงหมินหลงที่จับตาดูอยู่ตรงเข้าประคองทันท่วงที คนงามหน้าซีดขาว กล้ามเนื้อประท้วงโอดโอยทั่วกาย ขณะที่จักรพรรดิผู้ถูกก่นด่าในใจตลอดทาง กลับมีท่วงท่าผ่อนคลายราวกับชมแมกไม้กลางอุทยานหลวง

เขาพาคนหมดแรงหาที่พัก แล้วล้วงถุงน้ำดื่มออกมา ต่อให้เปิดฝามาโชยกลิ่นขื่น น่าหลันซือซือก็ดื่มอย่างกระหายไปหลายอึก ลำคอแห้งผากค่อยฟื้นความชุ่มชื้น ขั้นแรกนางยังเปี่ยมกระแสอาฆาตเข้มข้น ถึงกับคิดไม่เหลือสักหยดเผื่อแผ่สามี ทว่าพอมีเสี้ยวสติที่คิดรอบคอบอยู่ เลยมีคำกล่าวว่าอยากรู้น้ำใจให้ลองลำบากด้วยกัน หญิงสาวชักเสียใจที่เผลอหุนหันผิดวิสัย จึงส่งนัยน์ตาฉ่ำชื้นที่ประพฤติตนเป็นภาระทั้งวัน

“โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ...”

ทว่าเฉียงหมินหลงกลับคลี่ยิ้มเอ็นดู ทั้งยังรับถุงน้ำมาดื่มจนหมด ค่อยปลอบ

“ไม่ต้องกังวล เจิ้นได้ยินเสียงน้ำไหลมาสักระยะ ข้างหน้าต้องมีลำธารให้พักผ่อนบ้าง”

น่าหลันซือซือจะไม่เชื่อได้อย่างไร บรรดาผีไปสำรวจเส้นทางมาบอกแล้ว ถ้าเฉียงหมินหลงยังทำท่าหลงทางแบบไม่รู้เหนือใต้อีก นางย่อมหาทางลากเขาไปหาแหล่งน้ำก่อน

“อ้ายเฟยอดทนเดินอีกสักนิดก็คงจะถึง”

เฉียงหมินหลงยังหยิบถุงเสบียงออกมาแกะดู พอมีเนื้อตากแห้งยัดใส่ท้องสองชิ้นกับแผ่นแป้งย่าง พวกเขาค่อยมุ่งก้าวตามเสียงน้ำ ทว่ายิ่งเดิน น่าหลันซือซือยิ่งวิงเวียนศีรษะ ยังไม่ทันตั้งรับอาการหน้ามืดกะทันหัน นางก็ชิงล้มคะมำไปข้างหน้าเสียแล้ว

ทว่าสายตาเฉียบคมกลับเฝ้าสังเกตอยู่ก่อน เขาจึงพุ่งเข้ารับร่างเบาหวิวพอดี แรกเริ่มเฉียงหมินหลงยังคาดว่านางแกล้งหมดแรงเพื่อหวังหยุดพักนานๆ หน่อย แต่น้ำหนักกลับพาดพิงเต็มที่ บ่งบอกว่าไป๋ฮวาเฟยทรงตัวไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มจึงช้อนภรรยาขึ้นอุ้ม ไม่ช้าก็ไปถึงสถานที่ปลอดภัยสำหรับค้างแรมที่ราชองครักษ์ลับล่วงหน้ามาเตรียมไว้ และเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ เขาทำเป็นบังเอิญพบช่องหินหลบภัย

“อ้ายเฟยพักคอยอยู่ที่นี่ เจิ้นจะไปหาน้ำ บางทีที่ลำธารคงพอมีฝูงปลา”

น่าหลันซือซือได้นั่งพิงหลังค่อยรู้สึกดีขึ้น ตรงข้ามกับเฉียงหมินหลงที่เหลียวหลังหลายหน ทว่าสุดท้ายเขาก็ผิดหวังที่ไป๋ฮวาเฟยพยายามเข้มแข็ง จึงไม่เรียกหาสามีปลอบขวัญสักคำ

แท้จริงแล้ว หญิงสาวกำลังเอนตัวลงนอนกับพื้น หลังจากหยุดเดินและได้หลับสักงีบ นางอาจจะกลับมาแข็งแรงใหม่ แขนขาเรียวขาวขดเข้าหากัน ขณะสมองเริ่มเฉื่อยชา เพราะทั้งเมื่อยทั้งเหนื่อย ตอนนี้เพิ่มหนาวนิดๆ ด้วย

ดวงจิตเป๋ยเสียนเฟยกับนางกำนัลต่างวนเวียนห่วงใยคนที่ห่อตัวหลับตาอยู่

‘ซือเอ๋อ!ท่าทางไม่ดีแล้วนะ ข้างนอกมีคนอยู่ ส่งเสียงเรียกพวกเขาเร็วเข้า!’

แต่น่าหลันซือซือกลับเพียงขมวดคิ้วพึมพำ

“เสียงใคร...แล้วใครคือซือเอ๋อ...”

ก็เธอชื่อผกา นามสกุลรื่นรจนานี่นา!

คุยกับแพนด้า:(5/10/19)

แพนด้ามาลงก่อนกำหนด เพราะว่าพอดีอาทิตย์หน้าและอาทิตย์ถัดไป แพนด้าติดธุระสำคัญมากๆ เรื่องย้ายที่อยู่นั่นเองค่ะ ก็จะหายหน้าหายตาไปพักหนึ่ง ประมาณสองอาทิตย์นะคะ พอเคลียร์ของที่ใหม่เข้าที่เรียบร้อยแล้ว และเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานได้เมื่อไหร่ แพนด้าจะกลับมาลงต่อเหมือนเดิมค่ะ ฮือๆ คิดถึงคนอ่านย่ำแย่แล้ว(เลียนแบบสาวซือซือ 5555)

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ ตอนนี้อยู่ในส่วนเนื้อหาเล่ม3 (มีทั้งหมด 4 เล่มจบ)

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง 1 ตอน/อาทิตย์ (อย่างมาก 4 หน้าเอสี่เวิร์ด/วัน จนกว่าจะครบ 100%ของตอน)

สถานะสต็อก:มีต้นฉบับเขียนมือ ดังนั้นจึงพิมพ์และตรวจลงหน้าเว็บสดๆ ร้อนๆ

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (เป็นวันไหนก็ได้ในอาทิตย์)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม2 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 289 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 275 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม1 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 255 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 245 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Aiai
คุณแพนด้ากลับมาเร็วๆนะคะ คิดถึงมากกกก
เมื่อ 3 วัน 22 ชั่วโมงที่แล้ว

รีวิว