บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep10/2 : ค้างแรม

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep10/2 : ค้างแรม

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook แล้ว สามารถโหลดซื้อได้ที่ meb ookbee Hytexts...

“ก็...เอ่อ...รตรีไม่ได้หนาวเสียหน่อยนี่คะ รตรีก็แค่ ไม่ชินกับบรรยากาศวังเวงของที่นี่ แล้วก็เอ่อ...รตรีกลัวผีด้วยค่ะ...” ปลายหางเสียงอ่อย เธอสารภาพออกมาด้วยความขัดเขิน ดวงหน้าหวานก้มลงงุดเมื่อนึกละอายแก่ใจกับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเอง

“เหลวไหลใหญ่แล้วเธอนี่ ผีเผลอที่ไหนมี ถ้ามีจริงเขาคงไม่เปิดให้ใครเข้ามาพักคืนละตั้งหลายพันหรอกนะแม่คุณ ...” เสียงทุ้มเอ็ดขึ้นเมื่อได้ยินความคิดไม่เข้าท่าของหญิงสาว แม้ความจริงบรรยากาศมันจะไม่ห่างไกลกับสิ่งที่หญิงสาวนึกกลัว แต่เรื่องบางเรื่องเราเชื่อได้ไม่ลบหลู่ แต่ถ้าอยู่ที่ใครที่มันซะอย่าง จะต้องไปกลัวเกรงกันทำไม...

ตอนเลี้ยวรถเข้ามายังด้านในของโรงแรมแห่งนี้ เขาเองก็ยังอดรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับบรรยากาศโดยรอบของตัวโรงแรมแห่งนี้นิดๆ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษไอ้เดช ไอ้ลูกน้องปัญญาอ่อนของเขาตัวเอียว มันมีปัญญาหาโรงแรมที่ใกล้ที่สุดได้แค่นี้ ดูมันก็ช่างสรรหาเข้าไปได้นะ เมื่อดูจากสภาพโดยรวม ที่นี่มันก็ไม่ต่างจากโรงแรมจิ้งหรีดดีๆ นี่เอง แต่ก็เอาเถอะยังดีกว่าไม่มีที่ซุกหัวนอนคืนนี้ก็แล้วกัน ตัวเขาเองก็เหน็ดเหนื่อยกับการขับรถไกล ไม่เหลือเรี่ยวแรงพอจะตะเวนขับรถหาโรงแรมพักที่มันดีกว่านี้ มันก็แค่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็กลับบ้านแล้ว...

“แล้วเธอจะเอายังไง จะนอนกับฉันหรือจะไปนอนที่อื่น...”

“รตรีก็ต้องนอนห้องนี้กับคุณราชสิคะ จะให้รตรีไปนอนที่ไหนได้อีกล่ะ...” หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิวชิดอกอุ่นของชายหนุ่มโดยไม่มีอาการขัดขืนใดๆ หลงเหลืออีก กลัวจะถูกเขาไล่ให้ออกไปหาห้องนอนใหม่เอง เมื่อสุดท้ายเธอก็ไปไหนไม่รอด จำต้องยอมพักห้องเดียวกันกับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความกลัวของคนมันห้ามกันได้เสียที่ไหน เขาไม่กลัวเพราะอาจเติบโตมาจากแดนไกล เรื่องในทำนองนี้เขาอาจไม่กลัวเกรง แต่กับเธอต้องเรียกว่าขึ้นสมองเลยทีเดียว...

“ก็ฉันเห็นเธอทำหน้าเหมือนไม่อยากนอนห้องเดียวกันกับฉัน ก็คิดว่าอยากจะไปนอนกับไอ้หน้าผีผ้าอ้อมนั้นเสียอีก ตามสบายนะ ของชอบๆ เธออยู่แล้วไม่ใช่หรือไง...”

เสียงเยาะปนหยันทำให้ริมฝีปากอิ่มต้องขบเม้มเข้าหากันแน่น กะอีแค่เธอปฏิเสธกับพนักงานชายคนนั้นออกไป ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรกับเขาอย่างที่พนักงานชายคนนั้นเข้าใจ ทำไมเขาต้องเก็บมาผูกใจเจ็บ คอยพูดจาหาเรื่องกันอยู่นั่นด้วยก็ไม่รู้

“รตรีไม่ได้อยากจะไปนอนกับใครทั้งนั้น หรือแม้แต่คุณราชเองก็เถอะ รตรีก็ไม่ได้อยากจะเข้ามาพักห้องเดียวเสียหน่อย...” ถึงจะโกรธในคำกล่าวหา แต่ใจยังแอบหวั่น กลัวจะถูกเขาโกรธจนขับไล่เธอไปนอนที่อื่น หญิงสาวจึงตอบแบบอ้อมๆ ไป

“เรื่องมาก ใช่ว่าฉันอยากจะนอนห้องเดียวกับเธอตายล่ะ...หึ”

“ก็ไหนคุณราชบ่นว่าง่วงแล้วยังไงล่ะคะ ทำไมถึงยังมีแรงมาพูดจาเหน็บแนมรตรีอยู่ได้ รตรีก็ทั้งเหนื่อยและง่วงนอนเหมือนกัน คงไม่มีแรงออกไปหาเหยื่อข้างนอกอย่างที่คุณราชแนะนำได้หรอกค่ะ รตรีง่วงแล้ว งั้นรตรีขอตัวไปนอนก่อนนะคะ เชิญคุณราชเข้าไปอาบน้ำตามสบาย...”

พูดจบร่างบอบบางก็สะบัดตัวออกมาเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแข็งแรง แต่ขคราชมีหรือจะยอมปล่อยตัวหญิงสาวง่ายๆ ชายหนุ่มกลับรั้งร่างสาวเอาไว้อย่างเหนียวหนึบ ก่อนใบหน้าคมคายจะโน้มเข้ามาประชิด ประกบริมฝีปากหยักหนาแนบสนิทกับริมฝีปากอิ่ม บดจูบอย่างดูดดื่มเพื่อเป็นการลงโทษคนประชดประชันให้ได้หลาบจำกันเสียบ้าง วันหน้าวันหลังจะได้ไม่ทำตัวฮึกเหิมเอาคำพูดเขามาประชดประชัน...

การลงทัณฑ์คนพูดประชดประชันแสนหวาน มีอันต้องสะดุดลงเมื่อเสียงฟ้าร้องลั่นสะท้านไปทั่วทั้งบริเวณรอบนอกของตัวโรงแรม ขนาดบานกระจกประตูถูกปิดเอาไว้อย่างสนิทแน่น ยังไม่อาจกั้นเสียงฟ้าคำรามลั่นนั้นได้เลย

เปรี้ยง!!!

“ว้าย! คุณราช...” คนขี้กลัวเสียงสายฟ้าสะดุ้งเฮือกผวากายซุกเบียดกับร่างใหญ่ หลับตาปี๋ซุกใบหน้าซบลงกับหน้าอกแข็งแรง ขนาดขคราชเองก็ยังรู้สึกตกใจกับเสียงฟ้าคำรามตามไปด้วย ดีที่ตั้งสติได้เร็วเขาจึงรวบร่างหอมเอามากอดไว้แน่น ใจของเขายังเต้นตึกตักไปกับเสียงของมันไม่หาย นับประสาอะไร หากมารตรีจะสติหลุดขนาดนี้

แววตาอ่อนโยนของชายหนุ่มทอดมองร่างน้อยในอ้อมแขนด้วยนึกสงสาร หากมารตรีจะมีตาทิพย์หยั่งรู้ความรู้สึกซุกซ่อนภายใน หญิงสาวคงจะรู้สึกดีในตัวของอสูรร้ายตนนี้ขึ้นมาบ้าง คงจะไม่วิ่งหนีเตลิดไปไหนไกลในอนาคต...

“ชูว์...ฉันอยู่ตรงนี้กับเธอแล้วไงรตรี เธอไม่ต้องกลัวเสียงฟ้าร้องนะ หลับตาซะเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปนอนบนเตียงเอง เธอบอกว่าง่วงนอนแล้วใช่ไหม ไป...เราสองคนไปนอนด้วยกัน”

ถึงแม้คำพูดปลุกปลอบใจของชายหนุ่มจะฟังดูพิกลในความหมาย แต่คนไร้สติอย่างมารตรีก็หาได้สนใจกับมันไม่ ยังคงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาโดยไม่ระวังเนื้อระวังตัว เขาจะอุ้มจะพาเธอไปทางไหนหญิงสาวจึงไม่คิดจะคัดค้านเลยสักคำเดียว...

พอขคราชเอ่ยจบชายหนุ่มจึงช้อนร่างอิ่มนวลขึ้นไว้ในวงแขน กอดรัดร่างหอมจรุงเย็นชื่นใจแนบกับอก ก่อนจะพาหญิงสาวขี้กลัวโดยไม่ยอมลืมหูลืมตาขึ้นมาดู นอนราบลงบนเตียงกว้าง แล้วร่างหนาใหญ่ของตัวเองก็ตามทาบทับลงมาอยู่เคียงข้างกัน ลำแขนเรียวเล็กเกี่ยวกระหวัดรั้งร่างเขาให้โน้มตามลงไปด้วยอีกคน

ความขลาดกลัวกับอดีตอันฝังใจทำให้มารตรีละเลยในการระมัดระวังตัวเอง หญิงสาวปล่อยให้ร่างหอมตกเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอสูรร้ายโดยดุษฎี จึงทำให้คนสร้างกำแพงขึ้นมาขวางกั้นเกิดความคิดชั่ววูบ หรือการกระทำตรงหน้าทั้งหมดนี้ของหญิงสาว จะเป็นเพียงหนึ่งในมารยาร้อยเล่มเกวียนที่มารตรีคิดแสร้ง แสดงทำมันขึ้นมา เพื่อใช้ล่อลวงทำให้เขาติดกับดักของเจ้าหล่อนกันแน่

และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง มีหรือผู้ชายเพียบพร้อมอย่างเขาจะยอมกระโดดลงสู่หลุมกับดักอันโสโครกของเจ้าหล่อนได้ง่ายๆ มันจะไม่มีวันนั้นเกิดขึ้นกับเขาอย่างแน่นอน ในเมื่อเขาไม่ใช่ไอ้ไก่อ่อนหัดที่ชอบหลงระเริงไปกับมารยาของผู้หญิงสวยแต่รูป โดยเอาเนื้อหนังเข้าแลกแค่เพียงเศษเงิน เขาจะไม่มีทางยอมปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นผู้ชายหน้าโง่ในสายตาของแม่ผู้หญิงร้อยมารยาคนนี้อย่างเด็ดขาดไม่มีวัน...

เมื่อคิดได้ดังนั้น ขคราชจึงเหยียดยิ้มริมฝีปากขึ้น ตวัดสายตาคมกริบยิ่งกว่าสายตาพญาเหยี่ยวจ้องมองร่างสั่นน้อยๆ อย่างนึกสมเพช ลงทุนทำกันถึงขนาดนี้เชียวหรือแม่ร้อยเล่ห์ พอออกไปหาเหยื่อจับข้างนอกไม่ได้ เธอจึงคิดจะหันมาจับเขาแทน แผนการยั่วยวนทำตัวน่าสงสารนี้งัดเอามาใช้กับเขาคงไม่ได้ผลอะไรนักหรอก ในเมื่อไส้กี่ขดต่อกี่ขดของมารตรีเขานั้นย่อมรู้ดียิ่งกว่าใคร...

เมื่อความคิดเพียงชั่ววูบดันเอนเอียงไปในทิศทางลบมากกว่าบวก ถ้อยคำวาจาแสนร้ายกาจ จึงหลุดออกจากริมฝีปากคมกริบยิ่งกว่ากรรไกร ทำเอาคนถูกกล่าวหาอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถึงกับมึนงงไปเลยทีเดียว...

“ตัวสั่นเชียวนะรตรี แต่เอ...ท่าทางสั่นระริกแบบนี้ สั่นสู้หรือสั่นเพราะความกลัวกันแน่...ฉันชักเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาเสียแล้วสิ เมื่อกี้นี้ฉันยังเห็นเธอยืนให้ฉันจูบดีๆ อยู่เลย หรือพึ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าต้องทำเป็นสาวไร้เดียงสา เพื่อจะอับราคาค่าตัวของตัวเองให้มันสูงขึ้น เหอะ...เธอมาเล่นบทบาทของสาวอ่อนเดียงสาเอาตอนนี้ ฉันเห็นทีคงจะไม่ทันการณ์เอาเสียแล้วล่ะ ในเมื่อไส้กี่ขดต่อกี่ขดของเธอฉันเห็นมันจนทะลุปรุโปร่งไปหมดทุกขดทุกไส้ เลิกเสแสร้งแล้วเขยิบไปนอนไกลๆ จากฉันเสียที ฉันเหนี่ยวตัวจะแย่อยู่แล้ว ผู้หญิงอะไรตีบทบาทเสียแตกกระเจิงเชียว...”

ถ้อยคำเยาะหยันดังข้างริมหูเล็กกระจ้อยร่อย คนขลาดกลัวได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ หญิงสาวจึงลืมตาโพลงขึ้นมาหวังจะปฏิเสธความคิดต่ำทรามนั้นของชายหนุ่ม แต่พอเธอหันใบหน้าหวังจะเอื้อนเอ่ยวาจาออกไป ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อสดอย่างคนรักษาสุขภาพ ก็ดันไปสัมผัสโดนเข้ากับแก้มสากระคายผิวของพ่อคนอารมณ์ปรวนแปรง่ายยิ่งกว่าหญิงสาวหมดประจำเดือนเข้าให้ ดวงตาโตดั่งกวางน้อยจึงยิ่งขยายกว้างขึ้น เธอจึงรีบเบี่ยงศีรษะทุยเข้ารูปสวยของตัวเองหนีห่างออกมาอย่างตาลีตาเหลือกทันที

“คุณราช! รตีไม่ได้...”

“ไงแม่คุณ...นี้ถึงขั้นจู่โจมเข้าหาฉันก่อนเลยหรือไง เมื่อกี้นี้ยังเห็นทำตัวสั่นเหมือนนกเปียกฝนอยู่หยกๆ พอฉันพูดแทงใจดำเข้าหน่อย นี่คิดจะปิดปากฉันด้วยปากของเธอเลยเชียวเหรอ โอ้ยๆ เธอนี้มันจริงๆ เลยให้ตายห่าสิแม่ร้อยเล่มเกวียน ไปเลย ไปนอนข้างล่างนู่นเลยไป ชักจะเอาใหญ่แล้วนะเธอเนี่ย...”

คนความคิดผิดปกติโวยวายลั่น แสร้งตีหน้าตาดุกร้าว ชี้นิ้วไล่ให้หญิงสาวไปนอนไกลๆ เมื่อใจจริงแล้วขคราชนั้น เกิดอาการช๊อกที่โดนหญิงสาวหอมแก้มโดยไม่ตั้งตัวมาก่อนมากกว่า เขาจึงแสดงออกโดยการฟาดงวงฟาดงา เพื่อใช้กลบเกลื่อนอาการเขินอายของตัวเองไปในตัว

ใจจริงใช่อยากจะไล่ให้หญิงสาวไปนอนไหนให้ไกลตัวเสียหน่อย แต่ปากก็ดันหลุดพูดออกไปแล้ว จะกลับคำตอนนี้ก็กลัวตัวเองจะเสียหน้า ยิ่งเห็นดวงตาดำใสแป๋วในกรอบใบหน้างดงามของแม่ร้อยเล่ห์ มองมายังเขา เขาก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกไปกันใหญ่

อาการใจสั่นหวั่นไหวตอนนี้ใช่มันจะเคยเกิดขึ้นกับผู้ชายอย่างเขามาก่อนเสียที่ไหน กะอีแค่โดนหอมแก้ม ทำไมต้องร้อนวูบวาบไปทั้งตัวด้วยวะ...

“รตรีเปล่านะคะ รตรีไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย คุณราชอย่ามากล่าวหารตรีนะ มันก็แค่เอ่อ...ก็แค่อุบัติเหตุเท่านั้น คุณราชหยุดโวยวายเสียทีเถอะรตรีจะไปนอนข้างล่างก็ได้ แล้วก็หยุดกล่าวหารตรีได้แล้ว ใครเขาอยากจะนอนใกล้ด้วยเล่า คนบ้า...”

พอจบประโยคมารตรีจึงดันร่างขึ้นนั่งตัวตรง มองหน้าคนอารมณ์ไม่คงที่คงวาตาขวาง ก่อนจะหันไปหยิบหมอนหนุนใบโตติดมือลงไปนอนด้านล่าง แล้วขดตัวลงนอนอยู่บนพื้นอันเย็นเฉียบ โดยไม่คิดจะสนใจไยดีคนปากชอบหาเรื่อง แล้วจัดการหันหลังให้คนปากไม่ดีนิสัยก็พาลพาโลเสียเลย เธอไม่ได้แกล้งทำเป็นสาวใสไร้เดียงสาเพื่อยั่วยวนเขาเสียหน่อย ก็คนมันกลัวเสียงฟ้าจริงๆ นี่นา อีกอย่างใครจะไปมีตาทิพย์หยั่งรู้ได้ ก็เขาเล่นโน้มใบหน้าลงมาชิดเธอเสียใกล้ ใช่เธอจงใจอยากเอาจมูกของตัวเองไปหอมเขาเสียหน่อย

ยี่...พ่อคนหลงตัวเอง

มารตรีนอนหลับตาไปก็แอบด่าคนใจร้ายไปเรื่อยเปื่อย ส่วนคนเอ่ยปากไล่หญิงสาวให้ไปนอนด้านล่างของเตียงก็ปรายหาตามองร่างน้อยนอนคุดคู้อยู่กับพื้นด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย ใจหนึ่งก็อยากลงไปอุ้มแม่คนแสนงอนขึ้นมานอนกกกอดในอ้อมแขนเพื่อคลายหนาว แต่อีกใจก็คัดค้าน ปล่อยให้นอนหนาวตายไปเลยนั่นแหละอยากมาอวดดีกับเขาทำไม...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย oranee
ขอบคุณมากมาย
เมื่อ 1 ปี 2 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย silverprincess
รีบๆต่างคนต่างหลับเหอะ
เมื่อ 1 ปี 4 เดือนที่แล้ว

รีวิว