พาหุรัดมรกต {วาย แฟนตาซี}

  •   10 ตอน  (จบแล้ว)
  • 637
  • อัพเดทล่าสุด 14/03/2018 22:52:45

สั่งซื้อเวอร์ชั่นหนังสือ

เรื่องนี้มีเวอร์ชั่นหนังสือวางขายสามารถกดที่ปุ่มด้านล่างเพื่อสั่งซื้อกับนักเขียนโดยตรง
ซื้อหนังสือ

บทนำ

แนะนำตัวละคร

ในแดนอสูรเมืองอสูรยังประกอบด้วยเมืองขนาดเล็กใหญ่ที่ปกครองโดยเจ้าเมืองซึ่งเป็นอสูรวรรณกษัตริย์ ทั้งหมดขึ้นตรงกับท้าวเวปจิตตามธรรมเนียมเจ้าเมืองอสูรต่างๆมักจะนิยมส่งองค์ชายไปเรียนสรรพวิชาในสำนักฤๅษีอสูรที่ตนเองนับถือ สำนักฤๅษีอสูรเหล่านี้มักจะเป็นสำนักขนาดเล็กกระจายกันอยู่ทั่วดินแดนอสูรและมีเหล่าอสูรฤๅษีผู้ทรงความรู้เป็นผู้สอนซึ่งแต่ละท่านจะมีคุณวิเศษและความรู้ในแต่ละด้านต่างกันไป

ณ ชายเขตแดนอสูรด้านที่ใกล้กับโลกมนุษย์มีสำนักของฤๅษีคีเนศตั้งอยู่ในหุบเขาสูงล้อมรอบด้วยป่าไผ่มีอากาศเย็นและมีหมอกอยู่ตลอดปี ฤๅษีอสูรคีเนศผู้มีความสามารถในด้านเวทย์แห่งการป้องกันและความรู้เกี่ยวกับสิ่งงวิเศษได้เปิดสอนวิชาความรู้ให้แก่ลูกหลานเจ้าเมืองอสูรมาหลายรุ่น

ปกติท่านฤๅษีคีเนศเก็บตัวและจะรับลูกศิษย์ครั้งละไม่เกินสองตนเพราะท่านรักความสงบแต่ในช่วงห้าปีทิพย์มานี้ฤๅษีคีเนศได้ยอมอนุโลมคลายกฎเรื่องจำนวนลูกศิษย์ของตนลง เนื่องจากมีเจ้าเมืองอสูรจากแดนไกลได้มาขอร้องให้รับองค์ชายของตนไว้เป็นศิษย์ในคราวเดียวกันถึงสี่ตนโดยมิได้นัดหมายนี่คงเป็นชะตาที่ทั้งสี่จะต้องมาพบกันในคราวนี้

องค์ชายอสูรสุดแสบทั้งสี่คือ ปุณณะ จิรคุณ พัตติ และวิชญาทั้งสี่เป็นองค์ชายต่างเมืองอสูรที่เพิ่งเคยได้พบกันเป็นครั้งแรกในวันที่มาสมัครเรียนอีกทั้งทั้งสี่ก็บังเอิญเป็นลูกครึ่งอสูรกับเทวดาเหมือนกัน

ปุณณะมีเสด็จพ่อเป็นกษัตริย์อสูรทางทิศเหนือและท่านแม่เป็นเทพธิดา พบรักกันเมื่อครั้งเสด็จพ่อแอบเข้าไปเที่ยวชมดอกปาริชาต ในสวนปุณฑริกวันขององอมรินทร์ อสูรในตระกูลของปุณณะมีพลังแห่งดิน สามารถเรียกอสุรกายดินในรูปแบบต่างๆออกมาได้ตามใจปราถนา

จิรคุณมีเสด็จแม่เป็นกษัตรีอสูรปกครองเมืองทางตะวันออกไกล เสด็จแม่ของเขาคือนางพญาอสูรจิ้งจอกเก้าหางที่บำเพ็ญบารมีจนบรรลุถึงขั้นเป็นเทพและได้พบรักกับท่านพ่อซึ่งเป็นเทพบุตรประจำเมือง อสูรในตระกูลของจิระคุณมีพลังแห่งลม สามารถสร้างภาพลวงตาและสะกดให้ผู้คนทำตามสั่งได้อย่างใจนึก ปกติอสูรจิ้งจอกเก้าหางมักจะเป็นเพศหญิง แต่จิรคุณคงเป็นกรณีพิเศษที่พบได้ไม่บ่อยนัก ทำให้เขาอายและมักไม่กล้าแสดงตัวในร่างจิ้งจอกเก้าหางต่อเพื่อนสักเท่าไหร่นัก

พัตติ มาจากตระกูลกษัตริย์อสูรที่มาจากทางตะวันตกเสด็จพ่อของเขาเป็นเจ้าเมืองอสูรได้พบรักกับท่านแม่ของเขาซึ่งเป็นบุตรีของฤๅษีที่บำเพ็ญพรตอยู่ในป่าตอนที่เดินทัพผ่านอาศรมของท่านตาของเขา อสูรในตระกูลของพัตติมีพลังแห่งไฟสามารถเรียกไฟออกมาเผาผลาญสิ่งต่างๆได้ตามใจนึกยิ่งเวลาโกรธรึตกใจก็จะทำให้เกิดเปลวไฟออกมารอบกาย ทำให้ต้องมีสติเพื่อควบคุมตัวอยู่ตลอดเวลา

วิชญา มาจากตระกูลกษัตริย์อสูรทางใต้เสด็จพ่อของเขาปกครองเมืองอสูรที่อยู่ใต้ทะเลพบรักกับมารดาของเขาซึ่งเป็นธิดาของเทวดาผู้ดูแลมหาสมุทร อสูรในตระกูลขอวิชญาจะมีพลังแห่งน้ำสามารถบังคับน้ำได้และสามารถสั่งให้น้ำกลายเป็นรูปร่างหรือสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ตามใจปราถนา

กำเนิดของปุณณะ

ในสวนนันทวันขององค์อมรินทร์ ที่มีดอกไม้สวยงามหลากหลายชนิดและมีดอกปาริชาตดอกไม้วิเศษอยู่ มีเทวดาเข้าเวรยามรักษาอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยมีอสูรตนใดกล้าเข้าไป แต่ในวัยหนุ่มเสด็จพ่อของปุณณะซึ่งได้รับเชิญไปงานสยุมพรของสหายซึ่งก็คือโอรสของท้าวธตรฐ ก่อนที่งานจะเริ่มได้แอบเข้าไปชมอุทยานจององค์อมรินทร์แล้วเด็ดดอกปาริชาตเอาไว้ที่ผ้าคาดเอวหนึ่งดอก จึงได้บังเอิญพบและตกหลุมรักกับเทพธิดาที่อยู่ในวิมานของเหสีองค์อมรินทร์ขณะลงมาเก็บดอกไม้

ปกติไม่มีอสูรตนใดที่จะกล้าเข้าไปในเขตราชวังขององค์อมรินทร์ แต่เสด็จพ่อของปุณณะมีความกล้าหาญที่จะแสดงตัวเข้าไปขอท่านแม่ของปุณณะจากมเหสีขององค์อมรินทร์

คงด้วยบุพเพสันนิวาสที่สร้างมาด้วยกันในอดีตมเหสีขององค์อมรินทร์ได้เมตตาประทานเทพธิดาองค์นั้นนั่นก็คือท่านแม่ของปุณณะให้มาเป็นชายาโดยมีเงื่อนไขว่าจะเมื่อยกให้แล้วต้องสถาปนาให้เป็นมเหสีและห้ามมีนางสนมอื่นใดอีก ซึ่งเสด็จพ่อของปุณณะก็ตอบตกลงในเงื่อไขทุกอย่างดังนั้นองค์ชายปุณณะจึงมี กำเนิดเป็นครึ่งของอสูรและเทพธิดา

กำเนิดอัญมณีวิเศษ

ในกาลก่อนสวรรค์ชั้นดาวดึงค์มีเทวดากลุ่มหนึ่งเคยปกครองสวรรค์แต่เทวดากลุ่มนี้กลับเสพสุราเมามายอยู่ตลอดเวลาเมื่อให้มานพเทวดาใหม่ที่เพิ่งจุติมาตนหนึ่งทราบด้วยญานถึงบุญญาธิการของตนซึ่งมีมากกว่าเทวดาเจ้าถิ่นเดิม

มานพเทวดาใหม่ท่านนี้จึงอาศัยจังหวะตอนเทวดากลุ่มเดิมหลับใหลด้วยฤทธิ์ของสุรา พาพรรคพวกเทวดาที่ กำเนิดใหม่มาพร้อมกันบุกขึ้นสวรรค์และจับเทวดากลุ่มเดิมเหวี่ยงลงมา

แต่คงด้วยบุญญาธิการของเทวดากลุ่มเดิมที่ถูกจับเหวี่ยงลงมายังมีเมื่อร่างของเทวดากลุ่มนั้นใกล้จะตกลงถึงพื้นบริเวณสิเนรุบรรพตก็ ปรากฏปราสาทและวิมาณต่างๆมีลักษณะเหมือนที่อยู่บนสวรรค์ ปรากฏขึ้นมารองรับร่างเอาไว้

เมื่อเทวดาเจ้าถิ่นเก่าที่ถูกเหวี่ยงลงมาฟื้นสติก็ไม่อาจทราบได้ว่าพวกตนไม่ได้อยู่บนสวรรค์เหมือนเดิมแล้วเนื่องจากปราสาทวิมานต่างๆ ก็ยังคงเหมือนเดิม สิ่งที่ทำให้เทวดากลุ่มเดิมรู้ตัวคือ เมื่อถึงเวลาไม้ปาตลีออกดอกสะพรั่งสวยงามทั่วบริเวณเทวดากลุ่มนี้ถึงได้ทราบว่าพวกตนไม่ได้อยู่บนสวรรค์อีกแล้วเพราะบนสวรรค์จะมีแต่ดอกไม้วิเศษชื่อดอกปาริชาต ซึ่งจะออกดอกทุกหนึ่งร้อยปีเท่านั้นทำให้เทวดากลุ่มนี้เศร้าโศกเสียใจมาก และระลึกได้ว่าพวกตนได้สูญเสียดินแดนสวรรค์ให้ผู้อื่นไปเพราะเมามายในสุรา

จึงตั้งปฏิญาณว่า “เพราะสุราทำให้พวกเราถึงได้พบกับความอัปยศและต้องเสียสวรรค์ แต่นี้ต่อไปภายภาคหน้าวงวารของเราจะไม่แตะสุราอันมีพิษนี้อีก” เทวดาเจ้าถิ่นที่ตกลงมาอยู่บริเวณสิเนรุบรรพตนั้นจึงถูกเรียกว่าพวก ‘อสูร’ซึ่งมาจากคำว่าไม่ดื่มสุรานั้นเอง

สงครามระหว่างอสูรและเทวดามีมานานแสนนาน เพราะพวกอสูรต้องการชิงสวรรค์กลับคืนผลการรบในแต่ละครั้งผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะยังไม่มีฝ่ายใดได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด

ฝ่ายเทวดามีจอมทัพคือองค์อมรินทร์ และมีแม่ทัพคือท้าวมหาราชทั้งสี่ได้แก่

ท้าววธตรฏฐ์ ผู้เป็นใหญ่ด้านทิศตะวันออก

ท้าววิรุฬหก ผู้เป็นใหญ่ด้านทิศใต้

ท้าววิรูปักษ์ ผู้เป็นใหญ่ด้านทิศตะวันตก

ท้าวกุเวร ผู้เป็นใหญ่ด้านทิศเหนือ

ฝ่ายของอสูร มีจอมทัพคือท้าวเวปจิตตาสูร และมีผู้ปกครองทั้งสี่ทิศได้แก่

ท้าวพรมทัตตาสูร เป็นผู้ปกครองทางทิศเหนือ

ท้าวอสัพพราสูร เป็นผู้ปกครองทางทิศใต้

ท้าวเวลาสูรเป็นผู้ปกครองทางด้านตะวันตก

ท้าวเวปจิตตาสูร ผู้เป็นจอมทัพปกครองเองด้านตะวันออก

คราวหนึ่งฝ่ายเทวดาต้องการน้ำอมฤทธิ์น้ำวิเศษทำซึ่งผู้ที่ได้ดื่มจะเป็นอมตะ จึงออกอุบายชวนฝ่ายอสูรมาร่วมออกแรงในการกวนเกษียรสมุทร

มีสิ่งวิเศษที่เกิดจากการกวนเกษียรสมุทรสิบอย่าง

๑.เนยชั้นดี

๒.สุราชั้นดี

๓.ต้นปาริชาต ต้นไม้วิเศษออกดอกทุกหนึ่งร้อยปีถ้าใครได้ดมจะหมดสติไปหลังจากนั้นจะสามารถระลึกชาติแต่หนหลังได้

๔.พระจันทร์เสี้ยว

๕.พิษร้าย

๖.เหล่านางอัปสร

๗.พระลักษมี

๘.ม้าวิเศษ

๙.ช้างวิเศษ

๑o.เทพนำหม้อใส่น้ำอมฤทธิ์ทูนหัวเดินขึ้นมาจากเกษียรสมุทร

และหลังจากเทพที่นำหม้อน้ำอมฤทธิ์ขึ้นมาส่งให้เหล่าเทวดาแล้วเทพองค์นั้นก็ได้กลายเป็นกลุ่มหมอกหนาห่อหุ้มพร้อมอัญมณีวิเศษทั้งสี่อย่างคือมรกต,ไพลิน,โกเมนและบุษราคัม อัญมณีแต่ละชิ้นถูกพันด้วยด้ายสีแดงแห่งบุพเพสันนิวาส เปล่งแสงสุกสว่างดังดวงดาวอยู่กลางกลุ่มหมอกลอยกระจายแยกกันไปในอากาศ เหล่าเทวดาและอสูรที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นต่างแย่งกันไขว่คว้าไว้ แต่หาได้มีเทพรึอสูรตนใดคว้าอัญมณีวิเศษเหล่านั้นได้ไม่

เชือกันว่าอัญมณีวิเศษเหล่านี้จะ ปรากฏแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของผู้มีวาสนา และเชือกแดงแห่งบุพเพสันนิวาสบนอัญมณีศักดิ์สิทธิ์จะนำมาซึ่งคู่ครองแก่ผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริงของอัญมณีเหล่านี้


------------------------

(จากผู้เขียน เรื่องนี้ ไม่มี nc ครับแต่มีความไร้สาระที่อัดแน่นอยู่ ... ฮ่าๆ)

ขอแจ้งรีเดอร์ทุกท่านก่อนว่าที่ลงเป็นตัวอย่างของ ebook นะครับ เล่มนี้มีทั้งหมด 24 บท ตอนพิเศษ 7 ตอน 831 หน้า ขอบคุณครับ

รีวิวล่าสุด

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้