พฤกษาบำเรอสวาท

  •   10 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 11,963
  • อัพเดทล่าสุด 04/11/2018 15:57:57

บทนำ

บทนำ

“แพรรุ้ง” หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิด จมูกหน่อย ผิวขาวละเอียด เธอทำงานที่บริษัทตรวจสอบบัญชีแห่งหนึ่ง ภายนอกหญิงสาวดูเป็นคนเรียบร้อย แต่งกายภูมิฐานสมกับหน้าที่การงาน เนื่องจากทางบริษัทบังคับให้พนักงานหญิงทุกคนแต่งกายให้เรียบร้อยเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ดังนั้นจึงมีชุดยูนิฟอร์มของบริษัทที่เป็นชุดสูทเข้ารูปและเสื้อด้านในติดกระดุมมิดชิดไปจนถึงคอ แต่ในความคิดของแพรรุ้ง เธอคิดว่าเครื่องแบบแต่งกายมิดชิดหรือถ้าเรียกให้ถูกก็คือแต่งตัวสุดแสนจะเชยนั่นเอง

พนักงานในบริษัทล้วนแต่เป็นผู้หญิงทั้งหมด ดังนั้นเมื่อบรรดาสาวๆ มาอยู่รวมกันโดยไม่มีผู้ชายอาศัยรวมอยู่ด้วย ก็เลยไม่จำเป็นต้องมีใครรักษาภาพพจน์ของตัวเองให้ยุ่งยาก นอกเสียจากเวลาประชุมกับลูกค้า หรือมีงานอะไรที่เป็นทางการ อีกทั้งพนักงานทุกคนในออฟฟิศนี้ ต่างก็สนิทสนมกลมเกลียวกันจนแทบจะไม่ต่างอะไรกับคนในครอบครัว วันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับวันอื่นๆ เมื่อบรรดาพนักงานสาวๆ ต่างพากันจับกลุ่มเม้าท์มอยในช่วงเวลาพักกลางวัน บางคนออกไปกินข้าวนอกบริษัท บางคนก็เอากล่องเข้ามานั่งกินหน้าคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงาน

“เฮ้ย! ดูนายแบบคนนี้สิ หุ่นโคตรแซ่บ กล้ามเป็นกล้าม อกเป็นอก แถมยังโหนกเป็นลำน่าขยำชะมัดยาดเลย!”

พี่จี๊ดหญิงสาวที่ดูอายุมากที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นพลางขยับแว่นสายตากรอบดำให้กระชับเข้ากับใบหน้า ก่อนจะจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีรูปนายแบบฝรั่งหุ่นเซ็กซี่นอนกึ่งเปลือยกายอยู่บนโซฟา โดยมีแค่ผ้าบางๆ มาพาดเอาไว้ตรงกลางลำตัว แต่ไม่รู้ว่าจงใจจะปิดหรือจงใจจะเน้นให้เห็นเด่นชัด เมื่อไอ้สิ่งที่เป็นเป้าสายตากลับยิ่งโดดเด่นเห็นเป็นลำสองกำโผล่แม้จะไม่เห็นแบบจะๆ ก็ตาม

“ไหนๆๆ ดูมั่งซิ โหยยย จะปิดทำไมล่ะเนี่ย น่าจะเปิดหมด!”

คนที่เพิ่งถลาเข้ามาใกล้ชะโงกคอเข้ามาดู เห็นจริงดังเพื่อนสาวว่า ก่อนจะรีบบอกให้เพื่อนรีบกดดูรูปอื่นๆ ในเซตที่นายแบบหนุ่มคนนี้โพสท่าเย้ายวน เชิญชวนให้อยากพาไปซั่มไม่แพ้กัน

“โอ๊ยยย นี่ถ้าไปแบบนี้มานอนอยู่ที่บ้านนะ ฉันจะเลียให้ล้ม อมให้มิดจนลืมทางเข้าบ้านเลย!”

หญิงสาวอีกคนที่ชื่อว่า “แตงโม” พูดอย่างหมายมาด ทำให้พี่จี๊ดที่เป็นเจ้าของโต๊ะที่ทุกคนกำลังยืนมุงดูอยู่รีบโพล่งขึ้นด้วยความขำ

“ตายแล้ว! ดูนังแตงโมพูดเข้า! เป็นสาวเป็นนางพูดจาแบบนี้เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าแล้วมันจะไม่งาม”

“ไม่งามอะไรคะเจ๊ แล้วทีเจ๊ล่ะ จ้องตาเป็นมันเชียว แถมจ้องจนไอ้นั่นของนายแบบจะทะลุออกมานอกคอมฯ อยู่แล้วเนี่ย” แตงโมหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปทางหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ลุกขึ้นมาดูภาพของนายแบบสยิวกิ้วเหมือนดังเช่นคนอื่นๆ “เฮ้ย! ยัยแพร นี่อย่าบอกนะว่าเวลาพักแล้วแกยังมัวแต่ทำงานอยู่น่ะ มันจะขยันเกินหน้าเกินตาทุกคนไปแล้วนะยะ!” แตงโมปั้นหน้าปั้นตาขึ้งขึง แต่ไม่ได้จริงจังในน้ำเสียง

“ไม่ได้ทำงานๆ ฉันกำลังอ่านข่าวนี่อยู่ต่างหาก” แพรรุ้ง หันไปสบตากับทุกคนที่บัดนี้มองมายังเธอเป็นสายตาเดียวกัน

“ข่าวอะไรของหล่อนยะ?” พี่จี๊ดหันมาถามด้วยความสนใจ

“ก็ข่าวที่เขาพบมักกะลีผล ต้นไม้ที่ออกลูกเป็นหญิงสาวอ่ะเจ๊”

แพรรุ้งอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจ เธอกำลังสงสัยว่าเรื่องนี้มันมีจริงหรือไม่ ถึงแม้ว่าภาพถ่ายต่างๆ ที่ทางเว็บไซต์เอามาลงจะดูหลอกลวงก็ตาม แต่มันก็ทำให้เธอคิดไปถึงไหนต่อไหนว่าไอ้ต้นไม้ชนิดนี้มันมีอยู่จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่เรื่องประโลมโลกเท่านั้น

“อ่านข่าวอะไรไร้สาระน่า แต่เจ๊ว่าถ้ามันมีอยู่จริงในป่าหิมพานต์นะ ไอ้มักกะลีผลอะไรนี่มันต้องเป็นเซ็กส์ทอยชนิดหนึ่งของชาวหิมพานต์แน่ๆ”

พี่จี๊ดเอ่ยขึ้นตามที่นึก เพราะเธอคิดว่ามันคงไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตายางที่เอามาให้พวกที่หื่นกระหายในรสสวาทเด็ดมาเสพสม ความจริงมันก็ดูน่าจะสะดวกดีแท้ เพราะว่ากันว่าแต่ละร่างที่เด็ดมา มีอายุการใช้งานได้เพียงแค่เจ็ดวัน พอเบื่อแล้วก็ไปเด็ดผลใหม่มาเชยชม จะได้มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำซากจำเจ

“แล้วมันไม่มีบุรุษผลมั่งเหรอเจ๊ ถ้ามีแล้วออกผลมาหุ่นแซ่บเหมือนนายแบบในจอคอมฯ นั่นนะ หืม! หนูจะขอลางานซักอาทิตย์ มีกี่ผลบนต้นหนูจะเด็ดมาฟาดคนเดียวให้เรียบเลย!”

แตงโมพูดอย่างหมายมาด ตามด้วยเสียงหัวเราะของสาวๆ คนอื่นในออฟฟิศกับท่าทีหื่นกระหายของหญิงสาว

แน่นอนว่าคำพูดของแตงโมทำเอาให้คนช่างจินตนาการอย่างแพรรุ้งเผลอนึกตามไปด้วย แพรรุ้งกำลังจินตนาการถึงชายหนุ่มรูปงาม ที่มีร่างกายเปลือยเปล่า หุ่นนักกีฬา เผยให้เห็นส่วนสัดกำยำทุกอย่างโดยไม่มีการปิดบัง นี่ถ้ามันมีต้นมักกะลีผลที่ออกลูกมาเป็นชายหนุ่มหุ่นเซ็กซี่จริงๆ แล้วล่ะก็ เธอคิดว่ามันก็คงจะดีอยู่ไม่ใช่น้อย

ภาพในความคิดของแพรรุ้ง ปรากฏภาพต้นไม้ใหญ่ที่มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามากมายแขวนเอาไว้อยู่ด้านบน คิดเองเออเองว่ามันคงไม่ต่างอะไรกับต้นกัลปพฤกษ์ที่เอาไว้สำหรับสอยดาว แต่แทนที่จะเป็นดาวที่สอยเอามาแลกกับของรางวัล กลับเป็นผู้ชายหนุ่มล่ำๆ รอให้เธอได้เลือกสรรมานอนกอดกกบนเตียงนอน แค่คิดหญิงสาวก็เกิดอาการร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ระหว่างนั้นแพรรุ้งไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าอีกด้านหนึ่งของมุมห้อง มีสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองมา

เมื่อหมดเวลาพักเที่ยง พนักงานทุกคนต่างพากันแยกย้ายไปทำงานของตน แพรรุ้งที่รู้สึกง่วงนอนเนื่องจากหนังท้องตึงหนังตาหย่อน เลยตัดสินใจลุกขึ้นไปชงกาแฟเพื่อจะเสพคาเฟอีนเข้าร่างให้หายง่วง แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อบังเอิญจ๊ะเอ๋กับป้าแม่บ้านเข้า

“ว้าย! ขอโทษค่ะป้าแมว” แพรรุ้งรีบขอโทษขอโพยเมื่อเธอเดินชนป้าแม่บ้านเข้าอย่างจัง

“ไม่เป็นไรค่ะคุณแพรรุ้ง คุณมาก็ดีแล้ว พอดีป้าเองก็มีเรื่องจะปรึกษาคุณอยู่เหมือนกัน” ป้าแมวทำหน้าสลด ท่าทางอ้ำอึ้งเหมือนน้ำท่วมปาก

“หมายถึงเรื่องเงินที่ยืมแพรไปรึเปล่าคะ ถ้าเป็นเรื่องนั้นป้าแมวไม่ต้องคิดมากนะ เอาไว้มีเมื่อไหร่ก็ค่อยทยอยคืนแพรก็แล้วกัน”

แพรรุ้งไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้ เพราะเธอเองเข้าใจถึงความลำบากของการชักหน้าไม่ถึงหลัง ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยหมุนเงินไม่ทัน แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่พอมีการมีงานทำแล้วเงินทองก็ไม่ฝืดเคือง อีกทั้งเธอยังไม่ต้องผ่อนค่าเช่าบ้าน หรือเสียเงินเช่าห้องเหมือนคนอื่นๆ เนื่องจากอาศัยอยู่บ้านเดิมของแม่ที่ทิ้งเอาไว้ให้เป็นมรดกก่อนจะจากไป

“แต่ว่า...นี่มันก็หลายเดือนแล้วนะคะ ป้าเกรงใจคุณแพร”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะคะ ปกติแล้วแพรเองก็ไหว้วานป้าแมวไปซื้อข้าวกลางวันให้บ่อยๆ”

แพรรุ้งไม่คิดมากเรื่องเงินจำนวนห้าพันบาทที่ป้าแมวขอยืมไปจ่ายค่าเช่าบ้านเมื่อเดือนก่อน แต่อีกฝ่ายดูกระอักกระอ่วนใจเพราะรับปากว่าจะคืนเงินเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ขอพลัดผ่อนมาเรื่อยๆ

“เอาแบบนี้ก็แล้วกันนะคะ พอดีว่าเมื่อสักครู่นี้ป้าแอบได้ยินพวกคุณคุยกันเรื่องมักกะลีผล คุณแพรสนใจจริงๆ รึเปล่าคะ”

ป้าแมวถามออกมาตรงๆ เพราะแอบได้ยินสิ่งที่บรรดาสาวๆ คุยกันอย่างสนุกสนานเมื่อสักครู่นี้

“แพรก็แค่พูดเล่นขำๆ ไปแบบนั้นเอง เห็นว่ามันน่าสนใจดี อยากบอกนะคะว่าป้าแมวมีมักกะลีผลเก็บเอาไว้กับเขาเหมือนกันน่ะค่ะ”

แพรรุ้งหัวเราะออกมากับท่าทางที่ดูจริงจังของป้าแมว เธอกำลังคิดว่าป้าแมวเองก็คงจะมีเก็บเอาไว้ที่บ้านเหมือนเช่นเดียวกับหลายๆ คน แต่ทั้งหมดที่เคยเห็นก็ล้วนแล้วแต่เป็นของที่มนุษย์ทำขึ้นด้วยกันทั้งนั้น

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวตอนเย็น คุณแพรอย่าเพิ่งรีบกลับบ้านนะคะ รอป้าก่อน เดี๋ยวป้าขอแวะไปที่ห้องเช่าแล้วจะรีบกลับมา”

ป้าแมวไม่ยอมเปิดโอกาสให้แพรรุ้งได้พูดตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น หญิงสาวเลยได้แต่อ้าปากค้าง เพราะเอาจริงๆ เธอไม่ได้สนใจในสรรพคุณที่หลายคนเชื่อว่าถ้าหามาพกติดตัวเอาไว้จะมีโชค แต่เธอกลับนึกถึงเรื่องที่แตงโมพูดมากกว่า...

แล้วถ้าเกิดว่าไอ้ต้นมักกะลีผลออกผลมาเป็นชายหนุ่มรูปงามล่ะ...มันจะเป็นเช่นไร??

*********************************

ในตอนเย็นก่อนจะกลับบ้าน แพรรุ้งเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าป้าแมวบอกให้เธอรออยู่ที่ลาดจอดรถ ระหว่างที่เธอกำลังเดินออกมาจากบริษัท ป้าแมวก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยเกรงว่าหญิงสาวจะกลับบ้านไปเสียก่อน

“คุณแพรๆๆ” ป้าแมวตะโกนเรียกชื่อเธอมาแต่ไกล

“อ้าว...ป้าแมว ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ”

“คุณแพรรับนี่ไปนะคะ มันเป็นของตกทอดที่ป้าได้มาจากคุณยายทวด เขาว่ากันว่ามันเป็นรากของต้นมักกะลีผลจากป่าหิมพานต์”

ป้าแมวพูดจบก็ยื่นกล่องไม้กล่องเล็กที่มีขนาดราวๆ กล่องไม้ขีดให้กับแพรรุ้ง หากคนรับได้แต่ทำหน้าตางุนงงว่าป้าแมวจะเอาของแบบนี้มาให้เธอทำไม

“ป้าแมวเก็บเอาไว้น่าจะดีกว่านะคะ แพรไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร”

แพรรุ้งบอกไปตามตรง เพราะเธอไม่ได้อยากได้ของพวกนี้ ถ้าพูดให้ถูกคือไม่รู้จะเอาไปทำอะไร

“เชื่อป้าสิคะว่าคุณแพรจะชอบมัน นี่ถ้าป้าไม่รักไม่ชอบคุณแพร ป้าคงไม่กล้ายกของสิ่งนี้ให้ ป้าเองก็ไม่มีลูกมีหลานก็เลยคิดว่ายกให้คุณแพรไปดูแลต่อคงจะดีกว่า”

ท่าทางจริงจังของป้าแมวทำให้แพรรุ้งจำต้องรับกล่องไม้นั่นมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ด้วยความที่เธอเองก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียความรู้สึกที่อุตส่าห์มีน้ำใจเอาของที่มูลค่าทางจิตใจมามอบให้

“แล้วนี่แพรต้องบูชายังไงเหรอคะ”

“ไม่ต้องบูชาอะไรทั้งนั้นแหล่ะค่ะ ก็แค่กลับไปถึงคุณแพรเอารากไม้ในกล่องนี้ไปฝังลงดิน จากนั้นก็รดน้ำเปล่าลงไปหนึ่งขัน วันรุ่งขึ้นก็จะเห็นผลทันตาเลยล่ะค่ะ”

“เอ๋ เห็นผลยังไงเหรอคะ”

แพรรุ้งยังไม่เข้าใจในความหมายนั้น

“คุณแพรจะรู้เองค่ะ แค่จำเอาไว้ว่ามันจะใช้การได้แค่ 7 วัน พอวันที่ 7 มันจะกลับกลายเป็นเมล็ดเหมือนเดิม ถ้าคุณแพรถูกใจผลไหนก็เก็บเอาไว้ แล้วอยากเอามาใช้ใหม่ก็แค่เอาเมล็ดนั้นไปฝังดินแล้วทำเหมือนเดิม ส่วนรากของมันอันนี้สำคัญมาก ต้องจำเอาไว้ให้ดีๆ พอคุณแพรได้ผลมันเป็นที่ถูกใจแล้ว ก็เอาน้ำร้อนไปราดที่โคนต้น จากนั้นเจ้ารากนั่นก็จะกลับสู่สภาพเดิม”

คำอธิบายของป้าแมวทำให้คนฟังต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไร ป้าแม้วก็ควักสร้อยคอสีเงินห้อยด้วยจี้ที่อัดเป็นกรอบพลาสติกอย่างดีเอาไว้ ซึ่งของด้านในมีลักษณะเป็นเมล็ดอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนเมล็ดพุทราตากแห้งอย่างไรอย่างนั้น

“นั่นคือเมล็ดมันเหรอคะ?”

แพรรุ้งแปลกใจ แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องแต่งเสียมากกว่า

“ใช่ค่ะ อันนี้ของป้าเอง ไปไหนมาไหนป้าก็พกติดตัวเอาไว้ตลอด เอาไว้เป็นเพื่อนยามเหงาน่ะค่ะ”

ป้าแมวหัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทางดูแปลกๆ คล้ายกับจะเขินอายเล็กๆ แต่ในตอนนั้นแพรรุ้งไม่เข้าใจในสิ่งที่ป้าแม่บ้านพยายามจะอธิบายเลยแม้แต่น้อย เธอได้แต่คิดว่าป้าแมวก็คงจะเหมือนกับคนอื่นๆ ที่โดนหลอกเรื่องมักกะลีผล แล้วเป็นตุเป็นตะเอามาแขวนห้อยคอด้วยความเชื่อ ว่ามันคงจะดลบันดาลโชคลาภหรือความร่ำรวยมากให้

จากนั้นแพรรุ้งก็รีบกลับไปบ้านพร้อมกับความงุนงง ได้แต่คิดว่ามันคงเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า

********************

แพรรุ้งรีบตรงกลับบ้าน พร้อมกับซื้ออาหารสำเร็จรูปจากในร้านสะดวกซื้อเข้าไปรับประทานเป็นอาหารค่ำ เธอเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย กินอะไรก็ได้ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าการซื้ออาหารสำเร็จรูปย่อมง่ายกว่าการทำกับข้าวเป็นไหนๆ ในเมื่อเธออยู่เพียงลำพัง

หลังจากหญิงสาวกินข้าวเสร็จเธอก็เพิ่งนึกถึงเรื่องที่ป้าแมวบอกขึ้นมาได้ ความจริงเธอเองก็ไม่ได้สนใจที่จะปลูกมันตามคำบอกของป้าแมวสักเท่าไหร่ เพียงแต่จู่ๆ ข่าวบนโทรทัศน์ก็ยังมีการพูดถึงเรื่องนี้ไม่เลิก

“เฮ้ย...หรือว่าจะลองทำตามที่ป้าแมวบอกดีนะ”

หญิงสาวลองหยิบกล่องไม้ที่ได้จากป้าแมวขึ้นมาเปิดดู และพบว่าข้างในนั้นมีรากไม้ที่ดูแห้งกรังอยู่ มันมีสีน้ำตาลเข้มและมีความดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด และทันใดนั้นเธอก็หยิบมันเดินออกไปทางสวนหลังบ้านราวกับตกอยู่ในภวังค์ ก่อนจะลงมือขุดหลุดเล็กๆ และหย่อนรากไม้ลงไป จากนั้นก็รดน้ำลงไปหนึ่งขันตามที่ป้าแมวบอก

เธอทำทุกขั้นตอนเสร็จสิ้น...และเฝ้ารอว่ามันจะกลายเป็นต้นมักกะลีผลอย่างที่ป้าแมวโฆษณาเอาไว้หรือไม่...

รีวิวล่าสุด

ความเห็นโดย B@lly
น่าจะให้จบตอนหน่อย มันค้าง
เมื่อ 7 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว อ่านไปถึง ต้องรีบรดน้ำก่อนจะเฉาตาย (NC 20+)

ความเห็นโดย B@lly
โถๆๆน่าสงสาร
เมื่อ 7 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว อ่านไปถึง ลืมรดน้ำ...ต้นไม้เกือบเฉาคามือ