สายรักสายสวาท

  •   6 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 2,197
  • อัพเดทล่าสุด 30/11/2017 00:13:00

บทนำ

โจร! คำจำกัดความนี้คงไม่เกินไปนัก

ใบหน้าคร้ามแดดจากการสมบุกสมบันทำงานกลางแจ้ง กำลังพลิกซีกหน้าซ้ายขวาสำรวจเงาตัวเองในกระจก มือใหญ่ยกขึ้นลูบสันคางเขียวครึ้มที่เริ่มมีหนวดเครารำไรเพราะไม่ได้ใส่ใจดูแลนัก คิ้วดำเป็นปื้นขมวดกันเป็นเงื่อนตาย ดวงตาคมกริบ ดุดัน ยิ่งเวลาอารมณ์เสียแบบนี้ ยิ่งดูน่าเกรงขามอย่าบอกใคร

ผิวเข้มภายใต้เสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมกางเกงยีนสีซีดมีรอยขาดตรงหัวเข่ารุ่ยร่าย รองเท้าผ้าใบเปื่อยๆ สภาพเน่าสนิท ทั้งหมดคือเปลือกนอกที่จวนเจียนจะเฉียดไปทางโจรอยู่รอมร่อ ทว่า...

ชาลีกำลังจะเป็น ‘โจร’ เต็มคราบ

ดวงตาคมกล้ามองสบนัยน์ตาตนเองในกระจก คำถามเดิมเวียนซ้ำเข้ามาในหัว

‘จะทำแบบนี้จริงหรือ’

‘ลักพาตัวน้องสาวเพื่อนเนี่ยนะ’

คนที่ขอร้องให้ก่อการอุกอาจเยี่ยงนี้หาใช่ศัตรูคู่อาฆาตของผู้หญิงคนนั้นไม่ ที่แท้เขาก็คือพี่ชายที่ได้รับคำสั่งมาจากบิดามาอีกทอดหนึ่ง ถ้าไม่นับเหตุผลไร้สาระที่ว่า ‘อยากดัดนิสัยน้องสาว’ สิ่งที่ทำให้ชาลีตกปากรับคำก็มีเพียงข้อเดียว ‘รำคาญ’

แต่ไม่ใช่เพราะความรำคาญเจ้ากรรมนี้หรอกหรือ ทำให้เขาแทบกินไม่ได้ นอนไม่หลับอยู่เป็นอาทิตย์

ภูริตบอกว่าเขาเหมาะสม เพราะเป็นคนใจแข็ง ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามต่อความผิดใดแม้ว่าเรื่องนั้นจะเล็กเท่าเศษผง ถึงจะมุทะลุ ใจร้อน โผงผาง พูดจาขวานผ่าซาก แต่ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่มาก ข้อสุดท้ายนั่นแหละที่สำคัญ ภูริตเชื่อมั่นเหลือเกินว่าเพื่อนรักคนนี้จะไม่มีวันข่มเหงรังแกน้องสาวตนไม่ว่าทางใด

บ้าบรม!

ชาลีคิดว่าตัวเองบ้าถึงขีดสุดก็เมื่อแลนโรเวอร์สีดำปลาบแล่นเข้าซองจอดรถในเขตพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตามคำนัดหมายของตัวต้นคิด ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากนัก นอกจากรอคอยการปรากฏตัวของหญิงสาวซึ่งคนเจ้ากี้เจ้าการจะนำมา เมื่อใดที่เขาส่งสัญญาณด้วยการโถมเข้ากอดเธอ เมื่อนั้นให้เริ่มลงมือทันที

และเวลานี้ เหยื่อก็เดินทางมาถึงแล้ว...

ผู้หญิงตัวเล็ก สูงพ้นหัวไหล่ภูริตไปหน่อยเดียวกำลังยิ้มหน้าระรื่นเคียงคู่มากับพี่ชาย ท่าทางกระหนุงกระหนิงปานคนรักกันเกือบทำให้ชาลีหลงลืมความสัมพันธ์ที่แท้จริงของทั้งสองคน จะว่าไปแล้ว เขาก็เพิ่งรู้ว่าภูริตมีน้องสาว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเข้าใจมาตลอดว่าชายหนุ่มเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลนักธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของประเทศ เพราะเจ้าเพื่อนตัวดีไม่เคยเอ่ยถึง รวมถึงตัวชาลีเองก็ไม่ใคร่จะใส่ใจซักไซ้ชีวประวัติอะไรให้มากความ

‘ลูกสาวป้าน่ะ โตอยู่เมืองนอก เป็นลูกคนเดียวเลยเอาแต่ใจ ป้าแกกำราบไม่ไหวเลยขอให้พ่อช่วย’

ภูริตว่าแค่นั้น ชาลีก็ไม่สนใจอะไรอีก

สัมผัสสั่นๆ ตรงต้นขาเรียกให้มือใหญ่รีบล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เวลานี้มีคนเดียวที่โทร.หาเขา เจ้าของโทรศัพท์เครื่องจิ๋วกดรับสายทันที กรอกเสียงไปสองสามคำก็กดวาง เดินลงมาจากรถโดยไม่ลืมอำพรางใบหน้าด้วยแว่นสีดำอันใหญ่ ยกมือส่งสัญญาณให้เพื่อน แล้วพยักหน้าตอบรับกันอีกครั้ง

ไม่นานนักภูริตก็รั้งร่างบางเข้าหา พูดอะไรสักอย่างที่ทำให้น้องสาวยิ้มกว้าง กว้างพอที่คนลอบสังเกตการณ์ยังมองออกว่าเธอกำลังมีความสุข ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ดึงเธอเข้าไปกอด

ไม่สิ...เป็นน้องสาวต่างหากที่โน้มตัวเข้าไปกอดพี่ชายเสียแน่น

ชาลีรู้ได้ทันทีว่านี่คือการส่งสัญญาณ ร่างสูงตรงปรี่เข้าไปโดยไม่รีรอ หมดเวลาลังเล ในเมื่อเขาบึ่งรถมาถึงนี่ แถมรับปากเป็นมั่นเหมะแม้จะแค่พูดส่งๆ ก็เถอะ แต่สัจจะลูกผู้ชาย...คำไหนคำนั้น

ผู้สมรู้ร่วมคิดตวัดร่างบางมาทางคนลงมืออย่างเอื้ออำนวย ทันทีที่ถึงตัว ชายหนุ่มก็ออกแรงกระชาก แค่นิดเดียวเธอก็ปลิวมาติดแผงอก ใช้ผ้าเช็ดหน้าโปะยาสลบฤทธิ์แรงที่ตระเตรียมเอาไว้ปิดปลายจมูกฉับพลันทันที หญิงสาวหันมาพลันเบิกตาโต ผู้ได้รับบทโจรก็ตื่นตะลึงไม่แพ้กัน

“สา...มี...” เท่านั้นสติเธอก็ดับวูบ

ร่างบางถูกอุ้มมาวางไว้ที่เบาะด้านหลังแลนด์โรเวอร์คันใหญ่ หลังจากที่เธอหลับไปเพราะฤทธิ์ยา ชาลีคาดว่าคงอีกนานกว่าที่เจ้าตัวจะฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองตกเป็น ‘เหยื่อ’ ไปเสียแล้ว

ภูริตรุนหลังเพื่อนรักแรงๆ ยัดร่างสูงใหญ่เข้านั่งหลังพวงมาลัย เหวี่ยงกระเป๋าเดินทางใบโตลายเสือสีชมพูไว้ท้ายเบาะ ก่อนจะบริการปิดประตูให้เสร็จสรรพ ชาลีงุนงงกับท่าทางลุกลี้ลุกลนจนต้องลดกระจกลงเพื่อรับฟังคำอธิบายในสิ่งสุดท้ายที่ได้ยิน

“ไอ้ภู เมื่อกี้น้องสาวเอ็ง...” เรียกเขาว่า ‘สามี’ ยังไม่ทันต่อให้จบเจ้าเพื่อนแสบก็ชิงขัดขึ้นก่อน

“ฝากดูแลน้องดาด้วยนะ ไม่ต้องติดต่อมา จนกว่าข้าจะติดต่อไป โอเคตามนี้ ข้ารีบไปก่อนนะเว้ย”

“เฮ้ย! ไอ้ภู”

แผ่นหลังภูริตกึ่งเดินกึ่งวิ่งไกลออกไปโดยไม่ฟังคำทักท้วงสักคำเดียว เขาเพียงแต่ชูมือขึ้นกวัดแกว่งกลางอากาศโบกหยอยๆ อำลาทั้งที่ไม่ยอมหันกลับมามองกันด้วยซ้ำ

รีวิวล่าสุด

ความเห็นโดย Poppy582
คนเพี้ยนดันทำอาหารอร่อย เป็นแม่ศรีเรือนเบอร์นี้ สามีนางจะไปไหนรอด
เมื่อ 2 ปี 2 เดือนที่แล้ว อ่านไปถึง บทที่ ๓ : ก็คนมันขี้หึงนิดหนึ่งก็คิดไกล ๒ (จบบท)

ความเห็นโดย Waritsara Krainara
บ้าเนอะ
เมื่อ 2 ปี 2 เดือนที่แล้ว อ่านไปถึง บทที่ ๓ : ก็คนมันขี้หึงนิดหนึ่งก็คิดไกล ๑