ลิขิตอธิษฐาน

  •   13 ตอน  (ยังไม่จบ)
  • 2,352
  • อัพเดทล่าสุด 11/03/2018 21:53:22

สั่งซื้อเวอร์ชั่นหนังสือ

เรื่องนี้มีเวอร์ชั่นหนังสือวางขายสามารถกดที่ปุ่มด้านล่างเพื่อสั่งซื้อกับนักเขียนโดยตรง
ซื้อหนังสือ

บทนำ

แรงอธิษฐานนำเธอย้อนสู่อดีต

หากคำสัตย์สาบานของเขารั้งมิให้เธอจาก

เรื่องนี้เคยเขียนไว้เมื่อปี 2559 นะคะขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำติชมค่ะเรื่องนี้มีจำหน่ายในรูปแบบ E-book เพียงอย่างเดียว ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สะดวกพิมพ์จำหน่ายค่ะ แต่ถ้าสำนักพิมพ์ติดต่อมาก็ยินดีนะคะ (ฝันๆๆๆ5555)

กราบขอบพระคุณที่เมตตา รักคุณหลวงสุรเดช คุณหลวงดำรง แม่ขวัญ และคุณหนูวรรณสิรินะคะ

ผู้เขียนเองก็รักและภูมิใจในนิยายเรื่องนี้มาก เพราะเป็นเรื่องที่เขียนยากหนักหนาสาหัสพอดู (แต่เราก็ยังอยากจะเขียนเรื่อยๆ สัญญาว่าจะพยายามให้หนักขึ้นค่ะ ^^)

ปล.เหตุการณ์ทั้งหมดในนิยายเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น อาจมีบางส่วนของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จริง เช่นการสร้างโรงเรียนแห่งแรกที่พิษณุโลก หากมีข้อแนะนำทักท้วงเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นท์แจ้งได้นะคะ ยินดีที่จะแก้ไขให้ถูกต้องตามความเป็นจริงที่สุดค่ะ ^^

ปล.2 ข้อมูลใดที่เป็นข้อมูลจริงในประวัติศาสตร์ นักเขียนจะโน้ตหนังสืออ้างอิงไว้นะคะ เผื่อใครสนใจอยากศึกษาเพิ่มเติมจะได้ไปตามหาหนังสืออ่านกันได้ ^^

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการติดตามนะคะ...รักคนอ่านเสมอ

ด้วยรัก #ประดับยศ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

แนะนำตัวละคร

นายพันตำรวจตรีหลวงสุรเดชพิทักษ์ชน

รับราชการตำรวจ “กรมกองตระเวนหัวเมือง” ซึ่งต่อมารัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระบรมราชโองการจัดรูปแบบการปกครองประเทศเป็น“กระทรวงต่าง ๆ”กรมกองตระเวน จึงถูกจัดมารวมอยู่ใน“กระทรวงนครบาล”วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๕

เป็น "กระทรวงนครบาล" ทำหน้าที่จับกุมโจรผู้ร้ายแล้วส่งให้อำเภอไต่สวนทำสำนวนฟ้อง ณ ศาลอาญาประจำจังหวัดนั้นๆ เป็นชายรูปร่างสูงกำยำ เนื่องจากผ่านการฝึกทหารมาด้วย แม้จะสูงไม่ถึง 180 ซม. แต่ก็จัดได้ว่าสูงเกินมาตรฐานชายไทยในยุคนั้น ครอบครัวเป็นทหารมาหลายชั่วอายุคน บิดามารดาคาดหวังว่าจะให้กลับมารับราชการจึงส่งไปเรียนที่ยุโรป พอกลับมาก็เข้ารับราชการแต่เลือกที่จะทำสายมหาดไทย

ขวัญชีวี

หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์สาวแห่งบริษัท HM Logistic ที่จู่ๆได้รับอุบัติเหตุในห้องทำงานของประธานบริษัทผู้ก่อตั้งและต้นตระกูล “หาญวานิช” หญิงสาวสลบไป และเมื่อฟื้นขึ้นมาอีกที เธอก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ใน พ.ศ. 2559 อีกแล้ว แต่กลับย้อนหลังไปถึง 120 ปี ในยุคที่สยามยังคงมีระบบทาส ไพร่ และเจ้าขุนมูลนาย

และที่สำคัญคือ...เธอฟื้นขึ้นมาเพื่อพบกับความจริงว่า ตัวเองกำลังจะถูกพาไปขายเป็นทาส!

หลวงดำรงกิจวานิช

รับราชการในกรมไปรษณีย์โทรเลข สังกัด กระทรวงโยธาธิการ และตระกูลทางฝั่งมารดายังเปิดกิจการเดินเรือ(เรือเมล์ หรือเรือยนต์ และเรือกลไฟขนาดเล็กซึ่งในสมัยรัชกาลที่ห้าได้มีการนำมาใช้ในกิจการค้าขายการเดินทาง) ที่สามารถฝากส่งของหรือจดหมายจากหัวเมืองในมณฑลไปยังบางกอกอีกด้วย ก่อนจะถูกย้ายให้ไปช่วยราชการกรมรถไฟ ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างและต้องการผู้มีความรู้ไปช่วยในการประสานงานในการสำรวจเส้นทางและ โดยในปี 2439 ได้มีการสร้างรถไฟสายแรกเสร็จ คือสายกรุงเทพฯ-อยุธยา นอกจากนี้ รัชกาลที่ห้ายังโปรดให้สร้างสถานีแต่ละหัวเมืองต่อจากชุมสายอยุธยาคือ บางปะอิน กรุงเก่า (ตามเส้นแม่น้ำป่าสัก) พระพุทธบาทลพบุรี นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง ลำพูน จนไปสิ้นสุดถึงเชียงใหม่

แม่หญิงชมมะนาด

ลูกสาวคนเดียวของเจ้าคุณศักดิเดชและคุณหญิงเพ็ญ ที่งามจนคนลือไปทั่วมณฑลพิษณุโลก หากชะตาชีวิตกลับต้องพลิกผันเมื่อได้พบเจอกับขวัญชีวี ที่มาพร้อมกับภาระหน้าที่อันสำคัญยิ่งสำหรับเธอและทุกคนในตระกูล

“ พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดังจันทร พิศขนงโก่งงอนดังคันศิลป์

พิศเนตรดั่งเนตรมฤคิน พิศทนต์ดั่งนิลอันเรียบ

พิศโอษฐ์ดั่งหนึ่งจะแย้มสรวล พิศนวลดังสีมณีฉาย

พิศปรางดั่งปรางทองพราย พิศกรรณคล้ายกลีบบุษบง”

(บทชมโฉมนางสีดาจากเรื่องรามเกียรติ์)

รีวิวล่าสุด

ความเห็นโดย เล็ก สุพรรณี
ติดตามๆๆๆๆๆ
เมื่อ 1 ปี 7 เดือนที่แล้ว อ่านไปถึง บางกอก พุทธศักราช ๒๔๓๕

ความเห็นโดย เล็ก สุพรรณี
รอติดตามค่ะ
เมื่อ 1 ปี 7 เดือนที่แล้ว อ่านไปถึง กรุงเทพฯ 2559