“ไม่มีแล้วจ้า”
ข้าวผัดไข่สุดยอดความอร่อยแบบนี้ หยวนโจวอยากจะกินอีกสักสิบจาน แต่ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งบานปลายไปมากกว่าแค่ 188 หยวน
ในทางตรงข้าม น้ำมันปรุงอาหารดูจะค่อนข้างธรรมดาไปหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นราคาของมันก็ปาเข้าไปหลายร้อยหยวนต่อกิโลกรัมแล้ว แม้ว่าราคาจะไม่เบาเลยแต่เมื่อเทียบกับวัตถุดิบหลักอื่นๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวเซียงฉุยและไข่โกเบ เจ้าน้ำมันนี่ก็ไม่ค่อยจะน่าพูดถึงสักเท่าไหร่ ทั้งข้าวและไข่ล้วนเป็นสิ่งที่มีเงินอย่างเดียวก็ไม่สามารถซื้อหาได้
เรียกว่ารู้สึกเหมือนทำบาปเลยทีเดียวกับการทำข้าวผัดไข่โดยใช้วัตถุดิบที่มีค่ามากเช่นนี้
เขาค่อยๆ เอาเงิน 200 หยวนไปใส่ในกล่องรับเงิน เงินจำนวนนี้หายไปในพริบตาและปรากฏเงินทอนจำนวน 12 หยวนอยู่ในนั้นแทน แม้ว่าเขาจะรู้สึกกระอักกระอ่วนกับการเริ่มต้นที่ต้องเสียเงินมากขนาดนี้ หยวนโจวก็รู้สึกดีขึ้นบ้างเมื่อเขานึกถึงวัตถุดิบที่เขาเพิ่งทานเข้าไป ทั้งหมดล้วนเป็นของชั้นเลิศ ส่งมาให้อย่างเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นข้าวเซียงฉุยและไข่โกเบ
“ฉันไม่ใช่คนขี้งกหรอกน่า ไม่งั้นจะกินอาหารหรูหราแบบนี้ได้เหรอ” เขาบ่นกับตัวเอง
“นี่ เจ้าระบบ ฉันว่าราคาอาหารจานนี้มันถูกไปหน่อยแฮะ เราขึ้นราคาอีกหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ”
เมื่อคิดว่าเขาจะได้รับเงินแค่ 10% หรือแค่ 18.8 หยวนต่อจานเท่านั้น แต่วัตถุดิบที่ใช้กลับเป็นของชั้นเลิศแบบนี้ หยวนโจวก็รู้สึกเจ็บใจจนหัวใจต้องหลั่งเลือด เพราะฉะนั้นเขาเลยรีบเสนอไอเดียนี้ให้กับระบบอย่างไม่รีรอ
ระบบตอบกลับมาว่า “ระดับความสามารถของร่างสถิตยังต่ำเกินไป และไม่สามารถปรับราคาได้ด้วยตนเอง”
“..................”
“จะเป็นสุดยอดเชฟได้นี่ต้องผ่านกี่เลเวลกัน ฉันจะได้เงินส่วนแบ่งมากขึ้นมั้ยเวลาถ้าฉันขึ้นไปถึงระดับสูงๆ แล้วน่ะ” พอหยวนโจวเห็นว่าระบบพูดถึงระดับความสามารถ ความคิดเกี่ยวกับส่วนแบ่งกำไรของตัวเองก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
ระบบตอบว่า “ระดับความสามารถของร่างสถิตยังต่ำเกินไป ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ได้รับคำตอบ รายละเอียดต่างๆ จะถูกปลดล็อกก็ต่อเมื่อร่างสถิตสามารถขึ้นสู่เลเวลแรกได้สำเร็จ”
“เออ ได้ ช่างมันเหอะ ฉันไม่ต้องจ่ายทั้งค่าวัตถุดิบและค่าเช่าบ้าน 18.8 หยวนนั่นก็ถือเป็นกำไรล้วนๆ” หยวนโจวคิดบวกขณะที่เขามองจากในร้านออกไปภายนอก
“เดี๋ยวนะ ทำไมเรามีเก้าอี้แค่แปดตัวเองอะ เจ้าระบบ เก้าอี้มันน้อยไปหน่อยมั้ยเนี่ย” หยวนโจวเห็นว่าโถงของร้านถูกชั้นวางดอกไม้ยึดไปเกือบหมด ยกเว้นเก้าอี้ที่วางเอาไว้รอบโต๊ะโค้ง
แบบนี้จะให้เขายอมรับได้ยังไง ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจว่าจะจัดให้มีโต๊ะเก้าอี้มากกว่านี้ เพื่อจะได้รับลูกค้าได้มากขึ้นและยกระดับธุรกิจของเขา
ระบบตอบว่า “ระดับความสามารถของร่างสถิตยังต่ำเกินไป ตอนนี้ร่างสถิตสามารถปลดล็อกจำนวนเก้าอี้ได้เพียงแปดตัวเท่านั้น”
เจ้าระบบอธิบายอย่างตรงไปตรงมาและไม่ลังเล ตอนนี้หยวนโจวชักรู้สึกอยากจะตั๊นหน้าใครสักคนขึ้นมาตงิดๆ
“อย่างน้อยๆ ก็ให้ฉันซื้อเก้าอี้เข้ามาเสริมได้สักหน่อยน่า ฉันคิดว่าเราน่าจะเพิ่มเก้าอี้ได้อีกสักสองตัวตรงนั้นนะ ว่ามั้ย” หยวนโจวมองไปที่โต๊ะยาวที่มีเก้าอี้เพียงสี่ตัว แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจขึ้นมา
ระบบตอบกลับว่า “ระบบจะไม่เสิร์ฟอาหารใดๆ ให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่บนโต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่ได้รับการจัดหามาจากระบบ”
“เออๆ ก็ได้ๆ แกเป็นเจ้านายแล้วนี่”
หยวนโจวบ่นเจ้าระบบอย่างไม่อ้อมค้อม ทันใดนั้นก็มีภารกิจใหม่โผล่เข้ามาในจิตใจของเขา
[ภารกิจที่ 1] : ร่างสถิตต้องขายข้าวผัดไข่ขั้นเทพให้ได้ 100 จานภายใน 7 วัน เริ่มต้นนับถอยหลัง ณ บัดนี้ (ในฐานะสุดยอดเชฟรุ่นเล็ก มันควรเป็นเรื่องง่ายดายที่จะขายข้าวผัดไข่ให้ได้ 100 จาน)
[รางวัลที่จะได้] : แพ็คเกจข้าวผัดไข่ระดับเทพ
“ในแพ็คเกจนี้มีอะไรบ้าง” หยวนโจวถามเข้าประเด็น
ระบบตอบกลับว่า “ข้าวผัดไข่ขั้นเทพ 1 จาน ไชเท้าดอง 1 จานเล็ก และซุปสาหร่าย 1 ถ้วย”
โดยทั่วไปแล้ว ร้านอาหารไหนๆ ก็จะเสิร์ฟไชเท้าดองและซุปสาหร่ายให้ฟรีๆ แต่กระนั้นเจ้าระบบก็ยังกล้าเรียกรวมสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นแพ็คเกจ มีแค่สองอย่างเพิ่มมาเท่านั้นเอง หยวนโจวถามต่ออย่างช่างสงสัย “แล้วแพ็คเกจนี้จะขายราคาเท่าไหร่”
ระบบตอบว่า “กรุณาทำภารกิจปัจจุบันให้เสร็จลุล่วงด้วย”
ทันทีประโยคนี้ปรากฏขึ้น หยวนโจวก็พบว่าการนับเวลาถอยหลังของภารกิจที่ 1 ก็เริ่มต้นขึ้นทันที
“ร้านเราเปิดวันนี้หรือเปล่าเนี่ย ฉันยังไม่ได้เตรียมป้ายร้านเลย” หยวนโจวพูดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นระบบเริ่มนับถอยหลัง
ระบบตอบว่า “ณ เลเวลศูนย์ คุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะแขวนป้ายร้าน”
“แล้วคนเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าฉันขายอะไรถ้าไม่มีป้ายร้าน” หยวนโจวชักเบื่อหน่ายกับการพร่ำบ่นแล้ว คำตอบของเจ้าระบบก็มีแต่ระดับความสามารถอันต่ำเตี้ยของเขา
แต่ระบบไม่ตอบเขากลับแล้วในคราวนี้ เวลายังคงเดินถอยหลังต่อไปเรื่อยๆ หยวนโจวรู้ตัวว่าต้องรีบเข้าแล้ว
เมื่อมองดูตัวเองแล้วเห็นว่ายังใส่เสื้อยืดแขนสั้นและกางเกงสีน้ำเงินเข้มแบบสบายๆ จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นว่า “สงสัยต้องเปลี่ยนชุดก่อนแล้วล่ะ”
เขากลับขึ้นไปชั้นบนและเริ่มมองหาชุดที่เหมาะสมจากตู้เสื้อผ้าของเขา ชุดยูนิฟอร์มสีขาวของพ่อครัวทั่วไปนั้นไม่ใช่สไตล์ของเขาเลย
นี่ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามันมีตัวหนังสือเขียนว่า “โรงแรมยูนิคอร์นทองคำ” ติดอยู่บนเสื้อด้วย ชุดนี้ไม่เหมาะแน่นอน
ในที่สุดเขาก็เจอชุดแบบฮั่นอยู่ที่ก้นตู้เสื้อผ้า มันถูกตัดมาให้พอดีกับตัวเขาสมัยที่เขาคลั่งไคล้เสื้อผ้าแบบดั้งเดิมช่วงที่เขาจบจากมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ดีไซน์ของมันนั้นเรียบง่าย มีเพียงสองชิ้นคือชิ้นบนกับชิ้นล่าง แขนเสื้อออกจะพอดีหน่อย แต่มันก็เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน สีคละกันระหว่างสีเขียวเข้มและน้ำเงินเข้ม นอกจากนี้แล้วมันยังเลอะยากและทำความสะอาดก็ง่าย
เมื่ออยู่ในชุดฮั่นแบบดั้งเดิมแล้ว หยวนโจวก็มีกำลังใจมากขึ้นอีกโข เขายืนอยู่หน้ากระจก มองดูตัวเอง เขารู้สึกได้ถึงความสง่างามที่ปรากฏอยู่บนตัวของเขา
เขาก้าวฉับๆ ลงไปชั้นล่าง
หยวนโจวสูดหายใจเข้าลึกๆ เขามองไปยังครัวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและบริเวณโถงที่แม้ดูเรียบง่ายแต่ก็หรูหรา จากนั้นเขาจึงเดินไปเปิดประตู
ผู้คนบางตาบนถนนด้านนอกนั่น เขาถอนหายใจและบ่นกับ
ตัวเอง “เอาล่ะ ดูแล้วฉันคงต้องใช้วิธีอื่น”
แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องผ่านช่องว่างระหว่างตึกสูงเข้ามาในร้าน มันเป็นเวลาเก้าโมงเช้า
“หวัดดีจ้า หยวนโจว เธอเปิดกิจการวันนี้แล้วใช่มั้ย แต่งตัวซะหล่อเชียว จะไปไหนเหรอจ๊ะ” คุณถงจากร้านข้างๆ เห็นหยวนโจวทันทีที่เขาเปิดประตูออก เธอยื่นหัวออกมามองเขา แล้วถามด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าผอมๆ นั่น
“อรุณสวัสดิ์ครับ ป้าถง ร้านอาหารจะเปิดกิจการวันนี้แล้วครับ” หยวนโจวตอบอย่างสุภาพ มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก
คุณถงรู้สึกแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง “งานเปิดร้านอาหารจะดูเป็นงานเป็นการกว่านี้นะ ถ้าเธอเอากระเช้าดอกไม้สวยๆ มาแขวนไว้ที่ประตูร้านน่ะ”
“ครับ ป้าถง ผมโทรไปบอกร้านดอกไม้เอาไว้แล้วก่อนเปิดร้านครับ อีกสักพักก็คงจะเอากระเช้ามาส่งแล้ว” สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ผู้คนบนท้องถนน หยวนโจวกำลังครุ่นคิดว่าจะขายข้าวผัดไข่อย่างไรให้ได้ถึง 100 จาน
“เธอจะขายอาหารอะไรเหรอ นี่ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” คุณถงรู้ได้จากท่าทางของหยวนโจวว่าเขากำลังกังวลกับกิจการของเขาอยู่ เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านกันเธอจึงกล้าถาม
“ผมขายแค่ข้าวผัดไข่เท่านั้นครับ” เขารู้สึกลังเลอยู่สักหน่อย หยวนโจวไม่ได้พูดถึงราคาเพื่อที่จะไม่ต้องอธิบายอะไรมากไปกว่านี้
“ดีเลยจ้ะ ฉันชอบข้าวผัดไข่นะ เธอช่วยทำให้ฉันสักจานแล้วเอามาส่งให้ที่ร้านได้ไหมจ๊ะ” คุณถงสั่งอาหารเลยทันที เธอคิดว่าหยวนโจวเพิ่งทำธุรกิจเองเป็นครั้งแรก เขาอาจจะเขินๆ หน่อยที่จะต้องขายอาหารให้กับเธอ
แน่นอนว่าเธอไม่ได้ถามเรื่องราคาเลย ในความคิดของเธอ ข้าวผัดไข่จานเดียว ขายบนถนนเงียบๆ แบบนี้ ราคาคงไม่เกิน 10 หยวนหรอก
ระบบบอกว่า “ร่างสถิตยังมีระดับความสามารถต่ำเกินไป ยังไม่สามารถจัดส่งอาหารได้ อาหารทุกจานจะต้องถูกรับประทานภายในร้านเท่านั้น”
“เจ้าระบบ เราจะทำงานร่วมกันให้มันแฮปปี้กว่านี้ได้มั้ย ฉันจะทำธุรกิจได้ยังไงถ้าแกมีข้อแม้เยอะอย่างนี้” หน้านิ่งๆ ของหยวนโจวเปลี่ยนหน้านิ่วขึ้นมาทันที
ระบบตอบกลับว่า “กรุณาพยายามให้ดีที่สุดในการทำภารกิจให้สำเร็จ หลังจากนั้นแล้วคุณจะสามารถปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้ได้”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะขายข้าวผัดไข่แสนอร่อยนี่ไม่ได้” เมื่อนึกถึงวัตถุดิบชั้นเลิศของข้าวผัดไข่ของเขาแล้ว หยวนโจวก็เรียกความมั่นใจกลับมาได้ในทันใด
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ป้าถง ผมยังให้ซื้อกลับบ้านไม่ได้ครับ ผมไม่มีกล่องเตรียมไว้เลย” เขามองไปที่เธอ หยวนโจวขอโทษคุณถงเป็นการใหญ่
“ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะอายที่จะขายอาหารให้ฉันแฮะ สงสัยจะไม่อร่อยเท่าไหร่” คุณถงคิดในใจ
เธอยิ้มให้และตอบว่า “เอาล่ะจ้ะ ไม่เป็นไรนะ ไว้ฉันมีเวลาแล้วจะแวะไปที่ร้านและลองชิมอาหารฝีมือเธอดูนะ”
“ครับผม ต้องขอบคุณล่วงหน้านะครับสำหรับความใส่ใจ” หยวนโจวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เขาไม่สงสัยคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย
“นี่ใช่บ้านเลขที่ 14 ถนนเถาซี่หรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหาหยวนโจวและถามขึ้น เขาขับรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีดอกไม้สองกระเช้าห้อยท้ายมาด้วย
“จากร้านดอกไม้ซินซินใช่มั้ยครับ ใช่ครับ คุณมาถูกที่แล้ว”
หยวนโจวตรวจดูกระเช้าดอกไม้ ดอกไม้ดูธรรมดาแต่ก็สดใหม่ทีเดียว เขาช่วยชายหนุ่มคนนั้นขนกระเช้าลงจากรถ
กระเช้าดอกไม้ที่หยวนโจวสั่งมานั้นเป็นแบบที่เอามาใช้ใหม่ได้ ถ้าคุณถามเขาว่าที่ซื้อกระเช้าแบบนี้มาก็เพราะราคามันถูกกว่ากระเช้าปกติถึงครึ่งต่อครึ่งหรือเปล่า แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมรับหรอก สาเหตุที่แท้จริงนั้นก็เป็นเพราะว่ากระเช้าแบบนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าต่างหาก ทุกคนต้องช่วยกันรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมซิ
“ผมจะกลับมารับกระเช้าในอีกห้าวันจากนี้นะครับ อย่าทำมันพังซะก่อนล่ะ” คนส่งดอกไม้บอกเขา แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วบนรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
แม้ว่าจะไม่มีป้ายร้านแต่ร้านเล็กๆ แห่งนี้ก็มีหน้าร้านที่ดูรู้ว่าเป็นร้านเปิดใหม่ เมื่อมองดูร้านของเขาแล้ว หยวนโจวก็ฝันถึงวันที่ลูกค้าแห่กันมาแน่นขนัดเต็มร้าน
แต่หยวนโจวก็ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน เขาไม่รู้หรอกว่าการเริ่มต้นนั้นมันยากเย็นแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นธุรกิจที่ต้องเริ่มต้นอยากยากลำบากกว่าธุรกิจอื่นๆ แล้วใครกันจะอยากจ่ายถึงเกือบ 200 หยวนเพื่อเข้ามาในร้านอาหารเล็กๆ แล้วทานข้าวผัดไข่กันนะ