ไวน์สีแดงเข้มถูกรินอย่างบรรจงลงแก้ว มันนอนลงอย่างสงบนิ่ง ไร้การกระเพื่อมไหวติง รสชาติของมันนั้นกลมกล่อม ไม่เข้ม และไม่อ่อนจนเกินไป ราวกับว่ารสชาติทั้งหมดถูกกักเก็บควบคุมไว้เป็นอย่างดี
มือของปรมาจารย์นิ่งมาก เขาสามารถกะปริมาณไวน์ให้ทั้งสี่แก้วให้มีปริมาณเท่ากันเป๊ะได้อย่างน่าอัศจรรย์ ปริมาณของเหลวในถ้วยสูงสองนิ้วพอดีเท่ากัน หากพิจารณาดูด้วยตาเปล่า จะไม่อาจแบ่งแยกความแตกต่างของไวน์สี่แก้วนี้ได้เลย
หลั่นเจว๋มองตรงไปที่ไวน์ ส่วนยอดนักชิมมองที่แฮมขนาดยักษ์ตรงหน้าอย่างมุ่งมั่น ราวกับทั้งสองตกอยู่ในมนต์สะกดของอะไรบางอย่าง
เทียนทั้ง 20 เล่มถูกตั้งไว้ในจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ กระจายเป็นวงกว้าง แต่กะให้มีขนาดเล็กกว่าถาดสี่เหลี่ยมที่ถูกนำมาเสริฟเมื่อครู่ ยอดนักชิมปัดมือข้างขวาเบาๆ ไปตรงบริเวณไส้เทียนทั้ง 20 เล่มครั้งหนึ่ง เทียนทั้งหมดก็ติดไฟ ส่องสว่างขึ้นมาพร้อมกัน เปลวไฟที่เกิดขึ้นไม่ได้ลุกโชนสูงนักแต่สุกสว่าง
ยอดนักชิมหยิบถาดขึ้นมา จับบริเวณขอบไว้แน่น แล้วเอาถาดจ่อไปยังรัศมีของเปลวไฟจากเทียนทั้ง 20 เล่มเพื่อให้ความร้อนกระจายอย่างทั่วถึง
ปรมาจารย์กาแฟมองการกระทำของยอดนักชิม ก่อนกล่าวออกมา “ทำไมต้องทำอะไรยุ่งยากด้วย ใช้ไฟของตัวเองก็จบ” ยอดนักชิมไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขา เอ่ยตอบว่า “ก็เพราะอย่างนี้ไง นายถึงยังไร้รสนิยมอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะโชค นายก็ไม่ได้ทางได้มาจิบไวน์ชั้นเลิศแบบนี้หรอกนะ หรือแม้แต่มากินแฮมดีๆ ไฟของฉันน่ะเป็นพลังด้านบวกก็จริง แต่มันแห้งแล้วก็ระเบิดง่าย เปลวไฟจากเทียนน่ะ เป็นพลังด้านบวกที่นุ่มนวล อ่อนโยน แล้วก็กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ข้อนี้แหละที่ฉันต้องการ”
ปรมาจารย์แย้งออกมาทันที “ทำไมจะไม่มีทาง ฉันไม่เชื่อนายหรอก! ปรมาจารย์ไวน์ ที่เขาพูดน่ะ จริงเหรอ?”
ปรมาจารย์ไวน์ไม่ตอบ ชายสูงวัยยกก้านจับเรียวยาวของแก้วไวน์ตรงหน้าขึ้นมาสูงให้ต้องแสงเทียน และจ้องมองของเหลวสีแดงเข้มนั้นอย่างหลงไหล
ปรมาจารย์กาแฟหันมองหลั่นเจว๋อย่างคาดหวังเป็นลำดับต่อไป “ยอดนักชิมดูถูกฉัน! เขาเอามูลอะไรมาถึงกล้าวิจารณ์ฉันอย่างนี้?” สายตาของหลั่นเจว๋เพ่งมองไปยังแก้วไวน์ตรงหน้าอย่างตั้งใจเช่นกัน ด้วยท่วงท่าที่แทบจะเหมือนปรมาจารย์ไวน์ ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นสูง จ้องมองของเหลวสีแดงเข้มภายในนั้น
“เขาพูดเรื่องจริงนะ แล้วก็มีเหตุผลที่เข้าท่าเลยด้วย ที่ปรมาจารย์ไวน์ไม่อยากตอบเพราะไม่อยากให้นายเสียใจน่ะ แต่ฉันตอบให้ได้นะ ถือว่าเป็นการเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ กับเรื่องวุ่นๆ ที่นายก่อให้ฉันก่อนหน้านี้ยังไงล่ะ”
“เออ บอกฉันมา” ปรมาจารย์กาแฟพูดอย่างไม่พอใจนัก
หลั่นเจว๋หัวเราะออกมาเบาๆ “ถ้านายอยากเรียนอะไร ก็ต้องจ่ายค่าเรียนมานะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ยกไวน์ในแก้วส่วนของนายให้ฉัน แล้วฉันจะบอก ไม่อยากนั้นจะเรียกว่าเป็น ‘การเอาคืน’ได้ยังไงล่ะ จริงไหม”
ปรมาจารย์ตอบอย่างแค้นเคืองระคนสำนึกผิดเล็กน้อยว่า “ก็ได้ ถ้านายบอกเหตุผลที่เข้าท่ามาว่า ทำไมฉันถึงไม่ควรค่าที่จะได้ดื่มไวน์โรมาเน กงติแก้วนี้ ฉันจะยกส่วนของฉันให้นาย”
หลั่นเจว๋วางแก้วไวน์ในมือลง มองตรงอย่างแน่วแน่ไปที่ปรมาจารย์ก่อนจะพูด “ไม่ต้องคิดมาต่อรองเรื่องนี้เลยนะ ก็เขาถามฉัน ฉันก็ตอบ เป็นความผิดของนายที่ไม่ยอมตอบเขาเองก่อนหน้านี้”
ปรมาจารย์ไวน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ “เหตุผลง่ายๆ ที่เขาไม่ควรค่าจะดื่ม ก็คือเพราะว่าเขายอมสละสิทธ์ในการดื่มไวน์โรมาเน กงติแก้วนี้ให้นาย แค่นี้ก็พอที่จะเป็นคำตอบแล้วล่ะ”
เมื่อได้ฟังคำตอบ หลั่นเจว๋ก็เผยยิ้มออกมา ก่อนจะพูดต่อ “แต่เหตุผลนี้ไม่ดีพอสำหรับเขาแน่ๆ เขาก็จะอ้างว่าเขากระหายในความรู้มากกว่าที่กระหายในการดื่มกิน”
หลั่นเจว๋ยกแก้วน้ำขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะหันไปมองปรมาจารย์กาแฟผู้เป็นหัวข้อในการสนทนา
“จริงๆ แล้ว เหตุผลง่ายๆ ก็แค่ว่า นายเป็นปรมาจารย์ด้านกาแฟ แม้ว่านายจะชื่นชอบกาแฟมากแค่ไหนก็ตาม หรือมีรสนิยมในการกินที่ดีมาก สุดท้ายแล้ว นายก็ยังเป็นปรมาจารย์ด้านกาแฟอยู่วันยังค่ำ”
ปรมาจารย์กาแฟได้ฟังคำตอบของหลั่นเจว๋ก็ทำหน้างงเล็กน้อย ถามต่ออย่างมึนๆ ว่า “นี่ถือเป็นเหตุผลด้วยเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ” หลั่นเจว๋ตอบ “ถ้าเทียบไวน์แดงกับกาแฟ นายก็ชอบกาแฟมากกว่าอยู่ดี ถามหน่อย วันๆ หนึ่งนายดื่มกาแฟกี่แก้วล่ะ”
“สามแก้ว” เขาตอบ
หลั่นเจว์ขยายความต่อ “การดื่มกาแฟเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนาย ไม่ว่ากาแฟชั้นดี เข้มข้น หรือทิ้งรสสัมผัสเลิศรสไวได้นานแค่ไหนก็ตาม มันก็ส่งผลและครอบงำต่อมรับรสที่ลิ้นของนายอยู่ดี ก่อนที่จะจิบไวน์แดงชั้นยอดดีๆ สักแก้ว วิธีที่จะดื่มด่ำในรสชาติและกลิ่นหอมได้ดีที่สุดของมัน คือต้องงดดื่มกินอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นทุกชนิด อย่างน้อยเป็นเวลาสามวัน ทั้งกาแฟ ชา หรือว่าช็อคโกแล็ต ก็จัดเป็นของต้องห้ามทั้งสิ้น ไม่อย่างนั้นแล้ว ต่อมรับรสของนายจะลิ้มรสไวน์แดงชั้นเลิศนี้ไม่ได้เต็มที่ ถึงแม้จะมีขนมปังขาว ช่วยในการดูดซับรสชาติในปากแล้วด้วยก็ตามเถอะ ยังไงก็ยังมีรสชาติหลงเหลืออยู่ดี ส่งผลถึงรสชาติสุดยอดดั่งสวรรค์สร้างที่นายควรจะได้รับอย่างเต็มที่จากการดื่มไวน์ดีๆ ซึ่งถือว่า เป็นการดูหมิ่นไวน์นะ”
หลั่นเจว๋หยุดนิ่งชั่วครู่ ก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้ปรมาจารย์กาแฟ “แล้วในสามวันที่ผ่านมานี้ นายดื่มกาแฟมารึเปล่าล่ะ”
ปรมาจารย์กาแฟยิ้มแหยๆ “ของมันแน่อยู่แล้ว”
“ขอบคุณมาก” หลั่นเจว๋พูด คว้าแก้วไวน์ตรงหน้าปรมาจารย์กาแฟมา รินของเหลวสีแดงเข้มทั้งหมดในแก้วใส่แก้วไวน์ของตน ก่อนจะส่งแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าวางคืนที่เดิม
ปรมาจารย์ไวน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ชายสูงวัยหมุนแก้วไวน์ในมือ แล้วก็ยกแก้วขึ้นจรดจมูกเพื่อดม ทันใดนั้น แววเคร่งขรึมในดวงตาของชายสูงวัยก็แปรเปลี่ยนเป็นมึนเมาและงุนงง
เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบอึกใหญ่ อมของเหลวไว้ในปากครู่ใหญ่อย่างต้องการจะดื่มด่ำในรสชาติเหมือน ก่อนจะค่อยๆ ส่งมันลงคอไป
หลั่นเจว๋ดื่มบ้าง ค้อมศีรษะลงต่ำเล็กน้อย ชายหนุ่มค่อยๆ ดื่ม เสียงของของเหลวกระทบเพดานปากดังออกมาเบาๆ ชายหนุ่มค่อยๆ ยกศีรษะขึ้น ปล่อยของเหลวให้ไหลรินลงคอไป
นานทีเดียวกว่ามี่สีหน้าของปรมาจารย์จะกลับมาเคร่งขรึมตามปกติ เขาเอ่ย “ผลทับทิมสุกสว่างที่คุณภาพดีสมคำล่ำลือจริงๆ กลิ่นหอมกรุ่นคลาสสิคของโรมาเน กงติ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นของกุหลาบแรกแย้มและพริกไทย นุ่มนวล กลมกลืน แม้เราจะลิ้มรสความเข้มข้น ละมุนนี้ได้อย่างกำจัดเวลาดื่ม แต่รสชาตินี้ค้างติดอยู่ที่โคนลิ้นต่ออีกนานแสนนาน”
ชายสูงวัยพูดพลาดหันหน้าไปมองหลั่นเจว๋ “นายเลือกได้ดีมาก โรมาเน กงติขวดนี้กำลังกลมกล่อมได้ที่เลยทีเดียว”
หลั่นเจว๋ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “มันรวมเอากลิ่นความเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมของดอกไม้ได้หอมกลมกล่อมมาก แบบว่าหลอมรวมระหว่างความเข้มข้นและความอ่อนละมุนได้อย่างลงตัว รสชาติของผลไม้แห้งคลุกเคล้าประสานเข้ากับเชอร์รี่ ไวน์ชั้นเลิศนี้เป็นไวน์ที่สวรรค์ส่งมาอย่างแท้จริง สมกับเสียงเล่าลือที่ว่า มันคือ ‘ของขวัญจากสวรรค์’ มันเป็นราชาแห่งไวน์อย่างแท้จริง! ฉันพนันได้เลยว่า ถึงผ่านไปอีกสามวัน กลิ่นและรสหอมกรุ่นนี้จะยังอยู่เหมือนวินาทีนี้ในต่อมรับรสและฟันของฉัน จนไวน์ใดๆ ไม่สามารถมากลบกลิ่นได้เลยในสามวันนี้”
ปรมาจารย์กาแฟลอบสังเกตสีหน้าและอากัปกิริยาพึงพอใจของพวกเขา อดพูดออกมาไม่ได้ว่า “ยอดเยี่ยมใช่ไหมล่ะ ปรมาจารย์ไวน์ ฉันขอลองจิบบ้างสิ”
ปรมาจารย์ไวน์มองหน้าชายหนุ่ม ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “จริงๆ แล้ว ฉันเตรียมขนมปังขาวนี่มาเพื่อนายโดยเฉพาะเลยตั้งใจจะให้มันช่วยดูดซับกลิ่นและรสที่ทิ้งค้างอยู่ในต่อมรับรสของนาย นายจะได้ลิ้มรสของไวน์โรมาเน กงติอย่างเต็มที่เหมือนกับคนอื่นๆแต่ก็นะ สุดท้ายแล้วนายก็เสียมันให้ปรมาจารย์อัญมณีไปจนได้ ฉันตั้งใจจะให้นายดื่มแค่แก้วเดียว เพราะงั้นต้องเสียใจด้วยจริงๆ นะ ที่วันนี้นายจะไม่ได้ดื่ม”
ยอดนักชิมยกถาดที่อังเปลวไฟจากเทียนออก วางมันลงอย่างนุ่มนวลลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มตบไหล่ปรมาจารย์กาแฟเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “นี่แหละคือการแก้แค้นของปรมาจารย์อัญมณี ไอ้คนนี้มันเจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ”
ปรมาจารย์กาแฟหันหน้าไปทางหลั่นเจว๋ ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายไปที่ชายหนุ่ม
หลั่นเจว๋ยกของขวัญจากสวรรค์ในมือขึ้นจิบอีกรอบ หรือว่าง่ายๆ คือยกไวน์ชั้นเลิศในมือขึ้นจิบอีกครั้งก่อนพูด “วันก่อน มิสคาร์มิลมาหาฉันที่ร้าน ถึงเธอจะไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมืออะไร แต่แค่มองตา ฉันก็รู้เลยว่าเธอต้องการอะไร”
ปรมาจารย์กาแฟหน้าตึง ถอนหายใจออกมาอย่างหม่นเศร้า “นายชนะแล้ว”
หลั่นเจว๋โน้มแก้วไวน์ของเขาไปทางปรมาจารย์กาแฟ สีหน้าของชายหนุ่มผู้พลาดของดีค่อยๆ กลับไปเรียบเฉยตามเดิม “ฉันปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ถึงฉันจะดื่มไวน์ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ฉันยังกินแฮมนี่ได้นี่หน่า”
ยอดนักชิมคว้าเอามีดเรียวยาวออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ฝานแฮมชิ้นยักษ์ตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว ทว่านุ่มนวลตรงหน้าออกเป็นชิ้นบางๆ น่าทาน แล้วจัดแจงแบ่งใส่จาน
มือของชายหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว จนแทบมองไม่ทัน ไม่นานนัก แฮมที่ถูกฝานเป็นแผ่นบางเรียงตัวสวยก็กองล้นจานตรงหน้า
“ทำไมนายถึงต้องเอามันไปย่างก่อน” ปรมาจารย์ไวน์เอ่ยถามยอดนักชิม
ยอดนักชิมตอบทันที “เจ้าสิ่งนี้เรียกว่า ‘หมูดำ’ ชื่อจริงๆ ของมันคือ หมูป่าไอเบอเรีย โดยทั่วไปแล้ว ในยุคเก่า พวกมันถูกเลี้ยงแถวป่าย่านตะวันตกตอนกลางของสเปน ที่นั้นเป็นที่ดั้งเดิมและมีผืนป่าธรรมชาติ เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ที่สุด นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์กว้างใหญ่ ต้นโอ๊ค และต้นเอคอร์น ซึ่งก่อให้เกิดชีวิตใหม่ในสเปน หมูที่ถูกเลี้ยงมาในทุ่งหญ้าแบบนี้จะกินผลจากต้นโอ๊คและต้นเอคอร์นเป็นอาหารหลัก ส่วนเมล็ดพันธุ์ของต้นโอ๊คนั้น เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำแฮมไอเบอเรียขนานแท้”
“ขั้นตอนการผลิตก็คือ สไลด์เนื้อหมูเป็นแผ่นบางๆ เสียก่อน จากนั้นก็ค่อยทำการแช่แข็งเนื้อหมู เก็บและรักษาความสะอาดไว้อย่างดี หลังจากทำการรักษาไประยะหนึ่งแล้ว ให้ใช้น้ำเย็นล้างทำความสะอาดคราบเกลือบนแฮม นำแฮมที่ได้ไปเก็บไว้ในคลังสองเดือน เพื่อให้เกิดรสเค็มอย่างทั่วถึง ซึ่งถือเป็นกรรมวิธีในการตากแห้งมันโดยธรรมชาติ หลังจากนั้นให้แขวนมันไว้ที่ถ้ำตามธรรมชาติโดยไม่ต้องไปยุ่งกับมันเป็นเวลาอย่างน้อย 24 เดือนจึงจะได้ที่พร้อมกิน แฮมไอเบอเรียชั้นดีที่แท้จริงต้องผ่านกระบวนการการเก็บรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 48 เดือน”
“แฮมที่นายนำมาเป็นตัวอย่างสุดวิเศษว่า เฉพาะหมูป่าไอเบอเรียแท้ 100% ที่ถูกเลี้ยงด้วยเมล็ดพันธุ์จากต้นโอ๊คเป็นอาหารหลักเท่านั้นที่สามารถผ่านช่วงเวลาการเก็บรักษาที่ถ้ำบนภูเขาอย่างน้อย 72 เดือนได้ แม้แต่ในยุคเก่า แฮมแบบนี้ก็จัดเป็นสิ่งที่ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว”
“จริงๆ แล้ว แฮมชนิดนี้ก็มีข้อเสียของมันอยู่เหมือนกันนะ ปัญหาคือชั้นไขมันของมันหนาเกินไป แม้รสชาติจะนุ่มลิ้นอร่อยแค่ไหนแต่ก็มีกลิ่นเหม็นหืนจากไขมัน ในขณะที่เคี้ยวมัน ถึงแม้จะเลิศรสมากก็ตาม แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องตามอย่างที่เล่าไป ฉันก็เลยเร่งไฟ เฉือนแฮมเป็นแผ่นบางๆ แล้วเอาถาดแฮมไปรมไฟให้ไขมันละลายเสียก่อน ความร้อนจึงจะแผ่ซ่านไปทั่วชิ้นแฮม หอมฟุ้งออกมา ดูสิ ไขมันสีขาวเริ่มโปร่งออกมาให้เห็นแล้ว”
จริงดังว่า ชิ้นแฮมสีแดงปนขาวน่ากินตรงหน้าเริ่มเผยให้เห็นชั้นไขมันสีขาวโปร่งออกมา ดูราวกับเป็นผลึกคริสตัลที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ กลิ่นหอมฟุ้ง แผ่กระจายออกมาจากชิ้นเนื้อหอมกรุ่นตรงหน้า หนาแน่น หอมฟุ้ง ไม่จางหาย
หลั่นเจว๋เอื้อมไปคว้ามาชิ้นหนึ่ง ส่งเข้าปากอย่างอดไม่ได้ ทันทีที่แฮมเนื้อนุ่มสัมผัสกับน้ำลายในปาก สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป รสชาติของมันทั้งเข้มข้นและบริสุทธิ์อ่อนโยนไปในคราวเดียวกัน ทิ้งรสกลมกล่อมให้ค้างอยู่ในปากนานแสนนานหลังจากกลืนลงคอไป เขายกไวน์โรมาเน กงติขึ้นมาจิบอีกที รู้สึกเมาขึ้นมาอีกครั้ง
ปรมาจารย์ไวน์หยิบชิ้นแฮมหอมหวนเข้าปากเช่นเดียวกัน เมื่อกัดเข้าไปคำหนึ่ง ชายสูงวัยก็มีอากัปกิริยาแทบจะเหมือนกับที่หลั่นเจว๋เป็นเมื่อครู่ เขาหัวเราะออกมาอย่างแกนๆ พลางพูด “ดูท่ารสนิยมการกินอาหารของฉันก่อนหน้านี้จะใช้ไม่ได้แล้วล่ะ”
ยอดนักชิมยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ เขาจิบไวน์แล้วก็กินแฮมไปด้วย “ช่างวิเศษอะไรอย่างนี้นะ ไวน์ก็ของนาย แฮมก็ของนาย แล้วนายก็ยังชมฉันอีก”
หลั่นเจว๋ครางออกมาอย่างสบายอารมณ์ “ของขวัญจากสวรรค์ แฮมไอเบอเรียชั้นยอด ปรมาจารย์ไวน์ผู้แสนดี จากนี้ไป ฉันจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ นะ”
ปรมาจารย์ไม่มองสบตาหลั่นเจว๋ ดวงตาทั้งสองข้างฉายแววขมขื่น เขารู้ดีว่า ปรมาจารย์อัญมณีไม่ใช่คนหยาบโลน ไร้ความเกรงใจโดยสันดาน แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาตัดสินใจสวมบทคนหยาบโลน ไม่รู้จักเกรงใจแล้ว…
ปรมาจารย์กาแฟเผยยิ้มอย่างขมขื่น มองไวน์แดงชั้นดีตาละห้อย ความหอมหวนของแฮมไอเบอเรียเกินที่เขาจินตนาการไว้มากก็จริง แต่โชคร้ายนักที่เขาไม่มีโอกาสได้ลิ้มรส ‘ของขวัญจากสวรรค์’ ควบคู่ไปด้วย