คนมักพูดกันว่า ปีที่สองของการศึกษาคือวัยพยศ
ทุกคนน่าจะเคยผ่านวัยนี้กันมาแล้วทั้งนั้น บางคนเลือกที่จะแสดงออกให้โลกรู้ ขณะที่บางคนเลือกจะเก็บมันไว้ในใจของพวกเขาเอง นี่คือความแตกต่างระหว่างปัญหาที่มองเห็นได้ชัดและปัญหาที่ถูกเก็บเป็นความลับ
ด้วยความที่มีนิสัยโตเกินวัย พอขึ้นปีที่สองของการศึกษา ซ่งซูหังจึงแตกต่างจากเพื่อนร่วมห้องหลายๆ คน ที่ยังคงขลุกอยู่กับนิยายกำลังภายใน การแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ ชีวิตอมตะ หรือทำท่าปล่อยพลังยอดฮิตอย่าง ‘18 ฝ่ามือสยบมังกร’
เขารู้ดีว่าทุกชีวิตบนโลกนี้อยู่ภายใต้กฎของฟิสิกส์เดียวกันก็คือ ไม่มีใครสามารถใส่กางเกงในตัวเดียวแล้วเหาะเหินออกไปนอกโลกได้ ไม่สามารถกระโดดขึ้นตึกชั้นสามได้ด้วยเท้าเปล่า หรือแม้กระทั่งเสกมังกรทองด้วยฝ่ามือ!
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องของเทพเซียนหรือพวกยอดมนุษย์ซุปเปอร์ฮี่โร่นั้นเป็นเรื่องเหลวไหล แต่เขาก็เคยแอบหวังที่จะได้เห็นเหล่ามนุษย์อมตะพวกนี้ตัวเป็นๆ บ้าง
หรือว่าการรอคอยจะเป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของมนุษย์?
ซ่งซูหังหลุดหัวเราะออกมาก่อนจะปิดหน้าต่างกลุ่มแชทลงชั่วคราว
สำหรับเขาแล้วกลุ่มเก้ามณฑล (1) นั้นน่าสนใจไม่น้อย แม้บทสนทนาของคนในกลุ่มจะดูประหลาดไปบ้าง แต่การได้แอบซุ่มดูอยู่เงียบๆ ก็ทำให้เขาหายเบื่อไปได้เยอะ
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หนังสยองขวัญยังคงถูกเปิดดูอยู่ แทบจะทุกพล็อตเด็ดของหนังสยองขวัญถูกผู้กำกับชื่อดังเอามายำใส่ในเรื่องนี้กันหมด พิสูจน์ความน่ากลัวได้จากการที่หนังทำให้ชายวัยกลางคนตกใจกลัวจนร้องไห้จ้าและอีกหลายๆ คนที่หวาดผวาจนไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำคนเดียว
แต่ไม่ได้ผลกับซ่งซูหัง เขาไม่เพียงหาววอดออกมาไม่หยุด แต่ยังล้มตัวลงนอนด้วยความเบื่อหน่ายอีกด้วย
หลับไปได้ไม่นานเขาก็เริ่มฝัน... ฝันที่สนุกและเต็มไปด้วยยอดมนุษย์อมตะ ในที่ๆ สามารถเคลื่อนย้ายภูเขา มหาสมุทร ตลอดจนกวัดแกว่งกระบี่โบราณและเหาะเหินเดินอากาศได้ดั่งใจนึก
อังคารที่ 21 พฤษภาคม
ในที่สุด หัวหน้ากลุ่มอย่างท่านราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานก็กลับมาออนไลน์อีกครั้ง โดยมีหมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือยิงคำถามใส่เป็นคนแรก
“ราชันย์ 'แรงกดดันอันมหึมาแห่งภูเขาตำรา' คือผู้ใดรึ? แล้วเขาบำเพ็ญเพียรมาจากที่ไหนกัน?”
“คนที่เพิ่มเข้ากลุ่มเมื่อวาน? พวกท่านยังไม่ได้คุยกันหรอกหรือ? นางคือลูกสาวของสหายเก่าข้าที่เกิดในยุคนี้ ฝีมือของนางไม่เลวเลยนะ แม้อายุยังน้อยแต่กลับฝึกฝนจนพิชิตขั้นสูงสุดของระดับสาม-โฮ่วเทียนได้และเพิ่งจะก้าวข้ามมาแตะระดับสี่-เซียนเทียนได้อีกด้วย” ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานส่งอีโมติคอนรูปหน้าหัวเราะปิดท้าย
“พิชิตขั้นสูงสุดของระดับสาม-โฮ่วเทียนรึ? หากนางไม่ใช่อัจฉริยะ ก็ต้องอายุราวๆ 40 ปีเห็นจะได้” หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือออกความเห็น “แล้วเหตุใดนางต้องใช้ชื่อไอดีว่า 'แรงกดดันอันมหึมาแห่งขุนเขาตำรา' ด้วยล่ะ มันดูไม่เหมือนชื่อของนักพรตเต๋าเลยนะ”
ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานโพล่งขึ้นทันทีว่า “หืม... ท่านว่าอะไรนะ? ลูกสาวของสหายเก่าข้าไม่ได้ใช้ชื่อ 'แรงกดดันอันมหึมาแห่งขุนเขาตำรา' สักหน่อย!”
“งั้นสมาชิกใหม่ที่ท่านราชันย์เชิญเข้ามาเมื่อวาน ก็ไม่ใช่พวกเดียวกับเราสินะ”
หลังจากลองทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดดู หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือก็เอ่ยขึ้น “ท่านราชันย์ ข้าว่าท่านแอดผิดคนแล้วล่ะ!”
“งั้นขอข้าเช็คดูก่อนนะ”
หลังจากผ่านไปได้สักพัก อีโมติคอนรูปหน้าเจื่อนเหงื่อตกก็ถูกส่งมาจนเต็มเป็นบรรทัด ตามด้วยข้อความสั้นๆ จากราชันย์ว่า “ไม่น่าเลย ข้าแอดคนผิดคนจริงๆ ด้วย! ชื่อไอดีต่างกันเพียงแค่ตัวเลขตรงกลาง แทนที่ข้าจะพิมพ์เลข 8 แต่กลับพิมพ์เลข 9”
หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือส่งอีโมติคอนรูปหน้าหัวเราะเยาะเย้ยสวนมาทันที “ว่าแล้วเชียว! แม้จะปรับตัวเข้ากับสังคมสมัยใหม่ได้เร็วเพียงใด ก็ไม่ควรจะตั้งชื่อเต๋าของตัวเองว่า 'แรงกดดันอันมหึมาแห่งขุนเขาตำรา' หรอกจริงไหม?”
ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานส่งอีโมติคอนรูปหน้าเจื่อนเหงื่อตกมาเต็มบรรทัดอีกรอบ พอตั้งสติได้เขาก็รีบไปกดเพิ่มลูกสาวของสหายรักเก่าเข้ากลุ่มแชทอีกครั้ง
การแจ้งเตือนของกลุ่มเด้งขึ้นมาว่า 'ขกนกอ่อนนุ่มแห่งเกาะผีเสื้อสวรรค์' ถูกเพิ่มเข้าในกลุ่มเก้ามณฑล (1) ชื่อนี้ดูเข้ากันกับแนวของกลุ่มซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเหล่าเทพเซียน
พอสมาชิกใหม่ตอบรับเข้าร่วมกลุ่ม กระบี่คลั่งสามคลื่นจะโผล่มาเซ้าซี้เช่นเคย “ได้ยินว่านักพรตเต๋าคนใหม่เป็นเทพธิดารึ? โปรดแนะนำตัวด้วยการโพสรูปบั้นท้าย เอว สะโพก และรูปถ่ายหน้าเต็มด้วย!”
แม้ราศีของเขาคือปลาทองที่ความจำสั้นไม่เกินสามวินาที แต่ครั้งนี้เขากลับระมัดระวังตัวพอสมควร เมื่อสืบดูเรียบร้อยแล้วว่านางไม่ใช่ผู้อาวุโสที่ไหน แถมระดับการบำเพ็ญเพียรยังสูงแค่ระดับสาม-โฮ่วเทียน กระบี่คลั่งสามคลื่นจึงไม่กังวลใจที่จะกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่าย
ขกนกอ่อนนุ่มแห่งเกาะผีเสื้อสวรรค์นิ่งเงียบไปสักพัก จากนั้นก็ส่งข้อความมาว่า “ขอแนะนำตัวสักหน่อยเถิด ลูกสาวของข้าติดภารกิจบำเพ็ญเพียรและฝึกฝนวิชา ตัวข้าจึงใช้ไอดีของนางมาร่วมสนทนาเป็นการชั่วคราว รอจนกว่าท่านราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานจะเพิ่มข้าเข้าในกลุ่มแชทนี้อีกรอบ อะแฮ่ม… ข้าได้ยินมานานแล้วว่า เหล่าจอมยุทธ์แห่งกลุ่มเก้ามณฑล (1) นั้น ท่านสามคลื่นเป็นผู้ไม่ธรรมดาที่สุด เข้ากับคนง่าย มีพรสวรรค์ในเรื่องของการพูด และดูเหมือนว่าคำร่ำลือนั้นจะเป็นจริงเสียด้วย ผู้เฒ่าคนนี้เลื่อมใสท่านเสียจริง หากมีโอกาสขอเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันสักครั้งเถอะ”
กระบี่คลั่งสามคลื่นรู้สึกอับอายยิ่งนัก--จีบสาวอยู่ดีๆ พ่อตากลับโผล่มาเจรจาด้วยเสียนี่
โชคยังดี ท่านผู้อาวุโสผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นคนใจเย็นและเป็นมิตร เขาเพียงแค่แวะมาแนะนำตัวและฝากฝังให้ช่วยดูแลลูกสาวเท่านั้น ก่อนจะออกจากระบบไป
เมื่อเห็นว่าท่านผู้อาวุโสไปแล้ว กระบี่คลั่งสามคลื่นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสท่านนี้จะมีอารมณ์ขันไม่น้อย แบบนี้ข้ากับท่านหญิงขนนกคงจะดองกันได้ไม่ยาก”
“…..” ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซาน
“…..” หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือ
สำหรับจ้าวโอสถ ผู้ที่หวงคำพูดดั่งทอง และนานๆ จะโผล่มาร่วมวงด้วยสักครั้ง แต่คราวนี้เขากลับออกความเห็นขึ้นว่า “อย่าหวังมากไป”
“?” กระบี่คลั่งสามคลื่นงุนงง
“สังเกตดูชื่อของสมาชิกใหม่ก่อนไหม?” หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือเสริม “ถ้าอยากจะแส่หาเรื่องตายก็ไม่เป็นไร หวังว่าท่านจะเข้าใจที่ข้าเตือน”
“คำว่าเกาะผีเสื้อสวรรค์รึ?” กระบี่คลั่งสามคลื่นออกอาการสงสัย
“ถูกต้อง เกาะผีเสื้อสวรรค์! ชื่อนี้มิได้ทำให้ท่านนึกถึงใครบางคนบ้างเลยรึไง?” หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือพยายามชี้ทางให้
ผ่านไปได้สักพัก กระบี่คลั่งสามคลื่นก็ส่งอีโมติคอนรูปคุกเข่ามา “นะ นักปราชญ์ผู้เลื่อมใสในจิตวิญญาณผีเสื้อ! ผู้ที่ชอบจู้จี้จุกจิกไปเสียทุกเรื่องน่ะนะ?”
ท่านจิตวิญญาณผีเสื้อผู้ทรงเกียรติเป็นผู้อาวุโสที่แข็งแกร่ง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านนั้นล้วนเป็นเรื่องดี ท่านเป็นคนซื่อตรงและกล้าหาญ ติดที่ว่า... ชอบถกเถียงกับผู้อื่นในเรื่องที่ไร้สาระเกินไปหน่อย เรียกได้ว่าจู้จี้จุกจิกแบบถอนรากถอนโคนเลยทีเดียว”
มุมปากของหมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือเริ่มกระตุก “ข้าถึงได้เตือนอยู่นี่ไง!”
ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานถอนหายใจอย่างเอือมระอา “ท่านสามคลื่น สหายเก่าของข้าแค่เพียงแค่พักหน้าจอกลุ่มเอาไว้เท่านั้น หากแต่ยังมิได้ออกจากระบบ”
และนั่นก็หมายความว่า เขายังคงรับรู้ได้ถึงทุกบทสนทนาในห้องนี้!
“บัดซบที่สุด! คราวนี้ข้าไม่รอดแน่เลย” กระบี่คลั่งสามคลื่นเริ่มเห็นอนาคตของตัวเองรำไร ยามนี้นักปราชญ์ผู้เลื่อมใสในจิตวิญญาณผีเสื้อแวะเวียนมาทักทายเขาถึงที่และอาจสำเร็จโทษเขาด้วยวิธีการทรมานทุกรูปแบบอีกครั้ง ดวงตาของเขาเริ่มรื้นไปด้วยน้ำตา “ข้าล่วงเกินผู้อาวุโสสูงสุดเจ้าปัญหาอีกแล้วรึนี่?” สามคลื่นร้อง
โวยวาย “ท่านราชันย์ ช่วยไกล่เกลี่ยให้ข้าด้วยเถิด”
ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานส่งอีโมติคอนรูปหน้าเจื่อนมาให้แทน
สมาชิกในกลุ่มพากันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ไม่สนใจเสียงคร่ำครวญของสามคลื่นที่เหมือนสุนัขกำลังจนตรอกเข้าไปทุกที
หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือถามหัวหน้ากลุ่มขึ้นว่า “ท่านจะทำอย่างไรกับ 'แรงกดดันอันมหึมาแห่งขุนเขาตำรา'?”
คุณชายเจ็ดแห่งสกุลซูถามต่อ “ท่านจะลบเขาออกจากกลุ่มหรือไม่?”
“ในเมื่อข้าเป็นคนผูก ข้าก็จะเป็นคนแก้เอง แต่ขอทำนายดวงชะตาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร” ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานตอบกลับแบบไม่ให้ตัวเองต้องเสียหน้า การเลือกทำแบบนี้นอกจากผู้คนจะได้
เห็นถึงทัศนคติอันยิ่งใหญ่และสง่างามของเขาแล้ว เขายังได้ลองศาสตร์แห่งการทำนายที่เพิ่งร่ำเรียนมาด้วย
ถ้าเช่นนั้น ควรใช้คู่มือทำนายโชคชะตาเล่มไหนดี? บทกวีแห่งถัง-วลีแห่งซ่งดีไหม?
ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานเริ่มโบกมือออกท่าทางในการทำนาย โดยพลังแห่งการทำนายนี้จะตีความจากเนื้อหาของบทกวีออกมาเป็นรูปทรงสัญลักษณ์สามขีด
การทำนายโชคชะตาครั้งแรกของเขาผ่านไปอย่างราบรื่น มุมปากของเขายกยิ้มด้วยความสุข แต่ไม่นาน ใบหน้าของท่านราชันย์ก็พลันเปลี่ยนเป็นหมองคล้ำ
สัญลักษณ์สามขีดเผยคำทำนายออกมาว่า ‘ปรารถนาดั่งวิหคปีกเคียงคู่บินโผสู่ท้องฟ้า ปรารถนาดั่งไม้คู่ชูก้านสานบนพื้นพสุธา’ กลอนท่อนนี้โดยกวีสมัยราชวงค์ถังนามไป่จื้ออี ผู้ที่ชอบพร่ำพรรณาเกี่ยวกับเรื่องของความรัก
{คำแปล : หมายถึงการปรารถนาอยากมีคู่ครอง}
“ปรารถนาอยากสานกิ่งก้านงั้นรึ?” ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานผู้ยิ่งใหญ่จะชอบผู้ชายชื่อ 'แรงกดดันอันมหึมาแห่งขุนเขาตำรา' ได้อย่างไร แถมยังเป็นคู่ชู้ชื่นโรแมนติกสะท้านโลกันต์อีกด้วย! สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงหลงหยางจวินจากสมรภูมิรบดินแดนหัวเซี่ยที่ต้องกลืนกินแมลงสาบลงท้อง “น่าขยะแขยงสิ้นดี!”
หรือที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะระดับความสามารถในการทำนายของเขายังไม่ถึงขั้น “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะลองอีกหน” พูดจบราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานก็เริ่มออกท่าทางทำนายด้วยเคล็ดลับสุดยอดอีกครั้ง “พลังอันล้ำลึกจงบั
งเกิดขึ้นอีกครั้ง”
เขาจ้องมองสัญลักษณ์สามขีดแห่งการทำนายอย่างใจจดใจจ่อ
ทว่า ใบหน้าของเขากลับหมองคล้ำลงอีกครั้ง
“หลังจากได้เคียงคู่ชู้ชื่นยาวนาน หากแม้นต้องพลัดพรากจากลา ความสัมพันธ์จะยังมั่นคงมิแปรเปลี่ยน เสมือนยามรุ่งเป็นยามค่ำ”
“ยามค่ำโคตรเหง้าศักราชแกสิ!” ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานจัดวางสัญลักษณ์สามขีดแห่งการทำนายอีกครั้งด้วยความโมโห
รอบนี้ พละกำลังของเขาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกถึงความพลุ่งพล่านทั่วตัวได้ “สักทีสิน่า!”
สัญลักษณ์สามขีดแห่งการทำนายเผยข้อความขึ้นอีกครั้ง “หันหลังกลับทันควัน พลันพบผู้ที่กำหนดไว้เพื่อเจ้า ยามเมื่อแสงตะเกียงดับลง”
“ช่างน่าเศร้าอะไรเช่นนี้!” ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานเงยหน้าขึ้นเหม่อมองท้องฟ้า ก่อนที่จะก้มหน้าลงฉีกบทกวีแห่งถัง-วลีแห่งซ่งทิ้งอย่างเด็ดเดี่ยว “พอกันที ข้าไม่มีพรสวรรค์ในศาสตร์แห่งการทำนายและไม่มีทางจะได้เป็นจ้าวแห่งการกำหนดโชคชะตาได้เลย”
เมื่อโยนชิ้นส่วนหนังสือบทกวีแห่งถัง-วลีแห่งซ่งทิ้งไปแล้ว ท่านราชันย์ก็พิมพ์ข้อความส่งเข้ากลุ่มไปว่า “แรงกดดันอันมหึมาแห่งภูเขาตำราคนนั้น... ให้เขาอยู่ในกลุ่มไปก่อน ข้าเพิ่งทำนายจบไปและพบว่าข้ามีกับความผูกพันกันทางโชคชะตากับเขาไม่น้อย เช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน อาจเป็นโชคชะตาที่ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
“งั้นปล่อยไปก่อน ถึงอย่างไรก็ต้องออกจากกลุ่มในเร็ววันอยู่แล้ว ว่าแต่ผลการทำนายของท่านราชันย์นั้นเป็นอย่างไรบ้าง?” หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือบังเอิญได้รู้มาว่าท่านราชันย์กำลังศึกษาศาสตร์แห่งการทำนายโชคชะตาอยู่ จึงสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก
“เชิญท่านทั้งหลายคุยกันต่อได้ตามสบาย ข้ามีเรื่องด่วนต้องไปสะสางพอดี” พูดจบ เขาก็รีบออฟไลน์ออกจากกลุ่มแชทอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ทุกคนที่รอคำตอบงงไปตามๆ กัน