เล็บแหลมคมเกี่ยวเสื้อคลุมเบสบอลของเธอขาดอย่างง่ายดาย เสื้อที่เธอมีเปลี่ยนในแต่ละวันปกติก็ไม่พออยู่แล้ว ขืนถูกเขาทำขาดไปอีกตัว ต่อไปก็จะยิ่งไม่มีให้เปลี่ยน
เสี่ยวโอวดิ้นรนไปมา รู้เพียงว่าพวกเขาตามหาสัตว์กลายพันธุ์ที่ชื่อไรอัน “ฉันไม่รู้จริงๆ...”
ร็อดขมวดคิ้วอย่างนึกรำคาญ ตัวเมียตัวนี้ได้แต่ดิ้นไปดิ้นมาใต้กรงเล็บของเขา ไม่ยอมพูดความจริง ขืนยังถ่วงเวลาต่อไปจะรู้ที่อยู่ของไรอันได้ยังไงล่ะ?
เขาตัดสินใจเอาตัวเธอกลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน พอคิดแบบนี้มือหนึ่งจึงคว้ามือเสี่ยวโอวไว้ อีกมือล็อกเข้าที่เอวบาง ตวัดร่างน้อยขึ้นพาดบ่าโดยไม่นึกจะถนอมโฉมงามอย่างเธอเลยสักนิด เขาหันไปบอกเพื่อนที่ชื่อดอลโต้ว่า “กลับฝูง” แล้วก็ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าเข้าป่าลึก
หน้าท้องของเสี่ยวโอวกระแทกเข้ากับไหล่บึกบึนของเสือดาวกลายพันธุ์ เธอเจ็บจนจุก คิดจะร้องแต่ก็ร้องไม่ออก
อีริคบอกว่าเสือดาวกลายพันธุ์เป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายที่สุดในห่วงโซ่อาหาร ในเมื่อพวกเขาถามแล้วไม่ได้ความจากเธอ คงจะจับเธอกลับไปกินแน่ๆ เลย เสี่ยวโอวทั้งเหนื่อยล้าและโศกเศร้ากับชะตากรรมของตัวเอง แต่ทันใดนั้น เสือดาวกลายพันธุ์ที่จับเธอพาดบ่าอยู่ก็หยุดเดิน เปล่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แล้วตามมาด้วยเสียงสบถ
“นี่มันอะไรกัน”
เสี่ยวโอวยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกเสือดาวกลายพันธุ์โยนลงกับพื้น
แม้จะเจ็บแต่ก็ไม่มีเวลาลูบคลำเนื้อตัวแล้ว เธอรีบเงยหน้าขึ้น เห็นเสือดาวน้อยลายดำกำลังเกาะอยู่บนไหล่ของร็อด เขี้ยวอันคมกริบของมันฝังลงในเนื้อแล้วกัดเขาอย่างแรง
ร็อดคว้าเสือดาวน้อยออกจากไหล่ กำลังคิดจะสั่งสอนมันเสียหน่อย แต่กลับเจอเข้ากับดวงตาแวววาวสีน้ำเงินเข้มเสียก่อน แววตาที่ว่าทั้งข่มขวัญ ดุดันแล้วก็ตำหนิ
ร็อดตกตะลึง แข็งเกร็งไปทั้งร่าง แม้แต่ลิ้นก็เริ่มพันกัน “ไร...”
ไรอัน!
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ถูกเสือดาวน้อยยกเท้าขึ้นฟาดกรงเล็บใส่ปลายคาง
ร็อดแหงนไปด้านหลัง มือคลายออก เสือดาวน้อยจึงโดดออกจากมือเขาไปได้อย่างง่ายดาย
เสี่ยวโอวเห็นเสือดาวน้อยวิ่งมาหาตน กลัวว่าสัตว์กลายพันธุ์ทั้งสองจะตามมาเอาเรื่อง จึงรีบอุ้มมันไว้แล้วฉวยโอกาสที่ร็อดและดอลโต้ยังไม่ทันได้สติ รีบวิ่งหนี
“เดี๋ยวก่อน...”
ร็อดกับดอลโต้คิดจะไล่ตาม แต่เพิ่งขยับได้เพียงสองก้าว เสือดาวน้อยก็ยื่นหัวออกมาจากอ้อมแขนของเสี่ยวโอวแล้วคำรามขู่
เสี่ยวโอวสนใจแต่จะวิ่งหนี จึงไม่เห็นแววตาทรงอำนาจที่กำลังขู่ขวัญและออกคำสั่งของเจ้าเหมียวในอ้อมอก
ร็อดกับดอลโต้อึ้งไป สุดท้ายก็ยอมหยุดฝีเท้า ปล่อยให้เจ้าเหมียวน้อยกับเสี่ยวโอวห่างออกไปต่อหน้าต่อตา
วิ่งหนีมาได้สักระยะหนึ่ง คิดว่าน่าจะปลอดภัยแล้ว เธอจึงปล่อยร่างเสือดาวน้อยในอ้อมแขนลง ก่อนจะยกมันขึ้นมามองแล้วถามอย่างแปลกใจ “ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
เสือดาวน้อยเปล่งเสียงครางออกมาจากลำคอเพียงเบาๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะขยับขาหลังออกมาให้เธอเห็น
เป็นอย่างที่มันคิดไว้ เสี่ยวโอวถูกดึงดูดความสนใจจริงๆ เสียด้วย เธอเปลี่ยนไปสนใจขาหลังของมันแทน แผลที่ขาปริออก มีเลือดซึมเต็มผ้าก๊อซ
แผลต้องปริตอนสู้กับสัตว์กลายพันธุ์สองตัวเมื่อครู่แน่ๆ
เสี่ยวโอวซาบซึ้งใจที่เจ้าตัวน้อยเสี่ยงเข้ามาช่วยเธอโดยเอาชีวิตของตนเองเป็นเดิมพัน เธอรีบเปิดกระเป๋าหยิบเอากล่องยาจาก ‘ห้วงมิติ’ ใส่ยาฆ่าเชื้อแล้วทำแผลให้ใหม่
เมื่อทำแผลเสร็จ เสี่ยวโอวก็ถามอย่างอ่อนโยน “แกโผล่มาเพื่อช่วยฉันหรือ?”
เสือดาวน้อยหลุบตาลง ปิดบังความนัยบางอย่างในสายตา แต่สำหรับเสี่ยวโอวนั้น ท่าทางแบบนี้ถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย
แน่นอน ไม่ว่ามันจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เสี่ยวโอวก็มั่นใจเต็มที่ว่ามันเป็นเจ้าเหมียวยอดกตัญญู ยอมเข้ามาต่อกรกับสัตว์กลายพันธุ์ที่ตัวโตเต็มวัยเพื่อช่วยเหลือเธอ คิดได้ดังนี้ก็ทั้งปลาบปลื้มใจและรู้สึกสงสารมันไปด้วย “แกไปทำพวกนั้นโมโหเข้าแล้วรู้ตัวหรือเปล่า ดูก็รู้ว่าพวกนั้นร้ายมากแค่ไหน จะไม่ตามมาหาเรื่องแกในอนาคตหรอกหรือ?”
เสี่ยวโอวเป็นกังวลแทนมันเหลือเกิน
เสือดาวน้อยนอนหมอบอยู่ในอ้อมอกเธอเงียบๆ เหมือนจะไม่กังวลกับปัญหานี้เลยสักนิด แน่สิ...มันยังเด็กนี่นาจะไปรู้อะไร
เสี่ยวโอวนวดหัวเสือดาวน้อยเพื่อให้มันผ่อนคลาย แล้วลองถามหยั่งเชิงดู
“ฝูงของแกอยู่ที่ไหน...หืม? ไกลจากที่นี่มากหรือเปล่า?” พูดจบก็วางมันลงบนพื้น “แกรีบกลับฝูงของตัวเองเถอะ อย่างไรเสียพวกแกก็เป็นเสือดาวเหมือนกัน จะกลายพันธุ์หรือไม่กลายพันธุ์ก็น่าจะพอตกลงกันได้ ถ้าแกกลับฝูงพวกเขาอาจจะช่วยเหลือแกจากสัตว์กลายพันธุ์สองตัวนั้นได้ ฉันตัวคนเดียวคงปกป้องแกไม่ได้หรอก”
เสือดาวน้อยยืนอยู่กับที่ไม่ขยับ แหงนหน้าขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองเธอเงียบๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็ยังไม่ขยับ
เสี่ยวโอวเอียงหัว นึกสงสัย “ทำไมแกไม่ยอมไปล่ะ?”
เสือดาวน้อยเดินกลับมาอยู่ข้างกายเธอ หมอบลงโดยไม่ส่งเสียงใดๆ
นี่มันอะไรกัน?
ไม่คิดจะกลับฝูงของตัวเองหรือ?
เสี่ยวโอวลุกขึ้น จงใจเดินห่างไปสองก้าว
เห็นเสือดาวน้อยค่อยๆ ลุกขึ้น เดินตามหลังเธอมา ขาหลังที่บาดเจ็บนั้นกะเผลกเล็กน้อย เธอเดินไปทางไหน มันก็เดินไปทางนั้น
เสี่ยวโอวเขินเล็กน้อย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าป่าที่มีสิงสาราสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยคอยเดินตาม จึงถามมันอย่างประหลาดใจ
“แกจะตามฉันไปจริงเหรอ?”
เสือดาวน้อยหยุดอยู่แทบเท้าเธอ ความเงียบคือการยอมรับโดยปริยาย
“แต่ว่าฉันจะไปที่ที่ห่างไกลทางตะวันออกนะ อาจจะมีอันตรายระหว่างทาง แล้วก็...อาจจะไม่กลับมาอีก แกยังจะอยากตามฉันไปอยู่รึเปล่า?”
คราวนี้เสือดาวน้อยค่อยมีปฏิกิริยาตอบกลับให้เธอเห็น แต่ไม่ใช่ตีจาก...มันฉวยโอกาสตอนเสี่ยวโอวโน้มร่างลงมา ใช้ขาหลังที่ไม่ได้บาดเจ็บนั้นออกแรงกระโจนตัว กระโดดเข้าสู่อ้อมอกของเธอเสียอย่างนั้น
เสี่ยวโอวกลัวมันจะล้มกลิ้ง จึงรีบโอบรับมันไว้
“เอาเถอะๆ” เธอหัวเราะอย่างจนใจ “ในเมื่อแกอยากจะตาม ก็ตามมาละกัน...”
มันเป็นสัตว์ตัวแรกที่เธอพบนับแต่มาถึงโลกนี้ คิดๆ ดูแล้ว เราอาจมีวาสนาต่อกันก็เป็นได้
เอาเถอะ...มีสัตว์เลี้ยงสักตัวก็ไม่เสียหายนี่
พอคิดได้อย่างนี้ เสี่ยวโอวก็ปล่อยวางและปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตอนแรกเธอคิดจะเดินทางคนเดียว แต่ตอนนี้มีเสือดาวน้อยเพิ่มมาอีกหนึ่ง คงต้องวางแผนเส้นทางใหม่ ปู่ของอีริคบอกว่าเต่าน้ำที่ชื่อแพ็ตอาศัยอยู่ทางซีกตะวันออกของแผ่นดินโบเออร์เนีย ถ้าเธอมุ่งหน้าตามเข็มทิศไปทางตะวันออกอย่างเดียวก็คงพอล่ะมั้ง
นึกถึงโบแร็ต ก็นึกถึงอีริค
เสี่ยวโอวคิดจะบอกลาเขาก่อนไป แต่พอเจอเสือดาวกลายพันธุ์เข้าทำให้เธอวิ่งออกนอกเส้นทาง เมื่อครู่มัวแต่หนี พอรู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่ตรงเชิงเขาแล้ว
เสี่ยวโอวมองกลับเข้าไปในป่า แล้วก็ตัดสินใจว่าคงไม่ต้องลาแล้ว ไม่ว่ายังไงเธอก็คงไม่สามารถอธิบายได้ว่าเผ่าพันธุ์ของตนเป็นพันธุ์อะไร และจะไปตะวันออกทำไม
หลังจากหันหลังเดินไปได้หลายก้าว ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกดังมาจากทางด้านหลัง—
“โอว รอฉันด้วย”
เสี่ยวโอวหันกลับไปมองอย่างประหลาดใจ เห็นอีริควิ่งมาแต่ไกล เขากวางขนาดใหญ่ส่ายไหวตามการวิ่ง ทำเอาคนเห็นอกสั่นขวัญแขวนแทนเพราะกลัวมันจะหักลงมา
ยังวิ่งไม่ถึงตัวเสี่ยวโอว อีริคก็ถามขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว “ฉันได้ยินคุณปู่บอกว่าเธอจะเดินทางไปยังทิศตะวันออกเพื่อตามหาฝูงของตนเอง ทำไมเธอไม่บอกฉันว่าฝูงของเธออยู่ไกลขนาดนั้นเล่า?”
เสี่ยวโอวลังเล “อืม ฉันไม่อยากรบกวน...”
ไม่รอให้เสี่ยวโอวพูดจบ อีริคก็ฉีกยิ้มกว้าง กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส “ไม่เป็นไร ฉันต้องไปเข้าประชุมแทนคุณปู่ที่หมู่บ้านกวางหนอกพอดี หมู่บ้านนี้ก็อยู่ทางทิศตะวันออกเหมือนกัน หากเธอไม่รังเกียจพวกเราร่วมทางกันได้นะ”
“...”
อีริคพูดจบ ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสี่ยวโอว สายตามองต่ำลง จึงเห็นเสือดาวที่เธออุ้มไว้แนบอก
เสือดาวขนสีเทาลายดำมองตอบอีริคด้วยสายตามืดครึ้มดวงตาสีน้ำเงินเข้มเปล่งประกายแวววาว เป็นลักษณะเฉพาะที่พวกกินเนื้อมักใช้มองประเมินพวกกินพืช
อีริคผงะถอยหลังด้วยความตกใจ “ส...เสือดาวรึเนี่ย!”
เพราะความกลัว แม้แต่เขากวางบนหัวก็ยังสั่น
โดยธรรมชาติแล้ว...ผู้อ่อนแอมักจะกลัวผู้แข็งแกร่ง แถมเสือดาวยังล่ากวางเป็นอาหารหลักเพราะเนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำ เคี้ยวทีเดียวอิ่มไปหลายวัน กรณีเสือล่ากวางเป็นอาหารจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงเสือดาวน้อยที่ดูไม่มีพิษมีภัย แต่ก็จะประมาทไม่ได้
เสี่ยวโอวกุมขาหลังของเสือดาวเอาไว้ พยายามไม่ให้มือของตัวเองถูกแผลของมัน เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนอธิบายอย่างเก้อเขิน “เหมียวน้อยของฉันไม่ทำร้ายใครหรอก...”
น่าเสียดายที่น้ำเสียงลังเลจนแม้แต่ตนเองก็ยังไม่เชื่อ
พอมาคิดอีกที เธอเจอมันมาแล้วถึงสามครั้ง สองครั้งแรกเธอระแวงมันมาก แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครั้งที่สามมันถึงขนาดช่วยชีวิตเธอไว้ด้วยซ้ำ
มันไม่น่าจะเป็นตัวอันตรายอะไรหรอกน่า
อีริคทำใจกล้าถามว่า “ทำไมเธอถึงมาอยู่กับมันได้ล่ะ?”
เสี่ยวโอวจึงเล่าเรื่องที่ไปเจอเสือดาวน้อย และได้ช่วยเหลือมันอย่างย่อๆ ให้อีริคฟัง แถมยังอุตส่าห์เน้นย้ำเสียงจริงจัง “เมื่อครู่มีเสือดาวกลายพันธุ์สองตัวจู่โจมฉัน มันนี่แหละที่ช่วยฉันไว้”
ประโยคนี้เจตนาจะให้อีริคเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเสือดาวน้อย
แต่ว่า...เสี่ยวโอวคิดง่ายเกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างเหยื่อกับผู้ล่านั้นดำรงอยู่มานับร้อยนับพันปี ไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน