“เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ!” สู่ซินถามอย่างชอบใจ เขามาเพื่อจับตาดูเมียน้อย แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอชู้หนุ่มน้อยของเมียน้อยด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ... จากการสืบสองวันเต็ม เขาพบว่าชู้หนุ่มของเธอก็มีคนที่ชอบอยู่แล้วเหมือนกันแต่ยังไม่ได้คบหา เพียงแต่กำลังสืบข้อมูลของคนที่ชอบอย่างบ้าคลั่ง นักสืบอย่างเขาชอบฉากละครที่วุ่นวายอลเวงอย่างนี้เหลือเกิน
อาหยูคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ “ปล่อยเรื่องนี้ไป คุณไม่ต้องไปสนใจ”
สู่ซินเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาถามเธออย่างประหลาดใจว่า “คุณเป็นคนวางแผนหรือ?”
อาหยูหัวเราะเบาๆ บนโลกนี้ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่มีตัณหา ผู้หญิงก็ตัณหารุนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้หญิงวัยกลางคนอย่างกู๋หย่าผิง
เฝิงหย่วนเผิงจะบินไปหาเธอเพียงปีละสองถึงสามครั้ง มาแต่ละครั้งก็อยู่เพียงไม่กี่วัน กู๋หย่าผิงย่อมรู้สึกเหงา ทั้งสองอยู่ห่างไกลกันและตัวเธอยังอยู่ในดินแดนที่ค่อนข้างเปิดกว้างอย่างอเมริกา
พอมาพบกับเด็กหนุ่มที่ทั้งหล่อเหลา ทั้งยังเอาใจเก่ง
เมื่อเทียบกับชายแก่พุงพลุ้ยที่แสนน่าเบื่อ มีหรือที่เธอจะไม่สั่นคลอน
เขาคู่ใหญ่ถูกสวมลงบนหัวของเฝิงหย่วนเผิง หากเป็นแบบนี้หลังจากหย่าแล้วเธออยากจะรู้เหลือเกินว่าเฝิงหย่วนเผิงยังจะกล้าพาภรรยาน้อยมาอยู่ด้วยกันอีกไหม? แล้วเขาจะรับเฝิงข่ายเป็นลูกอย่างไม่คลางแคลงใจได้จริงๆ หรือเปล่า?
อาหยูเอ่ยยอมรับอย่างอารมณ์ดี “ชู้มืออาชีพ ระดับร้อยคะแนนเต็ม”
สู่ซินผิวปากและปรบมือแสดงความยินดี “ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะครับคุณผู้หญิง!”
อาหยูอ่านเอกสารในอีเมลถึงที่มาในทรัพย์สินของกู๋หย่าผิงและเฝิงข่ายอย่างคร่าวๆ
ได้ความว่าเฝิงหย่วนเผิงโอนทรัพย์สินหลายรายการไปไว้ในมือสองแม่ลูกอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนได้ สู่ซินเป็นนักสืบที่มีความสามารถเหลือเกิน
อาหยูยกมุมปากยิ้ม ชมเขาว่า “คุณก็เก่งเหมือนกันนะ”
สู่ซินหัวเราะเสียงดัง “ไม่เก่งเท่าคุณหรอก” หญิงสาวในสายเป็นคนตาต่อตา ฟันต่อฟัน เขาคิดแล้วก็ได้แต่นับถืออยู่ในใจ
หลังจากวางสายสู่ซินก็ลูบคางอย่างครุ่นคิด เขาพอจะเดาแผนการของเธอออก ได้แต่นึกทึ่งที่พบว่ามันเป็นแผนการลึกซึ้งเกินกว่าใครจะคาด เรื่องโอนทรัพย์สินนี่สามารถนำมาเป็นชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งได้เป็นอย่างดีทีเดียว
ส่วนอาหยู... หลังจากวางสายเธอก็หมุนโทรศัพท์ในมือเล่น
นี่เพิ่งจะก้าวแรกเท่านั้น
ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของกู๋หย่าผิง คือการได้ขึ้นเป็นคุณนายตระกูลเฝิงอย่างเป็นทางการ น่าเสียดายที่เฝิงหย่วนเผิงยังพยายามรักษาหน้าตา เขาไม่ยอมหย่ากับเมียแต่งสักที ก็อย่างว่าล่ะนะ คนในแวดวงธุรกิจล้วนแต่มีบ้านเล็กบ้านน้อยด้วยกันทั้งนั้น แต่มีน้อยคนนักที่จะหย่ากับภรรยาหลวงแล้วมาอยู่กับภรรยาน้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ใครๆ ต่างก็รู้ว่าการพึ่งภรรยาเป็นแค่ลมปาก ความจริงแล้วคือการพึ่งพ่อตาแม่ยายต่างหากเล่า เมื่อพ่อตาตายจากก็คิดจะขอหย่ากับภรรยานับเป็นการกระทำที่เลือดเย็นอย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก ฝ่ายเกาลี่ฮวาเองก็คงไม่ยอมง่ายๆ ด้วย
ชาติที่แล้ว หลังจากที่กู๋หย่าผิงรู้ว่าสามีไม่ยอมหย่ากับเมียหลวง แม้ว่าลูกชายของตนจะได้รับการยอมรับเพียงใด โดดเด่นสักแค่ไหน แต่ก็หนีไม่พ้นสถานะลูกเมียเก็บอยู่ดีเพราะเธอและเฝิงหย่วนเผิงไม่มีวันครองคู่กันได้อย่างเปิดเผย
คนที่กำลังนึกหยิ่งผยองอย่างกู๋หย่าผิงจะยอมได้หรือ?
เธอโทรไปคุกคามเกาลี่ฮวาอย่างหนัก ส่งรูปสามคนพ่อแม่ลูกไปอวดอีกฝ่าย จนถึงขั้นกล้าไปโอ้อวดตนแล้วพูดจาข่มขู่เกาลี่ฮวาต่อหน้า เพื่อให้เกาลี่ฮวาโมโหจนขอหย่ากับเฝิงหย่วนเผิงเสียเอง
เกาลี่ฮวาทุกข์หนักและเครียดมากขึ้นทุกวัน เฝิงหยูจึงพาไปอยู่ด้วยที่เมืองนอกอาการถึงค่อยบรรเทาลงบ้าง
นับว่าเป็นเมียเก็บที่ฤทธิ์เดชเยอะไม่เบาทีเดียว อาหยูหัวเราะอย่างเย็นชา ชาตินี้ต่อให้เธอสามารถพูดจาโน้มน้าวจนเกาลี่ฮวาหย่าได้สำเร็จ แต่คนอย่างกู๋หย่าผิงก็อย่าได้คิดว่าจะสมหวัง
กู๋หย่าผิงไม่รู้แม้แต่น้อยว่าภัยกำลังมาถึงตัว
เธอรู้สึกทั้งปวดใจและเบิกบานในเวลาเดียวกัน
ที่ปวดใจก็เนื่องมาจากความกลัว เพราะหากเฝิงหย่วนเผิงรู้ว่าตนแอบมีชายอื่น ทุกอย่างก็คงจบเห่กันพอดี เธอกับลูกชายใช้ชีวิตในอเมริกาเพียงแค่สองคนมาตั้งหลายปี ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีใครเข้ามาจีบ แต่ไม่มีครั้งไหนที่ความรู้สึกรุนแรงเท่าครั้งนี้ แรงเสน่หาที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่อาจควบคุม
หลายปีมาแล้วที่กู๋หย่าผิงไม่ได้มีความสุขอย่างนี้
ยี่สิบปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยต้องกังวลเรื่องการใช้ชีวิต อยากซื้ออะไรก็ซื้อเพราะเงินในบัตรเครดิตไม่มีวันใช้หมด แต่นั่นยิ่งทำให้หัวใจของเธอว่างเปล่า
เมื่อใจว่างเปล่า ร่างกายก็ว่างเปล่าเช่นกัน
พอมีน้ำรดลงบนหัวใจที่แห้งแล้งก็เหมือนคนที่ติดอยู่ในกับดักเสน่หา ชวนให้ปรารถนาไม่สิ้นสุด
กู๋หย่าผิงถลำลึกลงไปเรื่อยๆ หากเธอไม่ได้รับโทรศัพท์จากเฝิงหย่วนเผิงที่แจ้งว่าจะมาดูงานที่อเมริกา คนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความอภิรมย์อย่างกู๋หย่าผิงก็คงลืมไปแล้วว่าตนยังมีเฝิงหย่วนเผิงอยู่
เฝิงหย่วนเผิงลงจากเครื่องบินก็เข้าประชุมที่บริษัทสาขาก่อน หลังจากประชุมเสร็จเขาก็เลี้ยงอาหารบรรดาผู้จัดการและคณะผู้ร่วมงาน เกือบสี่ทุ่มจึงขึ้นรถกลับบ้านพัก
‘เหล่าหวัง’ เป็นคนขับรถของเฝิงหย่วนเผิงมายี่สิบปี เขาทำตามคำสั่งของเจ้านายด้วยการขับรถอ้อมไปยังบ้านอีกหลังของเจ้านายที่แอบสร้างไว้ บ้านหลังนี้ไม่เพียงแต่มีหญิงงามรออยู่เท่านั้น ยังมีคุณชายน้อยที่อายุไล่เลี่ยกับคุณหนูที่บ้านหลักอีกด้วย
เหล่าหวังรู้ทุกอย่างแต่เขาไม่เคยพูดอะไรทั้งนั้น เพราะเฝิงหย่วนเผิงเป็นคนให้เงินเดือนเขาเองกับมือทุกเดือน
“หย่วนเผิง” กู๋หย่าผิงวิ่งเข้าไปต้อนรับอย่างยินดี ชีวิตที่สุขสบายทำให้เธอดูอ่อนกว่าวัยหลายปี เธอยังคงรักษาความงามของรูปโฉมไว้ได้อย่างหมดจด ทรวดทรงองค์เอวจึงดูคล้ายกับหญิงวัยสามสิบต้นๆ เท่านั้น
เฝิงข่ายยิ้มกว้างเช่นกัน “พ่อครับ”
เมื่อได้เห็นสองแม่ลูก เฝิงหย่วนเผิงก็แสดงความสุขใจออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นลูกชายร่างสูงใหญ่กำยำอย่างเฝิงข่าย เขาพลันรู้สึกคล้ายกับได้เห็นภาพของตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่ม
กู๋หย่าผิงเข้ามากอดแขนของเฝิงหย่วนเผิงแล้วออดอ้อน “ดื่มมาอีกแล้วสินะคะ หมอบอกว่าให้คุณดื่มน้อยลงหน่อยไม่ใช่หรือ?”
เฝิงหย่วนเผิงหัวเราะเสียงดัง “ผมดื่มไปแค่สองแก้วเอง ถ้ามัวแต่ฟังหมอทุกอย่างก็ไม่ต้องทำการทำงานกันพอดี”
เฝิงข่ายไม่เห็นด้วย “ดื่มมากจะไม่ดีต่อตับนะครับ”
สามคนพ่อแม่ลูกสนทนากันก่อนจะเดินเข้าบ้าน เป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นเหลือเกิน
พอเข้ามาในบ้านเสียงโทรศัพท์ของเฝิงหย่วนเผิงก็ดังขึ้น พอหยิบมาดูเขาก็ยิ้มและเอ่ยว่า “คุณย่าโทรมา คงต้องถามถึงลูกแน่ๆ”
กู๋หย่าผิงอมยิ้มและมองเฝิงหย่วนเผิงรับโทรศัพท์ เขาพูดโทรศัพท์ไม่กี่คำแล้วจึงส่งให้ลูกชาย
ตั้งแต่ลูกชายคนนี้เกิดมาก็ได้รับการยอมรับจากญาติผู้ใหญ่ตระกูลเฝิงไปเรียบร้อยแล้ว เฝิงหย่วนเผิงเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล เฝิงข่ายจึงนับว่าเป็นหลานชายคนเดียวเช่นกัน เขาจึงเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของญาติผู้ใหญ่ตระกูลเฝิง เกาลี่ฮวามีเพียงบิดาซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ตอนนี้บิดาก็ตายไปแล้ว จะมีอะไรมาสู้กับกู๋หย่าผิงได้
เฝิงข่ายรีบเรียกปลายสายเสียงอ่อน “คุณย่าครับ”
ย่าเฝิงได้ยินเสียงของหลานชาย ก็ฉีกยิ้มอย่างเบิกบาน
ปีที่เกาลี่ฮวาคลอดเฝิงหยู เธอเคยบอกให้เกาลี่ฮวาบำรุงร่างกายแล้วมีลูกชายอีกคนเพราะตระกูลเฝิงจะไร้ทายาทไม่ได้ แม้ยุคนี้จะเป็นยุคบังคับให้มีลูกได้เพียงคนเดียว แต่ครอบครัวของพวกเธอมีเส้นสายแล้วก็พร้อมที่จะจ่ายค่าปรับ จึงไม่มีอะไรต้องกลัว
แต่เกาลี่ฮวากลับบอกว่าจะมีลูกชายหรือลูกสาวก็เหมือนกัน เธอไม่อยากละเมิดกฎข้อบังคับของรัฐบาล เธอรั้นจนสองปู่ย่าเฝิงโมโห หากสะใภ้คนนี้ดื้อดึงในเรื่องอื่นก็แล้วไป แต่นี่รั้นจนจะทำให้ตระกูลเฝิงของพวกเขาต้องไร้ทายาท เรียกว่าใช้ไม่ได้
เรื่องนี้ทำให้ย่าเฝิงโวยวาย ไม่ว่าลูกชายจะพยายามพูดอย่างไรก็ไม่เป็นผล หญิงชราถึงขั้นบอกว่าจะไม่เอาลูกสะใภ้คนนี้ก็ยังได้แต่เธอต้องได้อุ้มหลานชาย จนกระทั่งลูกชายมาบอกว่าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตั้งท้องลูกของเขา พอตรวจแล้วก็รู้ว่าเป็นหลานชาย หลังจากนั้นย่าเฝิงจึงไม่ทะเลาะกับเกาลี่ฮวาอีก เธอหันไปดูแลหลานชายของตนแทน
เชอะ! นังเกาลี่ฮวาไม่อยากมีลูกชายงั้นเหรอ?
นี่ไงล่ะ มีผู้หญิงอื่นมาตั้งท้องแทนแล้ว ต่อไปนังลูกสะใภ้ตัวดีจะต้องเสียใจ มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนเขาจะไม่ยอมมีลูกชายกันบ้าง?ไม่อย่างนั้นสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของคนอื่นสิ สิ่งที่พยายามหามาทั้งชีวิตไม่สูญเปล่าหรอกเหรอ?
ย่าเฝิงเอ่ยถามข่าวคราวของหลานชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลานชายของเธอหน้าตาเหมือนกับลูกชายในวัยหนุ่มไม่มีผิด ต่อไปภายภาคหน้าจะต้องโดดเด่นมีความสามารถ ดูแลกิจการของพ่อต่อไปได้แน่
เฝิงข่ายตอบว่า “คุณย่าไปทานมื้อค่ำก่อนเถอะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะวิดีโอคอลหา”
ย่าเฝิงรับคำแล้วยังเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รีบพักผ่อนล่ะ พรุ่งนี้ยังต้องไปเรียนไม่ใช่หรือ จะซื้ออะไรเพิ่มเติมก็บอกพ่อเขานะ อย่ามัวแต่หวงเงินไว้ไม่กล้าใช้ พ่อเขาก็หาเงินมาไว้ให้หลานใช้นั่นแหละ”