ตรวจสอบสถานะสินค้า

ติดต่อเกี่ยวกับซื้อหนังสือ-หนังสือจอง

บริษัท ห้องสมุดดอตคอม จำกัด

ที่อยู่ 99/191 หมู่ 2 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000

เวลาทำการ

วันจันทร์ - วันศุกร์

08.00 น. - 17.00 น.

ช่องทางการติดต่อ

โทรศัพท์ 091-9124333, 091-9125333

เธอแรง 迷人的她

ผู้แต่ง 耿灿灿 เกิ่นชั่นชั่น
ผู้แปล Hongsamut
ประเภท
ประเภทหนังสือ (ทั่วไป) เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป

จอมมารใหญ่หน้าด้านที่เลื่องลือไปทั้งสิบพิภพ ฟาดผู้เลิศ ๆ หมดแบบไม่เหลือเผื่อใคร

บทนำ

เธอแรง (迷人的她)

耿灿灿 (เกิ่นชั่นชั่น) เขียน ห้องสมุด แปล
Chinese edition copyright 北京晋江原创网络科技有限公司
Thai edition copyright Hongsamut.com Co., Ltd.
ALL RIGHTS RESERVED

 

 

เมื่อจอมมารใหญ่ต้องหน้าแตกที่ไล่ตามจอมเทพไม่สำเร็จ มิหนำซ้ำยังโดนเตะเข้าสู่ระบบเวียนว่ายตายเกิด ไม่ให้ออกมาป่วนทั้งสิบพิภพ

หนานซื่อ จอมมารใหญ่เจ้าครองสิบพิภพ เธอสวย เธอดุ ใครเห็นใครรัก ใครเห็นใครกลัว ต้องเข้าสู่ระบบเส็งเคร็งเพราะไล่ตามจีบจอมเทพมาพันปี แค่ตามเก็บผู้ชายมาสะสมไว้ในคอลเลกชันก็ไม่ได้เหรอ

เชอะ แม่ไม่เอาก็ได้

ชิ้นหยกทงหลิง ทูตสวรรค์ซึ่งทำหน้าที่ผู้ส่งสารสามพันโลกที่ทั้งเจ๊าะแจ๊ะ เห็นแก่กิน บวกกับวุ่นวายไปทั่ว ติดตามหนานซื่อเข้าระบบเพื่อมาป่วนโดยเฉพาะ

“คนอย่างฉันหนานซื่อทำอะไรต้องเพอร์เฟกต์ คะแนนเต็มสิบครั้งได้ออกไปใช่ไหม? โอเคจะทำสิบสไตร์คให้ดู ไอ้พวกลูกเต่าเทพเซียนทั้งหลายรอก่อนเถอะ ออกไปได้เมื่อไรจะเบิ้ดกะโหลกรายตัวเลย”

เมื่อภารกิจเริ่มต้นพร้อมกับความอ้อนและความเร้าหรือที่เพิ่มตามจำนวนโลกที่ผ่าน

ถึงไม่มีพลังภายในกับพลังเวท หนานซื่อก็ทำได้ 

 

สารบัญ

จอมมารใหญ่หนานซื่อ

โลกพันธกิจที่ 1 ตอนรักไม่รู้ลืม

 

สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์

เที่ยวบิน M5678 กำลังเตรียมขึ้นบินเรียบร้อยในเวลานี้ เสียงเตือนขึ้นเครื่องดังกระหึ่มอยู่ในอากาศ

พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรวมตัวกันที่แกลลีย์[1] เพื่อเตรียมอาหาร สายตาแต่ละคู่อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ห้องโดยสารเฟิสต์คลาส

โดยทั่วไปแล้วคนอย่างพวกเขาที่บินไปทุกที่ได้เห็นคนสวยหล่อมามากมายแต่เห็นแล้วก็ลืม ทว่าคนสวยแบบกระชากใจเหมือนหญิงสาวคนนี้กลับเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

ดูเหมือนพระเจ้าตั้งใจใส่ความคิดทั้งหมดปั้นเธอขึ้นมาอย่างวิจิตรบรรจง เธอนั่งแบบสบายๆ อยู่บนที่นั่งทุกสิ่งรอบตัวก็อัปเกรดขึ้น ราวกับกับภาพวาดที่มีชื่อเสียงระดับโลกราคาแพงและงดงาม แม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาก็ยังพลอยเจิดจ้าตามไปด้วย

สจ๊วตหนุ่มรูปหล่อผมบลอนด์ตาสีฟ้าทำใจกล้าเดินไปข้างหน้าเพื่อทักทาย ใช้ภาษาจีนกระท่อนกระแท่นเอ่ยออกมา

“คุณผู้หญิงเป็นดารารึเปล่าครับ?”

วิธีชื่นชมผู้หญิงที่ดีที่สุดก็คือการบอกว่าเธอสวยเหมือนดารา สจ๊วตหนุ่มคนนี้ปากหวานรู้เรื่องนี้ดี เขากะพริบดวงตาสีฟ้าเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาว

ทว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแบบที่ควรจะเป็น เธอช้อนใบหน้าขึ้นเล็กน้อย ลำคอระหงทำให้คนต้องจ้องมองปลุกจินตนาการ เสียงมีเสน่ห์เผยให้เห็นความน่าหลงใหล “ใช่ค่ะ คุณมาเพื่อขอลายเซ็นเหรอ?”

สจ๊วตหนุ่มถึงกับผงะ ใช่สิ สาวสวยขนาดนี้ เว้นแต่พวกแมวมองทั้งโลกจะตาบอดก็คงไม่มีวันทิ้งให้คนสวยแบบนี้ไว้ให้ต้องอาย

เขาจมอยู่ในรอยยิ้มมั่นใจของเธอ ลดตัวคุกเข่าลงราวกับท่าทางเข้าเฝ้าราชินี “ได้โปรดเซ็นชื่อคุณไว้บนหัวใจของผมด้วย”

หนานซื่อยกริมฝีปากคลี่ยิ้ม เซ็นชื่อของตัวเองบนอกเสื้อของสจ๊วตหนุ่มโดยไม่ลังเล

จากนั้นก็หยิบแว่นกันแดดขึ้นสวมอีกครั้ง ปล่อยให้สายตาของผู้คนโดยรอบจ้องมองมา เสน่ห์ที่มีล้นหลามเมื่อครู่เหลือแต่ความเย็นยะเยือก ทำได้แค่เพียงมองแต่ไม่อาจเข้าใกล้ได้

ในฐานะจอมมารที่เกือบจะได้ครองสิบพิภพ หนานซื่อไม่พอใจอย่างมากกับสถานการณ์ปัจจุบันของตนเอง

ไอ้พวกลูกเต่าเทพเซียนทั้งหลายกล่าวอย่างสวยหรูว่าจะนำหยกทงหลิงมาให้เธอได้ชื่นชมหยอกเล่น ใครจะรู้ว่าทันทีที่เธอหยิบชิ้นหยกขึ้นมาก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณหยกที่แตกสลาย เว้นแต่เธอจะผ่านด่านเคราะห์ในระบบสำเร็จ ไม่งั้นก็อย่าคิดสะบัดหลุดจากหยกชิ้นนี้ได้เลย

หยกทงหลิงรู้สึกได้ถึงความโกรธของจอมมารที่มีต่อเทพเซียนปีศาจทั้งสิบพิภพก็กล่าวปลอบประโลมเสียงสั่นเครือ “เหล่าเทพเซียนสิบพิภพต่างคิดหวังดีต่อนายหญิง เพื่อที่ให้ท่านผู้ยิ่งใหญ่ได้เพิ่มพูนวิทยายุทธและมีสมาธิในการฝึกฝนที่นี่”

หนานซื่ออยากจะตบกบาลหยกทงหลิงสักป๊าบ แต่ไอ้หยกบ้านี้ได้รวมเข้ากับจิตวิญญาณของเธอแล้ว ถ้าเธอตีมันก็เท่ากับตีตัวเอง

ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห

“คนอย่างฉันรึยังต้องฝึกฝน? ในสิบพิภพนี้ใครจะเอาชนะฉันได้ พวกมันกลัวฉันนะสิถึงหาเหตุขังฉันไว้ชั่วคราวแบบนี้”

หยกทงหลิงอึ้งจนไม่กล้าพูดอะไรเพราะเคยได้ยินชื่อหนานซื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน

จอมมารใหญ่ในตำนาน... ถึงจะสวยหยาดฟ้ามาดิน... แต่ต่อให้สวยแค่ไหนก็เป็นปีศาจที่ทำให้ทั้งสิบพิภพต้องขยาดเมื่อได้ยินชื่อ!

“ภารกิจแบบไหนที่นายไปเอามา ผู้หญิงคนนี้สวยได้ครึ่งหนึ่งของฉันไหม?”

หยกทงหลิงตอบอย่างอ่อนแรง “แต่นี่สวยที่สุดในโลกแล้ว... ”

หนานซื่อกลอกตา “เห็นได้ชัดว่าพลังของพิภพระดับล่างต่ำตมมาก กระทั่งคนสวยๆ หน้าตาดีๆ ที่ได้เรื่องได้ราวสักคนก็ยังสร้างขึ้นมาไม่ได้”

พูดจบก็พลิกความทรงจำของเจ้าร่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

เจ้าร่างชื่อหยวนเจินเจิน อายุสิบหกเข้าสู่วงการบันเทิง อายุสิบเจ็ดปีก็ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของวงการที่ได้ชื่อว่าอายุน้อยที่สุด ทว่าชื่อเสียงที่โหมกระหน่ำเข้ามาสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับเธอ ต่อมาเธอก็เริ่มรับละครประเภทน้ำเน่าหลายเรื่องติดต่อกัน เข้าร่วมรายการวาไรตี้ภายใต้คำแนะนำของแม่ รับงานทุกชนิดที่ได้เงินมากและเงินไว นานเข้าก็กลายเป็นดาราหน้าช้ำจนผู้คนเริ่มเบื่อหน่าย สุดท้ายก็จบชีวิตลงโดยไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

ไม่ว่าจะเป็นด้านการงานหรือด้านความสัมพันธ์หยวนเจินเจินก็นับเป็นผู้พ่ายแพ้ยับเยินแบบไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากความล้มเหลวของตัวเอง หยวนเฟิ่งเหม่ยแม่ของเธอก็เป็นคนทำให้ลูกสาวล้มเหลวในชีวิตอีกด้วย

หยวนเฟิ่งเหม่ยเคยเป็นนางแบบ ภายหลังมาเป็นเมียเก็บนักธุรกิจชื่อดัง หลังจากการเลิกรากันก็พาหยวนเจินเจินลูกนอกสมรสมาใช้ชีวิตกันสองแม่ลูกโดยมีเงินค่าเลี้ยงดูใช้จ่าย ที่จริงหยวนเจินเจินควรมีชีวิตสงบสุขธรรมดา แต่เนื่องจากหยวนเฟิ่งเหม่ยติดการพนัน เพื่อหาเงินใช้หนี้หยวนเจินเจินจึงต้องเข้าวงการบันเทิง

หยวนเจินเจินมีพรสวรรค์ด้านการแสดง หนังต้นทุนต่ำที่รับแสดงแบบงงๆ กลับได้รับรางวัลดารานำหญิง ที่จริงชีวิตของสองแม่ลูกน่าจะดีขึ้น แต่เพราะหยวนเฟิ่งเหม่ยเป็นผีพนัน หยวนเจินเจินจึงกลายเป็นเครื่องมือหาเงินใช้หนี้ให้มารดา ค่อยๆ ทำลายชื่อเสียงที่ดีของตัวเองไปทีละน้อย

แต่นี่ยังไม่เท่าไร หลังจากหยวนเจินเจินตกอับ เพื่อรักษาชีวิตหรูหราเอาไว้หยวนเฟิ่งเหม่ยยุยงให้ลูกสาวนอนกับผู้ลงทุนรายใหญ่ไปทั่ว ภายใต้เสียงคร่ำครวญของมารดา หญิงสาวจำใจต้องเดินบนเส้นทางดารามีเบอร์กลายเป็นคู่นอนไร้เกียรติ ติดเอดส์เสียชีวิตในที่สุด

ตอนที่หนานซื่อเข้าสวมร่าง เป็นวันที่หยวนเจินเจินเพิ่งออกจากสถานบำบัดพอดี เวลานี้เธอเป็นดาราระดับสาม ชีวิตน่ารันทดยิ่งกว่านางเอกละครน้ำเน่ากำลังตามหลังมาติดๆ

พูดถึงสถานบำบัด เพราะได้รับแรงกดดันมากหลังจากโด่งดังเป็นที่นิยมบวกกับอกหัก หยวนเจินเจินจึงติดแอลกอฮอล์หนักมาก หากไม่ใช่เพราะผู้จัดการส่วนตัวยืนกราน หยวนเฟิ่งเหม่ยคงไม่ยอมส่งหยวนเจินเจินมาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่อเมริกาหรอก

เป้าหมายภารกิจก็คือขจัดความคับข้องใจของเจ้าร่างให้หมดสิ้น การเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงเป็นเงื่อนไขสำคัญแต่ก็ไม่ใช่เงื่อนไขเดียว

ผู้ปฏิบัติภารกิจนับไม่ถ้วนเคยลงมือทำเรื่องหยวนเจินเจิน ตราบเท่าที่สามารถขจัดความคับข้องใจได้ครึ่งหนึ่งก็ถือว่าทำภารกิจได้สำเร็จ แต่ไม่มีใครสามารถขจัดความคับข้องใจและสร้างความพึงพอใจให้กับเจ้าร่างนี้ได้สมบูรณ์

“นายกล้าส่งงานเห่ยๆ แบบนี้มาให้ฉันเรอะ?” ในมุมมองของหนานซื่อการขจัดความข้องใจของหยวนเจินเจินเป็นเรื่องจิ๊บๆ

หยกทงหลิงยิ้มลุแก่โทษตอบ “ถึงจะพูดแบบนั้น แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถทำให้หยวนเจินเจินพอใจได้ ดังนั้นด้วยความแค้นที่มี เธอจึงวนเวียนอยู่ในระบบเวียนว่ายตายเกิด”

หนานซื่อหัวเราะเหยียดหยาม “ผู้ฝึกตนเหล่านั้นโง่เหมือนหมู จะเทียบชั้นกับฉันได้ยังไง?”

คำพูดเย่อหยิ่งดังกล่าวออกมาจากปาก ใครก็ตามที่ได้ฟังก็จะคิดว่าเป็นความจริง แต่หยกทงหลิงไม่เชื่อเพราะโลกที่นี่ไม่สามารถใช้พลังใดๆ ได้ เขาแอบรอดูว่าหนานซื่อจะหน้าแหกยังไง

ประตูเครื่องบินปิดลง ผู้โดยสารทุกคนขึ้นเครื่องแล้ว

ตอนนั้นเองหนานซื่อก็สังเกตเห็นว่าคนที่นั่งข้างๆ เธอเปลี่ยนไปนั่งที่ทางเดินอีกฝั่งแล้ว

ทว่าในเฟิสต์คลาสก็มีผู้โดยสารแค่สองคน สำหรับคำขอเปลี่ยนที่นั่ง เจ้าหน้าที่ต้อนรับบนเครื่องบินก็ต้องรับปากอยู่แล้ว

ชายที่นั่งอีกด้านหนึ่งของทางเดินสวมหน้ากากและแว่นกันแดด ห่อตัวจนมิดชิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสัมผัสได้ถึงออร่าโดดเด่นของเขาได้อยู่ดี มือขาวบางที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าของมือคู่นี้จะหล่อเหลาแค่ไหน

หยกทงหลิงเอ่ยเตือนความจำ “ผู้ชายคนนี้มีความคิดเห็นเชิงลบกับหยวนเจินเจิน”

หนานซื่อรู้ว่าผู้ชายคนนี้เกลียดหยวนเจินเจินมากแค่ไหน สายตาทำเพียงแค่เหลือบมองแล้วก็ไม่ได้สนใจอีกเลย

หลายวันมานี่หานเยี่ยนนอนไม่เต็มอิ่ม พอขึ้นเครื่องความกังวลก็ทะลุถึงขีดสุด

ในฐานะเป็นดาราที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ ความนิยมในตัวเขาเรียกได้ว่าดังระเบิดทะลุประเทศ เป็นดาราดังชายที่มีชื่อพาดหัวข่าวฮอตเสิร์จบนเวยปั่ว ตอนนี้ดันมาที่อเมริกาโดยไม่ได้มีกำหนดการเดินทางอะไร อีกทั้งยังกลับเที่ยวบินเดียวกับดาราสาวตกอับชื่อเน่า ถ้าถูกถ่ายภาพได้ละก็ งานนี้คงดึงดูดเรื่องอื้อฉาวมาอย่างท่วมท้นแน่

หานเยี่ยนถอนหายใจ หากไม่ใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้จัดการส่วนตัวของหยวนเจินเจิน เขาไม่มีทางเสี่ยงขนาดมารับเธอที่อเมริกาหรอก

ความรักหลบๆ ซ่อนๆ จบลงไปแล้ว แต่เธอก็ทำท่าจะเป็นจะตายให้ได้ ถึงกับฆ่าตัวตายหลังจากที่เขาบอกเลิก ครั้งนี้หลังจากเลิกยาเลิกเหล้าได้ก็ปฏิเสธที่จะออกจากสถานบำบัด บอกว่าต้องให้เขามารับเท่านั้น ไม่งั้นก็จะไม่ยอมกลับประเทศจีน

นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ผิดพลาดที่สุดตั้งแต่เกิดมา หวังจวินผู้จัดการส่วนตัวของเขาหัวเราะเยาะว่าเขากำลังทำลายอนาคตของตัวเองกับการคบกับนักแสดงหญิงอย่างหยวนเจินเจิน พูดออกไปคนอื่นก็จะหัวเราะฟันร่วงเท่านั้น

หานเยี่ยนขมวดคิ้วนิ้วนวดที่ขมับ ความเงียบที่ยาวนานทำให้เขาอึดอัดใจมาก เมื่อก่อนขอเพียงได้อยู่กันตามลำพัง หยวนเจินเจินจะงัดมารยาทุกรูปแบบเพื่อดึงดูดความสนใจของเขาไป

เขาคิดว่าหลังจากขึ้นเครื่องบินแล้ว เธอจะพยายามสานสัมพันธ์อีกครั้ง

แต่นอกเหนือจากความเย็นชาในตอนนี้ หญิงสาวไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอีกเลย

ปลงตก-หาคำตอบได้?

หานเยี่ยนยังคงไม่กล้าคลายระวัง กังวลว่านี่เป็นอุบายล้านเล่มเกวียนของหยวนเจินเจินอีกครั้ง

 

 

[1] Galley แกลลีย์คือห้องครัวบนเครื่องบิน ใช้สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อบริการแก่ผู้โดยสาร

 

เทพธิดาสนามบิน

ผ่านไปหกชั่วโมงบนเครื่องบิน

หยวนเจินเจินไม่เคลื่อนไหวอะไรราวกับว่านั่งอยู่ในห้องโดยสารชั้นหนึ่งคนเดียว บรรยากาศในห้องเคบินลอยอ้อยอิ่งด้วยความเงียบ หานเยี่ยนถอดเสื้อคลุมพรางตัวออกแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยก็ยังสวมหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้าไว้

หลังจากงีบหลับไปครู่หนึ่ง ความร้อนระอุก็คืบคลานไปทั่ว ใบหน้าคมเข้มเปื้อนด้วยสีชมพู ลมหายใจกระชั้นถี่ ทำให้ใบหน้ายิ่งดูขาวใส เขาคลายคอเสื้อออก ภายใต้เสื้อผ้าก็คือกล้ามอกหนั่นแน่น

หานเยี่ยนเป็นนักแสดงชั้นนำที่มีแต่คนชื่นชอบ ซ้ำยังเป็นแบบอย่างของนักแสดงชายทุกคนในวงการ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลร่างกายหรือการจัดการอารมณ์ก็ก้าวไปอีกขั้นเหนือกว่านักแสดงในรุ่นเดียวกัน

หนานซื่อสัมผัสได้ถึงสายตาจากที่นั่น แต่ไม่มีคลื่นใดในใจ เธอหลับตาลงเมินใส่

ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นเธอก็ยังรับอารมณ์จากหยวนเจินเจินมา

พลังแห่งรักแรกยิ่งใหญ่เหนือฟ้า คนที่หยวนเจินเจินมอบใจให้ก็คือหานเยี่ยน ครั้งหนึ่งหญิงสาวคิดจะออกจากวงการเพื่อแต่งงานมีลูกกับเขา นั่นคือสิ่งที่เธอใฝ่ฝัน แต่เธอไม่เคยอยากยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองเลิกกับหานเยี่ยนแล้ว มักเข้าข้างตัวเองว่าวันหนึ่งเราจะกลับมารักกัน

การง้องอนทั้งน่าสงสารและน่าทุเรศในเวลาเดียวกัน แม้ว่าหานเยี่ยนจะทำให้หยวนเจินเจินอับอายต่อหน้าผู้คนในฐานะดารามีเบอร์ แต่เธอก็ไม่เคยต่อว่าเขาแม้แต่คำเดียว

หยวนเจินเจินวาดฝันว่าหานเยี่ยนจะหันกลับมามอง แต่หนานซื่อไม่ใช่

เธอปล่อยความอยากรู้อยากเห็นของหานเยี่ยนไว้เฉยๆ และไม่ตอบสนองอะไร

หานเยี่ยนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ทั้งที่เป็นการชำเลืองมองสบายๆ ใบหน้าที่เขาหมั่นไส้แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเย้ายวนมาก หญิงสาวหลับตานั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้น แต่กลับมีออร่าที่แตกต่างออกไป เหมือนกับคนคนเดียวกันแต่ไม่ใช่คนเดียวกัน ทุกอณูบนร่างกายเพรียวบางส่องประกายจนทุกคนสะดุดตา

คนแบบนี้ที่ควรจะเกิดมาเป็นดารา

หยกทงหลิงเตือนอีกครั้ง “คนส่วนมากเลือกที่จะเริ่มต้นกับหานเยี่ยน เพราะการแต่งงานและการมีลูกกับเขาเป็นทางลัดในการลดความข้องใจ"

หนานซื่อเบ้ปากหลับตาลงเพื่อพักผ่อน ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้

กระทั่งลงจากเครื่อง หนานซื่อก็ยังคงไม่พูดกับหานเยี่ยนสักคำ

ตรงกันข้ามสายตาของหานเยี่ยนมักวนเวียนมามองทางหญิงสาวบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

หนานซื่อปฏิบัติต่อเขาเหมือนอากาศธาตุ ถือกระเป๋าเดินเข้าห้องน้ำของสนามบินไปหน้าตาเฉย

หยกทงหลิงถามอย่างสงสัย “เธอจะทำอะไรน่ะ?”

หนานซื่อทัดผมไปที่หลังใบหูอย่างมีสไตล์ เปลี่ยนมาสวมเสื้อสีแดงเปิดไหล่ที่เตรียมไว้ ตบคุชชั่นปัดแป้งเบาๆ เพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้า หยิบลิปสติกสีแดงทาลงเป็นริมฝีปากอวบอิ่ม สะบัดลอนผมไปไว้ด้านหลัง

การแต่งตัวเรียบง่ายกลับทำให้กลายเป็นคนใหม่

หยกทงหลิงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง จอมมารคนนี้ไม่ได้ใช้พลังเวทอะไรจริงๆ เหรอ! ทำไมพอผู้หญิงคนนี้ถูกเธอเข้าสิงหน่อยก็แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

หนานซื่อขี้เกียจเกินไปที่จะอธิบายให้ฟัง เธอเป็นเจ้าสิบพิภพ โชคและดวงจึงแตกต่างจากคนทั่วไปโดยธรรมชาติ การที่เธอสวมร่าง เดิมไม่ว่าเจ้าร่างจะดวงซวยขนาดไหน พอจิตวิญญาณของเธอส่องสว่างก็จะทำให้ดวงดีขึ้นอีกหลายระดับ

มือหยิบรองเท้าส้นสูงมาสวม เดินออกไปด้วยท่วงท่าสง่างาม

หานเยี่ยนรออยู่ที่ประตูทางออก บางทีอาจจะเป็นเพราะเขากลัวว่าหยวนเจินเจินซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำเกิดอยากยา หรือบางทีเขาต้องการดูว่าหยวนเจินเจินจะเลิกตอแยกันจริงรึเปล่า ไม่ว่าจะเหตุผลไหนเขาก็ต้องรอให้เห็นด้วยตาตัวเอง

รอกระทั่งเธอปรากฏตัวออกมา

ชุดสีแดงช่างเหมาะเจาะกับรูปร่างสมส่วนของหยวนเจินเจิน ใบหน้าเล็กเรียวถูกแต่งแต้มแบบบางเบา มองเห็นผิวขาวอ่อนใสได้จางๆ ใบหน้าช่างบริสุทธิ์และคมชัด แต่ริมฝีปากกลับทาสีแดงฉ่ำ ก็ราวกับความไร้เดียงสาและความเร้าใจรวมกัน ประหนึ่งเทพมารที่เซ็กซี่เหลือร้าย

หานเยี่ยนจำช่วงเวลาที่มีเซ็กส์อันเร้าร่อนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

คนที่ไว้ตัวอย่างหานเยี่ยนยังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย เขาละสายตาออกมาอย่างยากลำบาก ซ่อนลมหายใจปั่นป่วนเอาไว้ ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เธอจงใจแต่งตัวแบบนี้คิดจะเรียกร้องความสนใจของพวกนักข่าวเหรอ? หรือกลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าฉันกับเธอมาเที่ยวบินเดียวกัน? หยวนเจินเจิน ฉันก็คิดไว้แล้วว่าคนอย่างเธอคงไม่ปล่อยมือไปง่ายๆ หรอก...”

เขาไม่คิดว่าหยวนเจินเจินจะเทหมดหน้าตักครั้งสุดท้าย เพียงเพื่อผูกติดกับเขา ความปรารถนาที่เพิ่งเริ่มขึ้นถูกหลักการและเหตุผลตีจนย่อยยับ น้ำเสียงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่พูดได้ครึ่งเดียวก็ถูกขัดจังหวะ

หนานซื่อเลิกคิ้ว ดวงตาสดใสหรี่ลงเล็กน้อยราวกับมองคนที่ไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี “ฉันไม่อยากออกไปพร้อมกับนายหรอก ยิ่งไม่อยากมีภาพคู่กับนายด้วย คุณหานกรุณารออยู่ที่นี่สักครึ่งชั่วโมงนะ ลาก่อน”

เธอยกใบหน้านิดๆ เดินจากไป หานเยี่ยนมองไปที่ช่วงเอวคอดกิ่ว เกือบคิดว่าตัวเขาหูฝาดไป

น้ำเสียงนั่นเต็มไปด้วยความขยะแขยง?!

 

สนามบินนานาชาติพลุกพล่านไปด้วยผู้คน

ในจำนวนนั้นมีทั้งปาปารัสซีและนักข่าวมากมายที่พวกคนดังแอบว่าจ้างเอาไว้เพื่อโปรโมตตัวเอง

สนามบินก็เป็นอีกสถานที่ที่พวกคนดังใช้ประชันความโดดเด่นใส่กันเสมอ ดาราสาวใบหน้าเล็กรูปร่างผอมบางจะดูโดดเด่นทันทีเมื่อมีภาพแฟนคลับมากมายเป็นแบล็กกราวนด์ หลายคนกลับมาแจ้งเกิดกลายเป็นข่าวสร้างกระแสได้อย่างง่ายดาย

ขณะที่เที่ยวบินระหว่างประเทศลงจอด เงาสีแดงเพลิงก็เดินออกมาจากด้านใน กลายเป็นศูนย์รวมสายตาของผู้คนทันที ทุกคนมองไปที่หญิงสาวแม้แต่แฟนคลับที่กำลังทักทายเมนของตัวเองก็หยุดพฤติกรรมบ้าๆ บอๆ ลง

นี่คือเทพธิดาสุดเซ็กซี่ที่เกิดจากการผสมผสานของภาพวาดทางตะวันตกและความงามบริสุทธิ์ทางตะวันออก ใบหน้าบอบบางนั่นประหนึ่งสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก

ความงามอยู่ที่กระดูกไม่ใช่ผิวหนัง แต่สิ่งที่หายากก็คือผิวสวย รูปร่างสมบูรณ์แบบและจิตวิญญาณเปล่งประกาย

สื่อมวลชนที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนอดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพด้วยกล้องความละเอียดสูง แต่ละคนกลายร่างเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะ ราวกับว่าสิ่งที่พวกเขาถ่ายไม่ใช่ปุถุชนทั่วไป แต่เป็นเทพีวีนัสลงมาเฉิดฉายในโลกมนุษย์

หนานซื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจให้ทุกคนชื่นชมรูปลักษณ์ของตัวเองตามใจชอบ สำหรับสิ่งมีชีวิตระดับล่างเช่นนี้ แค่เปลือกนอกน้อยนิดก็สามารถทำให้พวกมันตกตะลึงได้ขนาดนี้ ความรู้สึกเศร้าแทนตีกวนขึ้นมาอย่างแท้จริง

ผู้คนแหวกทางสองฟากฝั่งให้หญิงสาวเดินออกไปก็เหมือนกันตอนที่ผ่านด่านศุลกากรที่คนข้างหน้ายอมให้เธอแซงคิวไปได้โดยไม่ว่าอะไร

ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะโลกใด จะต่ำต้อยหรือสูงส่ง ทัศนคติของสิ่งมีชีวิตต่อความงามแท้จริงก็เหมือนกันทั้งหมด คือนับถือ-หวาดกลัว-ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้

หนานซื่อเข้าใจอย่างถ่องแท้ การที่คนอย่างเธอปรากฏตัวในพิภพระดับล่างนี้ เป็นเรื่องที่ผู้คนได้แต่เปล่งเสียงร่ำร้องหลังจากจุดธูปขอกันมาแปดภพแปดชาติเลยทีเดียว

หยกทงหลิงถอนหายใจกับความมั่นหน้าของจอมมาร แต่ก็ต้องยอมรับความจริงข้อนี้

รถคันหนึ่งจอดรออยู่ข้างนอก หนานซื่อไม่แม้แต่หยุดชะงัก สวมแว่นกันแดดนั่งรถออกไปทิ้งกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวหลังไปจนลับตา

เมื่อทุกอย่างผ่านไปทุกคนก็มีปฏิกิริยา พวกเขาตระหนักว่าเทพธิดาสนามบินคนนี้ดูเหมือนจะเป็นนักแสดงหญิงหยวนเจินเจินที่หายตัวไปช่วงหนึ่ง

โดยไม่ต้องรอให้ทุกคนย้อนนึก ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก็ปรากฏตัวดึงดูดความสนใจของผู้คนเอาไว้ทันที

ที่จริงหานเยี่ยนต้องการรอไปก่อน แต่จู่ๆ เพื่อนของโปรดิวเซอร์ก็ขอให้เขามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งเขาก็ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร จึงได้แต่ทำตามที่บอก

ถึงแม้เขาจะทำตัวนิ่งที่สุด แต่ก็ยังทำให้เกิดความปั่นป่วนได้

ทุกคนไม่เพียงแต่ตื่นเต้น ยังนึกถึงการปรากฏตัวน่าทึ่งของหยวนเจินเจินที่ออกไปอย่างเร่งรีบเมื่อครู่ ในวันเดียวกันฮอตเสิร์จบนเวยปั่วก็เดือดพล่านไม่มีตก ภาพถ่ายของหยวนเจินเจินและหานเยี่ยนที่ปรากฏตัวในสนามบินเวลาใกล้เคียงกันถูกคนแชร์ออกไปและยังมีแฟนคลับบางคนขุดจนรู้ว่าทั้งคู่กลับมาเที่ยวบินเดียวกันอีกด้วย

ไม่เพียงแค่นั้นบางคนยังสังเกตเห็นรอยสักบนข้อมือของหยวนเจินเจิน เมื่อนำภาพถ่ายมาขยายแม้ว่าจะภาพแตกไปสักหน่อย แต่ก็มองเห็นได้ชัดเจนว่ามีการสักอักษรไว้สองตัว

HY

แฟนคลับกรีดร้องกันลั่นโซเชียล

“หลัวขาของฉันไม่ตาต่ำแบบนั้นหรอก! ผู้หญิงคนนั้นน่าทุเรศจะตาย! ใครจะมองหล่อน!”

“นังบ้า! นังหน้าด้าน!"

“นังแซ่หยวนออกไปจากวงการบันเทิงได้แล้ว!”

“เดี๋ยวนี้กระทั่งหมาแมวก็ชอบสร้างกระแสกันทั้งนั้นแหละ ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงามั่ง นั่นสามีทิพย์ของฉันนะยะ!”

คำด่าทอว่อนไปทั่วโซเชียล แฟนคลับของนักแสดงหนุ่มมีจำนวนมาก แรงระเบิดจึงเทียบได้กับระเบิดนิวเคลียร์ ทุกอย่างราพณาสูรไม่เหลือกระทั่งต้นหญ้า ไม่เพียงแต่ด่าว่าหยวนเจินเจินจนโชกเลือดไม่เหลือชิ้นดี ยังเอาเรื่องนอกเรื่องในขุดกันออกมาจนหมดเปลือก บางคนถึงกับส่งพวงหรีดงานศพไปให้เลย

 

คว้าโอกาส

หยางเยี่ยนผู้จัดการส่วนตัวของหยวนเจินเจินวางไอแพดลง

สายตามองคนที่เอนตัวอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้าน

ที่จริงเธอห่วงว่าข่าวด้านลบบนโซเชียลจะทำให้หยวนเจินเจินแตกสลายอีกครั้ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นเลย

“งานตัดริบบิ้นของบริษัทเทียนหยิ่งที่จะจัดขึ้นอีกไม่กี่วัน ฉันอยากใส่ชุดโอต์กูตูร์ของคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) คอลเลกชันใหม่ไปออกงาน” หนานซื่อลากหางเสียงยาวชี้ไปที่รูปภาพหนึ่งส่งให้หยางเยี่ยนดู “ถ้าใส่ชุดนี้รับรองโดดเด่นชนะเลิศแน่นอน”

หากดาราคนอื่นโดนด่าเละขนาดนี้ก็คงจะเก็บตัวสักพัก แต่คนอย่างหนานซื่อไม่ใช่ เธอต้องการเข้าร่วมทุกงานของแบรนด์ดังระดับสูงทั้งหมด

หยางเยี่ยนชื่นชมจิตใจที่แข็งแกร่งของหยวนเจินเจินขณะกล่าวด้วยสุ้มเสียงเสียใจ “เจินเจินที่รัก ตอนนี้ชุดของดิออร์คงยืมไม่ได้... ใช้แบรนด์เฮฟเว่น ไกอา (Heaven Gaia) ของปีที่แล้วได้ไหม?

ด้วยชื่อเสียงหายนะของเจินเจินตอนนี้การยืมชุดเฮฟเว่น ไกอาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แบรนด์สินค้าต่างๆ ก็ใช่ว่าเต็มใจจะให้ยืม

หนานซื่อหลุบตาลงพร้อมชี้ไปที่ชุดหนึ่งแบบขอไปที “งั้นชุดนี้ก็ได้”

เสน่ห์เย้ายวนเป็นธรรมชาติฉายจากทุกอณูของร่างกาย แม้ว่าน้ำเสียงจะติดหยิ่งไปหน่อย แต่คนที่ได้ยินก็เกลียดไม่ลง

หยางเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะพิจารณาอีกฝ่าย

ตอนที่หยวนเจินเจินเพิ่งมาถึง เธอที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวเห็นแล้วยังอ้าปากเหวอไปเลย

นิสัยใจคอ ความสวยและความเย่อหยิ่งแตกต่างกันกับเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง คนที่ไม่รู้อาจจะคิดว่าหญิงสาวกลับมาจากการพักร้อนที่อเมริกา เธอเปล่งปลั่งขนาดนี้ ใครจะคิดว่านี่เพิ่งออกมาจากสถานบำบัด?

ไม่กี่เดือนก่อนตอนที่หยวนเจินเจินยังเป็นอีบ้าเอาแต่ใจไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง หยางเยี่ยนเกือบจะยอมแพ้ โชคดีที่ตัดสินใจเด็ดขาดให้โอกาสครั้งสุดท้าย ไม่คาดคิดว่าการตัดสินใจส่งหยวนเจินเจินไปสถานบำบัด เป็นเรื่องฉลาดในประวัติการณ์ส่วนตัว

หยางเยี่ยนเริ่มบวกลบคูณหารในใจคิดจะส่งดาราในสังกัดไปฟื้นฟูสภาพร่างกายจิตใจที่นั่นอีกดีไหม ไม่แน่พอกลับออกมาอาจจะเปล่งรัศมีเหมือนหยวนเจินเจินตอนนี้ก็ได้

การเป็นดาราบุคลิกและอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญมาก ความงามใครๆ ก็มี แต่ถ้าต้องการความงามที่เป็นเอกลักษณ์ก็ต้องเริ่มจากส่วนอื่นๆ ในแง่ความสวยงามคนอื่นๆ ยังต้องฝึกฝนกันต่อไป แต่หยวนเจินเจินก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว

หลังจากสามนาทีแห่งความปีติยินดีหยางเยี่ยนก็สงบลงใจ ตอนนี้หยวนเจินเจินกำลังถูกด่าจนเละ จะเหลืออนาคตตอีกไหมก็พูดยาก แฟนคลับและทรัพยากรในวงการบันเทิงเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้หยวนเจินเจินไม่มีแฟนคลับไม่มีทรัพยากรสนับสนุน ไม่ว่าสวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหนก็เจิดจรัสไม่ได้

ไม่ไกลนัก หยกทงหลิงที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนร่างเป็นหมาน้อยพุดเดิ้ลตามความต้องการของหนานซื่อนอนหมอบอยู่บนโซฟาและจงใจถ่ายทอดความคิดของหยางเยี่ยนให้หนานซื่อฟัง เพราะต้องการเห็นจอมมารเกรี้ยวกราดออกมา

มีผู้ปฏิบัติภารกิจนับไม่ถ้วนในสิบพิภพ ไม่มีใครผ่านภารกิจนี้ไปได้อย่างราบรื่นเลย เหตุผลที่เขามอบหมายงานนี้ให้หนานซื่อก็เพราะผู้ปฏิบัติงานคนอื่นๆ ใช้เวลาที่นี่นานถึงสามารถผ่านเส้นเกณฑ์ไปได้ ในจุดนี้ต่อให้เป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ก็ต้องยอมสยบ

หยกทงหลิงได้ใจท่าทางระริกระรี้ออกนอกหน้ามาก หนานซื่อคว้าคอสุนัขด้วยรอยยิ้มพรายแล้วจับขึ้นมาอุ้ม “พี่หยาง ฉันอยากหาคู่ให้หมาตัวนี้”

หยกทงหลิงหวาดกลัวร้องขอความเมตตาทันที “นายหญิง ฉันผิดไปแล้ว...”

หยางเยี่ยนได้สติส่งเสียง “ห้ะ” ก่อนที่จะถามให้ชัดเจนอีกครั้ง หนานซื่อก็อุ้มลูกหมาเดินออกไปแล้ว

 

บริษัทเทียนหยิ่ง

เป็นบริษัทเพิ่งเปิดตัวใหม่ภายใต้บริษัทจ้าวกรุ๊ป วันงานตัดริบบิ้นเหล่าดารามากมายก็มารวมตัวกันเพื่อร่วมแสดงความยินดี

ถ้าเป็นบริษัทใหม่อื่นๆ เปิดตัวก็คงไม่ได้หน้าขนาดนี้ แต่บริษัทเทียนหยิ่งเป็นของจ้าวเซิ่งเทียนลูกชายตระกูลจ้าว ลูกชายมหาเศรษฐีคนนี้ได้รับฉายาว่าสามีแห่งชาติโดยการจัดของเว็บไซต์พวกไฮโซ

บริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่เป็นงานลองมือของจ้าวเซิ่งเทียน ตระกูลจ้าวร่ำรวยมหาศาล พวกเขาให้เงินทุนห้าร้อยล้านหยวนเริ่มต้นธุรกิจเพื่อฝึกทายาท ทว่าจ้าวเซิ่งเทียนนอกจากไม่ทำให้เงินลงทุนของบิดามารดาสูญเปล่า แต่เขายังทำกำไรงอกเงย ประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่

อาจเป็นเพราะเขาชอบเล่นกับพวกดาราหญิง บริษัทในเครือของเขาล้วนเชื่อมโยงกับวงการบันเทิง บริษัทไลฟ์สดที่เขาเพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ก็มีข่าวซุบซิบกันว่าเพื่อเอาใจผู้ประกาศข่าวสาวคนหนึ่ง

รูปลักษณ์หล่อเหลาเย็นเยือกเหลือร้ายต่างจากนิสัยเสเพลของเขาโดยสิ้นเชิง เขาลมเพลมพัดเหมือนภูมิอากาศ ไม่กี่วันก็ต้องขึ้นหัวข้อข่าวร้อนแรงสักครั้ง หลายคนถูกทำให้ขุ่นเคืองแต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าพูดและได้แต่ยอมรับว่าตนเองซวยที่ไปผิดใจกับผู้ชายคนนี้ แต่ในทางตรงข้ามคนที่ทำให้เขาขุ่นเคืองนับว่าแย่ไปเลย

มีแค้นต้องชำระถึงจะเล็กน้อย การตัดเส้นทางคนอื่นเป็นเรื่องธรรมดา

แม้เขาจะอารมณ์แปรปรวน แต่ผู้หญิงก็ยังคงหลั่งไหลมาหาไม่ขาดสาย วันนี้มีนักแสดงสาวจำนวนมากเข้าร่วมงาน ประชันความสาวสวยราวกับดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ไม่มีใครยอมให้ใครข้ามหน้าไปได้

ขณะที่ทุกคนกำลังโพสต์ท่าบนพรมแดง หนานซื่อก็มาถึง

ภายใต้แสงไฟ ชุดราตรียาวสีชมพูขาวนวลแนบอยู่บนเรือนร่างสมบูรณ์แบบ ลวดลายฉลุสไตล์จีนที่ประดับเอวไว้พลิ้วไหวไปมาตามจังหวะก้าวเดิน เรือนผมลอนยาวเผยิบผยาบราวกับหมึกสาดกระเซ็น ริมฝีปากคลี่ยิ้มประหนึ่งเทพธิดายาตราออกมาจากแสงจันทร์ หมอกลอยเอื่อย ช่างสูงศักดิ์และสง่างามนัก

ทุกคนถึงกับสูดหายใจลึก เหล่านักแสดงสาวที่นี่ขึ้นชื่อด้านตัวแม่ความงามก็ถูกบดบังรัศมีในทันที

ยิ่งไปกว่านั้นในมือยังอุ้มหมาน้อยสีขาวไว้ นอกเหนือจากจิตวิญญาณนางฟ้ายังบวกเพิ่มความพิสุทธิ์ลงไปอีก

มีใครที่ไหนเดินพรมแดงกับหมามั่ง?

ถ้าเป็นคนอื่นอาจเริ่มโดนด่าว่าเป็นเรื่องไร้กาลเทศะ แต่เมื่อเป็นจอมมารหนานซื่อ เธอกลับเชิดใบหน้าขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย ราวกับเป็นเรื่องธรรมชาติ

พวกนักแสดงสาวมองค้อนปะหลับปะเหลือกใส่หยวนเจินเจินที่เปิดตัวแบบไม่เหมือนใคร ส่วนนักแสดงชายก็มองกันจนตาถลน

หนานซื่อยิ้มโบกมือทักทายนักข่าวที่อ้าปากตาค้าง ท่าทางเป็นธรรมชาติจับตานัก

พวกผู้สื่อข่าวได้สติก็นึกถึงหัวข้อร้อนแรง ‘หยวนเจินเจินออกไปจากวงบันเทิงซะ’ พวกเขาพุ่งเข้าไปสัมภาษณ์ ถามว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร

หนานซื่อยกใบหน้าน้อยๆ ดวงตาใสเหมือนกับแอ่งน้ำฤดูใบไม้ร่วง เสียงหวานชัดกระจ่างพูดอย่างมีไหวพริบว่า “ขอบคุณที่ให้ความสนใจค่ะ แต่ฉันยังไม่มีความคิดออกจากวงการตอนนี้”

พูดจบก็ทิ้งสายตา ไม่สนใจคนอื่นที่มองมา อุ้มหยกทงหลิงเดินไปบนพรมแดงด้วยท่วงท่าสง่างาม

ไม่ไกลนัก ชายสวมชุดสูทรองเท้าหนังมันวาวฉายสีหน้าไม่แยแสก็หยุดลง สายตาจับจ้องไปที่จุดหนึ่ง

ผู้จัดการบริษัทเทียนหยิ่งวิ่งเข้ามาเชิญเขาไปนั่งด้วยความเคารพ

จ้าวเซิ่งเทียนถอนสายตาถามเสียงเฉยเมย “แบรนด์ทาร่าที่บริษัทเพิ่งได้เลือกใครหรือยัง?”

ผู้อำนวยการฝ่ายบันเทิงส่ายหน้าโค้งคำนับตอบอย่างระมัดระวัง “ยังคัดเลือกอยู่ครับ” ทาร่าเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ ศิลปินยอดนิยมระดับแนวหน้าหลายคนเข้าร่วมและพยายามคว้าโอกาสใหญ่นี้ไป

จ้าวเซิ่งเทียนพยักหน้าชี้ไปข้างหน้า “ไม่ต้องเลือกแล้ว ยกให้เธอไป”

ผู้อำนวยการฝ่ายบันเทิงมองตามเจ้านาย จากนั้นเขาก็เห็นหยวนเจินเจินกำลังโพสต์ท่าอยู่บนพรมแดง

 

ผู้คนในวงการบันเทิงมักเชื่อในเรื่องโชคลางไม่มากก็น้อย

ไม่แน่ว่าวันไหนเกิดดวงดีขึ้นมาก็เจิดจรัสไปทั่วจักรวาลเลยทีเดียว หยางเยี่ยนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าพายจะตกลงจากท้องฟ้าใส่ศิลปินในสังกัดตัวเอง

พรีเซ็นเตอร์ทาร่า จิวเวลรี (Tara Jewelry) เป็นทรัพยากรที่ใฝ่ฝันของศิลปินหญิงหลายคน จู่ๆ ก็หล่นใส่หยวนเจินเจิน

เมื่อสองวันก่อนหยางเยี่ยนตั้งใจว่าจะลองให้หยวนเจินเจินไปเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ท้องถิ่นในประเทศ เธอไม่คาดหวังว่าหยวนเจินเจินจะหางานได้ด้วยตัวเองแค่กะพริบตา

ในโลกเรื่องอะไรก็ไม่สามารถคาดเดาได้

ศิลปินในบริษัทเดียวกันต่างอิจฉาริษยา บนเว็บไซต์ของทาร่า จิวเวลรี พวกเนติเซนก็พากันกระแนะกระแหนแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ แต่ไม่ว่าเสียงด่าจะดังลั่นฟ้าขนาดไหน สัญญาก็ถูกส่งมอบไว้ในมือหนานซื่อ

ปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองด้วยจังหวะเบาๆ พลางยิ้มเก๋ “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ”

ผู้รับผิดชอบยืดมือมาจับด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ “งั้นก็ต้องรบกวนคุณหยวนด้วย”

หลังจากส่งผู้รับผิดชอบไปแล้ว หนานซื่อก็รู้สึกได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อยู่ข้างหลัง เธอมองกลับไปก็เห็นหยางเยี่ยนจ้องมองมาท่าทางสนใจใคร่รู้

หยางเยี่ยนกล่าวว่า “เธอไม่รู้จริงๆ หรือว่าสัญญานี้มาได้ยังไง?”

หนานซื่อส่ายหัว

เมื่อมองใบหน้าไร้เดียงสาและว่างเปล่า หยางเยี่ยนก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย

เช้าวันนี้หยางเยี่ยนเพิ่งรู้ว่าสัญญานี้เป็นคุณจ้าวสั่งการลงมาเองโดยเฉพาะ คุณชายจ้าวเป็นคนแบบไหนทุกคนในวงการบันเทิงรู้ดี เขาคือเพลย์บอยตัวพ่อ

ถ้าหยวนเจินเจินถูกใจเขาจริงๆ เธอก็ไม่มีปัญหา ถ้าจะอยู่ในวงการนี้ก็ต้องมีคนสนับสนุน มหาเศรษฐีแบบจ้าวเซิ่งเทียนเป็นรูปหล่อทองคำหายากที่สุดในโลก ใครบ้างไม่อยากอยู่กับเขา?

แต่เมื่อมองปฏิกิริยาของหยวนเจินเจิน เหมือนไม่ได้แอบไปหาผู้สนับสนุนลับหลังเลย

หยางเยี่ยนถามหยั่งเชิง “เธอไปสนิทกับประธานน้อยจ้าวเมื่อไร?”

 

ไม่ต้องทำเก่ง

ประธานน้อยจ้าว? ใครกัน?

หนานซื่อมองไปที่หยกทงหลิงที่กำลังกินอาหารสุนัขอย่างกระอักกระอ่วน

หยกทงหลิงสะดุ้งตอบกลับหนานซื่อทางโทรจิตทันที “ที่พูดคงหมายถึงจ้าวเซิ่งเทียนทายาทคนเดียวของจ้าวกรุ๊ป เขาเป็นลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง รู้จักกันในฐานะสามีแห่งชาติ"

จากนั้นก็ค้นข้อมูลในระบบ หลังจากลังเลอยู่ครึ่งวินาทีก็เอ่ยเสริมว่า “จากข้อมูลระบุว่าจ้าวเซิ่งเทียนจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ไฟแนนซ์ในอนาคตและเจ้าพ่อวงการบันเทิงทั้งโลก ในโลกของหยวนเจินเจิน เขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลมาก ถือได้ว่าเป็นบุตรสวรรค์”

คำที่บอกว่า ‘บุตรสวรรค์’ กระตุ้นความสนใจของหนานซื่อ พึมพำชื่อเขาด้วยรอยยิ้มในดวงตา “จ้าวเซิ่งเทียนไม่เลวนี่”

หากต้องการเป็นดาวจรัสแสง ไม่มีทางลัดที่เร็วไปกว่าการยืมมือผู้ทรงอิทธิพลคนนี้

หยกทงหลิงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี

ประกายแสงประหลาดที่พริบพราวมาจากดวงตาจอมมารใหญ่ ดูราวกับว่าจะกินเหยื่อที่ล่ามาได้แบบสะอาดหมดจด

หลังจากบทสนทนาระหว่างทั้งสองจบลง ก็กลับสู่โลกความจริง เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น

หนานซื่อส่ายหัวพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ฉันไม่คุ้นเคยกับเขา พูดตรงๆ ไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ”

หยางเยี่ยนตกตะลึง แยกไม่ออกว่าหยวนเจินเจินพูดจริงหรือโกหก แต่ไม่ว่ากรณีไหนก็ถือว่าเป็นพรแท้จริงที่สามารถเข้าร่วมกับงานกับคุณชายจ้าวได้

เมื่อมองไปที่หญิงสาวบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตรงหน้า หยางเยี่ยนก็หัวเราะพลางยิ้ม “คืนนี้มีงานกาลาดินเนอร์ ผู้ลงทุนต้องการให้เธอไปร่วมงานด้วย” หยางเยี่ยนส่งชุดราตรีพร้อมเครื่องประดับจากจ้าวเซิ่งเทียนไปให้ “ใส่ชุดนี้นะ”

หนานซื่อยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ ส่งสายตาอ่อนหวานให้หยางเยี่ยน “ขอบคุณมากพี่หยาง”

หยางเยี่ยนเก็บความรู้สึกผิดที่อธิบายไม่ได้ที่พล่านออกมาจากหัวใจ ปลอบใจตัวเองว่าแผนที่คำนวณไว้มีแต่ผลดีต่อเจินเจิน ไม่มีอันตรายใดๆ ก้าวถอยหลังหนึ่งหมื่นก้าวจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้คนคนนั้น? คนที่จ้าวเซิ่งเทียนต้องการตัวจะไม่ส่งไปได้เหรอ?

 

ยามค่ำคืน

ผู้คนมากมายก็หลั่งไหลมาสังสรรค์ในงานกาลาดินเนอร์ ทั้งเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยคึกคักไปทั่ว

ในงานแบบนี้เหล่าเซเลบริตี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทุกคนคร่ำวอดในวงการมานานของสวยงามก็เห็นจนชินตา เหลือบมองไปเพียงเล็กน้อยจากนั้นก็หันมากินดื่มคุยกันต่อไป

ทว่าวินาทีหนึ่งกลับมีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาผู้คนรอบข้าง ทำให้ไม่อาจละสายตาไปได้ สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมเพียงแค่เห็นแวบเดียว

ที่กลางทางเดินหนานซื่อสวมชุดราตรีหางปลา เยื้องย่างท่ามกลางฝูงชนด้วยท่วงท่าสง่างาม

ผิวขาวราวหิมะกับชุดสีดำเซ็กซี่เหลือร้ายส่งเสริมซึ่งกันและกัน เปิดเปลือยไหล่ขาวข้างหนึ่งคว้านสิ่งล่อตาล่อใจที่ซ่อนอยู่ภายใน สีหน้าเรียบเฉยทำให้คนรู้สึกทั้งเย็นชาและลึกลับ เธออุ้มหมาน้อยสีขาวไว้ในมือให้ความรู้สึกเหมือนพาหมาไปเดินเล่น

“ขอโทษครับคุณผู้หญิงที่นี่ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้า” พนักงานลังเลพลางส่งเสียงเอ่ยเตือน

หนานซื่อก้มมองหยกทงหลิง “โถ ใครๆ ก็ไม่รัก น่าสมเพชจริงๆ”

หยกทงหลิงสำลักน้ำลายก่อนบ่นในใจ “เกี่ยวอะไรกับฉันเนี่ย! บอกว่าไม่อยากมา! เธอก็ลากมาด้วยจนได้!”

ผู้จัดการเดินเข้ามาสะกิดให้พนักงานออกไปแล้วเชิญหนานซื่อเข้างานพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง “คุณหยวน ขอโทษด้วยน้องคนนี้เพิ่งมาใหม่ เชิญด้านในเถอะครับ”

หนานซื่อถามเสียงหวาน “ฉันพาน้องหมาเข้าไปด้วยได้ไหมคะ?”

ผู้จัดการพยักหน้า “ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา”

คนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงนี้เป็นคนดังในวงการธุรกิจ ดาราที่มาก็ล้วนเป็นตัวแม่ในวงการ

หลินเฉินคู่แข่งที่ชอบขัดแข้งขัดขากับหยวนเจินเจินก็มา ครั้งหนึ่งทั้งสองเคยนับกันเป็นพี่น้องก็อยู่ในกลุ่มคนนี้ด้วย

ไม่นานหลังจากที่หนานซื่อปรากฏตัว หลินเฉินก็เดินนวยนาดเข้ามาเยาะเย้ย “ไม่นึกว่าพวกระดับสามที่ปั้นยังไงก็ไม่ดังสักทีก็สามารถเข้าร่วมงานส่วนตัวแบบนี้ได้”

หนานซื่อเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้าแวบหนึ่ง ดึงข้อมูลสองสามวินาทีก่อนจะพบความทรงจำ

หลินเฉินเคยเป็นสแตนด์อินของหยวนเจินเจิน หลังจากทั้งสองพบกันหลินเฉินก็เอาใจหยวนเจินเจินทุกอย่าง หยวนเจินเจินยังเด็กเลยไม่ค่อยทันคน เห็นอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทแนะนำผู้สนับสนุนของตนเองให้หลินเฉินทั้งหมด กล่าวอีกนัยหนึ่งที่หลินเฉินมีวันนี้ได้ก็มาจากหยวนเจินเจินด้วยซ้ำ

ไม่เพียงแต่หลินเฉินไม่รู้สึกขอบคุณ หลังจากเหยียบย่ำหัวคนอื่นขึ้นไปได้ ก็มักจะเลือกแทงข้างหลังหยวนเจินเจิน ยิ่งเมื่อหยวนเจินเจินตกอับก็ยิ่งเหยียบย่ำกระทืบจนจมดิน

เมื่อหนานซื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ก็ถอนสายตาคืนมาตอบสนองต่อการยั่วยุด้วยเสียงเรียบเฉย “นั่นสิ คิดไม่ถึงว่าแม้แต่สแตนด์อินนักแสดงระดับสามยังสามารถเข้ามาได้ ถ้ารู้แต่แรกฉันคงไม่มาเสียราคาหรอก”

หลินเฉินอารมณ์พุ่งปรี๊ดเมื่อถูกแทงใจดำ แม้แต่โมโหก็ยังช้าไปหลายจังหวะ เมื่ออีกฝ่ายเดินออกไปหลายก้าวแล้ว ถึงได้สติว่าน่าจะจับตัวล็อกเอาไว้

การฟาดฟันระหว่างนักแสดงสาว ทุกคนเห็นจนชินตา ไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งด้วยหรอก

ดูจากสถานการณ์ แม้ว่าหยวนเจินเจินจะโดดเด่นแต่ก็มาคนเดียว ส่วนหลินเฉินมีพรรคพวกมาด้วย หากมีเรื่องกันขึ้นมา คนที่แพ้ครั้งนี้ก็ไม่พ้นเป็นหยวนเจินเจิน

ขณะที่ทุกคนกำลังรอชมการฉากนางเอกกับนางร้ายตบตีกัน จู่ๆ ผู้จัดก็ไม่รู้มาจากไหนมีพนักงานตามหลังมาสองสามคน หลังจากโน้มตัวพูดคุยอะไรบางอย่างก็เห็นเฉินหลินและพรรคพวกถูกเชิญออกไปแบบไม่ไว้หน้า

ทุกคนดูตกตะลึง แต่ก็ไม่มีใครถามอะไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาเลย พวกเขายังคงกินดื่มต่อไป โดยไม่มีละครให้ดูก็เท่านั้น

หนานซื่อมองไปด้านขวาตรงหน้า

คนที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมหายไปแล้ว

ผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ในมุมอับแสงจ้องมองมาที่เธอตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง แก้วไวน์แดงในมือไม่ได้ถูกแตะต้องสักนิด

หนานซื่อทัดปอยผมไปที่หลังหูพลางยกยิ้มที่มุมปาก

น่าสนใจ

งานเลี้ยงดำเนินไปได้ครึ่งทาง บางครั้งก็มีผู้ชายขี้เมาเข้ามาคุยเป็นพักๆ หนานซื่อเบ้ปากไม่สนใจ หยกทงหลิงต้องเตือนว่าในงานมีแต่ปลาตัวใหญ่ สุ่มจับขึ้นมาแต่ละคนก็มีทุนเป็นหมื่นล้าน

หนานซื่อโยนกระดูกให้หยกทงหลิงแทะ บอกกลายๆ ให้หุบปากซะ

หยกทงหลิงหน้าตึง แต่ด้วยสัญชาตญาณของสุนัขจึงรับกระดูกนอนลงบนพื้นแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ แทะไปหอนไป ลืมคิดไปว่าตนเองเป็นผู้ส่งสารสามพันโลก ครอบครองของวิเศษสิบพิภพ ซ้ำยังมีพลังในการเพาะบ่มขั้นสูง กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

บริกรเดินมาข้างหน้ารินไวน์ให้หนานซื่อ “นี่เตรียมไว้สำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ”

หนานซื่อเหลือบมองไวน์บอร์โดซ์ (Bordeaux) ปีหนึ่งพันเก้าร้อยยี่สิบเอ็ดที่มีราคาแพงลิ่ว นี่ไม่ใช่ของที่จะนำมาให้ความบันเทิงแก่แขกทั่วไป   

“แค่ฉันคนเดียวเหรอ?”

บริกรอึ้งไปเขาจำคำสั่งของผู้จัดงานได้ว่าต้องดูจนหยวนเจินเจินดื่มไวน์แก้วนี้จนหมด บริกรทำท่าใจเย็นยิ้มพลางพูดว่า “ครับ ไวน์ขวดนี้เป็นของคุณผู้หญิงคนเดียว”

หนานซื่อแย้มริมฝีปากสีแดงสด แกว่งไวน์แดงในแก้วเบาๆ ก้มหน้าจิบสองสามครั้ง

แก้วเดียวก็เมาแล้ว

ผู้จัดการสั่งให้พนักงานหญิงสองสามคนช่วยเข้าไปประคองหนานซื่อ ทว่ามือเธอยังกำสายจูงสุนัขไว้แน่น ผู้จัดการจำใจต้องพาสุนัขตัวน้อยไปที่ห้องชุดชั้นบนสุดของโรงแรมด้วย

ห้องสวีทกว้างขวางสะดวกสบาย หนานซื่อนอนอยู่บนเตียง หยกทงหลิงเรียกเสียงสั่น “นายหญิง”

เรียกอยู่หลายครั้งก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง หยกทงหลิงกำลังคิดว่าหญิงสาวถูกวางยาจริงๆ ลังเลว่าต้องเปิดระบบฉุกเฉินหรือเปล่า คนอย่างเขาไม่กลัวเรื่องอื่น แต่กลัวว่าจอมมารใหญ่จะมาคิดบัญชีย้อนหลังนะสิ

ทันใดนั้นหมอนก็โยนเข้ามา คนที่นอนอยู่พลิกตัวพูดเบาๆ “เงียบซะ”

หยกทงหลิงถอนหายใจโล่งอก

สติยังมี ก็ว่าอยู่มีจิตวิญญาณจอมมารใหญ่สิงในร่างจะโดนมอมเหล้าได้ยังไง?

ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่พอหยกทงหลิงสังเกตไปก็เห็นว่าแก้มของหนานซื่อแดงเรื่อ ลมหายใจกระชั้นถี่ เมาครึ่งหลับครึ่งตื่น แม้ว่าจะมีสติแต่ร่างกายมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทนต่อยาได้

มีการเคลื่อนไหวที่ประตู เสียงฝีเท้าดังเคลื่อนเข้ามาช้าๆ

จ้าวเซิ่งเทียนเปิดโคมไฟ แสงอ่อนละมุนข้างเตียงก็ส่องลงบนร่างหนานซื่อ

ร่างขาวนวลเนียนราวกับหยกเนื้อดี มีสีชมพูแต่งแต้มเหมือนผลไม้สดโน้มกิ่งลงมารอให้คนเด็ด

เขาคลายเน็กไทโน้มตัวไปข้างหน้า

หยกทงหลิงร้อนใจ เขากำลังลังเลอยู่ว่าจะรีบออกไปช่วยจอมมารใหญ่ดีหรือไม่ จู่ๆ เสียงหญิงสาวก็ดังแผ่วออกมา “ไม่ต้องทำเก่ง”

หยกทงหลิงหดหัวกลับ ซ่อนอยู่ในมุมมืด นิ่งเงียบราวกับลูกเจี๊ยบ

จ้าวเซิ่งเทียนมองเหยื่อที่ล่ามาได้

เมื่อก่อนก็ใช่ว่าไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน เขาจำได้คลับคล้ายคลับคลาแต่ไม่คิดจะจดจำไว้ด้วยซ้ำ แต่วันนั้นตอนที่เขาเห็นเธอบนพรมแดง เธอช่างเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ เขาไม่คิดเลยว่าจะมีปลาน้อยลอดผ่านตาข่ายไปได้ด้วย

หลายปีมานี้เขาเห็นผู้หญิงมานักต่อนัก บางคนก็เพิ่งจะแตกเนื้อสาว บางคนสาวสะพรั่งสวยสดไปทั้งตัว  แต่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ตื่นเต้น

เธอเป็นคนสวยและมั่นใจเมื่อเห็นแวบแรกก็กำจายด้วยเสน่ห์รุนแรง แต่ความจริงแล้วใสซื่อและสดใส ราวกับสาวเซ็กซี่ที่กำลังเบ่งบานเต็มที่ รูปร่าง-ทัศนคติ-บุคลิกภาพรวมเข้าด้วยกันเหมาะเจาะ ราวกับสีสันฉูดฉาดปรากฏขึ้นในหมอก เมื่อภาพเงาชัดเจนในครรลองสายตา แค่เหลือบแวบเดียวก็ฝังรากลึกลงในหัวใจของผู้คน

 

เธอไม่เคยมีประสบการณ์ซะด้วย

จ้าวเซิ่งเทียนไม่เคยระงับความปรารถนา

เรื่องเพศระหว่างชายหญิงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เขาไม่ปิดบังที่ต้องการจะมีเซ็กส์กับเธอเลย

สำหรับผู้หญิงเขาใจกว้างมาก พรีเซ็นเตอร์งานชิ้นหนึ่งแลกกับวันไนต์สแตนด์ก็คุ้มค่าดีอยู่แล้ว

ถึงหญิงสาวจะคำนวณไม่เป็น ขอแค่ผู้จัดการส่วนตัวของเธอคำนวณเป็นก็พอ

เขาไม่รีบร้อนที่จะครอบครอง หลังจากจูบละเลียดลิ้มรสช้าๆ เขาก็สนใจที่จะชื่นชมความงามของคนที่อยู่ข้างใต้ขึ้นมาทันที

ระหว่างที่กำลังมึนเมาด้วยความสนใจ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหวานของเธอดังขึ้น “...อย่าทับ ...ฉันหายใจไม่ออก...”

บางทีแอลกอฮอล์อาจจะกำลังหมดฤทธิ์ จึงเริ่มได้สติขึ้น แต่แบบนี้สิถึงจะมัน(ส์)

จ้าวเซิ่งเทียนคิดได้ว่าเธอกำลังจะถ่ายโฆษณาให้กับทาร่า จิวเวลรี เสียงของเขาก็เบาลงแฝงด้วยความล่อลวง “ถ้าเธอทำแบบนี้ ทีมงานทาร่าคงจะไม่พอใจแน่...”

ดวงตาหญิงสาวพร่ามัว น้ำเสียงครางด้วยความเหนื่อยหอบราวกับว่าไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่เต็มใจที่จะถูกปฏิเสธ “ถ้างั้นสอนฉันสิ...”

เลือดลมเขาสูบฉีด ตื่นตัวขึ้นไปอีก จากนั้นก็เคล้าคลึงไปทั่วร่างบาง ไม่ว่าจะท่าไหนก็ตื่นเต้นเร้าใจเป็นที่สุด

หลังจากสองชั่วโมงในสมรภูมิพิศวาสที่ดุเดือดในที่สุดจ้าวเซิ่งเทียนก็ถอนตัวออก

เขาโอบกอดรอบร่างหญิงสาวไว้ ปลายนิ้วลากไล้ไปทั่วริมฝีปากแดงฉ่ำ

ไม่ได้บ้าคลั่งแบบนี้มานานแล้ว

ถึงเขาจะเสเพล แต่สำหรับผู้หญิงที่เพิ่งพบกัน เขาจะรักษาวิญญาณสุภาพบุรุษไว้ พยายามข่มใจตัวเองให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ปล่อยตัวมากเกินไป

แต่คืนนี้ทันทีที่เขาได้ครอบครองร่างร้อนแรงนี้ เขาก็คลั่งแบบฉุดไม่อยู่

ทุกครั้งที่เสร็จกิจ จ้าวเซิ่งเทียนไม่เคยค้างคืน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีความคิดจะนอนบนเตียงเดียวกันกับหญิงสาวคนนี้

สำหรับปฏิกิริยาของเธอที่ตื่นมาเจอสภาพยับเยินบนเตียง เขายินดีจะยอมรับไว้ทั้งหมดเอง

จ้าวเซิ่งเทียนกอดอีกฝ่ายจากด้านหลังอย่างพึงพอใจ วันเวลาอีกยาวนาน ความฝันยังรออยู่

ค่ำคืนที่น่าหลงใหล จ้าวเซิ่งเทียนหลับไปโดยไม่รู้ตัว แต่คนที่อยู่ในอ้อมแขนเขากลับค่อยๆ ลืมตาขึ้น

หนานซื่อพลิกตัวขึ้นครึ่งหนึ่งเท้าคางอย่างเกียจคร้าน สแกนชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจ

ทักษะใช้ได้เลยนี่

หยกทงหลิงที่แสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอดเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ มุมปากก็ชักกระตุก วิ่งไปที่ข้างเตียง

“นายหญิง เธอจริงจังเกินไปแล้ว ถึงกับเสียสละตัวเองเพื่องาน...”

หนานซื่อกระพือขนตาราวกับแพรไหม ใบหน้าแดงก่ำ อาการมัวเมาไม่จางหาย ไม่มีเค้าความเขินอายสักนิด “เปล่า ฉันแค่อยากแซ่บซั่บกับเขา” จากนั้นซุ่มเสียงก็เปลี่ยนไปเป็นเศร้าสร้อยเล็กน้อย “ฉันไม่ได้ทำแบบนี้มาเป็นหมื่นๆ ปีแล้ว ทักษะหายไปไม่น้อยเลย”

หยกทงหลิง “...”

หนานซื่อใช้ปลายนิ้วลูบไล้โครงหน้าของจ้าวเซิ่งเทียน น้ำเสียงพอใจ “ชายคนนี้พอจะเป็นทาสฉันได้”

หยกทงหลิงพูดไม่ออก ทำไมฟังดูแล้วเหมือนกำลังจะคั้นจนแห้งเลยล่ะ?

เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดจึงถามอีกประโยคหนึ่ง “คงไม่ได้เป็นทาสในความหมายแท้จริงใช่ไหม?”

หนานซื่อยิ้มหวานไม่พูดอะไรสักคำ นิ้วชี้จิ้มปลายจมูกของจ้าวเซิ่งเทียน

 

ตอนเช้ามีเสียงเคาะประตู

ผู้จัดการโรงแรมกังวลอยู่ตลอดทั้งคืนที่ไม่เห็นเจ้านายออกมา สถานการณ์แบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน เขากลัวจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

จ้าวเซิ่งเทียนที่ถูกปลุกลุกขึ้นมาไล่ผู้จัดการอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อหันกลับมาคนสวยบนเตียงก็ตื่นแล้วเหมือนกัน

ทั้งสองมองหน้ากัน

หนานซื่อรู้สึกว่าตามหลักมารยาหญิง เธอควรจะหลั่งน้ำตากับสิ่งที่เสียไปสักหน่อย

น้ำตาไหลเหมือนเปิดก๊อก ต้องขอบคุณทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมของหยวนเจินเจิน ทำให้เธอดูเหมือนหญิงสาวที่ถูกทำร้ายในละคร

จ้าวเซิ่งเทียนมองไปที่หญิงสาวที่รีบเอาผ้าห่มพันตัวเองด้วยความกลัว ในใจเกิดคลื่นประหลาดขึ้นมา

ความคิดร้ายกาจแวบขึ้น เขาก้มศีรษะจูบหน้าผากเธอ ยื่นโทรศัพท์ให้แล้วถามอย่างหน้าด้านว่า “แจ้งตำรวจไหม?”

หนานซื่อกัดริมฝีปากล่างเบาๆ กวาดสายตาเหมือนลูกแกะน้อยตื่นตระหนก

ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องใต้โต๊ะแบบนี้จริงด้วยเรอะ? งั้นพอดีเลย...

จ้าวเซิ่งเทียนขบเม้มใบหูเล็กๆ ของเธอ “ฉันมีข่าวดีและข่าวร้าย เธออยากได้ยินเรื่องไหนก่อน?”

หนานซื่อมองเขาน้ำตาคลอ

จ้าวเซิ่งเทียนยิ้มพูดว่า “ข่าวดีคือเธอตรงสเปกฉันทำเอาติดใจ ข่าวร้ายก็คือฉันไม่คิดจะปล่อยเธอไปในตอนนี้”

นิ้วเขาลูบไล้ใบหน้าหญิงสาว ไม่ว่าเธอจะต่อต้าน เขาก็หยอกล้อราวกับปีศาจเล่นทรมานจิตใจผู้คนอย่างสนุกสนาน

“ฉันเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ตราบใดที่เธอเชื่อฟัง ก็ยังสามารถมีชีวิตรักแบบปกติกับคนอื่นๆ ได้” ริมฝีปากบางของเขาเปิดออกน้ำเสียงกลายเป็นดุดัน “แต่เป็นแบบเพลโตนิคเลิฟ[1] เท่านั้นนะ”

เขาไม่ได้ขอความเห็นชอบจากอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ทึกทักว่าความเงียบคือการยินยอมโดยอัตโนมัติ

หลังจากจัดการแต่งตัวเรียบร้อยทั้งคู่ เขาก็สั่งคนไปส่งเธอ หยกทงหลิงเกือบถูกทิ้ง เมื่อจ้าวเซิ่งเทียนเห็นสุนัขเข้าก็ประหลาดใจ เพิ่งจะรู้ว่าเมื่อคืนแสดงหนังสดให้สุนัขดูด้วย

หยกทงหลิงกระดิกหางรอความอายของจ้าวเซิ่งเทียนที่จะปะทุขึ้น

คาดไม่ถึงจ้าวเซิ่งเทียนจะนั่งยองๆ ตบหัวมันอย่างชื่นชม “ลำบากแกจริงๆ นิ่งสงบจนแทบไม่เหมือนหมา เอางี้วันหลังฉันจะพาแกไปผสมพันธุ์”

หยกทงหลิงห่อเหี่ยวใจ

 

หลังจากออกจากโรงแรม

หยกทงหลิงก็เรียกข้อมูลของจ้าวเซิ่งเทียนขึ้นมาแอบเตือนหนานซื่อนิดหนึ่ง “นายหญิง ผู้ชายคนนี้เสเพลมาก ไม่เคยสนใจใคร เล่นเสร็จก็โยนทิ้ง ไม่มีใครอยู่กับเขาได้นานเกินสามเดือน”

จากข้อมูลระบุว่าจ้าวเซิ่งเทียนถูกลิขิตให้สร้างความเป็นเจ้าโลกสมบูรณ์แบบ ดังนั้นพลังทั้งหมดของเขาจึงมุ่งไปที่อาชีพการงาน ภายนอกสนุกสนานเฮฮาไปทั่ว แต่จริงๆ แล้วเป็นคนฉลาดแกมโกง สิ่งที่รักมากที่สุดในชีวิตก็คือการงานของตนเอง

หญิงสาวคนไหนที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับเขาด้วยความรัก...ก็ฝันกลางวันแล้ว

ความตั้งใจเดิมของหยกทงหลิงคือเตือนหนานซื่อ เพราะถ้าติดเล่นเกินไปจนไม่สามารถแม้แต่ไปถึงผ่านเกณฑ์ได้ คงจะอับอายขายขี้หน้าไม่น้อย

หนานซื่อเปลี่ยนท่าทางโศกเศร้ากลับมาเป็นสีหน้าปกติ ยิ้มถามว่า “ผู้ปฏิบัติภารกิจก่อนหน้าใช้เวลานานแค่ไหน?”

หยกทงหลิงกล่าวว่า “เดิมทีหยวนเจินเจินมีอายุขัยยี่สิบหกปี แต่ตราบใดที่ผู้ปฏิบัติงานเต็มใจก็สามารถยืดอายุออกไปได้ คนส่วนใหญ่ดิ้นรนได้ยี่สิบสามสิบปี บ้างก็ถึงแปดสิบปี ยิ่งอายุยืนก็ยิ่งลดความข้องใจของเจ้าร่างได้ในระดับหนึ่ง”

หนานซื่อเลิกคิ้ว “ฉันไม่มีความอดทนรอขนาดนั้น รอดูเลย ฉันจะใช้เวลาที่สั้นที่สุดเพื่อให้ได้คะแนนเต็ม”

หยกทงหลิงตอบตีสองหน้า “ใช่ๆ นายหญิงเก่งที่สุดแล้ว”

เชอะ คะแนนเต็ม? เป็นไปไม่ได้หรอก!

 

กลับมายังบริษัท

หยางเยี่ยนที่กังวลอยู่ทั้งคืน แต่หลังจากที่ได้เห็นหยวนเจินเจินกลับมาโดยสวัสดิภาพ ก้อนหินใหญ่ที่ถ่วงในใจก็ร่วงหล่นไป

แม้ว่าวงการบันเทิงจะมีกฎแฝงอยู่มากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หยวนเจินเจินถูกส่งไปที่เตียงอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าหญิงสาวจะดูซื่อๆ แต่ก็อารมณ์อ่อนไหว นำไปสู่การแตกสลายทางอารมณ์ได้ง่ายเนื่องจากความเครียด

หยางเยี่ยนคิดว่าตราบใดที่หยวนเจินเจินไม่รังเกียจ แม้ว่าจะอยู่กับจ้าวเซิ่งเทียนแค่สองสามวัน แรงสนับสนุนที่จะได้มาก็เพียงพอที่จะทำให้ดังเป็นพลุแตกได้ทั้งปี

อาจเป็นเพราะรู้สึกผิดนิดๆ หยางเยี่ยนจึงงดตารางงานที่ยุ่งเหยิง ปล่อยให้หยวนเจินเจินได้พักผ่อนเต็มที่

แม้ว่างานอื่นๆ จะถูกเลื่อน แต่โปรเจกต์ทาร่ายังทำงานกันต่อ

การถ่ายทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ผลิตภัณฑ์ชิ้นสุดท้ายก็ได้ภาพที่สวยตรึงใจ

ช่างภาพถึงกับถอนหายใจด้วยความพอใจ หยวนเจินเจินออร่าดี รูปร่างหน้าตาดี เมื่อประกอบกันแล้วก็ได้ความเป็นไฮเอนด์ ซึ่งเหมาะกับตำแหน่งพรีเซ็นต์เตอร์แบรนด์ชั้นสูงมาก

เมื่อโฆษณาสื่อต่างๆ ของทาร่าออกฉายอย่างเป็นทางการ พวกเนติเซนที่รอดูเรื่องตลกก็พูดไม่ออก ความจริงบอกว่าการเลือกใช้คนของแบรนด์ไม่ผิดเลย

หยวนเจินเจินนักแสดงระดับสามที่เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวก็เปลี่ยนไปกลายเป็นตัวแทนของความหรูหราทางแฟชั่น ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่พวกแอนตี้แฟนคลับไร้สมองก็ยังเอาเฟกนิวส์ออกมาแฉไม่หยุด

แต่คนอย่างหนานซื่อไม่สนใจเสียงนกเสียงกาหรอก ไม่ว่าจะสรรหาคำพูดมืดดำแค่ไหนก็ไม่มีอิทธิพลใดๆ กับเธอเลย

 

จ้าวเซิ่งเทียนนัดพบหยวนเจินเจินบ่อยขึ้น

หนานซื่อเองก็มีความสุขมากที่วิญญาณชั้นต่ำมีความปรารถนาแรงกล้าเช่นนี้

สนุกจริง มิน่าล่ะพวกมดปลวกที่บำเพ็ญตบะมายาวนานถึงชอบเข้าสู่ระบบเวียนว่ายตายเกิด ที่แท้ก็เพราะเรื่องที่ทำมีความสุขเพลิดเพลินแบบนี้นี่เอง

เพียงแต่ว่าเธอไม่ได้ทำเรื่องนี้มานาน เพราะกลัวว่าคนอื่นจะจับได้ งานนี้เลยแกล้งทำเป็นกระต่ายน้อยที่ถูกบังคับทุกครั้ง ปล่อยให้จ้าวเซิ่งเทียนปรนเปรออย่างถึงใจ

ผู้ชายคนนี้แปลกมาก

ตอนแรกเขาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าไม่เก็บซ่อน เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับมีความรู้สึกผิดที่บังคับให้เธอคล้อยตาม

การเห็นคำว่าสงสารในสายตาของเขา แสดงให้เห็นว่าเธอมีโอกาสที่จะใช้ประโยชน์

หลังจากอาบน้ำด้วยกัน ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางออกมา

ภาพในโทรทัศน์เป็นช่วงข่าวบันเทิงพอดี

 

 

[1] เพลโตนิคเลิฟ (Platonic love) หรือรักบริสุทธิ์ เป็นคำนิยามของความสัมพันธ์ที่ไม่มีเรื่องทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง รักแบบเพื่อนสนิทน่าจะใกล้เคียงสุดหรือไม่ก็แนวพี่น้อง

 

ไม่คิดจะจมปลักในความสัมพันธ์

‘ภูเขาจันทรา...Mountain Moon’

ซีรีส์เรื่องนี้กำลังจะเริ่มถ่ายทำ ผู้กำกับเข้าร่วมงานแถลงข่าวพร้อมกับเหล่านักแสดงนำ

บนหน้าจอหลินเฉินดูสวยและมีเสน่ห์ ยืนอยู่ข้างๆ ก็คือหานเยี่ยนที่กำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้

ผู้กำกับชื่อดังและทีมโปรดักชันใหญ่ ซีรีส์เรื่องนี้ยังไม่ทันได้ออกอากาศก็ดังเป็นพลุแตกแล้ว

จ้าวเซิ่งเทียนปัดผมเปียกบนหัวไหล่บางออก จูบบนใบหน้าบอบบาง

หลังจากเขาจุดไฟ หนานซื่อก็ยังคงดูโทรทัศน์ด้วยความตั้งใจ

จ้าวเซิ่งเทียนทั้งหิวและกระหายถามเสียงแหบพร่าว่า “มีอะไรเหรอ?”

หนานซื่อชี้ไปที่โทรทัศน์ “ฉันอยากแสดงเรื่องนี้”

ไม่ใช่ว่าจ้าวเซิ่งเทียนไม่เคยสนับสนุนนักแสดงหญิง

แต่โดยทั่วไปแล้วเขาไม่ต้องการเสียเวลากับเรื่องนี้มากเกินไป เพียงแค่คิดถึงก็โยนผลประโยชน์ออกไปให้บ้างเล็กน้อยเท่านั้น

เขาไม่ชอบเวลามีคนมาขออะไรจากตัวเอง

หยกทงหลิงอยากเตือนหนานซื่อให้ระวังว่าความรู้สึกดีของจ้าวเซิ่งเทียนลดลง แต่จอมมารไม่สนใจอะไรเลย เขาจำใจกลืนคำพูดกลับไป

สิ่งที่หยกทงหลิงไม่คิดฝันก็คือวันที่สองหลังจากที่หนานซื่อบอกว่าอยากเล่นละครเรื่องภูเขาจันทรา สัญญาการแสดงก็ถูกส่งมา แถมยังเป็นบทนางเอกอีกด้วย

หยางเยี่ยนดีใจจนเนื้อเต้นยิ้มปากจะฉีก สายตาที่มองหยวนเจินเจินเหมือนกับกำลังดูต้นไม้เงินต้นไม้ทอง

ซีรีส์กำลังจะเริ่มถ่ายทำ อีกทั้งยังมีนักแสดงแนวหน้าเข้าร่วม พอหยวนเจินเจินบอกว่าอยากได้ก็ส่งมาให้ถึงมือ นับวันกลยุทธ์ของหยวนเจินเจินชักจะแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ประธานน้อยจ้าวโทรมาบอกว่ากำลังจะเดินทางไปทำธุรกิจ ให้เธอดูแลตัวเองให้ดี”

หนานซื่อพยักหน้าเฉยๆ ดูไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “ช่วงนี้ฉันต้องตั้งใจศึกษาบท เรื่องไหนที่บอกปัดได้ก็บอกปัดไปเลยนะ”

หยางเยี่ยนไม่ขัดอะไรหลังจากตอบตกลง จู่ๆ ก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ถามออกไปอย่างลังเล “เจินเจิน แม่เธอกลับมาจากพักผ่อนแล้ว อย่าลืมโทรไปทักทายล่ะ”

อันที่จริงไม่จำเป็นที่หยางเยี่ยนต้องเตือนเรื่องแบบนี้

แม่ลูกหยวนสนิทสนมกันดี มิหนำซ้ำหยวนเจินเจินยังเป็นลูกกตัญญู เชื่อฟังแม่หมดทุกเรื่อง ช่วยแม่จ่ายหนี้พนันให้ได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา กล่าวได้ว่าแม่คือชีวิตของหยวนเจินเจินเลยทีเดียว

แต่หยวนเฟิ่งเหม่ยดูเหมือนจะไม่ได้รักลูกสาวอะไรมากมาย

ตอนที่หยวนเจินเจินอยู่ในสภาพย่ำแย่เพิ่งเข้าสถานบำบัด หยวนเฟิ่งเหม่ยก็ไม่สนใจเดินทางไปท่องเที่ยวในยุโรป เที่ยวมากว่าครึ่งปีในที่สุดก็คิดกลับบ้านสักที

หนานซื่อตอบรับแบบขอไปที จากนั้นก็ลืมไปสนิท

ตอนที่หยวนเฟิ่งเหม่ยเปิดประตูบ้านเข้ามา หนานซื่อกำลังนั่งอ่านสคริปต์และแกล้งลูกหมาไปด้วย

หยวนเฟิ่งเหม่ยกวาดมองรอบบ้านก็พบว่าเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดถูกเปลี่ยนใหม่ ของที่ลูกสาวใช้ก็แพงที่สุดและดีที่สุด เธอถามด้วยความประหลาดใจ “ไปเอาของมาจากไหน?”

หนานซื่อตอบด้วยความใจเย็น “ก็ซื้อมาด้วยเงินไง”

หยวนเฟิ่งเหม่ยตะลึง “ได้เงินมาจากไหน? เงินอยู่ในบัญชีฉันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อก่อนเงินเดือนของหยวนเจินเจินจะฝากเข้าบัญชีของหยวนเฟิ่งเหม่ยอัตโนมัติ โดยเหลือไว้เพียงค่าใช้จ่ายพื้นฐานเท่านั้น หลังจากที่หนานซื่อเข้าสวมร่างก็ยกเลิกทั้งหมด เปิดบัญชีใหม่ไม่ได้ส่งเงินสักหยวนให้กับหยวนเฟิ่งเหม่ยอีก

หยวนเฟิ่งเหม่ยหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาตรวจสอบบัญชีก็เกิดความไม่พอใจ เก็บกดอารมณ์เอ่ยเกลี้ยกล่อม “เจินเจิน แม่ดูแลการเงินให้ลูกมาตลอด เรื่องบัญชีใช้จ่ายซับซ้อนมาก แม่กลัวว่าลูกจะไม่มีเวลาน่ะ”

หนานซื่อนั่งพิงบนโซฟา เสียงหวานพลิ้วพลางยิ้ม “แม่ไม่ต้องห่วง ฉันทำเองได้”

หยวนเฟิ่งเหม่ยหงุดหงิดขึ้นทันที “แม่บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้! เห็นหยางเยี่ยนบอกว่าช่วงนี้ลูกเพิ่งรับโฆษณาชิ้นใหญ่ รายได้ไม่ใช่น้อยๆ แน่ โอนเข้าบัญชีแม่ซะ จะได้ไม่จับจ่ายสิ้นเปลือง”

หนานซื่อปฏิเสธ

หยวนเฟิ่งเหม่ยกระทืบเท้า “ลูกกล้าขัดใจแม่เรอะ!”

หนานซื่อถามขึ้นอย่างกะทันหัน “แม่ เงินที่เมื่อก่อนฉัน ‘ฝาก’ ไว้ล่ะอยู่ที่ไหน?”

พอหยวนเฟิ่งเหม่ยได้ยินประโยคนี้ก็มีท่าทางลุกลี้ลุกลน แกล้งทำเสียงดังขึ้น “ก็เคยบอกไว้แล้วนี่ เงินของลูก แม่ก็เก็บเอาไว้ในบัญชีอย่างดีนั่นแหละ”

หนานซื่อแอบหัวเราะเยาะเย้ยอยู่ในใจพลางเค้นเสียงขึ้นจมูก

หยวนเฟิ่งเหม่ยแกล้งเลื่อนหน้าแอปพลิเคชันไปมาก็หาอะไรไม่เจอ ในใจเริ่มอึดอัด ยิ่งเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ให้ทางถอยเหมือนแต่ก่อน ก็รู้สึกไม่สบายใจและสับสนมากขึ้น บังคับตัวเองให้เกลี้ยกล่อมมากขึ้น

แม้ว่าจะใช้เงินหมดแล้ว แต่ตราบใดที่หยวนเจินเจินหาเงินได้มากขึ้นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต หากถูกถามอีกก็คิดคำตอบเอาไว้แล้วหลายชั้น ไม่พลาดแน่

อย่างไรซะเธอเป็นแม่ของหยวนเจินเจิน ลูกสาวหาเงินให้แม่ใช้ก็เป็นเรื่องปกติ

หยวนเฟิ่งเหม่ยเปลี่ยนหัวข้อเริ่มบ่นเรื่องอื่นยาวยืด

หนานซื่อก้มลงทาเล็บสบายๆ คำพูดของหยวนเฟิ่งเหม่ยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่อยากฟังสักนิดเดียว

น่ารำคาญ

ทั่วทั้งฟ้าดินไม่เคยมีใครกล้าชี้นิ้วเบื้องหน้าจอมมารหนานซื่อ ยัยแก่นี่เป็นใครอยากตายนักใช่ไหม?

หยกทงหลิงพลิกตัวกลับจากจิตสังหารรุนแรงเพราะกลัวว่าหนานซื่อจะฆ่าหยวนเฟิ่งเหม่ย วูบเดียวก็คิดได้ว่าพลังของหนานซื่อถูกผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่สามารถร่ายเวทในสามพันโลกได้ เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ยาทาเล็บสีแดงสดทำให้มือขาวขึ้น หยกทงหลิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจคนสวยแม้แต่เล็บก็สวย ทาเล็บเสร็จแล้ว หนานซื่อก็หมดความอดทนพอดี พูดแทรกหยวนเฟิ่งเหม่ยอย่างไม่แยแสชี้ไปทางประตู “ฉันเหนื่อยอยากนอนแล้ว”

หยวนเฟิ่งเหม่ยผงะเพราะไม่เคยถูกลูกสาวปฏิเสธแบบนี้มาก่อน ใบหน้าหูคอแดงก่ำขึ้นทันที “เจินเจิน พูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไง?!”

หนานซื่อขี้เกียจจะไม่สนใจ ก้มหน้าเป่าเล็บถามด้วยรอยยิ้มไม่เชิงยิ้ม “แล้วต้องพูดยังไงแม่สอนสิ”

หนานซื่อไม่อยากสานสายสัมพันธ์รักแม่ลูกกับหยวนเฟิ่งเหม่ย แม้ว่าโลกพิภพระดับล่างจะเทียบกับสิบพิภพไม่ได้ แต่ก็เป็นสิ่งแปลกใหม่ดี เธอพร้อมจะสนุกเต็มที่ แต่ไม่เคยคิดที่จะจมปลักในความสัมพันธ์ทางศีลธรรมดีงามใดๆ

หยวนเฟิ่งเหม่ยคิดจะพูดเรื่องความลำบากตรากตรำในการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวให้หยวนเจินเจินสงสาร ไม่ว่าจะต่อต้านแค่ไหน เมื่อไรที่หยวนเจินเจินได้ฟังเรื่องนี้ก็จะอ่อนลงทันที

ทันทีที่กำลังจะเปิดปากพูดก็เห็นสายตาของหนานซื่อ

นัยน์ตาสื่อว่า ‘ทำไมยังไม่ไปอีก?’

หยวนเฟิ่งเหม่ยถลึงตาคว้ากระเป๋าถือสะบัดหน้าเดินออกจากประตูไป

หนานซื่อโทรลงไปที่ฝ่ายทรัพย์สิน “ฉันต้องการเปลี่ยนเป็นประตูล็อกไฟฟ้า แล้วก็ต่อไปไม่ว่าใครมาหาฉัน ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็ห้ามปล่อยเข้ามา"

 

จ้าวเซิ่งเทียนรู้สึกไปเองว่าไม่ได้ติดต่อกับหยวนเจินเจินมานาน

ทั้งที่จริงเวลาเพิ่งผ่านมาสิบวันเท่านั้น แต่กลับรู้สึกเหมือนจากกันหลายเดือน

คิดถึงภาพร่างนุ่มนิ่มถูกกดบนเตียงบังคับให้ยอมจำนน ส่ายหน้าไปมาด้วยอารมณ์เร้าร่อนแฝงความดื้อรั้นไม่เต็มใจ

ตลอดสิบวันที่ผ่านมาเขาไม่สนใจที่จะมีเซ็กส์กับผู้หญิงคนอื่น

เธอไม่ควรพูดแบบนั้นกับเขา ผู้หญิงคนก่อนที่ขอแบบนั้นก็มีแต่เสียกับเสีย สุดท้ายเขาเบื่อหน่ายต้องโยนทิ้ง

ที่จริงเขาไม่ต้องการแย่งบทละครเรื่องนั้นให้เลยสักนิด

แต่เขาไม่เพียงแค่คว้ามาเท่านั้น ยังเอาบทนางเอกมอบให้เธอกับมืออีกด้วย

จ้าวเซิ่งเทียนลูบขมับ มุมปากยืดเป็นเส้นตรงนึกถึงบางเรื่องได้ โทรศัพท์หาผู้กำกับหยวนด้วยตัวเอง

วันนี้เป็นวันแรกของการถ่ายทำละครเรื่องภูเขาจันทรา

ผู้ช่วยเตือนเป็นพิเศษตามคำสั่ง

ทักทายกันเรียบร้อย จ้าวเซิ่งเทียนก็ขอให้เขาดูแลหยวนเจินเจินให้ด้วย

เมื่อผู้กำกับหยวนได้รับโทรศัพท์ก็รู้สึกประหลาดใจมาก คุณจ้าวที่ปกติจะใช้รูจมูกเพื่อดูผู้คน ไม่ด่าก็ถือว่าโชคดีแล้ว แต่วันนี้กลับใช้น้ำเสียงสุภาพพูดคุยกับคนที่ไม่สำคัญอย่างพวกเขาเหรอ?

เขารับปากติดกันหลายครั้ง

เพิ่งจะวางสาย จ้าวเซิ่งเทียนก็เริ่มหงุดหงิด

เยอะล่ะ แย่งแล้วก็แย่งไปสิ ไม่จำเป็นที่เขาต้องสั่งให้คนดูแลหยวนเจินเจินเป็นพิเศษสักหน่อย

จ้าวเซิ่งเทียนขมวดคิ้วแน่นขึ้น

ข้อความที่เขียนเอาไว้ยาวเหยียด ค่อยๆ ถูกลบออกทีละตัว...ละตัว

ช่างเถอะ ปล่อยให้เธออดต่อไปอีกสักสองสามวัน

 

อีกด้านหนึ่งของกองถ่ายซีรีส์ภูเขาจันทรา

คนทั้งกองถูกกรมอุตุนิยมวิทยาหลอกไหนบอกว่าวันนี้แดดดี นี่ขนาดเที่ยงก็ยังมืดครึ้มไปหมด

ไม่ใช่ว่าท้องฟ้าอึมครึมแล้วถ่ายทำไม่ได้ แต่มนุษย์มักมองเห็นแต่ภายนอก เมฆหนาทึบแบบนี้ให้ความรู้สึกโชคร้าย

หลินเฉินที่ถูกถีบกลายเป็นนางรองมาช้าไปถึงสองชั่วโมง ทุกคนต้องมานั่งแกร่วรอในบรรยากาศแบบนี้ เห็นชัดว่าเธอทำเป็นประจำจนไม่รู้สึกผิดอะไร กลับพูดสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ขอโทษ” ไม่มีแม้แต่คำอธิบาย พุ่งตัวตรงไปยังห้องแต่งตัวทันที

หลินเฉินเป็นคนที่นักลงทุนแนะนำมา ผู้กำกับหยวนเห็นว่าบุคลิกดีและทักษะการแสดงใช้ได้ก็ให้รับบทไป

ช่างแต่งหน้าต้องใช้เวลาในการแต่งหน้าให้กับหลินเฉินมากกว่าปกติ ใบหน้าเธอมีจุดบกพร่องชัดเจน ผิวหยาบกร้านแห้ง จุดฝ้ากระมีทั่ว ปกติรอยพวกนี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ปัญหาเหล่านี้จะขยายใหญ่เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้อง

ช่างแต่งหน้ามีประสบการณ์มากสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ดีเยี่ยม งัดฝีมือเต็มที่เพื่อทำให้ใบหน้าของหลินเฉินสมบูรณ์แบบและปกปิดข้อบกพร่องที่อาจเปิดเผยเมื่ออยู่หน้ากล้อง

หลินเฉินกลับเร่งยิกๆ คิดว่าช่างแต่งหน้าไม่ได้เรื่อง ไม่เคยคิดว่าปัญหามาจากตัวเองเลย

วันนี้เธอต้องเปิดตัวสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าหน้าไหนก็เทียบไม่ได้

 

ซีรีส์ฟอร์มยักษ์

จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว

หลินเฉินเพิ่งจะรู้ว่าซีรีส์เปลี่ยนตัวนางเอกซึ่งไม่สมเหตุสมผลเลย ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นก็คือถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนมาปล้นบทเธอไป ทีมงานบอกว่าจะได้รู้เมื่อถ่ายทำโปสเตอร์ใหม่สำหรับซีรีส์ในวันนี้

ครู่เดียวผู้กำกับหยวนก็เข้ามา

หลินเฉินรีบยืนขึ้นยิ้มแย้มทักทาย ตอนแรกคิดว่าผู้ช่วยผู้กำกับจะเป็นคนดูแลฉากของวันนี้ ไม่คาดคิดว่าผู้กำกับหยวมาที่นี่ด้วยเช่นกัน

แม้ว่าบทจะถูกคนอื่นแย่งไป แต่ผู้กำกับหยวนอยู่ในแวดวงมาหลายปี มีคนรู้จักไม่น้อยซึ่งควรค่าแก่การให้ความเอาใจใส่

หลังจากทักทายกันครู่หนึ่งผู้กำกับหยวนก็เข้าประเด็น “เสี่ยวหลินบทของวันนี้เธอน่าจะคุ้นเคยดีที่สุด วันนี้เป็นฉากแรกของนางเอก เดี๋ยวเธอช่วยสอนนางเอกใหม่ด้วยนะ” พูดจบเขาก็โบกมือเรียก “เจินเจินทางนี้”

ไม่ไกลนัก ทีมงานหลายคนกำลังล้อมหน้าล้อมหลังสาวสวย พอได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอก็ยิ้ม ดวงตากวาดมองไปที่หลินเฉิน รอยยิ้มบนใบหน้าชัดเจนขึ้น “สวัสดีหลินเฉิน”

หลินเฉินทั้งตกใจทั้งโมโห เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าหยวนเจินเจินที่ด้อยกว่าทุกทางจะมีความสามารถเหยียบข้ามหัวไปได้ นังสารเลว กล้าดีมาแย่งบทของฉันได้ยังไง!

นี่เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเอาชนะคนอื่น การถ่ายทำกำลังจะเริ่มแล้วแท้ๆ จู่ๆ หยวนเจินเจินที่ไม่โดดเด่นก็กระโดดทีเดียวขึ้นบัลลังก์ คว้าบทไปได้

ถ้าหัวใจไม่เข้มแข็งคงหัวใจวายตายไปแล้ว

หลินเฉินกัดฟันกรอดถลึงตามองหยวนเจินเจินอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขาดอีกขั้นคือพุ่งมาข้างหน้าแล้วตบ

ปกติผู้กำกับหยวนไม่ยุ่งเรื่องชิงดีชิงเด่นของนักแสดงสาว แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของจ้าวเซิ่งเทียนก็ต้องทำหน้าเมื่อยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายลง

หนานซื่อชี้ไปที่การเมคอัปบนใบหน้าของหลินเฉินพร้อมกับรอยยิ้ม “ช่วยแต่งให้ฉันเหมือนเธอหน่อย”

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ช่างแต่งหน้าก็อุทานอย่างตื่นเต้น แต่งหน้าแบบเดียวกันให้กับอีกคน ทำไมถึงแตกต่างกันมากถึงขนาดนี้? นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่านับตั้งแต่เป็นเมคอัปอาร์ทิสมาวันนี้ใช้เวลาสั้นที่สุด ดูผิวพรรณนี่สิ ดูใบหน้านี่สิ ปัดไม่กี่ครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะได้ผลลัพธ์สมบูรณ์แบบ

เพื่อให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่นผู้กำกับหยวนขอให้เฉินหลินแสดงให้ดูครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ให้หยวนเจินเจินถ่ายทอดอารมณ์ตามออกมา

หนานซื่อไม่คัดค้านนั่งลงรออย่างสบายๆ พูดเสียงเบาว่า “หลินเฉินไม่ต้องกังวลนะ ฉันคงไม่เก่งเท่าเธอหรอก”

หลินเฉินกลอกตา

แม้ว่าบทจะถูกแย่งไป แต่ก็ต้องรักษาหน้าเอาไว้

หลินเฉินคิดจะใช้ทักษะการแสดงของตนเองเพื่อทำให้หยวนเจินเจินขายหน้าและเพื่อให้ทีมงานเห็นว่าทักษะการแสดงแตกต่างกันยังไง?

เมื่อแสดงจบก็พยายามหาร่องรอยการหลบเลี่ยงจากใบหน้าหยวนเจินเจิน แต่ก็ไม่พบอะไรเลย หนานซื่ออุ้มน้องหมากำลังเพลิดเพลินกับการดูแลของผู้ช่วย

หยกทงหลิงถามอย่างกังวลว่า “นายหญิงแสดงได้ไหมนั่น?”

หนานซื่อกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “อย่ากะพริบตาหมาของนายซะล่ะ เบิกตาให้กว้างๆ”

ผู้กำกับหยวนที่อยู่ข้างหน้าตะโกน “เจินเจินถึงตาเธอแล้ว”

หนานซื่อพยักหน้า

‘ภูเขาจันทรา’ เป็นซีรีส์แนวเทพเซียนที่เล่าถึงเรื่องราวเซียนโบราณชื่อจูอวี๋ที่มาบนโลกมนุษย์ผ่านความรักแบบมรรตัยและในที่สุดก็รู้แจ้ง ผู้เขียนบทเป็นบรรณาธิการที่มีชื่อเสียงซึ่งเคยเขียนละครยอดนิยมหลายเรื่อง และซีรีส์เรื่องนี้ก็ดัดแปลงมาจากผลงานที่ได้รับความนิยมมากในจิ้นเจียงเหวินเสเฉิงอย่างยากลำบาก

หนานซื่ออ่านบทมาก่อน รู้สึกว่าใช้ได้ น่าดูกว่าซีรีส์เกาหลีอีก

พอจับอารมณ์ได้ก็ลุกขึ้นยืน ชุดสีขาวพลิ้วไหวไปมา การเยื้องย่างแผ่วเบา ทำเอาทุกคนแทบจะกลั้นหายใจในเวลาเดียวกัน

ที่มหัศจรรย์ก็คือขณะที่หนานซื่อเดินผ่าน ท้องฟ้าที่มืดครึ้มแต่เดิมก็สว่างจ้า ดวงตะวันทอแสงผ่านช่องเขาไกล เธอยิ้มหวานย่างกรายไปอย่างสง่างาม ฉากนี้สร้างความตกตะลึง ศักดิ์สิทธิ์และสูงส่ง ราวกับมีเวทมนตร์ชะล้างความทุกข์ยากในโลกได้

หยวนเจินเจินสวยได้ขนาดนี้เชียวหรือ

ทุกคนปากอ้าตาค้าง ในที่สุดผู้กำกับหยวนก็รู้สึกตัวทันเวลา เขาตบกระดานส่งสัญญาณให้ทุกคนอยู่ในตำแหน่ง

ห้านาทีต่อมา

ผู้กำกับหยวนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

ตอนแรกเขารู้สึกกังวลอย่างมากว่าหยวนเจินเจินที่ใช้เส้นสายจะทำให้ละครเละเทะไม่เหลือดี เขาไม่พอใจที่จ้าวเซิ่งเทียนสนับสนุนคนไม่ดูตาม้าตาเรือ

แต่ตอนนี้เขาอยากจะกัดลิ้นตัวเอง คุกเข่าลงขอบคุณจ้าวเซิ่งเทียนที่ประทานเทพธิดามาให้

ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักแสดงธรรมดาคนหนึ่งที่จะแสดงได้ดีแค่ตั้งใจทำงาน แต่นักแสดงที่มีใบหน้าสวยหมดจดจะต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ เพราะผู้ชมมักจะถูกหน้าตาที่น่าหลงใหลดึงดูดและมองข้ามทักษะการแสดงไป

เห็นได้ชัดว่าสำหรับหยวนเจินเจินไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้

เมื่ออยู่หน้ากล้องนี่คือดาราหญิงเฉิดฉาย เมื่ออยู่ในจอก็จะเป็นนักแสดงหญิงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งหมดที่เธอต้องทำก็คือยืนอยู่หน้ากล้องแบบสบายๆ ได้รับเสียงชื่นชมจากทุกคนโดยไม่รู้จักเหนื่อย

แม้แต่หลินเฉินก็ตกใจจนพูดไม่ออก

เมื่อคนมีพรสวรรค์จริงจังขึ้นมา แม้แต่เส้นผมก็แสดงให้เห็นถึงทักษะการเคลื่อนไหวที่คนธรรมดาไม่สามารถเทียบได้

ในเวลานี้ทุกคนก็จำได้ว่าหยวนเจินเจินเคยได้รับรางวัลราชินีจอเงินตอนอายุสิบเจ็ดปี ถูกสื่อใหญ่ขนานนามว่าเป็นนักแสดงอัจฉริยะ เพียงแต่ช่วงหลายปีมานี้ไม่ได้มีผลงานอะไรมากนัก มีแต่ข่าวฉาวเรื่องซุบซิบที่โหมกระพือเกินจริงเป็นระยะเพื่อไม่ให้คนลืมชื่อ ทำให้ทุกคนลืมไปว่าเธอเป็นนักแสดงตัวจริง

ผู้กำกับหยวนมีความสุขมาก แทบจะวิ่งเข้าไปประคบประหงมหยวนเจินเจินเหมือนไข่ในหิน

ไม่ไกลนัก พระเอกละครที่เพิ่งมาถึงก็สนุกกับประชันกันแบบถึงลูกถึงคนนี้

แว่นกันแดดทรงกว้างปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา เงาปกปิดโครงร่างแข็งกระด้างและสายตาที่ติดตามหยวนเจินเจินไว้ด้วย

ผู้ช่วยวิ่งเข้ามากางร่มให้

ชายหนุ่มกล่าวเสียงเย็นชา “เก่งดีนี่”

ผู้ช่วยยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นพระเอกเดินไปยังฝูงคนที่อยู่ด้านหน้าแล้ว

อุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังซบเซา คนใหญ่คนโตในแวดวงก็หันไปรุมทึ้งทางโทรทัศน์ ในฐานะซีรีส์เรื่องแรกของหานเยี่ยน ภูเขาจันทราจึงได้รับการคาดหวังอย่างมาก

ผู้กำกับหยวนกำลังอธิบายฉากให้หานเยี่ยนฟัง

หนานซื่อเข้ามาถามว่า “ผู้กำกับมีอะไรรึเปล่า?”

หานเยี่ยนหันมามองไปที่หยวนเจินเจินก็ขมวดคิ้ว

ผู้กำกับหยวนยิ้มถือโอกาสถอยออกไป

หานเยี่ยนจ้องมองมาด้วยสายตาลึกล้ำราวกับหิมะเย็นยะเยือก “หยวนเจินเจินยังสร้างปัญหาไม่พอหรือไง?”

เรื่องแรกก็เหตุการณ์ที่สนามบิน ไม่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายระวังแค่ไหนเพราะคิดว่าเธอเปลี่ยนไปจริงๆ แต่คิดไม่ถึงว่ายังโดนเข้าจนกลายเป็นเรื่องใหญ่

ที่จริงคิดว่าการโดนด่าแบบนั้นก็น่าจะทำให้มองหาเป้าหมายใหม่ แต่ดูเหมือนสุดท้ายก็ยังหน้าด้านมายืนตรงหน้าอีก

แย่งบทนางเอกเพื่อแสดงคู่กับเขา

หานเยี่ยนปวดหัว

เขาไม่มีปัญหากับการที่คนมารุมรักรอบตัว แต่เธอเป็นคนเดียวที่คลั่งรักขนาดนี้

หนานซื่อไม่ชอบให้ใครมองตัวเองเช่นนี้

เธอไม่สนใจหานเยี่ยน แต่ความทรงจำของเจ้าร่างก็อดไม่ได้ที่จะสนใจ แม้ว่าจะไม่มีผลใดๆ แต่ก็ยังมีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เล็กน้อยในตอนนี้

หนานซื่อถอนหายใจคิดว่าหยวนเจินเจินไม่ได้เรื่องจริงๆ ใบหน้าเงยขึ้นมองไปที่หานเยี่ยนอย่างแน่วแน่พูดว่า “นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ฉันกำลังสร้างปัญหาเพื่อนาย? สำคัญตัวผิดไปมั้ง?”

จากนั้นก็ยกขาขึ้นเหยียบเท้าของหานเยี่ยนอย่างแรงพูดทิ้งท้ายประโยคหนึ่ง “ถ้านายไม่ต้องการที่จะแสดงก็ถอนตัวไปซะ เพราะไม่สำคัญว่าใครจะเป็นพระเอก แต่นางเอกเรื่องนี้จะต้องเป็นฉันเท่านั้น”

หญิงสาวเดินทิ้งช่วงไปแล้ว หานเยี่ยนถึงได้รู้สึกตัวก้มมองรอยเท้าที่ด้านบน

พอสติตอบสนองก็รู้สึกเจ็บปวดตงิดๆ แต่เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดทางร่างกาย คำพูดที่เธอทิ้งไว้เหมือนกับการตบหัวใจเขาสองฉาด จนโงหัวไม่ขึ้น

ผู้ช่วยยื่นน้ำให้ ไม่ได้เห็นฉากเมื่อครู่ รู้เพียงว่าหยวนเจินเจินอยู่ในกองถ่ายด้วย อดไม่ได้ที่จะถามอย่างเป็นห่วง “พี่หาน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มาตอแยพี่ใช่ไหม?”

หานเยี่ยนเปิดฝาขวดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย ยกดื่มรวดเดียวหมด

ต้องบอกว่าการแสดงเป็นตัวกรองนักแสดงที่ดี ตราบใดที่ดีพอก็จะปกปิดข้อบกพร่องทั้งหมด

เป็นเพราะภาพลักษณ์ของหยวนเจินเจินไม่ดี ซ้ำยังแย่งบทไปกะทันหัน ทีมงานเลยตั้งแง่เอาไว้ แต่หลายวันที่ทำงานด้วยกัน เวลานางเอกเข้าฉากทุกคนก็จะวิ่งมาแอบดูและชื่นชมไปด้วย

เกิดมามีพรสวรรค์ด้านการแสดงก็เท่ากับเป็นการโจมตีแบบลดมิติสำหรับนักแสดงคนอื่น พอผู้กำกับหยวนคุยกับผู้คนแล้วพูดเกี่ยวกับหยวนเจินเจินก็ต้องถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า นักแสดงที่เล่นกับหยวนเจินเจินเสียเปรียบทุกประตู พวกเธอถูกบีบให้เหมือนเป็นไม้ประดับไปเลย

เนื่องจากฝีมือการแสดงของหยวนเจินเจิน แม้แต่หยกทงหลิงก็กลายเป็นที่ชื่นชอบของทีมงาน

หยกทงหลิงรู้สึกว่าขนตัวเองถูกลูบจนหลุดร่วงหมดแล้ว เมื่อเขานอนบนตักหนานซื่อกลิ่นกายที่หอมหวานก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดดม

เมื่อเขากวาดมองก็จะเห็นว่าค่าความชื่นชอบบนศีรษะของทุกคน โดยทั่วไปยังอยู่ในระดับปกติ บางครั้งมีค่านิยมสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความประทับใจในฝีมือการแสดงของหนานซื่อ

 

เรื่องความรักครึ่งหนึ่งคือการอยากเอาชนะ

หยกทงหลิงถามด้วยความสงสัย

“ทำไมนายหญิงถึงแสดงได้ดีขนาดนี้ ฉันเห็นทุกคนน้ำตาคลอเบ้า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าเจ้าสิบพิภพก็เป็นดาราเจ้าบทบาทด้วย”

หนานซื่อแปรงขนสุนัขด้วยท่าทางสบายอารมณ์เผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ “ฉันต้องออกแรงอะไรที่ไหน ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติเท่านั้น โชคดีที่มีจิตวิญญาณฉันคุ้มร่าง แล้วจะไม่สามารถแสดงศักยภาพเต็มที่ได้อย่างไร”

จุก... หยกทงหลิงพูดไม่ออก คำอธิบายนี้แรงชัดเต็มพิกัด

อาจเป็นเพราะวันๆ อยู่แต่ในกองถ่ายที่น่าเบื่อจำเจ หนานซื่อเริ่มรู้สึกเอื่อยเฉื่อยขึ้นมา ในอดีตโดยปกติเมื่อเกิดอาการเบื่อก็จะไปวิ่งเล่นในพิภพระดับกลางสองสามแห่งในสิบพิภพ ประลองยุทธ์-ฆ่าคน เวลาก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้กลับติดแหง็กอยู่กับที่ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้

เมื่อรู้สึกถึงอารมณ์นิ่งเงียบของหนานซื่อ หยกทงหลิงก็ทำตัวน่ารักทันที ไม่กล้าขยับเขยื้อน

อันที่จริงถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเรา จอมมารใหญ่ก็น่าสงสารเช่นกัน ถ้าไม่ใช่พวกเทพเซียนทั้งหลายกลัวพลังของหนานซื่อละก็ เธอคงไม่หลงกลถูกขังอยู่ในระบบเวียนว่ายตายเกิด หยกทงหลิงทำใจกล้าแลบลิ้นออกมาเลียมือขาวนวลถามว่า “นายหญิงถ้าสามารถออกไปจากที่นี่ได้ในวันหนึ่ง ต้องการทำอะไรอย่างแรกเหรอ?”

หนานซื่อกล่าวโดยไม่ลังเล “ทำลายสิบพิภพทันที"

หยกทงหลิงแทบจะกัดลิ้นตายให้รู้แล้วรู้รอด

ถามทำไมเนี่ย! กระตุ้นจิตสังหารของจอมมารใหญ่เข้าให้แล้วไง

ตามคำขอของหานเยี่ยน ผู้กำกับหยวนเลยเอาฉากพระนางปะทะกันไว้สุดท้าย

หลบได้ครั้งหนึ่งแต่หลบครั้งที่สองไม่ได้ ถึงเวลาก็ต้องแสดง วันนี้ก็ถึงฉากที่หนานซื่อต้องเข้าคู่กับหานเยี่ยนแล้ว

ตามบทละครพระนางทั้งรักทั้งแค้นกัน ช่วงแรกนางเอกทำร้ายใจพระเอก ช่วงหลังพระเอกทำร้ายใจนางเอก ฉากที่ต้องแสดงวันนี้ก็คือฉากนางเอกใช้แส้เฆี่ยนพระเอก

เมื่อได้ยินผู้กำกับตะโกนว่า “แอ็กชัน” หนานซื่อก็สวมบทเซียนจูอวี๋ มือถือแส้ยาวลากไปตามพื้น ย่างกรายเข้าไปในตำหนักลิ่วเสิน

หานเยี่ยนถูกมัดติดกับเสา สีหน้าน่ากลัวจ้องมองตรงไปข้างหน้า

เขาพูดตามบท “นางมาร ข้าไม่มีวันจำนนต่อเจ้า"

ดวงตาเรียวยาวของหนานซื่อหลุบลงเล่นสมบทบาท ในฐานะเจ้าสิบพิภพ ประโยคนี้ได้ยินไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ต่างกันตรงหานเยี่ยนไม่ตาย แต่คนที่พูดประโยคเหล่านี้ตายหมดแล้ว

มุมปากหญิงสาวโค้งขึ้นเล่นกับแส้ยาวในมือ เดินช้าๆ ไปหาหานเยี่ยนบีบคางเขาไว้แน่น

เขาสูงกว่าเธอมาก ท่าทางการยกมือของเธอไม่ได้ลดแรงผลักดันเลย

“เจี๋ยจู ข้าคิดว่าเจ้าเป็นคนฉลาดเสียอีก”

หานเยี่ยนถูกบีบไว้ในมือบาง จึงทำได้เพียงหลุบตามองลงไป

ใบหน้าสวยงามน่าทึ่งเผาขอบเขตการมองเห็น

หยิ่งทะนงและเหยียดหยาม เต็มไปด้วยความรังเกียจ

การเต้นของหัวใจของเขาช้าลงครึ่งจังหวะ หานเยี่ยนจำท่าทางต่ำต้อยของหยวนเจินเจินก่อนหน้าไม่ได้เลย มีเพียงความลำพองราวกับนกยูงรำแพนของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

หนานซื่อปล่อยคางเขา ยกแส้ขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อเจ้าไม่รู้สำนึกเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้เจ้าลิ้มรสชาติความเจ็บปวดสักหน่อยแล้วกัน”

แส้ยาวพาดลงมาพร้อมกับเสียงที่จบลง

เพียะ เพียะ

หานเยี่ยนชะงักไป

เอาจริงเหรอ?

ฉากแส้ฟาดถ่ายทำถึงเจ็ดครั้ง

ทุกครั้งที่ผู้กำกับสังคัต หนานซื่อก็ชิงชมเชยกับความทุ่มเทของหานเยี่ยนด้วยความชื่นชมก่อน

“สมแล้วที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ท่าทางการแสดงช่างได้อารมณ์ ว่าแต่อยากจะเพิ่มอีกสักสองสามรอบไหม?”

หานเยี่ยนกำลังจะบอกให้แกล้งฟาดมั่งเหอะ แต่พอได้ยินก็กลืนคำพูดกลับไป “ไม่ ตอนนี้ดีแล้ว”

 

ตอนกลางคืน

ห้องอาบน้ำกระจกสูงจรดเพดาน เผยภาพกล้ามเนื้อหน้าอกหนาแน่นที่เต็มไปด้วยรอยแดงรอยแผลจำนวนมาก

น้ำที่ไหลลงมากระทบกระตุ้นความเจ็บปวดขึ้นเล็กน้อย ละอองน้ำลอยโขมง หานเยี่ยนพิงศีรษะบนผนังชกเข้ากับกำแพงด้านหน้า “บ้าเอ้ย!”

เขาเชื่อว่าวันนี้หยวนเจินเจินเล่นจริงเล่นแรงสุดความสามารถแล้วแน่

เขาจำได้ว่าพรุ่งนี้จะมีฉากตบ เขาแทบอยากจะวิ่งไปที่ห้องนักเขียนบทตอนนี้แม้ว่าจะต้องพลีกายเข้าแลก เพื่อเปลี่ยนบทให้ได้

น่าเสียดายที่คนเขียนบทเป็นผู้ชายแท้และเขาก็ไม่เต็มใจจะจ่ายหนักในลักษณะนี้

หลังจากอาบน้ำก็รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย มือหยิบบุหรี่ออกมาสูบ

เสียงกริ่งที่ประตูดังขึ้น

สองทุ่มนี่ยังไม่ดึก ไม่ถึงขั้นต้องฟุ้งซ่านวาดภาพอะไรมาหลอกหลอน แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนระแวงได้

ประตูเปิดออก

หานเยี่ยนก็เหวี่ยงประตูปิดโดยอัตโนมัติ

หนานซื่อยืนพิงประตู คลี่ยิ้มราวกับดอกไม้บาน เหยียดเท้าไปขวางประตู “องค์ชายหาน”

กางเกงเดนิมขาสั้นกุด สะโพกงอน เอวคอด ขาเรียวยาวตรงขาวนวลไม่มีไขมันเลยสักส่วน

“เธอคิดจะทำอะไรอีก?” เขาสแกนโดยรอบอย่างตื่นกลัว หลังจากลังเลพักหนึ่งในที่สุดก็เบี่ยงตัวเพื่อให้หญิงสาวเข้ามาคุยในห้อง

หนานซื่อเบ้ปาก “ฉันไม่เข้าไปหรอก”

ราวกับว่าในห้องเขามีโรคระบาดร้ายแรง

หานเยี่ยนสะอึก ไม่เข้าไปก็ไม่เข้าสิ จะได้ไม่ต้องระวังตัวจนประสาทแดก เขาปิดประตูก้มหัวลงจุดบุหรี่ “ว่ามามีอะไร”

หนานซื่อมองอยู่นานจากนั้นก็หยิบบุหรี่จากมือชายหนุ่ม ริมฝีปากจือน้อยๆ คาบบุหรี่ไว้แล้วพ่นควันขาวออกมาเป็นวงอย่างเป็นธรรมชาติ

นี่เป็นนิสัยของหยวนเจินเจิน พอคุยกับหานเยี่ยน เธอมักจะชอบแย่งบุหรี่จากมือเขามาสูบ

“ก็ไม่มีอะไรมาก ฉันแค่มาดูเท่านั้น” จากนั้นก็หยิบยาทาแผลที่ผู้กำกับหยวนวานเอามาให้โยนไปที่มือของหานเยี่ยน “ทาซะ จะได้ไม่มีรอยแผลเป็น”

มองผ่านควันบุหรี่ ทันใดนั้นหานเยี่ยนก็รู้สึกว่านางมารมาปรากฏตรงหน้า

“อีเห็นมาอวยพรปีใหม่ไก่[1]” เขาอดมองอีกฝ่ายใกล้ๆ ไม่ได้ คิ้วได้รูป ริมฝีปากสีเชอร์รีแดง

นี่ทำให้เขานึกถึงภาพวาดหมู่บ้านที่เจียงหนานที่วาดด้วยสายเส้นแสงและเงา เมื่อใช้สีดำสาดก็จะเป็นภาพทิวทัศน์ แต่เมื่อใช้สีสันวาดก็จะเป็นฉากของดอกบัวที่บานสะพรั่งในทะเลสาบ เช่นเดียวกับใบหน้าที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้

หนานซื่อเขย่งปลายเท้า ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เผชิญหน้า ควันสีขาวพ่นใส่ใบหน้าเขาเบาๆ

“ถ้าไม่ใช่เพราะผู้กำกับขอร้อง จ้างให้ฉันก็ไม่มาให้เสียเวลาหรอก” เดินเข้ามาใกล้แบบไม่มีเหนียมอาย จู่ๆ ริมฝีปากสีแดงก็กดลงบนหน้าอกเขา ประทับรอยจูบเบาๆ บนผิวที่เผยออกมา

จากเดิมที่แดงอยู่แล้วก็แดงยิ่งขึ้น รอยแผลและเพลิงร้อนแรงซ้อนทับกัน

เขาแทบจะสัมผัสได้ถึงลิ้นนุ่มชื้นของเธอ

หลังจากลังเลชั่วครู่ หานเยี่ยนก็สับสนมากกำลังจะผลักหญิงสาวออกไป

ไม่จำเป็นต้องให้เขาผลัก หนานซื่อก็ถอยออกมาก่อน ใช้นิ้วแตะลิปสติกสีแดงบนริมฝีปากตัวเองจากนั้นก็แตะไปที่ริมฝีปากเขา

มุมปากเธอโค้ง ดวงตาดูมีเล่ห์เหลี่ยม “ฉากพรุ่งนี้ ฉันตั้งตาคอยเชียวแหละ”

ใบหน้าของหานเยี่ยนแดงก่ำ

ยัยนี่มาโดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้เขาอับอาย

เมื่อหานเยี่ยนกลับเข้าไปในห้อง กระจกสะท้อนแววตาสับสน มือก็ลูบรอยแผลที่เพิ่งถูกจูบเมื่อครู่ ซึ่งอยู่ใกล้กับหัวใจมาก

สีแดงสดของลิปสติกติดบนกระดาษทิชชู เขาก้มหน้าลงสูดดมราวกับว่าได้กลิ่นดอกกล้วยไม้ป่าติดที่ริมฝีปากของเธอ

“บ้าแล้ว”

เขาเหวี่ยงเสื้อคลุมออกด้วยความโกรธ กระแทกตัวลงบนเตียง

เมื่อหลับตาลง รอยยิ้มของเธอยังคงประทับในใจเขา

มือดึงผ้าห่มคลุมหัวท่าทางหงุดหงิดใจ

น่ารำคาญ...

หนานซื่อถอดรองเท้าส้นสูงพลางไอไม่หยุด

หยกทงหลิงเสนอหน้าเข้ามา คันปากอยากจะถามว่า ‘เป็นไง ถูกหานเยี่ยนตอกหน้าหงายกลับมาใช่ไหมล่ะ?’

หนานซื่อทิ้งบุหรี่ลง “ไอ้ของแบบนี้ยาพิษชัดๆ ทำเอาฉันสำลักจนเกือบจะตายแล้ว”

ตอนที่หนานซื่อสำลักควัน ก็รู้สึกเศร้าใจกับพวกมนุษย์ ทำไมต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้มาดับความกลุ้มด้วย

ถ้าไม่ใช่เพราะผู้กำกับกังวลว่าฉากวันนี้รุนแรงไป เลยรีบไปซื้อยาและขอร้องให้หนานซื่อเอายาไปให้หานเยี่ยนเพื่อบรรยากาศจะได้ผ่อนคลายลง

หนานซื่อก็ไม่คิดอยากจะไป แต่หยกทงหลิงกลับมีท่าทางประหลาดใจเมื่อพบว่าหลังจากหานเยี่ยนถูกแส้ฟาดกลับมีความรู้สึกดีเพิ่มขึ้น

ตอนนี้พอหนานซื่อกลับเข้ามา หยกทงหลิงก็รายงานสดทันที “ค่าความรู้สึกดีของหานเยี่ยนเพิ่มขึ้นอีกแล้ว!”

อุ้งเท้าหมาของหยกทงหลิงทำท่ากดไลก์ให้หนานซื่อจากใจจริง

จากนั้นก็ถามขึ้นอย่างสงสัย “นายหญิงไปทำอะไรกับหานเยี่ยน ขอโทษเหรอ?”

หนานซื่อคลิกซีรีส์เกาหลีดู “เปล่า ไปเยาะเย้ยตอกย้ำเขา”

หยกทงหลิงจ้องตาแทบถลน

แบบนี้ก็ได้เหรอ?

หลังจากฉากตบวันรุ่งขึ้นจบลง หยกทงหลิงก็ใบ้กินไปเลย

หยกทงหลิงมองค่าความรู้สึกดีของหานเยี่ยนที่พุ่งกระฉูด ก็คิดว่าตาฝาดแล้ว

หยกทงหลิงสะกิดมือหนานซื่ออย่างขอคำแนะนำ “นายหญิง ฉันขอถามทำไมค่าความรู้สึกดีของหานเยี่ยนถึงเพิ่มสูงขึ้นล่ะ?”

เมื่อผู้ปฏิบัติภารกิจคนอื่นเลือกเริ่มต้นที่หานเยี่ยน ก็ใช้เวลามากในการฟื้นฟูค่าความรู้สึกดี จากเลขติดลบกว่าจะกลับเป็นระดับปกติ ช่วงนี้หยกทงหลิงตัวติดกับหนานซื่อ เขาไม่เห็นว่าเธอจะสนใจไยดีอะไรเกี่ยวกับหานเยี่ยน ทำไมช่วงเวลาไม่กี่วันนางมารใหญ่ถึงมาอยู่ในระดับนี้ได้?

หนานซื่อทำท่ารังเกียจ “โง่จริงๆ นี่ขนาดนายเป็นทูตสวรรค์นะเนี่ย”

หยกทงหลิงครางหงิงๆ ทำตัวเหมือนเด็ก

หนานซื่อตอบ “ไม่ว่าผู้ชายคนไหนที่ถูกคนรักเก่ารังเกียจ เขาจะรู้สึกไม่ดีในใจทั้งนั้นแหละ เรื่องความรักของผู้ชายครึ่งหนึ่งคือการอยากเอาชนะ เมื่อไรที่เกิดความไม่เต็มใจก็คิดอยากจะพิชิตขึ้นอีกครั้ง ยิ่งความภาคภูมิใจในตนเองถูกบดขยี้ลงไปเท่าไร ก็ยิ่งรับรู้น้ำหนักของตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น ผู้ชายอย่างหานเยี่ยนที่มองตัวเองเลิศเลอเพอร์เฟกต์ เมื่อพบว่าเสน่ห์ของตัวเองไม่มีหลงเหลือ เขาก็จะทนไม่ได้”

 

 

[1] 黄鼠狼给鸡拜年 อีเห็นมาอวยพรปีใหม่ไก่ หมายถึง ต่อหน้าทำเป็นรักใคร่ห่วงใย แต่ใจจริงมุ่งร้ายไม่หวังดี

 

ฉันกลัวเจ็บซ้ำสอง

หยกทงหลิงดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ

“แต่ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองของเขาถูกทำลาย เขาไม่ควรเกลียดนายหญิงเหรอ?”

“ผู้ชายที่ไหนจะเกลียดผู้หญิงที่ต้องการพิชิตกันล่ะ แบบนี้นายก็เท่ากับบอกว่าเขาตาถั่วนะสิ? ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นจะขี้เหร่และแก่หงอม เขาก็จะมองหาข้อดีมากมายได้โดยอัตโนมัติ”

หนานซื่อยิ้มกล่าวเสริม “ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ขนาดนี้ จะอดใจไหวได้ยังไง?”

หยกทงหลิงจำใจพยักหน้ารับว่าใช่

เมื่อหยกทงหลิงมองไปที่หานเยี่ยน เขาก็จำแนกอีกฝ่ายว่าเป็นพวกมาโซคิสม์โดยไม่รู้ตัว

กองถ่ายที่ถ่ายทำแบบปิดเป็นเวลาหนึ่งเดือน แต่บนอินเทอร์เน็ตมีภาพถ่ายมากมายออกมาแชร์กันว่อน ถึงแม้ว่าทีมงานจะพยายามปิดข่าวก่อนที่จะมีการแถลงข่าว แต่พวกเนติเซนก็ยังรู้จนได้ว่านางเอกละครภูเขาจันทราถูกเปลี่ยนตัวเป็นหยวนเจินเจิน

เกิดสงครามคีย์บอร์ดในโลกโซเชียลอีกครั้ง

“คนอ่านนิยายนอนน้ำตาไหลในห้องน้ำแล้วมั้ง เปลี่ยนนางเอกทีเถอะนะ!”

“ตายแล้ว ยังมีหน้าอยู่อีกเหรอ! นังแพศยาปล่อยพี่เยี่ยนของเราซะที!”

“หล่อนควรเล่นคู่กับพี่เยี่ยนของฉันเรอะ! ทีมงานเป็นบ้าไปแล้วไง หยวนเจินเจินเนี่ยนะถามจริง?”

“ท่าทางละครคงไม่ต้องการเรตติ้งแล้วล่ะมั้ง พวกเขาไม่กลัวว่าจะขายไม่ได้หลังถ่ายทำ"

“หน้าตาสวยจะใช้อะไรได้? มีคนสวยกว่านี้ตั้งเยอะ หยวนเจินเจินเหรอเหมาะกับการเป็นนางเอกเรื่องนี้?”

หลินเฉินจงใจให้ผู้ช่วยอ่านโพสต์ร้อนแรงเสียงดัง หนานซื่อที่อยู่ข้างๆ ก็ดีดนิ้วพูดว่า “ไหนพูดสามคำแรกของประโยคสุดท้ายซ้ำๆ หน่อยสิ”

ผู้ช่วยที่มีอาการเลิ่กลั่ก เมื่อเห็นเธอชี้มาก็พูดด้วยไม่ได้คิดอะไร “หน้าตาสวย...”

หนานซื่อยิ้มพอใจ “โอเค พูดสามคำนี้ซ้ำไม่ต้องอ่านคำอื่น”

“หน้าตาสวย หน้าตาสวย หน้าตาสวย...”

หลินเฉินกระทืบเท้าด้วยความโกรธ นี่ผู้ช่วยของเธอนะ คนอื่นไม่มีสิทธิ์มาสั่งได้! แต่ขณะที่กำลังจะปรี๊ดแตก คิดจะด่าเจ็บๆ ออกมาก็ต้องกลืนคำพูดลงไป

หานเยี่ยนมาแล้ว

เขาถือบทกล่าวเสียงเครียด “หยวนเจินเจินมานี่สิ”

หนานซื่อไม่ขยับ

แต่กลับพูดว่า “องค์ชายหานต้องการคุยกับฉัน พวกเธอหลีกหน่อยสิ”

ขนาดผู้กำกับหยวนยังทะนุถนอมเธอเหมือนไข่ในหิน คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าวุ่นวายหลบฉากไป ส่วนหลินเฉินโดนผู้ช่วยลากออกไป

หนานซื่อเอามือเท้าคางเม้มปาก “พูดสิ”

หานเยี่ยนลากเก้าอี้แล้วนั่งลงไปจงใจหลีกเลี่ยงสายตาเธอ ก้มหน้าลงชี้ที่บท “มีสองเรื่องที่ฉันอยากคุยกับเธอ”

การสนทนานี้พูดแต่ในบท น้ำเสียงเรียบง่ายแฝงความไม่คุ้นเคย

ส่วนหนานซื่อวางมาดได้เก่งกว่าเขาเยอะ

หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ หานเยี่ยนก็ปิดบทพูดช้าๆ “อย่าเอาคำวิจารณ์เหล่านั้นมาใส่ใจเลย” เขาค่อยๆ เอ่ยเตือนออกมาจากหัวใจ “ขอเพียงเธอตั้งใจ วันหนึ่งก็จะได้รับความนิยมเอง”

เขาไม่รู้ว่าตัวเองผิดปกติอะไร ที่จริงเขาไม่เคยสนใจคำพูดของแฟนคลับว่าดุเดือดแค่ไหน ยังไงพวกเขาคือแฟนคลับและจุดประสงค์ทั้งหมดก็คือเพื่อปกป้องเขา เขารู้สึกขอบคุณมาก แต่วันนี้พอเห็นคนที่ด่าเธอในโลกโซเชียล เขากลับรู้สึกผิดต่อเธอ

หลังจากถ่ายทำละครมานาน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาคิดคุยกับหญิงสาว

แต่หนานซื่อไม่เห็นคุณค่าอะไร

“ดีแต่พูด นายลองเขียนคำพูดเมื่อครู่ลงเวยปั่วแล้วแท็กฉันดูไหมล่ะ?”

หานเยี่ยนขมวดคิ้ว เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็หันไปเห็นความปวดร้าวที่แฝงในเสียงหัวเราะ “ยังไงซะ ฉันก็โดนด่าจนชินแล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ ปล่อยไปเถอะ”

เขาอึ้งไปสองสามวินาที ทันใดนั้นก็รู้สึกละอายใจเบาบาง

ได้ยินเสียงของตัวเองอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ “อีกไม่นานฉันจะโพสต์ลงบนเวยปั่วและแท็กเธอแน่นอน”

เพิ่งพูดจบก็อยากตบปากตัวเอง สายตาจับจ้องแววตาไม่แยแสของหญิงสาว แต่โชคดีที่เธอไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้

หยกทงหลิงพูดทะลุกลางปล้อง “ความรู้สึกดีของหานเยี่ยนเพิ่มขึ้นอีกแล้ว”

หยกทงหลิงคิดเกี่ยวกับแผนการของหนานซื่อ เปรียบเทียบกับสถานการณ์ตอนนี้เขารู้สึกกังวลมาก อยู่ในกองถ่ายมาสองเดือนหนานซื่อและจ้าวเซิ่งเทียนเลิกติดต่อกันโดยสิ้นเชิง

หนานซื่อกำลังจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของบุตรสวรรค์จริงๆ เหรอ? ฮ่องเต้ไม่ได้รีบร้อนแต่ขันทีรีบร้อน หยกทงหลิงเตือนหลายครั้ง แต่ทุกครั้งหนานซื่อจะพูดลอยๆ ว่า “นายคิดว่าความรู้สึกดีของเขามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไหมล่ะ?”

หยกทงหลิงมองไปที่ตารางแวบหนึ่ง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจริงๆ

ยังคงรักษาคะแนนไว้มั่นคง ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองคนมีเซ็กส์กัน บางครั้งก็จะลดลงไปเล็กน้อย แต่ไม่กี่อึดใจก็จะสูงขึ้น

ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป หยกทงหลิงก็พบว่าค่าความรู้สึกดีของจ้าวเซิ่งเทียนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง พุ่งขึ้นเป็นกราฟเส้นตรงเลยทีเดียว เขากำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นก็เห็นจ้าวเซิ่งเทียนทันทีที่เงยหน้าขึ้น

จ้าวเซิ่งเทียนเดินทางมาที่กองถ่ายด้วยตัวเอง

เป็นครั้งแรกที่จ้าวเซิ่งเทียนรู้สึกว่าไม่อยู่ในสายตาคนอื่น

เมื่อก่อนจะเป็นตัวเขาเองที่สลัดผู้หญิงทิ้งอย่างเลือดเย็น สองสามวันต่อมาก็เลิกติดต่อไปเลย ที่จริงเขาแอบคิดว่าหยวนเจินเจินจะกระวนกระวายใจมั่ง

แต่เธอไม่มีวี่แววว่าจะติดต่อเขากลับเลยสักนิด

จ้าวเซิ่งเทียนคิดว่าต่อให้เธอไม่มีความรู้สึกใดๆ กับเขา ถูกบังคับให้ยอมจำนนต่ออำนาจของเขา แต่ก็ไม่ควรเป็นปฏิกิริยาแบบนี้

อิสระและง่ายเกินไป

หรือว่าไม่ต้องการอะไรเพิ่มเติมจากเขา?

มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เกี่ยวกับการเยี่ยมชมกองถ่ายของจ้าวเซิ่งเทียน

ลูกชายมหาเศรษฐีไปไหนมาไหนจะปกปิดเป็นความลับ เพื่อป้องกันอันตราย ทุกที่ที่ๆ ไปจะถูกเหมาปิดหมด

 

ในร้านอาหาร

ผู้กำกับและคนเขียนบทดื่มให้กับจ้าวเซิ่งเทียน ขณะที่หนานซื่อนั่งข้างๆ คีบอาหารกินอย่างเงียบๆ

จ้าวเซิ่งเทียนยกแก้วกระดกรวดเดียวหมด

เขานึกถึงภาพที่เห็นตอนนั่งอยู่ในรถได้

ทีมงานผู้ชายหลายคนวนเวียนอยู่รอบๆ เธอ เสิร์ฟน้ำขนมให้ สายตาพวกเขาเกาะติดเธอแน่นหนึบ

หยวนเจินเจินก็หัวเราะคิกคัก รับการดูแลอย่างเป็นธรรมชาติ

เขารินไวน์ให้ตัวเองอีกแก้ว

ผู้กำกับและคนเขียนชมว่าหยวนเจินเจินแสดงเก่ง เก้าสิบเปอร์เซ็นต์มาจากจริงใจ สิบเปอร์เซ็นต์ประจบเอาใจ

ภายใต้สายตา หญิงสาวคลี่ริมฝีปากและหัวเราะเบาๆ แต่ไม่ใช่มอบให้เขา

จ้าวเซิ่งเทียนกระแทกแก้วไวน์บนโต๊ะขัดจังหวะความชื่นชมของทุกคน พูดอย่างเย็นชา “เธอแสดงเป็นที่ไหนกันล่ะ?”

มิฉะนั้นทำไมแค่ท่าทีที่เขาชอบยังแสดงให้เห็นไม่ได้

หลังอาหารเขาเหวี่ยงเธอเข้าไปในรถ

มือเล็กเย็นเฉียบ

รูปร่างบอบบางนุ่มนวล

ร่างสูงใหญ่ของเขากดทับลงไปเหมือนจมลงในหนองน้ำ

“ยัยตัวดี ใครอนุญาตให้เธอหัวเราะแบบนั้น?”

หลังจากอดกลั้นมาสองเดือน จะทำยังไงก็ไม่เพียงพอ

หนานซื่อนอนหอบหายใจระทวยในอ้อมแขนเขา ตัวสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้

ยังไม่อิ่มเลย

จ้าวเซิ่งเทียนเห็นหญิงสาวนอนระทวย ขาวโพลน เหงื่อชื้นทั่วตัว ก็รู้สึกว่าน่ารักน่าใคร่

เขาประทับจูบอ้อยอิ่งที่ริมฝีปากของเธอ

“เธอคิดถึงฉันไหม?”

หนานซื่อไม่ตอบ น้ำตากลับคลอเบ้า ดูเหมือนจะกลัวเขา

เขาอยากให้เธอกลัว

พอกลัวก็จะรู้ชะตากรรมของตัวเอง เว้นแต่เขาจะยุติเอง มิฉะนั้นต่อให้เธอพยายามหนีสุดหล้าก็เป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเป็นของเล่นของเขาแล้ว ต้องทำหน้าที่สร้างความเพลิดเพลินให้เขา

จ้าวเซิ่งเทียนกัดริมฝีปากอีกฝ่าย พูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “พูด”

หนานซื่อตอบตามความปรารถนาของเขาเบาๆ “คิดถึง”

คำหวานคำเดียวลอยเข้ามากระทบโสตประสาท ทะลวงไปถึงหัวใจ

เขาจูบอย่างดุเดือดพูดโดยไม่รู้ตัว “คิดถึงแล้วทำไมไม่มาหาล่ะ?”

หนานซื่อเอ่ยเสียงพร่า “กำลังถ่ายซีรีส์อยู่”

เขาปิดปากเธอ จากนั้นก็นาบตัวลงไป “ฉันไม่สำคัญเท่าซีรีส์เรอะ?”

จากนั้นก็เข้าสู่ห้วงเวลาหฤหรรษ์รอบใหม่

ยกดุเดือดผ่านไปในที่สุดเขาก็ยอมแต่งตัวให้เธอ สายตาเหลือบไปเห็นรอยสักบน HY บนข้อมือบาง

เขาจำได้อย่างรางๆ ว่าบนโซเชียลที่ด่าเธอก็เหมือนจะเกี่ยวข้องกับรอยสักนี้

หนานซื่อตัวอ่อนซบอยู่บนหน้าอกแกร่ง ทันใดนั้นข้อมือก็ถูกบีบ เขากำลังมองลงไปเพื่อสังเกตอย่างระมัดระวัง

“ทำไมไม่ลบออกซะ?”

หนานซื่อไม่เคยคิดเกี่ยวกับปัญหานี้ เธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับร่างทางกายภาพของเจ้าร่าง อย่างเช่นตอนที่จ้าวเซิ่งเทียนมอบช่วงเวลาหฤหรรษ์ เธอก็จะสนใจกับรสเพศที่รับ ไม่สนใจว่าร่างกายนี้จะรับไหวหรือไม่

“ฉันกลัวเจ็บซ้ำสอง” หาข้ออ้างไปก่อน คนตรงหน้าดูเหมือนจะยอมถอยกลับไปแล้ว

ลืมไปซะ เขาไม่ควรยุ่งเรื่องเธอมากไป แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองอีกครั้ง

จ้าวเซิ่งเทียนครุ่นคิด

เขารู้สึกตกใจมาก ดูเหมือนว่าตัวเองอยากจะเป็นเจ้าของหยวนเจินเจินมากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เคยรอผู้หญิงคนไหนถึงสองเดือน พองานเสร็จเขาก็ต้องพุ่งมาหาเธอทันที

เขาพยายามกลบเกลื่อนแต่ดันโพล่งออกมาว่า “ช่วงนี้มีอะไรที่อยากได้ไหม?”

หนานซื่อกลับตอบว่า “ไม่มีค่ะ”

จ้าวเซิ่งเทียนแปลกใจเล็กน้อย ความปรารถนาดีถูกตีกลับ ทำให้เกิดความรู้สึกว่างเปล่าและความวิตกกังวลที่มาพร้อมกับการปฏิเสธอย่างสุภาพ เขาเก่งเรื่องการใช้วัตถุเปย์ผู้หญิง แต่ถ้าไม่ดีจริงๆ ก็ยังคงมีหน้าตาที่หล่อเหลาและอวัยวะส่วนล่างที่น่าพึงพอใจ

เขาจูบเธออีกครั้ง “อยากได้อะไรก็บอกแล้วกัน”

ด้านนอกหยกทงหลิงถูกผูกไว้กับรั้วถนน สายลมพัดผ่านจนขนปลิว

หยกทงหลิงเห็นเหตุการณ์ในรถชัดเจน หลังจากได้ฟังคำพูดของจ้าวเซิ่งเทียน เขาก็กลอกตาพูดเสียงเล็กเสียงน้อย “ไหนบอกว่าไม่ชอบให้ผู้หญิงชอบร้องขออะไรจากตัวเองไง!”

สุดท้ายก็ยังต้องถามจอมมารใหญ่ว่าต้องการอะไร น่าอดสู ไม่ได้เรื่องเลย

หยกทงหลิงผิดหวังมากกับบุตรสวรรค์ของโลกใบนี้

 

กระตือรือร้นให้สร้างข่าว

บทนางรองกำลังจะหมดลง

หนานซื่อที่คุ้นเคยกับการมองเฉินหลินเซ่อซ่าทุกวัน จู่ๆ ตัวตลกคนนี้หายไปก็รู้สึกไม่ชินขึ้นมาทันที

หยกทงหลิงกระวนกระวายใจ เตือนหนานซื่อว่าจะต้องเจอเรื่องหนักอะไรต่อไป

ในฐานะผู้ปฏิบัติภารกิจ ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนชีวิตเจ้าร่างอย่างไร ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการทดสอบที่จำเป็นที่โลกนี้มีต่อเจ้าร่างได้ โชคดีที่ปกติเจ้าร่างจะมีการทดสอบที่จะเป็นต้องผ่านแค่ครั้งเดียว

สำหรับผู้ปฏิบัติภารกิจ หากไม่สามารถผ่านจุดพิบัตินี้ไปได้ ก็สามารถกลับไปทำซ้ำได้อีกครั้ง

ประเด็นหายนะของหยวนเจินเจินคือเรื่องไปรับการบำบัดที่จะมีคนเอาออกมาแฉ

ผู้ปฏิบัติภารกิจบางคนจะเจอตอนอายุห้าสิบหกสิบ แต่บางคนจะพบทันทีที่ลงจากเครื่อง พวกเขาจะถูกกำหนดแบบสุ่ม เวลาก็ไม่แน่นอน

คงเป็นเพราะตระหนักได้ว่าเส้นทางของหนานซื่อราบรื่นไป โลกจึงทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงมาแบบทันท่วงที

หยกทงหลิงกล่าวอย่างเงียบๆ “ก็มีแต่นายหญิงนี่แหละที่คิดถึงหลินเฉิน เดี๋ยวผู้หญิงคนนี้ก็จะมาแทงหยวนเจินเจินข้างหลังอีก แต่นายหญิงกลับมองเธอเหมือนลูกแมว ไม่รู้ว่านั่นคือเสือร้าย”

ปรากฏว่าทันทีที่หลินเฉินออกจากกองถ่ายก็รีบหาคนสนับสนุน เธอสาบานว่าจะทำให้หยวนเจินเจินไม่ได้ผุดได้เกิดอีก ความแค้นยิ่งใหญ่ เธอจำต้องปีนขึ้นเตียงหลายครั้งเพื่อให้ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ

ไม่นานนักเส้นทางการแก้แค้นของหลินเฉินก็เริ่มต้นขึ้น

พาดหัวข่าวเวยปั่วคืนนี้แปลกมาก การค้นหาห้าอันดับแรกล้วนเกี่ยวกับนักแสดงหญิงคนหนึ่งที่เข้าออกจากสถานบำบัดที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา

แอ็กเคานต์รายใหญ่จับประเด็นร้อนแบบถึงพริกถึงขิง จงใจนำหัวข้อนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่ออย่างชัดเจน แต่จากภาพถ่ายก็มองออกอย่างง่ายดายว่านี่น่าจะเป็นหยวนเจินเจินที่กลับมาที่ประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้

วงการบันเทิงชอบข่าวซุบซิบแบบนี้มาก ข่าวจะถูกเล่าออกเป็นขั้นๆ ราวกับลอกเปลือกหัวหอมเพื่อกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนดู หลังจากความร้อนหมักจนถึงระดับหนึ่งก็จะถึงช่วงพีคสุด แรงระเบิดนั้นเปรียบได้กับอาวุธนิวเคลียร์ วันนี้ปล่อยภาพถ่ายพร่ามัว คาดว่าพรุ่งนี้คงเป็นภาพความละเอียดสูง บางทีอาจมีคลิปวิดีโอออกมามะรืนนี้ก็ได้

พวกเนติเซนเสนอการต่อต้านยาเสพติด เรียกร้องให้หยวนเจินเจินถอนตัวจากงานทั้งหมด

ผลกระทบนั้นร้ายแรงมากถึงขนาดนักลงทุนบางคนของละครภูเขาจันทราต้องหารือกันชั่วคราวเพื่อดูว่าควรจะถ่ายทำต่อไปหรือไม่

กองถ่ายหยุดสองสามวัน หนานซื่อไม่มีความเห็นอะไร หยกทงหลิงอดไม่ได้ที่จะถาม “นายหญิงคิดจะทำอะไรเพื่อจัดการกับจุดพิบัตินี้?” เมื่อเผชิญหน้ากับจุดพิบัติกะทันหัน ผู้ปฏิบัติงานคนอื่นๆ มักจะเตรียมการรับมือวุ่นวาย แม้จะลำบากสักหน่อย แต่ตราบใดที่สามารถผ่านพ้นไปได้ก็คาดหวังว่าเป้าหมายในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงคงเป็นไปได้

หนานซื่อครุ่นคิดครึ่งวินาที จากนั้นก็วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของจ้าวเซิ่งเทียนอย่างมีความสุข

จ้าวเซิ่งเทียนเพิ่งเสร็จสิ้นการวางแผนการควบรวมกิจการ ไม่ได้มาหลายวัน เมื่อผู้ช่วยบอกว่าหยวนเจินเจินกำลังจะมา เขาก็กำลังจะพักผ่อนพอดี

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็กกกอดหยวนเจินเจินพากันไปโรงแรม

พลังต่อสู้ยังมากล้น

แน่นอนว่าผู้หญิงเป็นเครื่องผ่อนคลายที่ดีที่สุด เขามองเรือนร่างเธอด้วยความรัก ไหล่กลมกลึงเรียบเนียนทำเอาคนอยากก้มลงจูบ

จู่ๆ หญิงสาวก็พูดเสียงอ่อนแรงว่า “คุณได้ยินข่าวในโซเชียลไหมคะ?”

จ้าวเซิ่งเทียนอึ้งไป

ทำไมจะไม่ได้ยิน ก็แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เธอไม่พูดและเขาก็ไม่ถาม

แต่ในเมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องหลีกเลี่ยง

จ้าวเซิ่งเทียนม้วนลอนผมดำลื่นเล่น “ได้ยินมาบ้างน่ะ”

ร่างขาวโพลนผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง ลอนผมสีดำหนาทิ้งตัวลงมาราวกับนางเงือกน้อย

พูดว่า “ข่าวเป็นความจริง”

จ้าวเซิ่งเทียนถึงกับกระเด้งขึ้นจากเตียง

หนานซื่อเอื้อมมือหยิบเอกสารออกจากกระเป๋า เป็นผลการตรวจปัสสาวะล่าสุดและรายงานทางการแพทย์

พูดต่อน้ำเสียงขมขื่น “แต่ฉันไม่ได้เสพยา ก่อนหน้ามีประวัติติดเหล้าติดพวกยาโรคซึมเศร้า หายขาดก่อนที่จะกลับมาประเทศจีน วางใจเถอะค่ะ ฉันไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพคุณเลย”

เธอขมวดคิ้วกางเอกสาร ทำอะไรไม่ถูกแต่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง

จุดแข็งในหัวใจของจ้าวเซิ่งเทียนแง้มออกอย่างช้าๆ สายตาเศร้าหมองของเธอไหลรินเข้ามาในวิสัยทัศน์การมองของเขา น้ำตาเงียบงันไหลบ่าไปเต็มทั้งหัวใจ

เขาทนไม่ได้ รู้สึกผิดในความโกรธชั่วขณะ เขาเบี่ยงเบนความสนใจโดยธรรมชาติ

จะปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับการถูกใส่ร้ายแบบนี้ได้อย่างไร? เขาควรจะปกป้องเธอ

หยวนเจินเจินไม่ควรได้รับการทำร้ายแบบนี้ นี่เป็นการละเลยของเขา

จ้าวเซิ่งเทียนลุกขึ้นนั่ง กดจูบระหว่างริมฝีปากเธอไปทั่วอย่างอ้อยอิ่งและเร่าร้อน เขากุมมือเธอ “โกหกเห็นๆ ชัดเจนว่านี่ส่งผลกระทบต่อร่างกายฉันอย่างรุนแรง ฉันใกล้จะหมดตัวแล้วรู้ไหม”

คืนนี้เขาอ่อนโยนกว่าที่เคย หนานซื่อพึงพอใจมาก

วันรุ่งขึ้นข่าวในสถานบำบัดหายไปอย่างกะทันหัน

ข่าวทั้งหมดถูกลบออก กระทั่งข่าวฉาวด้านลบจากอดีตของหยวนเจินเจินไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จก็หายไปจนหมดสิ้น

ทุกสำนักข่าวถูกบีบให้เงียบเป็นไก่

หลินเฉินเกือบระเบิดด้วยความโกรธ ก่อนที่จะเคลื่อนไหว ก็ได้รับแจ้งว่าถูกแบนแล้ว

นักข่าวจอมแส่บางสำนักมาดักสัมภาษณ์หยวนเจินเจินที่กำลังจูงสุนัขเดินเล่น ถามเกี่ยวกับเรื่องสถานบำบัด

หนานซื่อยิ้มบางตอบว่า “ไม่มีความคิดเห็นจดหมายจากทนายความถูกส่งออกไปแล้ว”

พวกเนติเซนที่เพิ่งรู้ตัวก็คิดได้ว่าหยวนเจินเจินมีคนใหญ่คนโตสนับสนุนเรอะ?

 

บนโลกโซเชียลมีประเด็นร้อนขุดกันสนุกสนาน

แต่ละคนทั้งคุ้ยทั้งแซะว่าชายที่อยู่เบื้องหลังหยวนเจินเจินคือใคร แฟนคลับหานเยี่ยนมีความสุขที่สุดแทบจะจุดพลุฉลองสิบแปดมณฑล หยวนเจินเจินราชินีข่าวฉาว ไม่มาเกาะแกะองค์ชายของพวกเธออีกต่อไป

เนื่องจากแพลตฟอร์มทั้งหมดถูกปิดข่าว พวกเนติเซนที่เคยพูดถึงหยวนเจินเจินแบบเรียกชื่อตรงๆ ต่อให้ด่าดุเดือดกันขนาดไหนก็จะมีแฟนคลับพันธุ์แท้ไม่กี่คนที่จะออกหน้าหักล้างให้ แต่ตอนนี้แตกต่างไปแล้ว เวลาจะพูดถึงต้องใช้อักษรย่อชื่อ ไม่งั้นโพสต์จะถูกลบในไม่นาน

ทุกคนมากันที่เวยปั่วของหยวนเจินเจินตั้งใจจะคุ้ยหาเบาะแส แต่หน้าบัญชีของเธอช่วงนี้มีแต่เรื่องเกี่ยวกับน้องหมา รูปอื่นๆ ก็มีเป็นครั้งคราว ทว่าไม่มีแม้แต่เงาของผู้ชายสักคน

คนวงในที่รู้เรื่องไม่มีใครพูด จ้าวเซิ่งเทียนไม่ชอบมีข่าวกับพวกดาราสาว เขาชอบนักแสดงสาวที่อยู่บนเตียงเท่านั้น

ที่จริงจ้าวเซิ่งเทียนก็ระแวงเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขาชอบพยายามจะอวดเขาไม่ว่าจะ ‘โดยไม่ได้ตั้งใจ’ เมื่อถ่ายภาพ โพสต์หรือแกล้งสัมภาษณ์ แม้ว่าเขาจะชอบเล่นกับผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาชอบที่จะแบ่งปันชีวิตส่วนตัวกับประชาชน

หลังจากคบหยวนเจินเจินสามเดือน ความกังวลของจ้าวเซิ่งเทียนก็เปลี่ยนเป็นกลุ้มใจ

เมื่อเทียบกับการเป็นข่าวกับดาราชายคนอื่นๆ เห็นได้ชัดว่าจ้าวเซิ่งเทียนเป็นข่าวที่น่าเกาะกระแสกว่าเยอะ แต่หยวนเจินเจินไม่ได้มีความคิดจะเปิดเผยอะไรเลย เธอปกปิดเกี่ยวกับความรักยิ่งกว่าเขาเสียอีก ทุกครั้งหลังเซ็กส์จบลงจะไม่สร้างปัญหาหรือทำอะไรเลย ต้องถูกบังคับอย่างหนักแทบจะบีบคอถึงได้อ้อนออกมาสักคำสองคำ

อันที่จริงเรื่องนี้ดีมากและไม่ต้องกังวล แต่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอเชื่อฟังจนเข้าขั้นโอเวอร์

เขาไม่เคยกระตือรือร้นที่จะให้ผู้หญิงสร้างข่าวกับตัวเองเท่าครั้งนี้มาก่อน

วันนี้พอหญิงสาวเลิกกอง จ้าวเซิ่งเทียนก็ทำตัวประหลาด พาเธอกลับไปบ้านแทนที่จะไปที่โรงแรม

นอกจากการเดินทางเรื่องธุรกิจแล้ว จ้าวเซิ่งเทียนจะไม่ใช้เวลากลางคืนอยู่ข้างนอก เขามีความรู้สึกเสมอว่าบ้านคือวิมาน ไม่ว่าจะอยู่ข้างนอกถึงตีสองตีสาม ก็ต้องกลับมานอนบนเตียงใหญ่ของตัวเอง

นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา ไม่ได้ให้ใครเข้ามาง่ายๆา

วันนี้แม่บ้านกลับก่อนเวลา เขาเลยพาเธอมาเยี่ยมบ้าน การออกแบบตกแต่งภายในเขาเป็นคนกำหนดเองทั้งหมด

การศึกษาสมบูรณ์แบบสร้างความหวาดระแวง (paranoia) ตั้งแต่เด็กจนโต จ้าวเซิ่งเทียนมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะควบคุมผู้คนและสิ่งของต่างๆ

เขาชี้ไปที่ภาพวาดชื่อดังล้ำค่าบนผนังพูดว่า “ฉันเพิ่งประมูลภาพนี้มาได้ เธออยากจะถ่ายรูปหน่อยไหม?” ตอนที่ประมูลได้ก็พาดหัวข่าวทุกฉบับ ทุกคนดูภาพก็รู้ว่าภาพเป็นของใคร แขวนไว้ที่บ้านใคร

เขาเหลือบมองหญิงสาวเงียบๆ คิดว่าจะได้เห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น เพราะอย่างน้อยคนที่เขาอนุญาตให้ถ่ายภาพต่อหน้าได้มีจำนวนจำกัด นับประสาอะไรกับเธอที่จะได้ถ่ายภาพในบ้านของเขา

แต่ปฏิกิริยาตอบสนองคืออาการหาวง่วงนอนเท่านั้น

ร่างกายมนุษย์ไม่ทนทาน หลังจากถ่ายทำหลายฉากระหว่างกลางวัน ตกกลางคืนก็จะอ่อนเพลียไปหมด หนานซื่อถอนหายใจ ร่างกายนี้ช่างบอบบางเหลือเกิน

ปรายตามองไปที่จ้าวเซิ่งเทียน โดยคิดว่าโชคดีที่ชายคนนี้ทำให้เธอเพลิดเพลินกับความสุขทางกาย ถึงคะแนนความพึงพอใจจะอยู่ที่เจ็ดคะแนนก็ตาม

ตอบกลับอย่างเฉยเมย “ไม่อยากค่ะ” อยากเข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว

จ้าวเซิ่งเทียนขมวดคิ้วไม่พอใจ พาเข้าไปในห้องสะสม ทั้งห้องมีแต่ของโบราณ ขอเพียงดูอย่างรอบคอบก็ไม่ยากที่จะเดาว่าเจ้าของคือเขา

เขาถาม “เธอชอบแบบนี้ไหม? เลือกพื้นหลังแบบนี้สำหรับการเซลฟี่ก็สวยนะ”

หนานซื่อส่ายหน้า “ฉันไม่ชอบ”