หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ อันปู้ตั้งใจจะพาซินเหยนไปผ่อนคลายที่สวนสนุก แต่ปรากฏว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ เพราะเพียงแค่ก้าวเข้าไปในสวนสนุก น้ำตาของซินเหยนก็ร่วงเผาะก่อนจะทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง “เมื่อก่อนเขาก็ชอบพาฉันมาสวนสนุก”
อันปู้ “…..”
เป็นความผิดของเธอเอง เธอลืมไปว่าสวนสนุกเป็นสถานที่ที่คู่รักชอบมาและมีความทรงจำร่วมกัน
อันปู้ฉุดซินเหยนให้ลุกขึ้นแล้วตัดสินใจพาไปอีกที่หนึ่งซึ่งแฟนหนุ่มของซินเหยนต้องไม่เคยพาไปแน่ นั่นคือ…สถานเสริมความงาม
ในเมืองมีสถานเสริมความงามที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับนานาชาติอยู่แห่งหนึ่ง ชื่อ ‘ห้วนไฉฮวาตู’ บริการหลักของทางร้านคือการเสริมความงาม ทำสปา ดูแลร่างกาย โยคะ ลดความอ้วนตามแบบของมืออาชีพ สนนราคาก็ถือว่าแพงเอาเรื่อง
ซินเหยนไม่ออกความเห็น แค่รู้สึกว่าที่นี่ประดับประดาตกแต่งด้วยข้าวของราคาแพง ราวกับเธอหลุดเข้ามาอยู่ในโลกอีกใบ
เห็นหญิงสาวสองคนเดินเข้ามา พนักงานต้อนรับประเมินการแต่งกายของทั้งสองอย่างรวดเร็วก่อนจะยิ้มอย่างมีมารยาทตามแบบของอาชีพบริการ “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าทางเราช่วยอะไรพวกคุณได้บ้างคะ?”
ซินเหยนกระซิบกระซาบขณะดึงชายเสื้อของอันปู้ “เรามาที่นี่ทำไม?”
อันปู้ตอบ “ทำสปา ผ่อนคลายเสียหน่อย”
“แพงมากไหม?”
“ก็แค่ทำสปา คงไม่เท่าไหร่หรอก” อันปู้ตอบอย่างไม่ยี่หระ
พนักงานต้อนรับยิ้มค้างไปชั่วขณะ สปาทั่วไปมีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน แต่สำหรับที่นี่ ราคาต่ำสุดของการทำสปาหนึ่งครั้งคือหนึ่งหมื่น สาวสวยสองคนนี้แต่งเนื้อแต่งตัวแสนธรรมดา นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นไฮโซบ้านนอก
อันปู้ยื่นการ์ดใบหนึ่งให้พนักงานต้อนรับและเลือกรายการสปาหนึ่งรายการ
หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย พนักงานต้อนรับอีกคนก็เดินออกมาและพาพวกเธอเข้าไปด้านในด้วยท่าทางกระตือรือร้น
ซินเหยนไม่เคยมาสถานที่แบบนี้ มองอะไรก็ดูแปลกใหม่ตื่นตาตื่นใจไปหมด ความเสียใจของเธอบรรเทาลงไม่น้อย
“จ่ายไปเท่าไหร่ เดี๋ยวกลับไปฉันจะโอนคืนให้นะ” ซินเหยนรู้ว่าอันปู้อยากให้เธอมีความสุข แต่ก็ไม่อยากฉวยโอกาสจากความหวังดีของเพื่อน
“อ๋อ เลี้ยงอาหารภัตตาคารสักมื้อฉันก็โอเคแล้ว”
ซินเหยนพยักหน้ารับ ภัตตาคารที่อันปู้พูดถึงคืออาหารจำพวกออร์แกนิคที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เธอเคยไปที่นั่นหลายครั้งแล้ว ค่าอาหารจัดว่าค่อนข้างแพง หนึ่งมื้อมีอาหารสามรายการกับน้ำแกงหนึ่งถ้วย สนนราคาประมาณห้าหกร้อย
เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมแล้ว ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันลงอ่างแช่ตัว
หลังจากแช่ตัวเสร็จ อันปู้ก็เข้าไปในห้องนวดก่อนเพื่อให้หมอนวดได้นวดเธอทั้งตัว ขอแค่ไม่กดที่บริเวณหน้าอกหรือจับชีพจร ก็ไม่ต้องกังวลว่าหมอนวดจะรู้ว่าเธอเป็นศพเดินได้
การนวดช่วยเพิ่มความเต่งตึงของผิวหนังได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่อาบน้ำเสร็จ อันปู้จะต้องนวดตัวเอง เพียงแต่ไม่สามารถนวดทั้งตัวได้ ดังนั้น ทุกเดือนเธอจะมาสปาหนึ่งครั้ง แต่สำหรับที่นี่ถือว่าเป็นครั้งแรก
หลังจากหลับตา อันปู้จึงได้ผ่อนคลายทั้งตัว แม้จะไม่ได้รู้สึกสบายมากมายนัก แต่ก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อ
ทันใดนั้น เสียงแหลมสูงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ลอดเข้ามาจากหลังม่าน “ซินเหยน? เธอชื่อซินเหยนใช่ไหม? เพื่อนของเหอฝู่?”
อันปู้ค่อยๆลืมตา มองลอดผ้าม่านออกไป เห็นร่างของคนสามคน หนึ่งในนั้นคือซินเหยน ส่วนอีกสองคนยืนขนาบซ้ายขวา
“ซือซือ เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยหรือ? หล่อนเป็นคุณหนูบ้านไหนล่ะ?” ผู้หญิงผมเกลียวที่อยู่ข้างหยวนซือซือซักไซ้
หยวนซือยืนกอดอกมองซินเหยน ทำท่าเหมือนจะหัวเราะออกมา แต่ก็ไม่ “ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน คงต้องรบกวนให้คุณซินเหยนแนะนำตัวสักหน่อยแล้วล่ะ”
ซินเหยนกอดชุดคลุมของตัวเองไว้แน่น ตอบกลับเสียงแข็ง “ฉันไม่ใช่คุณหนูที่ไหน เป็นแค่คนธรรมดา!”
“อะไรนะ?” สาวผมเกลียวนึกสนุกขึ้นมาทันที “ห้วนไฉฮวาตูน่ะแทบไม่มีลูกค้าที่เป็นคนธรรมดาหรอก”
หยวนซือซือหัวเราะเบาๆ “คงอยากลองดูสักครั้งละมั้ง พวกรายการธรรมดาก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่ ทำงานไม่กี่เดือนก็จ่ายได้แล้ว”
ซินเหยนก้มหน้างุด การกล้ำกลืนความเจ็บปวดไว้ในใจนั้นไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อต้องฟังคำพูดที่คอยแต่จะทิ่มแทงครั้งแล้วครั้งเล่า เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนไม่มีแรงต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง
“ซือซือ ไปกันเถอะ อย่าไปสนใจเลย ฉันนัดคุณหมอนวดสุดหล่อไว้ ป่านนี้คงเปิดห้องรอฉันแล้ว” สาวผมเกลียวเร่ง
“โอเค รอแป๊บนึงนะ” หยวนซือซือตบหลังมือเพื่อนสาวเบาๆก่อนจะหันมาพูดกับซินเหยนอีกครั้ง “พิธีหมั้นระหว่างฉันกับเหอฝู่จะมีขึ้นในอีกสามวันนับจากนี้ เธอเป็น ‘เพื่อนสมัยเรียน’ ของเขานี่ ได้รับการ์ดเชิญหรือยังนะ? ถ้ายังไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะกลับไปบอกเหอฝู่ให้เขาส่งการ์ดเชิญไปให้”
น้ำเสียงที่เสแสร้งและบ่งบอกความเหนือกว่าทำให้ซินเหยนทั้งเสียหน้าและเคียดแค้นกว่าเดิม เธอกัดฟันตอบโต้ “ไม่จำเป็น”
“แหม ถ้าอย่างนั้นก็น่าเสียดาย” แววตาของหยวนซือซือแสดงอาการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง เธอจับมือสาวผมเกลียวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไปเถอะ ไปสปากัน”
เมื่อทั้งสองลับตาไป ซินเหยนก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว มันร่วงเผาะก่อนจะไหลเป็นทางอาบแก้ม
“เมื่อกี้ทำไมไม่ตอบโต้?” น้ำเสียงเรียบเฉยลอดออกมาจากช่องผ้าม่าน
ซินเหยนเช็ดน้ำตา หันไปสะอื้นตอบ “ฉันควรตอบโต้อย่างไรล่ะ? จะให้บอกเธอหรือว่าฉันต่างหากที่เป็นแฟนของเหลียงเหอฝู่?”
“ไม่ใช่สักหน่อย” อันปู้ลากซินเหยนเข้าไปในห้องนวด บอกให้หมอนวดออกไปก่อนแล้วอธิบาย “เธอควรบอกแม่นั่นว่าเหลียงเหอฝู่เป็นแฟนโคตรเห็นแก่ตัวที่เธอไม่เอาแล้ว ขอบคุณความเอื้อเฟื้อของหล่อนที่ช่วยรับผู้ชายทุเรศคนนี้ไป หล่อนได้อุทิศตนอย่างยิ่งใหญ่และกล้าหาญเพื่อสังคม น่าชื่นชมเหลือเกิน”
ซินเหยนกลั้นหัวเราะไม่อยู่ สุดท้ายก็หยุดร้องไห้แล้วหัวเราะออกมา
ซินเหยนหัวเราะออกแล้วก็จริง แต่อันปู้ไม่ขำ เธอพาซินเหยนมาที่นี่เพื่อหวังจะให้หายเศร้าโศกโดยเร็วและเลิกทำตัวเซื่องซึมซังกะตายเพราะผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้ แต่กลายเป็นถูกว่าที่คู่หมั้นของเขาเล่นงานเสียนี่ เธอไม่ยุให้ซินเหยนไปเอาน้ำกรดสาดแม่นั่นก็บุญแล้ว ยายคนนี้คงไม่รู้เลยว่าความแค้นของผู้หญิงน่ะ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลใดๆทั้งนั้น!
“ซินเหยน…” อันปู้ลูบหัวซินเหยนเบาๆ
“อะไรหรือ?” ซินเหยนสบตาอันปู้อย่างเซื่องซึม
“เคยดูนิทานเรื่องซินเดอเรลล่าไหม?” อันปู้ถาม
ซินเหยนตอบอย่างแปลกใจ “บ้านไหนก็รู้จักเทพนิยายเรื่องนี้ทั้งนั้น มีใครไม่เคยดูด้วยหรือ?”
อันปู้หัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย “ถ้างั้น เธออยากลองเป็นซินเดอเรลล่าไหมล่ะ?”
ซินเหยนดูจะยังไม่เข้าใจ “เธอหมายความว่าอย่างไร?”
“ฉันจะเป็นนางฟ้าแม่ทูนหัวของเธอเอง ให้รองเท้าแก้วกับเธอหนึ่งคู่ พาเธอไปร่วมงานหมั้นของ พวกเขา เวทมนตร์จะมีอานุภาพยาวนาน 1 คืน” อันปู้ยื่นแหวนให้ซินเหยนวงหนึ่ง “นับจากนี้ไป ฉันหวังว่าเธอจะลืมผู้ชายคนนั้นได้ แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุข”
เช้าตรู่ในอีกสามวันต่อมา อันปู้ที่ฮึกเหิมและมีพลังเต็มเปี่ยมก็มาปรากฏตัวหน้าประตูบ้านของซินเหยน เธอสวมเดรสยาวสีแดงเพลิง รองเท้าส้นสูงสีทอง กางร่มสีดำยืนอยู่ภายใต้แสงแดดเจิดจ้า ไม่ต่างกับนางปีศาจที่มาจากขุมนรก ดูไม่เหมือนนางฟ้าแม่ทูนหัวเลยสักนิด
ซินเหยนยืนจังงังมองอันปู้ แต่ยังไม่ทันจะหายงง ก็ถูกอันปู้ลากไปช็อปปิ้งมอลล์
รองเท้าส้นสูงห้านิ้ว ชุดราตรี เครื่องประดับ พร้อมช่างแต่งหน้าทำผม นางฟ้าแม่ทูนหัวอันปู้จัดการแปลงโฉมซินเหยนตั้งแต่หัวจรดเท้า เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
ซินเหยนถูกจับแปลงโฉมได้น่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด เธอรู้สึกเหมือนอันปู้มีเวทมนตร์ขึ้นมาจริงๆ อยากทำอะไรก็ทำได้ ตัวเธอได้แต่มองตาค้าง ความเจ็บปวดในใจเลือนหายไปหมด มิน่าล่ะ ใครๆถึงพูดว่าการช้อปปิ้งสามารถบำบัดความทุกข์ได้ การใช้เงินเป็นเบี้ยของอันปู้ทำให้เธอรู้แล้วว่าคำพูดนี้เป็นความจริง
…..
เวลาสามทุ่มกว่าบริเวณด้านนอกโรงแรมเซิงต้า รถหรูราคาแพงของคนดังจากทุกวงการทยอยกันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ละคนแต่งตัวเต็มยศ ทุกอย่างล้วนหรูหรางดงาม
ไม่นาน รถยอดนิยมสีแดงคันหนึ่งก็เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบประตูโรงแรม
เบลล์บอยที่อยู่ใกล้ๆรีบเข้าไปให้บริการทันที ท่วงท่าการเปิดประตูรถของเขาดูนอบน้อมไม่น้อย จังหวะนั้น ขาเรียวงามคู่หนึ่งก็ยื่นออกมา รองเท้าแก้วที่เธอสวมอยู่ส่องประกายวิบวับ แล้วสาวงามรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นคนหนึ่งก็ค่อยๆก้าวลงจากรถ
วินาทีนั้น ซินเหยนกลายเป็นจุดสนใจของทุกสายตา ทุกคนจับจ้องเธออย่างตะลึงพรึงเพริด เป็นครั้งแรกที่ซินเหยนได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนในสภาพที่งดงามขนาดนี้ หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบระงับไม่ได้ ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ
“เชิดหน้า ยืดอก อย่าหลบสายตา ท่องไว้ว่าเราคือนางพญา” คำพูดของอันปู้วนเวียนอยู่ในหัวสมองของซินเหยน “ทั้งเธอและคนพวกนั้นล้วนเป็นนักแสดงบนเวทีเหมือนกัน ใครแสดงเก่งกว่าก็จะได้เป็นนักแสดงนำ”
“ฉันกลัวว่าจะทำไม่ได้”
“ทำไม่ได้แล้วยังไง? เธอลืมแล้วหรือ เวทมนตร์ของเธอมีอานุภาพแค่คืนนี้คืนเดียว ถ้าแสดงพลาด อย่างมากก็แค่สะบัดก้นเดินออกมา เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ไม่ได้จ่ายค่าออกงานให้เธอเสียหน่อย”
“ปู้ปู้ แล้วเธอไม่ไปกับฉันหรือ?”
“วางใจเถอะ ถึงเวลาฉันจะไปหาเธอเอง”