ขณะที่อยู่ในความคิดตัวเอง
ก็มีใครบางคนเดินมาจากข้างหลังเธอตบไหล่เธอ “เฮ้!”
ทันทีที่หลานจินเหยาหันกลับไป ก็ได้รับการต้อนรับเป็นดวงตาอ่อนโยนซึ่งยิ้มแย้มอยู่เสมอ
“เสิ่นอวี้…”
รู้สึกเหมือนไม่ได้เจอผู้ชายคนนี้มานานแล้ว คนที่พาเธอเข้าวงการบันเทิง เขาจะอยู่เบื้องหน้าเธอไม่ว่าเจอลมพายุอะไร เขาจะเป็นคนที่มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนตลอดเวลา เทียบกับพ่อแม่ที่ไม่ได้กลับบ้านไปเจอในช่วงหลายปี เสิ่นอวี้ดูจะสนิทกับเธอมากกว่าอีก
เธออยากจะพูดว่า ‘เสิ่นอวี้ ไม่เจอกันนานเลยนะ!’
ทว่าเธอก็นึกขึ้นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเหมยเหม่ยกับเสิ้นอวี้ไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก
ไม่คิดว่าเสิ่นอวี้จะยิ้มให้ ยิ่งกว่านั้นยังแตะไหล่เธอราวกับว่าพวกเขาคุ้นเคยกันดี “ได้ยินมาว่าคุณไม่อยากแสดงบทที่ได้รับเหรอ?”
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ส่ายหน้า “ไม่ ฉันตัดสินใจจะเล่นบทนี้แล้ว!”
แม้ว่านี่จะเป็นตัวละครเล็กๆ และเธอก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไรจากมันได้ แต่เธอจะให้ทุกคนเห็นทัศนคติใหม่ที่มีต่อการแสดง!
ขณะนี้หัวใจของหลานจินเหยามั่นคงอย่างยิ่ง แต่ในวินาทีต่อมาความเชื่อมั่นในใจก็เปลี่ยนเป็นตาย
เสิ่นอวี้พูดว่า “คุณนี่ลงทุนจีบประธานฟู่มากจริงๆ ถึงขนาดบังคับตัวเองให้แสดงละคร เอาเถอะ ถึงจะลำบากแต่ผมก็อยากให้กำลังใจคุณ บางทีประธานฟู่ของเราอาจจะถูกกระตุ้นโดยความกระตือรือร้นของคุณ!”
แม้ว่าเธอรู้ว่าคำพูดของเสิ่นอวี้ส่งมาที่เฉินเหมยเหม่ย แต่หลานจินเหยาก็ยังรู้สึกเศร้ามาก เสิ่นอวี้ใจดีกับเธอเสมอมา การเสียชีวิตกะทันหันของเธอ เขาคงจะเศร้ามาก! ไม่ว่าเสิ่นอวี้จะปฏิบัติต่อเธออย่างไรในตอนนี้ เธอก็ไม่ยอมให้เสิ่นเวยอันเข้าใกล้เขาสักก้าวเดียว ผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นไม่สมควรได้รับสิ่งที่ดีในชีวิตนี้!
หลังจากไปถึงกองถ่ายในบ่ายวันนั้น
หลานจินเหยาก็พบว่าบทของเธอเปลี่ยนไป เธอถูกเปลี่ยนเป็นนางรอง เพราะเมื่อพ่อของเฉินเหมยเหม่ยรู้ว่าลูกสาวคิดจะแสดงละครอย่างจริงจัง เขาก็ตัดสินใจลงทุนละครเรื่องนี้ซื้อบทนี้ให้เธอ เพื่อตอบสนองต่อภาพลักษณ์เฉินเหมยเหม่ยโดยเฉพาะ คนเขียนบทเปลี่ยนนางรองจากสาวงามดุร้ายไร้ปราณีไปเป็นสาวอ้วนดุร้ายโหดเหี้ยม
คิ้วของหลานจินเหยากระตุกไม่หยุดขณะที่อ่านสคริปต์ นางรองแต่เดิมก็เป็นตัวละครที่ไม่มีใครชอบอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเปลี่ยนไปเป็นสาวร่างใหญ่อีก ยิ่งน่ารังเกียจเข้าไปใหญ่!
มิน่าเธอถึงสังเกตเห็นว่าสายตาคนรอบข้างมองมาที่เธอตั้งแต่เพิ่งมาถึงสตูดิโอ ไม่มีดีเลย!
นางเอกเรื่องนี้เป็นดาราที่ดังมากช่วงนี้ บิลบอร์ดขนาดใหญ่ของเธอถูกแขวนไว้ที่หน้าลานเทียนเหอสือไต้[1] ตลอดทั้งเดือน ยังไม่มีวี่แววว่าจะถูกรื้อถอนเร็วๆ นี้ น่าเสียดายที่บางคนเริ่มเกเรเมื่อพวกเขาเริ่มมีชื่อเสียง นางเอกรู้ดีว่าการถ่ายทำมีกำหนดจะเริ่มในวันนี้ แต่ก็ยังมาไม่ถึง ส่งผลให้หลานจินเหยาที่ไม่เคยมาสายต้องรอให้การถ่ายทำเริ่ม เธอรู้สึกหงุดหงิดในใจมาก
หมดทางเลือก ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงถ่ายทำฉากอื่นไปก่อนเท่านั้น!
“ช่างแต่งหน้า รีบแต่งหน้าให้เฉินเหม่ยเหม่ย เราไม่รอแล้ว!”
ผู้ช่วยผู้กำกับตะโกนสั่ง ทุกคนเร่งรีบขึ้นในทันที ทว่าไม่มีคนในกองถ่ายคนไหนที่มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับทักษะการแสดงของเฉินเหมยเหม่ย
ฉากที่ถ่ายทำในวันนี้เป็นฉากนางเอกถูกลักพา นางรองก็สร้างปัญหาในป้อม ยุยงคนให้ทำร้ายนางเอก! ใช้การทรมานทุกประเภท!
ในตอนเริ่มต้นของฉากนางรองเข้ามาในห้องหัวหน้าโจรเพื่อยุยงให้หัวหน้าโจรจัดการกับนางเอกโดยเร็วที่สุด!
หลานจินเหยาสวมชุดเดรสแขนกว้าง ซึ่งแม้แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าโทรมมาก เธอบิดเอวเหมือนถังเดินไปที่ห้องของหัวหน้า โชคดีที่กระโปรงกว้างไม่รัดตัว เธอนั่งลงบนเก้าอี้ยาวเอนตัวไปข้างชายคนนั้นขณะจีบปากจีบคอ “ท่านหัวหน้า ผู้หญิงที่เราจับได้วันนี้ไม่ควรเก็บนางไว้นาน ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้คนข้างนอกกำลังตามหาตัวนางให้ควั่ก ถ้าเราไม่รีบจัดการเรื่องนี้ เดี๋ยวไฟจะลามเข้าหาตัวได้นะ!”
นักแสดงที่รับบทหัวหน้าโจรอายุสี่สิบปี เมื่อเขาโอบเอวเธอสีหน้าก็เปลี่ยนไป ไม่สามารถพูดบทของตัวเองได้
“คัต คัต คัต! เกิดอะไรขึ้น?”
ชายที่เล่นบทคู่กับหลานจินเหยาชี้มาที่เธอพูดว่า “ผู้กำกับเฉินสายตาเฉินเหมยเหม่ยไม่ถูก! ไม่เข้าถึงอารมณ์เลย!”
หลานจินเหยาที่ถูกกล่าวหาหน้าตาเฉย ได้แต่ยิ้ม ‘ทนไว้ ทนไว้!’
ทว่าไม่ช้าหลานจินเหยาก็พบว่าตัวเองคิดน้อยเกินไป ผู้ชายคนนี้ไม่ต้องการแสดงกับเธอ! ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉาก ใบหน้าของทีมงานมืดลงเรื่อยๆ
“ไอ้สวี่มานี่บอกฉันทีเกิดอะไรขึ้น? คนตาไม่บอดก็เห็นว่าแกตั้งใจสร้างเรื่องยากให้เฉินเหมยเหม่ย ถ้ายังทำแบบนี้ต่อไป ผู้กำกับเฉินโกรธขึ้นมาเมื่อไร ระเบิดลงขึ้นมา แม้แต่ฉันก็ไม่ช่วยไม่ได้”
ชายที่ถูกลากไปที่มุมห้องจุดบุหรี่ขึ้นด้วยอาการหยุดหงิด “ก็ไหนตอนแรกตกลงกันว่านางรองเป็นสาวสวยไง ทำไมจู่ๆ กลายเป็นเฉินเหมยเหม่ย? ฉันได้ยินมาว่าเธอซื้อบทมา?”
“เฮ้อ ใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ? เธอไม่มีทักษะการแสดงเลยและก็ไม่น่าดึงดูด แต่ใครให้บ้านเธอเงินหนากันล่ะ?”
หลานจินเหยาที่อยู่ในห้องน้ำ ได้ยินเสียงการสนทนาข้างนอก ก็สาดน้ำเย็นใส่หน้า สูดหายใจเข้าลึกๆ
หลานจินเหยาพิงอ่างล้างหน้า
มองใบหน้าไม่คุ้นเคยในกระจก มีคำถามหนึ่งเกิดขึ้นในใจเธอตลอดเวลา ในสถานการณ์นี้เฉินเหมยเหม่ยจะทำยังไง? คำพูดเมื่อครู่ที่ได้ยินจะจัดการยังไง?
เฉินเหมยเหม่ยเป็นลูกสาวเศรษฐี ทั้งพ่อแม่และพี่สาวต่างก็รักและเอาอกเอาใจ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่ต้องกังวลผลที่ตามมา มีคนคอยวิ่งตามมาแก้ปัญหาให้ แต่สำหรับหลานจินเหยา พ่อแม่เธอไม่มาแม้แต่ร่วมงานศพลูกสาวเลยด้วยซ้ำ คนเดียวที่คอยเอาใจใส่ดูแลเธอมาโดยตลอดก็คือเสิ่นอวี้ แต่ตอนนี้กระทั่งเสิ่นอวี้ก็กลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันแล้ว
หลานจินเหยาครุ่นคิดอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบ ในหัวราวกับมีแมลงวันนับไม่ถ้วนบินวนเวียนอยู่ตลอด
หลานจินเหยากุมหัว คนในกระจกก็กุมหัว น้ำตาไหลออกมา แม้แต่ตอนร้องไห้ก็ยังไม่น่าดู
ที่ด้านนอกทีมงานพร้อมถ่ายทำต่อแล้ว นางรองดันหายไป ผู้ช่วยผู้กำกับกำลังจะเรียกคนให้ไปตามหาเฉินเหมยเหม่ย แต่หันไปเห็นฟู่ไป่เหนียนก่อน เขารีบกระวีกระวาดมาต้อนรับ “ท่านประธานฟู่ มาถึงที่นี่เลยนะครับวันนี้!”
ร้อยแปดสิบปีเรื่องแบบนี้ก็ไม่เคยเกิด แต่ทำไมจู่ๆ ฟู่ไป่เหนียนถึงมาที่นี่วันนี้ แปลกจริงๆ
ฟู่ไป่เหนียนมองไปรอบๆ พูดน้ำเสียงราบเรียบ “มาดูว่าเป็นยังไงกันบ้าง”
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ วันนี้เฟินฟางติดธุระด่วนมาไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้เราเลื่อนฉากถ่ายทำฉากนางรองก่อน แค่บางครั้งตอนทำงานเฉินเหมยเหม่ยไม่ค่อยมีสมาธิ เลยหยุดถ่ายทำอารมณ์ก่อน สักพักก็จะเริ่มถ่ายต่อแล้วครับ”
ดวงตาฟู่ไป่เหนียนกวาดมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นว่าร่างอวบอิ่ม
เขาถามขึ้น “คนล่ะไปไหน?”
ผู้ช่วยผู้กำกับสมองหมุนไม่ทัน ไม่คิดว่าฟู่ไป่เหนียนจะถามคำถามนี้ “ห๊า?”
ฟู่ไป่เหนียนย้ำคำถามอีกครั้ง “เฉินเหมยเหม่ยอยู่ที่ไหน”
“เอ่อ... ยังหาตัวไม่เจอเลยครับ เมื่อกี้ยังอยู่ที่นี่เลย”
ตอนนั้นเองทีมงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาบอกกับผู้ช่วยผู้กำกับ “เฉินเหมยเหม่ยอยู่ในห้องน้ำครับ ครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ออกมาเลย”
“ให้ทีมงานหญิงสักคนเข้าไปดูหน่อย!”
ทันทีที่ผู้ช่วยผู้กำกับพูดจบ ฟู่ไป่เหนียนก็เดินไปถึงทางห้องน้ำหญิง เพิ่งจะเดินถึงหน้าประตูก็เห็นเฉินเหมยเหม่ยปาดน้ำตาอยู่ตรงอ่างล้างหน้า ตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้น ดูท่าจะเศร้ามาก
ฟู่ไป่เหนียนเลิกคิ้วเล็กน้อย “เฉินเหมยเหม่ย เธอร้องไห้อยู่เหรอ?”
หลานจินเหยารีบเช็ดน้ำตาที่เหลือออก แต่เพราะผิวของเฉินเหมยเหม่ยขาวมาก ดังนั้นพอร้องไห้หนักเข้าบวกกับดวงตาแดงก่ำ ยากที่คนอื่นจะมองไม่ออก
เธอเบือนหน้าหนีเขาตอบอย่างเอาแต่ใจ “ฉันจะร้องไม่ร้องก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ ที่นี่ห้องน้ำหญิง ผู้ชายอย่างคุณเข้ามาทำอะไรที่นี่!”
ฟู่ไป่เหนียนตอบอย่างเฉยเมย “ก็ไม่เห็นมีผู้หญิงสักคน”
“นี่จะบอกว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงเรอะ” เธอพุ่งตัวจากอ่างล่างหน้าหมัดซัดตรงไปหาฟู่ไป่เหนียน
เขาเบี่ยงตัวหลบหมัดเธอได้อย่างว่องไว จับคอเสื้อเข้าที่ “หยุด! ผู้ช่วยผู้กำกับเรียกเธออยู่น่ะ”
ตอนที่ทั้งสองเดินออกมาพร้อมกัน ฟู่ไป่เหนียนก็แสร้งถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า “เฉินเหมยเหม่ย เมื่อกี้ร้องไห้ทำไม? โดนใครรังแกเรอะ”
แต่ทันทีที่เขาถามเธอก็ปฏิเสธ
“ไม่มีทาง ใครจะกล้ารังแกฉัน” หญิงสาวเชิดจมูกพูดต่อไป “คุณมาทำอะไรที่นี่วันนี้? หรือว่าชอบนางเอกเรื่องนี้เลยแอบมาเยี่ยม? เสียใจด้วยนะ วันนี้หล่อนไม่มา”
เธอจำได้ไม่กี่วันก่อนยังเห็นเขานั่งกินข้าวกับสวี่จิ่งเกอที่ร้านอาหาร ไม่นึกเลยว่าจะเปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้
ฟู่ไป่เหนียนไม่โต้ตอบอะไร
เมื่อคนในกองถ่ายเห็นทั้งคู่เดินมาด้วยกันก็ไม่มีใครกล้าซุบซิบอะไรอีก เงียบกริบกันไปเลยทีเดียว
ผู้ช่วยผู้กำกับมองเห็นความสนิทสนมของคนทั้งสองก็ขมวดคิ้วบ่นกับตัวเอง “ไหนว่าประธานฟู่ล่มงานแต่งงานไม่ใช่เหรอ? ข่าวโคมลอยแน่? ที่จริงเขาชอบเฉินเหมยเหม่ย?”
เมื่อการถ่ายทำเริ่มขึ้น ฟู่ไป่เหนียนนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ สายตาจดจ้องไปเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ
ฟู่ไป่เหนียนนั่งคุมงานด้วยการถ่ายทำก็ราบรื่นมาก ไม่มีปัญหาตามมาเลย
[1] ลานเทียนเหอสือไต้ คนไทยรู้จักกันในชื่อ Milky Way Times Square