“ข้าไปเอง พวกท่านกลับไปเถอะ” เห็นเหลิ่งเอ้ายวี่จะเอ่ยค้าน ม่อจื่อซินพลันส่ายหน้า “ท่านถูกพิษ ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้ควรรีบกลับไปรักษาตัวเองก่อน น้องสาวท่านก็ช่วยได้แล้ว ส่วนพี่ใหญ่ของท่าน มอบให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ”
สีหน้าเหลิ่งเอ้ายวี่เขม็งตึง ดวงตาฉายแววซับซ้อน เขาขยับปากคล้ายอยากพูดแต่สุดท้ายก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
ในใจเหลิ่งเอ้ายวี่ชัดเจนแล้วว่าเป็นห่วงม่อจื่อซิน ต้องการเป็นคนปกป้องคุ้มครองนาง แต่ตอนนี้เขาไร้ซึ่งกำลัง ทั้งยังบาดเจ็บ สำคัญที่สุดคือพี่ใหญ่กำลังอยู่ในอันตราย จำเป็นต้องมีคนที่ไว้ใจได้และมีฝีมือไปช่วยอย่างเร็วที่สุด ฝีมือและสติปัญญาของนางเขาได้เห็นกับตาแล้ว ความระแวงใดๆ ที่เคยมีก็สลายจนหมดสิ้น
แต่นางเป็นผู้หญิงคนเดียว จะช่วยพี่ใหญ่ได้หรือ...
“เชื่อข้า!”
แววตาม่อจื่อซินเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เป็นประกายตาของผู้ที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ เหลิ่งเอ้ายวี่ยิ้มอย่างยอมแพ้ก่อนจะพยักหน้า
“ได้ ข้าเชื่อ”
“ท่านวางใจเถอะ ข้าจะต้องพาพี่ใหญ่ของท่านกลับมาอย่างปลอดภัยได้แน่” ม่อจื่อซินยิ้มตอบ ก่อนจะวิ่งออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็ว
เหลิ่งเอ้ายวี่ทอดถอนใจ เขายืนมองจนร่างเล็กปราดเปรียวลับสายตาไปแล้วจึงหันมองรอบตัว ภายในถ้ำมีศพเกลื่อนกระจาย
“พี่รอง นางเป็นใครหรือ?”
เหลิ่งเอ้าเสวี่ยขมวดคิ้วมองท่าทีของพี่ชายคนรองอย่างประหลาดใจ สตรีผู้นั้นเป็นใครถึงทำให้พี่รองที่ปกติเย็นชาทั้งยังปราดเปรื่อง กลับยืนส่งสายตามองตามอย่างอาลัยอาวรณ์ได้ เหตุใดพี่รองจึงกล้าวางชีวิตพี่ใหญ่ไว้ในมือนาง
“นางคือ... ม่อจื่อซิน”
เหลิ่งเอ้ายวี่ตอบเสียงขื่น เขาเพิ่งพูดว่าไม่อยากเห็นนางบาดเจ็บอีก แต่เขากลับเอาความเป็นความตายของพี่ใหญ่ใส่ไว้ในมือนาง ถ้าเขาไม่ถูกเข็มพิษ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้นางไปคนเดียวแน่
เหลิ่งเอ้าเทียนกับคู่ลาต๋าเผชิญหน้ากันโดยมีลำธารน้ำไหลเชี่ยวคั่นกลาง
ร่างสูงใหญ่สง่างามน่าเกรงขามอยู่ในชุดรัดกุมสีเทา คิ้วกระบี่ ดวงตาสีเข้มทรงพลัง สันจมูกเด่นชัด โครงหน้าคมคาย แม่ทัพใหญ่แห่งทัพตระกูลเหลิ่งเป็นดั่งพญาเหยี่ยวที่โผบินอยู่กลางฟ้ากว้าง ที่กำลังอวดอำนาจและความหยิ่งทระนงให้ใต้หล้าต้องยอมสยบ
คู่ลาต๋าเป็นชายร่างใหญ่ ผ้าคาดผมสีดำ ผมยาวประบ่าสีดำมัดถักเป็นเปียเล็กๆ ดวงตาหรี่ลงปิดบังความเจ้าเล่ห์ ด้านหลังคือทหารของสามชนเผ่ากว่าสองร้อยคนที่ยืนเรียงเป็นระเบียบดุจกำแพงใหญ่ แต่ละคนดูเหี้ยมโหดป่าเถื่อนนัก
“ปล่อยนางแล้วเอาตัวข้าไปแทน” เสียงเหลิ่งเอ้าเทียนก้องกังวาน เขากางแขนออกสองข้างเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนไร้อาวุธ
“ดี! คำพูดแม่ทัพเหลิ่งย่อมเชื่อถือได้”
คู่ลาต๋าหันไปพูดสองสามคำกับคนข้างกาย จากนั้นก็ยืนกอดอกรอทหารนำตัวเหลิ่งเอ้าเสวี่ยมาแลกเปลี่ยน แต่คนที่ปรากฏตัวกลับเป็นอาเจี๋ยกับหม่าเค่อ ทั้งคู่ท่าทางร้อนรนผิดปกติ
เหลิ่งเอ้าเทียนเพ่งมองการเคลื่อนไหวจากอีกฟากฝั่งของลำธาร เขายังไม่เห็นน้องสาว แต่คนที่มาใหม่ทำให้คู่ลาต๋ามีท่าทีร้อนใจ สายตาคมกริบกวาดมองรอบด้านอย่างระวัง
ถ้าไม่เห็นเหลิ่งเอ้าเสวี่ยข้ามฝั่งกลับมาอย่างปลอดภัย เขาไม่มีทางยอมจำนนให้พวกนอกด่านเหล่านี้จับตัวไปแน่
หลังจากรู้ว่าตัวประกันสำคัญถูกคนตระกูลเหลิ่งช่วยกลับไปได้คู่ลาต๋าก็ให้เจ็บใจนัก! ถลึงตาใส่อาเจี๋ยกับหม่าเค่ออย่างโมโห แค่เฝ้าผู้หญิงคนเดียวยังทำไม่ได้ พวกไม่ได้ความ!
คู่ลาต๋าหายใจลึกยาวหลายครั้ง พอสงบสติอารมณ์ได้แล้วจึงเดินไปที่ริมฝั่งลำธาร ตะโกนเสียงดังไปยังอีกฝั่ง
“แม่ทัพเหลิ่ง เชิญท่านข้ามมาฝั่งนี้ก่อน น้องสาวของท่านใกล้จะมาถึงแล้ว ข้าอยากให้ท่านเห็นด้วยตาตัวเองว่าน้องสาวท่านปลอดภัย เช่นนั้นการแลกเปลี่ยนก็จะถือว่าสำเร็จไปกึ่งหนึ่ง”
“สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกทะเลทราย โกหกได้แบบไม่กะพริบตา” หม่าเค่อยกนิ้วโป้งให้คู่ลาต๋า
“หึ!” อาเจี๋ยแค่นเสียงดูแคลน “ใช้หัวคิดบ้างเถอะ ถ้าครั้งนี้ยังปล่อยเหลิ่งเอ้าเทียนหนีไปได้ พวกเราก็ไม่ต้องคิดมีชีวิตรอดแล้ว!”
“ข้ารู้น่า” หม่าเค่อยกมือลูบรอยแผลบนศีรษะ สีหน้าเจ็บแค้น “พวกตระกูลเหลิ่ง! ข้าจะทำให้พวกมันอยู่มิสู้ตายเลยทีเดียว”
คำเชิญของคู่ลาต๋าทำเหลิ่งเอ้าเทียนขมวดคิ้ว หลังจากครุ่นคิดก็ไม่อาจไม่ยอมรับว่าตนตกอยู่ในสถานการณ์เป็นรอง เวลานี้เรื่องสำคัญที่สุดก็คือความปลอดภัยของเหลิ่งเอ้าเสวี่ย เขาจะอยู่ตรงนี้หรือข้ามฝั่งไปล้วนไม่สำคัญ
ชนเผ่าทั้งสามยืนมองเหลิ่งเอ้าเทียนข้ามลำธาร พยายามรักษาท่าทีสงบนิ่ง ไม่ให้อีกฝ่ายผิดสังเกต สายตาจับจ้องแต่ละก้าวของเหลิ่งเอ้าเทียนตาไม่กะพริบ มองเขาเหยียบลงบนก้อนหินที่โผล่มาเหนือน้ำ ขอเพียงอีกฝ่ายข้ามฝั่งมา พวกเขาจะเข้ารุมทึ้ง ฉีกเหลิ่งเอ้าเทียนเป็นชิ้นๆ ให้แม่ทัพใหญ่ตระกูลเหลิ่งเหลือแค่ชื่อ!
เมื่อเห็นเหลิ่งเอ้าเทียนเดินขึ้นฝั่งเรียบร้อย คู่ลาต๋าก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนเตรียมเข้าเล่นงาน แต่ยังไม่ทันขยับตัว เสียงกังวานของสตรีนางหนึ่งก็ดังขึ้น
“เหลิ่งเอ้าเสวี่ยถูกช่วยแล้ว นางปลอดภัย ที่นี่อันตราย ท่านแม่ทัพรีบถอยกลับไปเถอะ!”
สิ้นเสียง ร่างเล็กปราดเปรียวก็พุ่งเข้าใส่ทหารของสามชนเผ่าอย่างดุดัน!
อาเจี๋ยเห็นหญิงผู้นี้ก็จำได้ทันที นางคือคนที่วิ่งเข้าถ้ำมาคนแรก คนที่เขาสะบัดเข็มพิษใส่แต่เหลิ่งเอ้ายวี่มารับไว้แทน นางทำลายแผนการพวกเขาสองครั้ง เช่นนั้นเขาก็จะให้นางตายอย่างไร้ที่ฝังอยู่ที่นี่! อาเจี๋ยคำรามลั่นก่อนจะทะยานตัวพุ่งตรงไปหาม่อจื่อซิน โดยมีหม่าเค่อตามหลังมาติดๆ
คู่ลาต๋าไม่สนใจม่อจื่อซิน สายตาดุดันมองจ้องไปที่ศัตรูคนสำคัญตรงหน้าแต่เพียงผู้เดียว เขาจะไม่ปล่อยให้เหลิ่งเอ้าเทียนรอดชีวิตกลับไป คู่ลาต๋าคำรามลั่นก่อนออกคำสั่งเสียงดัง
“ฆ่าเหลิ่งเอ้าเทียน! ฆ่ามันให้ได้!”
สายลับอย่าง 005 เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด กริชในมือนางพลิกตวัดไปมาอย่างคล่องแคล่ว ถึงจะเสียเปรียบเรื่องรูปร่างแต่ได้เปรียบเรื่องความว่องไว ทุกครั้งที่แทงมีดใส่ศัตรูล้วนเล็งแต่จุดสำคัญที่ทำให้เคลื่อนไหวต่อไม่ได้ เพียงไม่นานทหารจากสามชนเผ่าก็ล้มลงกับพื้นไปตาม ๆ กัน
ม่อจื่อซินมองไปที่เหลิ่งเอ้าเทียน เห็นอีกฝ่ายต่อสู้ดุเดือดอยู่กับทหารกลุ่มใหญ่ ฝีมือเขาเหี้ยมโหดทีเดียว นางกวาดตามองรอบตัว ดูเหมือนถ้าอยากฝ่าวงล้อมทหารนับร้อยออกไป นางกับเขาคงต้องร่วมมือกันแล้ว
นางดึงหน้าไม้ออกมาจากแผ่นหลัง ยิงลูกดอกเข้าใส่ศัตรู เพื่อเปิดทางให้ตนวิ่งไปหาเหลิ่งเอ้าเทียนได้
เพิ่งฝ่าวงล้อมออกมาได้ไม่ไกล นางก็ต้องชะงักแล้วรีบก้มตัวหลบดาบโค้งตวัดเข้าหา ดาบแรกพลาด ดาบที่สองตามมาติด ๆ ม่อจื่อซินเบนตัวหลบได้อีกครั้ง ยังกระโดดถอยหลังไปไกลเพื่อหลบเข็มพิษที่อาเจี๋ยลอบจู่โจมทีเผลออีกด้วย
ม่อจื่อซินมองคราบเลือดที่ยังติดอยู่บนหน้าหม่าเค่อ นางเหยียดยิ้ม ตะโกนเสียงหยัน “ปกติข้าไม่เคยพลาดเป้า ทั้งที่เจ้าหัวโตขนาดนี้ ข้ากลับยิงถากไปเสียได้ น่าเสียดายจริง”
“นังบ้า! เจ้านี่เอง” หม่าเค่อโกรธจัด คำรามลั่น
อาเจี๋ยเจ้าเล่ห์ใช้เข็มพิษ หม่าเค่อโหดเหี้ยมดุดันใช้ดาบโค้งคู่ ด้านหลังทั้งสองยังมีทหารอีกหลายสิบ
ม่อจื่อซินหรี่ตามองประเมินศัตรู ในใจหนักอึ้ง
สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คาด
เหลิ่งเอ้าเทียนสู้กับคู่ลาต๋าอย่างดุดัน เขาแข็งแกร่งดั่งเทพเจ้าแห่งสงครามที่ไม่มีวันพ่าย!
ต่อให้มาลำพัง แต่ความห้าวหาญเหี้ยมโหดของเขาก็สามารถข่มขวัญทหารสามชนเผ่านับร้อยให้หวาดหวั่นได้
ถึงไม่มีอาวุธติดตัว แต่เหลิ่งเอ้าเทียนก็ใช้กำลังแย่งดาบจากมือทหารคนหนึ่งมาใช้ แม้คู่ลาต๋าจะมีทหารในมือจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถล้อมจับเหลิ่งเอ้าเทียน ซ้ำร้ายยังถูกอีกฝ่ายฆ่าตายเป็นผักปลา ยิ่งเห็นลูกน้องตัวเองล้ม คู่ลาต๋าก็ยิ่งโมโห การลงมือจึงรุนแรงไร้ความปรานีขึ้นทุกขณะ
ด้านหนึ่งรับมือกับคู่ลาต๋า ด้านหนึ่งมองสถานการณ์ของหญิงแปลกหน้า เหลิ่งเอ้าเทียนสู้พร้อมกับขยับเข้าหานางทีละน้อย ฝีมือนางยอดเยี่ยมมาก หากเป็นเช่นนี้ไม่สู้ร่วมมือกันเสียเลยเล่า เขาตัวคนเดียวไม่มีทางเอาชนะทหารนับร้อยได้ แต่ถ้าร่วมมือกับนาง โอกาสรอดของทั้งคู่ก็จะมากขึ้น
“หม่าเค่อ โอกาสแก้แค้นของเจ้ามาถึงแล้ว อย่าปล่อยให้นางรอดไปได้ล่ะ” อาเจี๋ยหัวเราะเสียงเย็น
“ไม่ต้องให้เจ้าบอก! นังนี่ก็ต้องตายด้วยดาบของข้าอยู่แล้ว” หม่าเค่อสบถเกรี้ยวกราด กระโดดสูงพร้อมกับเงื้อดาบโค้งในมือ ตั้งใจจะฟันร่างนังหญิงปากดีให้ขาดเป็นสองท่อนด้วยมือตัวเอง
ม่อจื่อซินยกกริชในมือขึ้นรับดาบโค้ง แต่นางสู้พละกำลังของหม่าเค่อไม่ได้ พอเห็นมือนางสั่นหม่าเค่อยิ่งแสยะยิ้มน่าเกลียด ยิ่งออกแรงกดดาบในมือหนักขึ้น ดวงตาม่อจื่อซินวาววับก่อนจะเบี่ยงตัวเล็กน้อย จงใจเปิดช่องโหว่ให้หม่าเค่อกดดาบลงมาที่ไหล่ข้างหนึ่ง
ม่อจื่อซินยอมเสียแขนเพื่อรักษาชีวิต!