น้องชายนางกำลังเผชิญศึกชิงบัลลังก์ตามลำพังในเป่ยเอี้ยน คงไม่มีวันไหนได้อยู่อย่างเป็นสุข
ด้วยใจที่ไม่อาจปล่อยวาง จ้าวเผิงลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างของ‘เจียงอี’ บุตรีของแม่ทัพเจียงเฉิน–แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉี ไม่ทันจะได้ทำความคุ้นชินกับร่างนี้กลับพบฉินซูหวยอีกหน
และเขามาที่นี่เพื่อแต่งงานกับเจียงอี ทั้งที่สี่เดือนก่อนเพิ่งวางยาจ้าวเผิงจนสิ้นใจ
เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก เขาเลือกกำจัดนางให้พ้นทางเพื่อที่ตนจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับแม่ทัพหญิงผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้นฉีอย่างเปิดเผย คงหวังจะได้กองทัพหนุนหลังสร้างความมั่นคงนี่เอง!
นางหลงผิดคิดว่าเขาเป็นคนดี
เวลานี้เจียงอีกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับฉินซูหวย นางไร้สิ้นหนทางจะหลีกเลี่ยง สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการแกล้งป่วย ตลอดสามปีที่แสร้งทำเจ็บไข้ กลับไม่เคยได้รับความอาทรจากเขาแม้แต่น้อยไม่แม้แต่ไถ่ถาม ภายใต้ชายคาเดียวกันกลับแบ่งแยกขอบเขตชัดเจน
ฉินซูหวยใช้เวลาตลอดสามปีรวบรวมอำนาจ ได้กำลังพลทางเหนือทั้งหมดไว้ในครอบครอง จ้าวเผิงเองก็เตรียมความพร้อมอยู่เงียบๆ หวังจะมีโอกาสกลับเป่ยเอี้ยน นางรอคอยให้ถึงวันที่จ้าวยู่ น้องชายของตนขึ้นเป็นใหญ่
คืนวันผ่านพ้น ในที่สุดคำภาวนาของนางก็สัมฤทธิผล จ้าวยู่ขึ้นเป็นฮ่องเต้เป่ยเอี้ยน ทว่าในค่ำคืนอันมืดมิดขณะที่นางกำลังเพลิดเพลินอยู่กับองุ่นในสวน กลับถูกกลุ่มคนชุดดำบุกเข้ามาแทงจนสิ้นใจ ไม่อาจสานต่อความตั้งใจของตนได้อีก
เป็นอีกครั้งที่ไม่อาจจากไปอย่างสงบ ยังคงค้างคาใจในจุดจบที่คลุมเครือของตน
พอมีโอกาสได้ลืมตาอีกหน กลับพบว่าตนอยู่ในร่างผู้อื่นเสียแล้ว
ฟื้นคืนชีพครั้งนี้จ้าวเผิงอยู่ในร่างของต่งหว่านอี๋–บุตรีของเสนาบดีีีแคว้นฉี อีกทั้งยังมีกำหนดให้ต้องแต่งงานกับฉินซูหวย!
เวลานั้นฉินซูหวยได้รับแต่งตั้งให้เป็นหวยอันอ๋อง มีอำนาจเกรียงไกรเหนือกองทัพ ในขณะที่ตระกูลเจียงพินาศย่อยยับไปแล้ว
ความจริงกระจ่างต่อสายตาจ้าวเผิง
เขากอบโกยจากแม่ทัพเจียงเฉินจนเปรมปรีดิ์ เจียงอีก็เช่นกัน ไร้ประโยชน์แล้วจึงถูกกำจัด
ฉินซูหวยเป็นภัย ไม่ว่าใครมาเป็นภรรยาของเขาย่อมพบจุดจบที่น่าอนาถ
นางต้องรีบเผ่นหนีให้เร็วที่สุด!
จ้าวเผิงวางแผนจะไปหาจ้าวยู่ที่เป่ยเอี้ยน ก่อนวันแต่งงาน นางพยายามหาทางหลบหนี ขอเพียงก้าวพ้นกำแพงสูงที่กักขังนี้ได้ก็จะเป็นอิสระ
จ้าวเผิงไม่รีรอ ร่างอรชรเริ่มออกแรงปีนป่าย
ทว่าร่างกายของต่งหว่านอี๋อ่อนแอเกินไป ปีนไปได้เพียงครึ่งเดียวก็หมดแรงพลัดตกลงมาร่างกระแทกพื้น โชคร้ายกลายเป็นอัมพาตไม่อาจขยับกายได้อีก
แม้กายพิการแต่งานแต่งก็ยังคงถูกจัดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ระหว่างฉินซูหวยและบิดาของนาง แต่เมื่อเสร็จสิ้นงานพิธีเขาก็ทิ้งนางไว้หลังตำหนักอย่างไร้เยื่อใย
แม้กายท่อนล่างขยับไม่ได้แต่ใจนางยังคงฮึดสู้ วางแผนอย่างรอบคอบ เก็บหอมรอมริบ ฝังเงินไว้ในสวนหลังตำหนัก ด้วยสังหรณ์ใจว่าตนจะพบจุดจบในอีกไม่ช้า
ต่งเฉิงเซี่ยงเป็นพวกโลภโมโทสัน ทุกสิ่งที่สำคัญล้วนเป็นเงิน
สุดท้ายก็เป็นไปดั่งที่จ้าวเผิงคาดการณ์... สองปีต่อมาในระหว่างมื้ออาหาร นางรับรู้ได้ถึงความรู้สึกหนึ่ง
เป็นความรู้สึกเดียวกับจ้าวเผิงในวัยสิบเก้า
ยาพิษอีกแล้ว!
สายเกินจะกลับตัว... จุดจบของต่งหว่านอี๋ได้มาถึง
นึกแล้วอยากบีบคอด่าฉินซูหวยให้หายแค้น! หากต้องการยกตำแหน่งพระชายาให้ผู้อื่นก็เพียงแค่หย่ากันเท่านั้น แต่เขากลับต้องเอาชีวิตนางอยู่ร่ำไป
หากสวรรค์เมตตา...
ข้า–จ้าวเผิงไม่ขอแต่งงานกับฉินซูหวยอีก
ตลอด–ไป!
พรที่ขอจะสัมฤทธิผลหรือไม่จ้าวเผิงไม่อาจรู้ ในความสับสนและความทรงจำเลือนราง เสียงของใครบางคนดังแว่วเหมือนกำลังร้องเรียกนาง
“ฮูหยิน ดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ?”
ฮูหยิน... ใครกัน?
ผ่านไปครู่หนึ่งจ้าวเผิงจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าร่างของตนในตอนนี้คือองค์หญิงนามว่า ‘ฉินเผิง’ มีเรื่องราวชีวิตที่คล้ายชีวิตแรกของนางยิ่งนัก
ฉินเผิงถือกำเนิดจากพระสนมที่ไม่ได้รับการเหลียวแล ถ้าเป็นจ้าวเผิงคนเดิมอาจจะไม่ยอมแพ้ ต้องเพียรพยายามสุดความสามารถให้กลายเป็นองค์หญิงคนโปรดของฮ่องเต้ให้จงได้ แต่ฉินเผิงไม่เหมือนกัน นางเลือกจะจมปลักอยู่กับที่และยอมจำนนต่อโชคชะตา
ฉินเผิงเป็นองค์หญิงที่มีความงามล้ำเลิศ รูปโฉมดั่งต้องมนตร์ช่วยบดบังข้อด้อยไปแปดส่วน
ตอนฉินเผิงอายุสิบห้าได้แต่งให้กับเว่ยหยางบุตรชายคนโตของเซวียนอู่โหว ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นแสนสั้น คืนเข้าหอเว่ยหยางถูกเรียกตัวไปสนามรบ คาดไม่ถึงว่าจะเป็นการจากลาอย่างไม่หวนกลับ
ศึกครั้งนั้นกวาดล้างตระกูลเว่ยจนสิ้นซาก แม้เว่ยเหยี่ยนน้องชายของเว่ยหยางจะรอดกลับมาได้ แต่เขาอายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น
ด้วยเชื่อว่าตระกูลเว่ยสูญสิ้นแล้ว เหล่าฮูหยินในจวนบ้างก็ตรอมใจเลือกปลิดชีพตนตามคนรักไป บ้างก็แต่งงานใหม่ เหลือเพียงฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยและฉินเผิง
แม้เว่ยหยางผู้เป็นสามีจะตายจากไป แต่ฉินเผิงก็ไม่มีความคิดจะเปลี่ยนคู่ครอง ตั้งมั่นอุทิศตนถือศีลปฏิบัติธรรมที่วัดฮู่กั๋วเพื่อส่งดวงวิญญาณเว่ยหยางสู่สัมปรายภพ
สิบปีที่เว่ยเหยี่ยนต่อสู้เพียงลำพังอย่างกล้าหาญ เขาสามารถฟื้นฟูตระกูลเว่ยกลับสู่ความรุ่งเรืองได้อีกครั้ง
ส่วนฉินเผิง... นางกลายเป็นรูปปั้นภรรยาดีเด่นเคลื่อนที่ได้ไปเสียแล้ว!
สถานการณ์ปัจจุบันช่างเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับจ้าวเผิง ในที่สุดก็จะได้หลุดพ้นจากฉินซูหวย เขาคงไม่อาจหาข้ออ้างมาแต่งงานกับนางได้อีก เพราะชาตินี้นางเป็นหญิงม่าย ส่วนนางก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องจบชีวิตอย่างน่าอนาถเหมือนที่ผ่านมา
เหลือเพียงอีกเรื่อง
จ้าวยู่... น้องชายของนางตอนนี้คงเป็นฮ่องเต้ของเป่ยเอี้ยนแล้ว ขอเพียงสามารถทำให้น้องชายเชื่อว่านางคือจ้าวเผิง นางก็พร้อมจะกลับเป่ยเอี้ยนอย่างไม่รีรอ
ในใจของจ้าวเผิงเปี่ยมด้วยปีติเมื่อนึกถึงอนาคตอันสวยหรูของตนเอง แต่ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปไกลกว่านี้ นางพยายามดึงสติของตนแล้วหันไปตามเสียงเรียกข้างกาย เป็นเสียงของชุนซู่และชิวซู่สาวใช้ที่คอยดูแลฉินเผิงมาตลอดหลังแต่งงาน
ค่ำคืนที่ผ่านมา ฉินเผิงจับไข้ ใบหน้าซีดเซียวอ่อนแรง ชิวซู่เอ่ยขึ้นอย่างกังวลใจ “ฮูหยิน บ่าวว่าเราตามหมอเถิดนะเจ้าคะ”
จ้าวเผิงรีบยกสองมือห้ามไว้ “อย่าลำบากเลย ดื่มน้ำอีกนิด นอนเพิ่มอีกหน่อยก็พอแล้ว”
ชุนซู่ไม่รอช้ารีบรินน้ำมาให้เจ้านาย ในขณะที่ชิวซู่เองยังคงกังวลใจ “ฮูหยินเจ้าคะ คนป่วยย่อมต้องพบหมอ ท่านมักเกรงว่าผู้อื่นจะต้องลำบากเพราะท่าน แต่ว่าตอนนี้...”
“องค์หญิงสี่!”
ชิวซู่ยังกล่าวไม่จบก็ถูกใครบางคนตะโกนขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“องค์หญิงสี่อยู่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!”
ไม่มีใครเรียกฉินเผิงแบบนี้มาเป็นสิบปีแล้ว... เขาเป็นใคร?
จ้าวเผิงในร่างขององค์หญิงสี่ฉินเผิงนิ่งงัน ชิวซู่และชุนซู่สบตากัน เมื่อไร้เสียงตอบรับ ผู้มาเยือนจึงตะโกนต่อ
“องค์หญิงสี่ กระหม่อมต่งโยว มาตามคำสั่งของพระสนมพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสามตกตะลึงกับแขกผู้มาเยือน ต่งโยวเป็นขันทีรับใช้ของซูเหม่ยเหรินมารดาของฉินเผิง เขามาหานางถึงนี่ย่อมมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่
“เข้ามา” จ้าวเผิงขานรับ
ต่งโยวแทรกตัวเข้ามาทันทีเมื่อได้รับอนุญาต ชิวซู่รีบร้อนปิดประตูตามหลัง
พอเข้ามาต่งโยวก็ปลดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออก เผยร่างเด็กชายตัวน้อยอายุราวแปดเก้าปีกำลังยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขน เด็กชายค่อยๆ หันมา ใบหน้าพลันปรากฏชัด
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึงไปตามๆ กัน
“เจ้า... เจ้าพาองค์ชายสิบหกมาทำไม...”