“คอร์ดพื้นฐานแบบนี้ แม้แต่เด็กประถมที่เพิ่งเริ่มฝึกก็ยังรู้!” ศาสตราจารย์อวี้ยืนเคาะนิ้วกับโพเดียมอย่างไม่สบอารมณ์ “นักศึกษารุ่นแย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยสอนมา คนต่อไป!”
จังหวะที่นักศึกษาหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ซ่างเสี่ยวเยว่กลับยกมือแล้วเดินขึ้นเวที ตอบเสียงดังกังวานอย่างมั่นใจ
“do, mi, so, si Major seventh chord”
“do, mi♭, so♭, si♭ Half-diminished seventh chord”
“do, mi, so, si, fa, la, do, mi”
“mi, so, si, re, so, si, re, fa”
คำตอบที่คล่องแคล่ว ซ้ำยังถูกต้องทั้งหมดทำศาสตราจารย์อวี้ยิ้มออก
“ไม่ทำให้ผิดหวังสักครั้ง หัวหน้าก็คือหัวหน้า!”
“ใช่ หัวหน้าของเราเก่งที่สุด!”
ทุกคนพากันปรบมือให้หัวหน้าห้องที่กำลังเดินลงจากเวที
ซ่างเสี่ยวเยว่ยกยิ้มมุมปากแล้วนั่งลงท่ามกลางเสียงปรบมือ ขณะหันไปยักคิ้วให้เฉียวซิน รอยยิ้มตรงมุมปากกลับหายวับเมื่อเห็นหมี่เซี่ย
หมี่เซี่ยนิ่งมองน้ำฝนที่ร่วงลงจากใบไม้ทีละหยดด้วยแววตาเหม่อลอย ราวกับเป็นภาพที่หาดูได้ยาก ทำเอาซ่างเสี่ยวเยว่รู้สึกหงุดหงิดที่ถูกเมิน ทั้งที่ตนเพิ่งตอบคำถามถูกทุกข้อ
“หมี่เซี่ย”
เสียงเรียกของศาสตราจารย์อวี้ทำหมี่เซี่ยสะดุ้ง
เพราะมีประสาทหูที่ไวเป็นพิเศษ ศาสตราจารย์จึงชอบเรียกให้ตอบคำถามในชั้นเรียนวิชาโสตทักษะและการอ่านโน้ต เพื่อเป็นตัวอย่างแก่นักศึกษาคนอื่นๆ
“รีบขึ้นไปสิ!”
‘พานเสวียะเหมย’ ที่นั่งด้านข้างสะกิดจนหมี่เซี่ยได้สติ ลุกขึ้นเดินไปแบบงงๆ
ศาสตราจารย์อวี้กดเสียงมาตรฐานเป็นโน้ตแรก
“สูงเกินไป” หมี่เซี่ยตอบแบบไม่ลังเล
“อะไรสูง?” เขาขมวดคิ้ว
“เปียโนเพี้ยน เสียงเลยสูงไปหน่อยค่ะ” หมี่เซี่ยชูสองนิ้ว “น่าจะประมาณ 2 เซนท์*”
ศาสตราจารย์อวี้ทำหน้าประหลาดใจ ก่อนจะหยิบจูนเนอร์ขึ้นมาวัดเสียง “สูงไปจริงๆ ด้วย ต้องให้คนมาปรับแล้ว” จากนั้นก็หันไปพูดกับนักศึกษาคนอื่นๆ “งั้นก็ฝึกร้องเพลงกันไปก่อน โสตทักษะค่อยฝึกวันหลัง”
ทั้งห้องพากันอุทานด้วยความประหลาดใจ
“ไม่อยากเชื่อว่าจะเก่งขนาดนี้”
“ความสามารถในฝันเลย น่าอิจฉาจริงๆ”
“มันคือพรสวรรค์ที่มีมาตั้งแต่เกิด อิจฉาไปก็เท่านั้น”
ช่วงพักเที่ยง พานเสวียะเหมยที่เล่นฟลูตเป็นหลักยังคงพูดถึงแต่เรื่องนี้
“เธอฟังออกได้ยังไง? อย่าบอกนะว่าจำเสียงที่เคยได้ยินมาทั้งหมด!”
หมี่เซี่ยที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวตอบเสียงอู้อี้ “แค่ฟังออกน่ะ”
“ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” พานเสวียะเหมยใช้ช้อนสเตนเลสเคาะจานอาหาร “นี่ทำนองอะไร?”
“A-flat major” หมี่เซี่ยตอบแบบไม่ใส่ใจเพราะคิดถึงแต่กิ้งก่าน้อยสีดำในห้อง
เรื่องเมื่อคืนคือประสบการณ์สุดประหลาด โดยเฉพาะเสียงเรียกที่คุ้นเคยนอกหน้าต่าง
หมี่เซี่ยกัดช้อน พยายามเค้นสมองค้นหาความคุ้นชินของเสียงที่ได้ยิน แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
เธอไม่รู้ว่ากิ้งก่าชอบกินอะไร ก่อนออกจากห้องจึงเอาจานใส่เครื่องปรุงมาใส่น้ำ ผัก ขนมปังแผ่นเล็ก และแอปเปิลครึ่งลูกแล้ววางเรียงไว้ริมกำแพง
หมี่เซี่ยนั่งลงข้างเพื่อนตัวน้อย “ที่บ้านมีแต่ของพวกนี้ ชอบกินไหม?”
กิ้งก่าสีดำสนิทค่อยๆ ลืมตาอย่างอ่อนแรง ดวงตาที่มีลวดลายแปลกประหลาดหันมองจานเหล่านั้นพลางเม้มปากแล้วเบือนหน้าหนี
นอกจากที่เคยเรียกชื่อหมี่เซี่ย มันก็ไม่พูดอะไรอีก ทั้งที่อุตส่าห์ปีนขึ้นชั้นสามเพื่อขอความช่วยเหลือ
พานเสวียะเหมยที่กำลังใช้ช้อนเคาะจาน ถูกหมี่เซี่ยกุมมือแล้วถามบางอย่าง
“รู้ไหมว่ากิ้งก่าชอบกินอะไร?”
“กิ้ง... กิ้งก่า?”
พานเสวียะเหมยถามเสียงสั่นเพราะกลัวสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้เป็นทุนเดิม
“น่าจะ... แมลง ไม่ก็... ผลไม้”
“แมลง?” หมี่เซี่ยทำหน้าตกใจ
“พี่ชายฉันชอบเลี้ยงกิ้งก่า!” ความทรงจำเลวร้ายผุดขึ้นในสมองของพานเสวียะเหมย “ฉันเคยเห็นเขาป้อนจิ้งหรีด แมลงสาบ แล้วก็แมลงตัวเล็กๆ ให้มันกิน เห็นแล้วขนลุก! ว่าแต่... ถามเรื่องนี้ทำไม?”
เห็นหมี่เซี่ยก้มหน้าเขี่ยผักในจาน พานเสวียะเหมยจึงพูดอย่างรู้ทัน
“เธอคงไม่ได้คิดจะเลี้ยงกิ้งก่าหรอกนะ? น่ากลัวจะตาย เลี้ยงตัวเองให้รอดก่อนเหอะ!”
เสียงตามสายของมหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงบรรเลงเปียโนช่วงพักเที่ยง
เพลงที่กำลังถูกเปิดคือเทปบันทึกการแสดงสดของนักศึกษามหาวิทยาลัยดนตรีแห่งเมืองหรงเฉิง ซึ่งได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทองการแข่งขันเปียโนนานาชาติ Rachmaninoff เมื่อปีที่แล้ว
การแข่งขันดนตรีระดับโลกอย่าง Rachmaninoff ไม่ใช่เวทีของนักเปียโนฝึกหัด ที่คิดว่าแค่พยายามก็ประสบความสำเร็จได้แล้ว เพราะผู้ชนะอันดับต้นๆ จะได้รางวัลเป็นชื่อเสียงและโอกาสในการเซ็นสัญญากับคอนเสิร์ตใหญ่มากมาย เรียกได้ว่าเล่นแค่เพลงเดียวก็โด่งดังไปทั่วโลก
เรื่องนี้โจษจันในวงการดนตรีคลาสสิกระดับประเทศอยู่พักหนึ่ง ทั้งยังเป็นการจารึกเกียรติประวัติบนกำแพงของมหาวิทยาลัยดนตรีแห่งเมืองหรงเฉิงอีกครั้ง
นักศึกษาต่างยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติมาก ยิ่งได้ยินผู้ประกาศข่าวในโทรทัศน์พูดถึงเรื่องนี้ด้วยความชื่นชมก็ยิ่งตื่นเต้นไปใหญ่
บทเพลงจากฝีมือและเทคนิคระดับสูงของผู้บรรเลง โทนเสียงละเอียดอ่อนและโอเวอร์โทนทอดยาว มีจังหวะจะโคนที่ชัดเจน คล้ายเสียงระฆังที่ดังกังวานไปทั่วท้องทุ่ง ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาอย่างมาก
“ทักษะการควบคุมโทนเสียงของรุ่นพี่หลิงสุดยอดมาก แม้แต่เพลงยากๆ อย่าง Liszt ก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ” พานเสวียะเหมยเดินเร็วเหมือนตัวโน้ตที่ล่องลอยในอากาศ “เธอเคยเจอรุ่นพี่หลิงไหม? ฉันเป็นแฟนคลับตัวยงเลยนะ เสียดายที่เขาไม่ค่อยมามหาวิทยาลัย”
หมี่เซี่ยซึ่งเดินอยู่ข้างๆ สะพายกล่องไวโอลินและกระเป๋าหนังสือไว้บนหลัง ใช้กิ่งไม้แห้งในมือเขี่ยพุ่มไม้ข้างทางไปเรื่อยๆ
“ฉันเคยเจอเขาในงานเลี้ยงปีใหม่ของมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้คุยกันเพราะเหมือนเขาจะไม่ชอบสุงสิงกับใคร”
หมี่เซี่ยไม่ค่อยสนใจนักศึกษาคนอื่นอยู่แล้ว ที่จำรุ่นพี่หลิงได้เพราะชื่อเสียงของเขาโด่งดังมาก
“เคยเจอกันแล้วเหรอ? เทคนิคการเล่นเปียโนของเขาสุดยอดสมคำร่ำลือไหม?” พานเสวียะเหมยทำเสียงตื่นเต้น หมุนตัวกลับจนชายกระโปรงผ้าแคชเมียร์ตัวสั้นบานออก
“สมคำร่ำลือมาก” หมี่เซี่ยโยนกิ่งไม้ในมือทิ้ง “แต่เหมือน... ยังขาดอะไรบางอย่าง”
ฤดูหนาวแบบนี้จะหาแมลงที่ยังมีชีวิตสักตัวไม่ใช่เรื่องง่าย
“ขาดอะไร?” พานเสวียะเหมยเท้าเอว “เขาเป็นแชมป์ Rachmaninoff นะ! Rachmaninoff เลยนะ! เธอรู้จักการแข่งขัน Rachmaninoff จริงๆ ใช่ไหม?!”
“ช่างเหอะ อย่าสนใจที่ฉันพูดเลย”
หมี่เซี่ยรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิทโมโห แต่หลังจากนั่งฟังเสียงดนตรีที่กำลังออกอากาศได้สักพัก เธอก็พูดกับพานเสวียะเหมยอีกครั้ง
“เทคนิคสมบูรณ์แบบเหมือนในตำราก็จริง แต่เสียงเปียโนของเขาไม่ทำให้ตื่นเต้นเหมือนตอนได้ดูดอกไม้ไฟเลย”
“ดอกไม้ไฟบ้าบออะไร!” พานเสวียะเหมยตวัดสายตาค้อน
แม้จิตใต้สำนึกของพานเสวียะเหมยจะนับถือโสตประสาทของหมี่เซี่ย แต่ก็อดทำตาเขียวใส่ไม่ได้
“ช่วยบอกหน่อยว่าเสียงเปียโนของใครทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นแบบนั้น? ฉันจะได้ไปฝากเนื้อฝากตัว!”
หมี่เซี่ยแตะนิ้วที่ปลายคาง “ตอนอายุหกเจ็ดขวบ ฉันเคยได้ยินเสียงเปียโนจากในบ้านของคุณปู่มู่ที่อยู่ข้างกัน เสียงเปียโนของเด็กคนนั้นทั้งไพเราะและมีชีวิตชีวา ถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืม”
“หกเจ็ดขวบ? ตัวแค่นั้นคิดจะเทียบกับเทพบุตรของฉันแล้วเหรอ?!”
“แหม ไม่กล้าหรอก เทพบุตรของเธอน่ะเก่งที่สุดแล้ว”
หมี่เซี่ยไม่อยากทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสีย จึงยอมแพ้แต่โดยดี
“เด็กคนนั้นจะมาที่บ้านของคุณปู่มู่ทุกปิดเทอมฤดูร้อน เขาเล่นเปียโนเก่งมาก ตอนนั้นเราเล่นด้วยกันบ่อย”
ในความทรงจำของหมี่เซี่ย เขาคือเด็กผู้ชายที่แต่งตัวสะอาดสะอ้าน หน้าหวานเหมือนเด็กผู้หญิง แต่นอกจากเสียงเปียโนที่ยังไม่คล่องมากแต่เปี่ยมไปด้วยสีสัน เธอกลับจำชื่อกับหน้าตาของเขาไม่ได้เลย
____________________
* 2 Cent = หน่วยวัดดนตรีสากล