ตอนนี้ซีเหลียงตานกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่หน้าคันฉ่องกรอบไม้สาลี่แกะสลักเป็นรูปดอกบัวอ่อนช้อย พอได้ยินคำชมก็แสร้งถ่อมตัว
“พี่สาม น้องห้าชมเกินไปแล้ว”
วันนี้คุณหนูสี่สวมกระโปรงไหมสีม่วงทั้งตัว สวมสร้อยมุกสีขาวเส้นยาวระกับกระดุมมุกตรงหน้าอกพอดี เรือนผมเกล้าเป็นทรงเมฆเหิน บนศีรษะประดับเพียงดอกโบตั๋นสีขาวอมเหลืองดอกใหญ่หนึ่งดอกและปิ่นปักผมมีมุกห้อยระย้ายาวอีกหนึ่งอัน ที่หางคิ้วเหนือดวงตาถูกแต้มด้วยผงมุกสะท้อนแสงเล็กๆ ส่งให้ใบหน้าของซีเหลียงตานงดงามประดุจกลีบบัว ริมฝีปากไม่ต่างจากไข่มุกต้องหยดน้ำ ทำให้ยิ่งดูเป็นสาวสะพรั่งจับตาจับใจ
ซีเหลียงซวงมองดูริมฝีปากของซีเหลียงตานอย่างอิจฉา “ใช่แล้ว ริมฝีปากของน้องสี่ใช้แป้งน้ำดอกโบตั๋นผสมกับน้ำผึ้งหอมใช่หรือไม่ช่างเป็นของที่หายากโดยแท้ ได้ยินว่ามั่วเจี่ยคิดค้นมานานกว่าครึ่งเดือนถึงทำออกมาได้สามตลับ น้องสี่พอจะแบ่งให้พี่สาวคนนี้สักตลับได้หรือไม่?”
ซีเหลียงตานอมยิ้มอย่างดูแคลน “ใช่ เจ้าก็รู้ว่าแม่นั่นขี้เกียจ จึงทำออกมาแค่สามตลับ ตอนนี้ที่ข้ามีหนึ่งตลับ ท่านหญิงพี่สาวของข้าอีกตลับหนึ่งแล้วก็ให้ท่านแม่ไปอีกหนึ่ง เจ้าคิดจะเอาของใครล่ะ เจ้าคู่ควรงั้นรึ?”
หญิงผู้นี้โดยปกติก็มักจะมาพูดจาประจบประแจงเหลวไหลกับนางไม่หยุด บางทีนางก็กล่าวชมกลับไปเพื่อไว้หน้า แต่วันนี้กลับบังอาจมาหมายปองของของนาง แป้งน้ำกลิ่นดอกโบตั๋นผสมน้ำผึ้งหอมเช่นนี้คู่ควรกับคนชั้นต่ำที่เกิดมาจากอนุภรรยาด้วยรึ!
ซีเหลียงซวงถูกตอกกลับหน้าหงาย ถึงกับหน้าถอดสี พูดต่อไม่ถูก สุดท้ายรีบร้อนกล่าว
“ใช่ๆ แป้งดอกไม้ที่หายากเช่นนี้ พวกเราย่อมไม่คู่ควร ต้องเป็นน้องสี่กับท่านหญิงผู้สูงส่งเป็นเอกของแว่นแคว้นเท่านั้นถึงจะเหมาะสม”
ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ซีเหลียงเย่ไม่ส่งเสียง ได้แต่มองซีเหลียงซวงด้วยสายตาดูแคลนแวบหนึ่ง
เชอะ! โลภมากซ้ำยังตาไร้แวว
ถึงกระนั้นทั้งสองก็ยังคงอยู่ในห้อง ส่วนซีเหลียงตานก็ไม่สนใจพวกนางอีก ครู่หนึ่งลู่เชี่ยวก็เดินเข้ามารายงาน
“ท่านหญิงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
ใบหน้าของซีเหลียงตานปรากฏรอยยิ้มจริงใจซึ่งหาได้ยากยิ่ง เมื่อเห็นซีเหลียงเซียนก้าวผ่านประตูเข้ามาก็รีบก้าวขึ้นหน้าไปรับ จับแขนพี่สาวที่ถือกำเนิดมาจากมารดาคนเดียวกันอย่างออดอ้อน
“พี่สาว วันนี้ตานเอ๋อสวยหรือไม่?”
“ท่านหญิง” ซีเหลียงซวงกับซีเหลียงเย่ยอบกายคำนับ
ซีเหลียงเซียนพินิจใบหน้าน้องสาวตนเองก็ให้รู้สึกประหลาดใจ นางใช้เล็บปลอมของตนดีดเข้าที่หน้าผากของซีเหลียงตานเบาๆ แล้วกล่าวสัพยอก
“เจ้าแต่งตัวแต่งหน้าจนงดงามถึงเพียงนี้ ระวังว่าพวกคุณชายจะพากันแย่งขอหมั้นหมายเจ้านะ”
“พี่สาว พี่ก็ชอบแกล้งข้าอยู่เรื่อย” ซีเหลียงตานแสร้งเบ้ปากอย่างแสนงอน
“ใบหน้าเจ้าไม่มีรอยแดงอีกก็ดีแล้ว วันนี้เป็นฝีมือมั่วเจี่ยแต่งหน้าให้เจ้าสินะ”
สองพี่น้องร่วมมารดาพูดคุยกันราวกับมองไม่เห็นพี่สาวและน้องสาวอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้วย ซีเหลียงซวงและซีเหลียงเย่จึงได้แต่ยืนฟังอย่างสงบ ไม่กล้าเอ่ยแทรก
“พี่สาวรู้ได้อย่างไรว่านางเป็นคนช่วยแต่งหน้าให้ข้า?”
ซีเหลียงเซียนเม้มปากแล้วว่า “เพราะคนข้างกายเจ้าล้วนไร้ความสามารถทั้งนั้น จริงสิ นางอยู่รับใช้เจ้าที่นี่ยังทำตัวให้ต้องคอยต่อว่าอีกไหม นางไม่ได้ทำผมเจ้าเจ็บใช่หรือไม่?”
คนในจวนต่างก็รู้ดีว่าซีเหลียงมั่วนั้นทั้งขวัญอ่อนทั้งขี้กลัวไปเสียทุกอย่าง จะเอาออกงานไม่ได้เลย นางเทียบไม่ได้กับสาวใช้เสียด้วยซ้ำ พอหวาดกลัวก็มักจะทำเรื่องผิดพลาดเป็นประจำ
“ฮึ หากนางกล้าทำข้าเจ็บหนึ่งส่วน ข้าจะใช้แส้ม้าของพี่ชายหวดนางหนึ่งครั้ง พวกเจ้าไปเรียกแม่นั่นเข้ามา ให้มาเอากระโถนของข้าไปเททิ้งซะ!”
“พี่สี่ช่างอบรมคนเก่งจริงๆ” ซีเหลียงเย่รีบเอ่ยชม
ขณะนั้นซีเหลียงมั่วกำลังสกัดน้ำดอกมะลิอยู่ พอสาวใช้มาบอกว่าให้ไปเทกระโถนให้คุณหนูสี่ นางก็เหยียดยิ้มอยู่ในใจ
กล้าใช้ข้าไปเทกระโถนเชียวรึ! ซีเหลียงตาน เจ้าไม่คิดจะเอาเรือนเซียงเสวี่ยไว้แล้วใช่ไหม!
รอจนซีเหลียงมั่วเดินเข้ามาในห้อง ซีเหลียงตานก็ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหยามเหยียด หญิงสาวแสร้งตีสีหน้าลังเล ซีเหลียงซวงเห็นดังนั้นก็รีบร้อนตำหนิ
“ยังไม่รีบไปทำอีก! หรือเจ้าจะกล้าขัดคำสั่งน้องสี่”
ที่ซีเหลียงซวงรีบออกหน้ารังแกผู้อื่น เป็นเพราะเมื่อครู่นางถูกซีเหลียงตานด่าอย่างไม่ไว้หน้า ตอนนี้นางต้องกู้ความเชื่อมั่นของตนกลับคืนมา
ซีเหลียงมั่วได้ยินดังนั้นก็หันไปกล่าวกับซีเหลียงซวงอย่างอบอุ่น
“ตอนนี้ข้ากำลังทำขี้ผึ้งทาปากดอกมะลิให้คุณหนูสี่อยู่ ถ้าหากมือไปสัมผัสกับกระโถนเข้าคงไม่ดีแน่ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ คุณหนูสามช่วยทำแทนข้าที การช่วยคุณหนูสี่ทำงานล้วนแต่เป็นความสุขของพวกเราพี่น้องมิใช่หรือ?”
ซีเหลียงซวงเหยียดยิ้ม “นังสารเลวอย่างเจ้ากล้ามาใช้คุณหนูสามแห่งจวนจิ้งกั๋วกงอย่างข้าให้ไปเทกระโถนเชียวรึ!”
ซีเหลียงมั่วแสร้งตีสีหน้าอับจนปัญญา “คุณหนูสามก็มีเหตุผลที่ไม่อาจทำได้หรอกหรือ ไม่เป็นไร ข้าทำเองก็ได้ แต่ว่าขี้ผึ้งนี้ต้องใช้ทาที่ปาก....”
ซีเหลียงตานได้ยินประโยคนี้ก็พลันขมวดคิ้วแน่น หันไปยิ้มเยือกเย็นให้ซีเหลียงซวงแล้วว่า
“ทำงานให้ข้าถือว่าเสียเกียรติอันยิ่งใหญ่ของเจ้านักหรือ?”
นางลืมไปได้อย่างไรว่ามือของมั่วเจี่ยจะต้องสัมผัสขี้ผึ้งทาปากแสนล้ำค่าที่นางจะต้องใช้ หากเอามือไปจับกระโถนแล้วละก็... แค่คิดก็อยากจะอาเจียนแล้ว
ซีเหลียงซวงที่รู้ตัวแล้วว่าเมื่อครู่ตนพูดผิดไปมีสีหน้าแข็งทื่อ แล้วก็พยายามยิ้มออกมา “ใช่ที่ไหนกัน เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไร?” รอยยิ้มของซีเหลียงตานทั้งข่มขู่และดูแคลน แค่บุตรสาวของอนุภรรยากล้าขัดคำสั่งของนางรึ ขณะซีเหลียงซวงจะพูดต่อก็ถูกซีเหลียงเย่ที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้างดึงแขนเสื้อไว้ นางจึงคิดขึ้นได้ว่าวันนี้จะมีงานเลี้ยงดูตัว ถ้านางล่วงเกินให้ซีเหลียงตานโกรธ ฮูหยินรองจะต้องไม่ให้พวกนางได้ดีแน่ ในที่สุดหญิงสาวจึงได้ฝืนยิ้มจืดเจื่อนทั้งที่ใบหน้าซีดขาว
“ดะ...ได้สิ... ข้าทำได้” พูดจบซีเหลียงซวงก็กลั้นใจเดินเข้าห้องส้วม เหยียดมือออกไปจนสุดแล้วหยิบกระโถนไม้ขึ้นมา มืออีกข้างก็บีบจมูกไว้แน่น แล้วก้มหน้ารีบเดินออกไปจากห้อง โดยไม่สนใจสายตาคนอื่นที่มองมาที่มีทั้งสงสารและสนุกสนาน
ดวงตาซีเหลียงมั่วเป็นประกายขึ้นวูบหนึ่ง แล้วค่อยๆ ยื่นเท้าออกไปเหยียบชายกระโปรงคุณหนูผู้เคราะห์ร้ายเอาไว้
เพราะซีเหลียงซวงเอาแต่ก้มหน้าเดินเพื่อจะรีบออกไปให้เร็วที่สุด พอถูกเหยียบชายกระโปรงทำให้จังหวะการเดินหยุดชะงัก กระโถนที่ถือไว้จึงกระดอนหลุดจากมือ ลอยออกไป...
โครม!
ฉับพลันทุกอย่างก็หยุดนิ่ง ทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจเพราะกลิ่นเหม็นที่ตลบอบอวล ทุกสายตาเบิกค้างมองคุณหนูสี่ที่บัดนี้เปื้อนเหม็นไปทั้งตัว!
ซีเหลียงมั่วรีบร้อนส่งเสียงอย่างหวาดกลัว “คุณหนูสาม ต่อให้เจ้าไม่พอใจก็ไม่ควรสาดกระโถนใส่คุณหนูสี่เช่นนี้นะ!”
ซีเหลียงซวงใบหน้าซีดเผือด ตัวแข็งค้างยืนบื้ออยู่กับที่ ดวงตาเบิกกว้างจ้องไปยังซีเหลียงตานด้วยความตกใจสุดขีด แต่พอได้ยินซีเหลียงมั่วพูดเช่นนั้นก็ส่งเสียงแหลมเล็กสวนกลับไปดังลั่น
“ข้าไม่ได้ทำ มีคนขัดขาข้า!”
คุณหนูสามยังไม่ทันกล่าวจบ ก็ถูกเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวดังขัดขึ้นเสียก่อน ซีเหลียงตานลุกขึ้นยืน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ คว้าแส้ม้าได้ก็ตวัดฟาดใส่ซีเหลียงซวงอย่างแรง!
“นังสารเลว! เจ้ากล้าทำข้าทั้งเปื้อนทั้งเหม็น รนหาที่ตายนัก! ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
พื้นนิสัยซีเหลียงตานโหดเหี้ยมอยู่แล้ว ซ้ำยังเป็นหนึ่งเดียวในบุตรสาวทั้งหมดที่พอมีวรยุทธอยู่บ้าง บรรดาคนเก่าคนแก่ในจวนจิ้งกั๋วกงเคยร่ำลือกันว่าซีเหลียงตานสมกับเป็นบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่ ไม่มีใครกล้างัดข้อกับนาง มารดาและพี่สาวล้วนรักใคร่ทะนุถนอมปานไข่ในหิน ตอนนี้มีคนบังอาจมาล่วงเกินนางถึงเพียงนี้!
“โอ๊ย!”
แม้ซีเหลียงซวงจะเป็นเพียงบุตรอันเกิดจากอนุภรรยา แต่ก็ถือว่าเป็นคุณหนูที่มีผิวพรรณบอบบาง พอถูกหวดเข้าไปทีเดียวเนื้อก็แตกปริอย่างง่ายดาย ล้มลงไปนอนกลิ้งกับพื้นส่งเสียงโอดโอยไม่หยุด
ซีเหลียงเซียนเพิ่งจะได้สติกลับมาจากความวุ่นวาย พลันคิดขึ้นได้ว่าวันนี้จะมีงานเลี้ยงดูตัว จึงตวาดออกมาเสียงดัง
“พวกเจ้าหูหนวกตาบอดหมดแล้วหรือไร ยังไม่รีบแยกคุณหนูสี่กับคุณหนูสามอีก แล้วก็พาคุณหนูสี่ไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เดี๋ยวนี้! มั่วเจี่ย เจ้าตามไปคอยปรนนิบัติคุณหนูสี่!”
ซีเหลียงมั่วรับคำสั่งอย่างนอบน้อม เดินออกไปจากห้องพร้อมแววตาเป็นประกายสาสมใจ
ดวงตาซีเหลียงเซียนจ้องตรงไปยังเงาหลังของคนที่เดินจากไป พี่สาวต่างแม่คนนี้ดูแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคก็สามารถทำให้น้องสี่กับน้องสามผิดใจกันได้
นางจงใจหรือเป็นแค่ความบังเอิญกันแน่...