ช่วงเวลายามหนึ่ง หนึ่งเค่อ* พ่อบ้านมาหานางที่เรือนหลันอินอย่างรีบร้อน บอกให้นางไปรับใช้ที่เรือนใหญ่
พ่อบ้านให้นางเตรียมตัวไม่ถึงหนึ่งเค่อ แล้วเดินนำหน้าพานางไปยังเรือนใหญ่
พอมาถึงก็ให้นางเข้าไปในห้องที่มืดสลัว
เมื่อเข้ามาแล้ว นางเห็นสภาพเละเทะบนพื้นเพียงเลือนราง ไม่เพียงในห้องจะอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดู ในความมืดยังให้ความรู้สึกอึดอัด มีบรรยากาศที่ร้อนระอุแฝงอยู่ นางเงยหน้ามองสภาพภายในห้องอย่างตกใจ เห็นว่าห้องด้านในมีม่านบางๆ ทิ้งตัวลงมาเหมือนจะช่วยแบ่งเขตแดนของห้อง ม่านมีอยู่หลายชั้น ชั้นในสุดพอจะมองเห็นเงารางๆ นั่งอยู่บนขอบเตียง ซ้ำยังมีเสียงลมหายใจหนักหน่วงดังมาจากหลังผ้าม่าน พร้อมกับมีกลิ่นอายบางอย่างที่นางบรรยายไม่ถูก
ฮั่วอินยืนอยู่หน้าผ้าม่านเนื้อบาง ลังเลอยู่ชั่วครู่ค่อยเอ่ยทักเสียงแผ่วว่า “ใต้เท้า”
คนที่อยู่ด้านในย่อมไม่อาจเป็นใครอื่นนอกจาก ‘สามี’ ของนาง เขาเป็นถึงขุนนางผู้สำเร็จราชการ อีกทั้งยังเป็นแม่ทัพใหญ่ นามว่าเผยจี้
ชายที่นั่งอยู่หลังผ้าม่านเงยหน้าขึ้นมองฮั่วอิน
แม้จะมีผ้าม่านขวางอยู่หลายชั้นแต่ฮั่วอินรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงที่มองมา
แม้สายตานั้นจะร้อนแรงแต่บรรยากาศรอบตัวของเขากลับเย็นยะเยือกราวกับอยู่ท่ามกลางสายหมอกในเหมันตฤดู อีกทั้งยังมีรังสีอำมหิตแฝงอยู่
ฮั่วอินตัวเกร็งด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงทุ้มต่ำก็ดังผ่านผ้าม่าน “เข้ามา”
ฮั่วอินลังเลอยู่เล็กน้อย สุดท้ายยังคงปัดผ้าม่านที่ขวางกั้นแล้วก้าวเข้าไปห้องด้านใน
แม้นางจะมองเพียงแวบเดียวแต่ก็เข้าใจถึงสถานการณ์ภายในได้เป็นอย่างดี ห้องภายในและภายนอกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภายนอกมีแต่สิ่งของเกลื่อนพื้น แต่ด้านในกลับสะอาดเรียบร้อย เพียงแต่มีบรรยากาศอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ฮั่วอินมิได้สบสายตากับเขา นางหลุบตาเล็กน้อย เห็นแผ่นอกแข็งแรงใต้เสื้อตัวในที่ถูกแหวกออกจนกว้าง
เขานั่งแยกขาออกจากกัน วางมือสองข้างที่เห็นเส้นเอ็นเด่นชัดอยู่บนหน้าตัก มีเจ้าสิ่งหนึ่งที่น่าตระหนกชูชันอยู่เบื้องหน้า ฮั่วอินลอบกลืนน้ำลาย นางไม่กล้าสอดส่ายสายตาเรื่อยเปื่อย รีบก้มหน้ามองพื้น ทว่าชายที่นั่งนิ่งกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของตน
ฮั่วอินยืนห่างจากเขาสักสองก้าว แต่รับรู้ถึงสายตาที่จ้องเขม็งมายังตน
“เข้าจวนมาเมื่อไหร่” เขาถาม
“เรียนใต้เท้า ข้าเข้าจวนเมื่อครึ่งปีก่อนเจ้าค่ะ”
หลังจากตอบคำถามไปแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความเงียบ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่กลับให้ความรู้สึกยาวนานนัก หลังจากนั้นไม่นาน ข้อมือของฮั่วอินก็ถูกฝ่ามือร้อนระอุดึงเข้ามาประชิดแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยเหงื่อ
ร้อน! ไม่ใช่อุณหภูมิที่คนทั่วไปควรมี
แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่แต่ฮั่วอินกลับวิเคราะห์สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน
ห้องที่อยู่ในสภาพเละเทะ... เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของเขาคนนี้ อีกทั้งเขายังมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอุณหภูมิที่สูงกว่าคนปกติอีกด้วย ฮั่วอินคาดเดาอย่างคนใจกล้าว่าเขาคงถูกคนวางยาปลุกกำหนัดเข้าให้แล้ว แต่คนที่ระมัดระวังตัวสูงอย่างเผยจี้เหตุใดจึงตกหลุมพรางได้เล่า?
นางยังไม่ทันได้ขบคิดต่อ เผยจี้ก็ผูกข้อมือสองข้างของนางเข้าด้วยกัน
ฮั่วอินตกใจ คิดจะขัดขืน แต่ข้อมือของนางถูกตรึงเอาไว้แน่น
“อย่าขยับ!” เสียงตวาดดังขึ้น ฝ่ามือแข็งแกร่งข้างหนึ่งเปลี่ยนตำแหน่งมากุมต้นคอของนางแทน
ความร้อนจากฝ่ามือทำให้ฮั่วอินตัวแข็ง ไม่กล้าขยับแล้ว!
เมื่อนึกได้ว่าคนอย่างเผยจี้ไม่เคยให้ใครเข้าใกล้ตัวเขาได้ อีกทั้งยังมีตำแหน่งเป็นขุนนางใหญ่ มีคนลอบสังหารอยู่ตลอดเวลา เขาทำเช่นนี้แสดงว่าไม่เชื่อใจนาง
เรื่องที่ตามมาหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่รู้กัน
ฮั่วอินเลื่อนสายตาจากเสื้อผ้าขาดวิ่นที่สาวใช้ถืออยู่มามองข้อมือที่ยังรู้สึกเจ็บ พลางมองไปยังอ่างน้ำอุ่นที่ยังไม่มีใครใช้ภายในห้อง จากนั้นค่อยออกคำสั่ง “พวกเจ้าออกไปก่อน ข้าจะเช็ดตัวสักหน่อย” ห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนของใต้เท้าเผยนางน่าจะอยู่ต่อได้อีกสักพัก
สาวใช้ทั้งสองล่าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
ฮั่วอินปรับลมหายใจอยู่หลายครั้งก่อนจะก้าวลงจากเตียง เดินไปหาอ่างน้ำอย่างเชื่องช้า หยิบผ้าแห้งที่วางอยู่ข้างๆ มาชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ตามเนื้อตัวอย่างเบามือ ขณะที่เช็ดตัวความคิดของนางล่องลอยไปไกล นี่เป็นประสบการณ์บนเตียงครั้งแรก แต่หลังจากมันผ่านไป ทำไมนางถึงทำใจเยือกเย็นลงได้
ฮั่วอินเกิดความสงสัยในตัวเองขึ้นมาไม่น้อย
หรือเพราะก่อนหน้านี้ที่นางอยู่ในหอฟงเยว่ ได้รับการอบรมสั่งสอนเกี่ยวกับเรื่องชายหญิงมาโดยเฉพาะ จึงมิได้ตื่นตระหนกมากนัก
ใช่... ฮั่วอินมาจากสถานเริงรมย์ฟงเยว่อันต้อยต่ำ แต่ว่านางจำอะไรไม่ได้
สองเดือนก่อน ในงานวันเกิดของเผยจี้มีคนร้ายแอบเข้ามาลอบสังหารทำให้งานเลี้ยงเกิดความวุ่นวาย สร้างความตื่นกลัวให้กับทุกคนที่อยู่ในงาน มีเพียงเผยจี้ที่นั่งดื่มสุราราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนนาง... ถูกใครไม่รู้ผลักจนตกบันไดระหว่างกำลังชุลมุนจนหัวแตก เลือดคั่ง พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งก็จำอะไรไม่ได้แล้ว
นางไม่ได้บอกใครเรื่องที่ตนสูญเสียความทรงจำ เพียงแต่คอยสังเกตการณ์ หลังจากผ่านไปอีกหลายวันก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าหลังจากอดีตฮ่องเต้สวรรคต มีการแต่งตั้ง ‘แม่ทัพใหญ่เผยจี้’ ขึ้นเป็นขุนนางผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้น้อยองค์ปัจจุบัน เผยจี้เป็นคนเด็ดขาดอำมหิต อีกทั้งยังกุมอำนาจส่วนใหญ่ทางทหาร ทำให้เหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ในราชสำนักไม่มีใครกล้าขัดขาเขา คนที่คิดจะเอาชีวิตเขาจึงมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ขณะเดียวกันคนที่คิดจะประจบเอาใจเขาก็มีไม่น้อย
คนที่คิดเอาใจเผยจี้ย่อมหนีไม่พ้นการมอบเงินทองของมีค่า ตลอดจนถึงหญิงงาม ฮั่วอินเป็นหญิงงามที่ถูกรองผู้ว่าการเมืองหวายโจวส่งมาให้เผยจี้เพื่อประจบเอาใจ ทั้งที่ภายในจวนเผยก็มีอนุอยู่ถึงแปดคนแล้ว ฮั่วอินมาเป็นคนที่เก้า
ด้วยอุปนิสัยของเผยจี้ เขาเป็นคนช่างระแวง เขาไม่เข้าใกล้หญิงสาวคนไหน อย่าว่าแต่ฮั่วอิน แม้แต่หญิงงามแปดคนที่อยู่มาก่อนหน้าก็ยังไม่เคยมีใครได้ร่วมเตียงกับเขามาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นหญิงงามหรือเป็นของมีค่าใดๆ เผยจี้ไม่เคยปฏิเสธ คนที่คิดประจบจึงส่งทั้งหญิงงามและสิ่งของให้เขาเพราะคิดว่าเขาสนใจ
หลังจากฮั่วอินความจำเสื่อม มาจนถึงวันนี้ก็กินเวลาสองเดือนแล้ว สองเดือนที่ผ่านมา นางเคยพบเผยจี้แค่ครั้งเดียว คืนนี้เป็นครั้งที่สอง ที่นางถูกเรียกตัวมาพบเขาคงเป็นเพราะสองเดือนก่อนในงานเลี้ยงวันเกิดเขา ในบรรดาหญิงงามทั้งหลายมีนางเพียงคนเดียวที่หกล้ม ได้รับบาดเจ็บ นางคิดว่าเผยจี้คงจำนางได้จากเรื่องนั้น
เมื่อเช็ดตัวดีแล้วสาวใช้ก็นำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้
ฮั่วอินแต่งตัวเรียบร้อยจึงค่อยออกจากห้อง
เวลานี้ยามสาม**ท้องฟ้าเริ่มเห็นแสงรำไร ด้านนอกดูเหมือนจะไร้ผู้คน แต่ฮั่วอินรู้ว่าทุกอย่างมิได้เงียบงันเหมือนที่เห็นภายนอก
สาวใช้ประจำเรือนประคองนางออกมาส่งตรงระเบียงทางเดิน นางก้าวลงบันไดหินอย่างเชื่องช้า ฟ้ายังไม่สว่างดี อากาศภายนอกค่อนข้างเย็น สาวใช้คนหนึ่งนำเสื้อคลุมเนื้อบางคลุมไหล่ให้ฮั่วอิน พอออกจากเรือนใหญ่ สาวใช้ประจำตัวที่ชื่อว่าลวี่หลัวก็เข้าประคองฮั่วอินแทน ส่วนปี้อวี้เดินถือโคมไฟส่องทางอยู่ด้านหน้า
ลวี่หลัวพ่นลมหายใจออกอย่างระมัดระวังแล้วกระซิบว่า
“อนุเก้า ตอนที่บ่าวกลับไปหยิบเสื้อผ้ามาให้ท่าน ได้ให้คนเตรียมน้ำร้อนเอาไว้แล้ว”
ฮั่วอินรับคำเบาๆ เสียงของนางเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง
สาวใช้สองคนนี้ถูกส่งมารับใช้ฮั่วอินตอนที่นางเข้ามาในจวนไม่นาน ทั้งสองรับใช้นางได้ครึ่งปีแล้ว
เดิมทีพวกนางรู้สึกตื่นเต้นยินดีที่เจ้านายของตนได้ ‘รับใช้ใกล้ชิดใต้เท้าจริงๆ’ เป็นคนแรก แต่เมื่อเห็นร่องรอยตามตัวของอนุเก้า ความรู้สึกยินดีที่มีมาก่อนหน้านี้ก็หายวับ พวกนางลืมไปเสียสนิทว่าใต้เท้าเผยนั้นไร้ความเมตตา ไม่มีความเห็นใจให้ใครทั้งสิ้น ปกติก็เป็นคนน่ากลัว แล้วเรื่องบนเตียงจะไม่ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่หรือ!
คิดไปคิดมา สาวใช้ทั้งสองพลันรู้สึกเสียใจจนน้ำตาคลอ
คืนที่ผ่านมาอนุเก้าคงจะทรมานไม่น้อย ถ้าต่อไปใต้เท้ายังเรียกหาอนุเก้าอีก ไม่รู้เจ้านายของพวกนางจะต้องแบกรับความทรมานไปอีกนานเท่าไร
____________________
* เวลา 23.15 นาฬิกา
** เวลา 03.00-05.00 นาฬิกา