เทพแห่งการรักษาและสัตว์ผู้พิทักษ์
แฟนตาซี-ไซไฟ
เทพแห่งการรักษาและสัตว์ผู้พิทักษ์
แฟนตาซี-ไซไฟ
ArrowRightt
รีนเด็กผู้หญิงอายุสิบห้า เธออาศัยอยู่ในหุบเขาดากะกับยายสองคนมาตลอดชีวิต ยายของเธอเป็นหมอที่เก่งกาจที่สุด เธอได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้กับรีนผู้เป็นหลานสาว วันหนึ่งเธอจะต้องออกมาผจญภัยที่โลกภายนอกกับเพื่อนของเธอพิกกุนกน้อยพูดได้ตัวหนึ่ง
  • 9 ตอน
  • 109
นิยายโดย
  • 0 คนติดตาม
บทนำ

“คำก็ชนชั้นต่ำสองคำก็ชนชั้นต่ำ พวกนายน่ะก็ชนชั้นต่ำเหมือนกันนั่นแหละ” รีนกระโดดลงมาจากกองฟางอย่างคล่องแคล่ว เพื่อมาเคลียร์กับชายอ้วนพุงพลุ้ยที่มาถึงก็เอาแต่ตะโกนด่าเธออย่างเดียว

“หน็อย! ยัยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแกกล้าดียังไงมาว่าให้พวกชนชั้นสูงอย่างฉันห้ะ!!!” ชายอ้วนพุงพลุ้ยโกรธหน้าดำหน้าแดง ตั้งแต่เขาเกิดมาเขายังไม่เคยถูกคนชั้นต่ำเหล่านี้ด่ามาก่อน แม้แต่เงยหน้ามองตาเขาพวกมันยังไม่กล้าด้วยซ้ำ แต่ยัยเด็กสกปรกนี้กลับกล้าขึ้นเสียงและว่าให้เขาอย่างไม่กลัวตาย

“เน้ ที่ฉันพูดน่ะมันผิดตรงไหน ชนชั้นสูงก็มีแต่นกเท่านั้นแหละ” รีนชี้นิ้วขึ้นฟ้า มีนกตัวหนึ่งกำลังบินผ่านมาพอดี “นั่นไง สูงพอมั้ยล่ะ”

ชายหนุ่มเงยหน้ามองตามที่รีนชี้มีนกตัวหนึ่งกำลังบินข้ามหัวเขาพอดี


แหมะ~~~


อะไรมันจะได้จังหวะดีขนาดนี้ ทันทีที่นกน้อยชนชั้นสูงของรีนบินผ่านหัวชายอ้วนพุงพลุ้ยชนชั้นสูงของจริงไป มันได้ทิ้งก้อนสมบัติสีขาวแกมดำไว้กลางหน้าผากของเขาด้วย

“เฮ๋ ฉันว่านกตัวนี้มันช่างเลือกที่ขี้ได้เหมาะเจาะเวลาพอดีเลยล่ะรีน” พิกกุนกน้อยสีขาวหัวเราะเสียงดังลั่นมองขี้นกที่กำลังไหลย้อยลงมากลางหน้าผากชายอ้วน

“นั่นน่ะสิ นี่สิถึงจะเรียกว่าชนชั้นสูงของจริง ฮ่าฮ่าฮ่า” รีนกุมท้องของตัวเองหัวเราะลั่นรู้สึกขบขันกับเหตุการณ์ตรงหน้า

“หน่อยไอ้นกชั้นต่ำบ้าาา!!!!” ชายพุงพลุ้ยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตอนนี้หน้าเขาแดงเหมือนลูกตำลึงสุก

เขาปัดขี้นกที่หน้าผากออกลวกๆ ชี้ไม้เท้าไปยังนกน้อยที่กำลังบินผ่านไปลำแสงสว่างวาบออกมาจากไม้เท้านั่น “ตายไปซะไอ้นกบ้า!!!” เมื่อลำแสงตกกระทบถูกตัวนกน้อยเพียงเสี้ยววินาทีนกน้อยผู้น่าสงสารได้ตกลงสู่พื้นด้วยสภาพไหม้เกรียม

เมื่อรีนเห็นภาพนั้นจากที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขตัวของเธอก็แข็งค้างไปทันที สำหรับรีนที่เป็นหมอรักษาสัตว์มาทั้งชีวิต เธอก็มองว่าสัตว์ทุกตัวเปรียบเสมือนกับเพื่อนของเธอ

รีนเดินเข้าไปหานกน้อย เธอกอบร่างเล็กของนกน้อยที่ไหม้เกรียมไว้ในอุ้งมือ“...ทำบ้าอะไรของนายน่ะ” รีนถามชายอ้วน แต่ตาของเธอยังจับจ้องไปที่นกน้อย

“เหอะ นี่มันยังน้อยเกินไปซะอีก ถ้าหากมันมีครอบครัวฉันก็จะฆ่าพวกมันยกครัวไปซะ” เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูลายลูกไม้เช็ดที่ใบหน้าให้สะอาด

“เมื่อกี้…นายว่าอะ ไร นะ” รีนถามเสียงเย็นเธอลุกขึ้นยืนแล้วเก็บร่างนกน้อยไว้ในกระเป๋า มองหน้าชายอ้วนพุงพลุ้ยด้วยสายตาอาฆาต

“นังเด็กสกปรก!” เขาเก็บผ้าเช็ดหน้าสีชมพูลงกระเป๋ากางเกง “แกเองก็ด้วยอย่าคิดว่าแกจะรอดไปได้นะ กล้ามาดูถูกฉันอย่างนั้นหรอ” เขาชี้ไม้เท้าไปทางรีน ลำแสงสีขาววาบออกมาจากปลายไม้เท้าอีกครั้ง เพียงเสี้ยววินาทีลำแสงนั้นก็เข้าโจมตีรีนอย่างจัง

คนที่มองดูเหตุการณ์อยู่แถวนั้นต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น กองฟางที่ถูกไฟนั้นถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็ว พริบตาเปลวไฟก็สูงกว่าตัวคน ร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นคงจะถูกเผาไหม้ไปกับกองฟางเรียบร้อยแล้ว

“เหอะ ตายไปซะ ยัยคนชั้นต่ำ คนที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้อย่างพวกแก ผ้าเช็ดเท้าที่บ้านของฉันยังมีค่ามากกว่าชีวิตของพวกแกซะอีก” เขาเบ้ปากพูดอย่างเย้ยหยัน สำหรับเขาการฆ่าคนชั้นต่ำพวกนี้ก็ไม่ต่างจากการฆ่าแมลงสาบที่ทั้งสกปรกและไร้ค่า

ชาวบ้านที่มองดูอดรู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้จริงๆ เด็กคนนั้นคงจะมาจากบ้านนอกถึงได้ไม่รู้ว่าชนชั้นสูงผู้ใช้เวทมนตร์นั้นเป็นพวกที่แตะต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะถูกหรือผิดการก้มหัวลงพื้นแล้วกล่าวขอโทษอย่างนอบน้อม นั่นคือสิ่งที่พวกชนชั้นต่ำอย่างพวกเขาควรจะทำเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของพวกเขาเอาไว้

“เอ๋ ไม้เท้านี่…ก็ไม่เลวเลยนี่” รีนที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนมองดูไม้เท้าในระยะประชิดที่มันยังคงชี้ไปทางที่เธออยู่เมื่อกี้

“อ๊ากกกก!!!” ชายอ้วนพุงพลุ้ยตะโกนลั่น เขาตกใจจนล้มหงายหลัง เมื่ออยู่ๆ รีนก็โผล่มายืนอยู่ข้างๆ เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “กะ กะ แก ไม่มีเวทมนตร์ไม่ใช่หรอทำไมถึงหายตัวได้ด้วยล่ะ” เขาพยุงร่างอ้วนขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก พูดด้วยเสียงสั่นเทา

“อ๋อ พอดีฉันมีเพื่อนเป็นชีตาร์น่ะ เพราะเล่นวิ่งไล่จับกันประจำฉันเลยเคลื่อนไหวค่อนข้างเร็ว ไม่ได้ใช้เวทมนตร์หรอกลุง” รีนยิ้มอธิบายอย่างใจดี “แต่ว่านะ ไอ้ไม้เท้านี่มันพึ่งจะฆ่าเพื่อนของฉันไป” รีนนั่งยองๆ ลงใกล้ๆ ชายพุงพลุ้ย ที่ตอนนี่หน้าตาของเขาดูเหลอหลาและขาวซีด

“อย่า อย่าเข้ามานะ!” เขายกไม้เท้าชี้ไปที่หน้ารีน แต่คราวนี้ดูเหมือนรีนจะไม่ยอมให้มันเป็นเหมือนครั้งที่แล้ว เธอเพียงเหวี่ยงมือไปใช้แรงแค่เล็กน้อยก็แย่งไม้เท้ามาจากเขาได้อย่างง่ายดาย

เมื่อได้ไม้เท้ามาเธอก็จัดการหักมันออกเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายได้

“ห๊าาาา!!! ไม้เท้าวิเศษของฉานนนนน~~~” ชายพุงพลุ้ยกะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง นั่นเป็นเครื่องมือเวทมนตร์ที่ทรงพลังเขาได้มาอย่างยากลำบาก ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาเขาใช้มันรังแกพวกชนชั้นต่ำตลอดมา แต่ตอนนี้มันกลับถูกหักออกเป็นสองท่อนด้วยฝีมือของยัยเด็กสกปรกที่ไม่มีแม้แต่พลังเวทย์ระดับต่ำ

“ส่วนนายน่ะ” รีนลุกขึ้นยืนชี้ไม้เท้าที่ถูกหักออกเป็นสองท่อนแล้วด้วยมือข้างเดียวไปทางเขา “เป็นคนใช้ไม้เท้านี่ฆ่าเพื่อนของฉัน”

ชายพุงพุ้ยที่ขาดไม้เท้าก็เหมือนขาดอาวุธในการต่อสู้ไป พลังเวทย์ของเขานั้นไม่ได้อยู่ในระดับสูง ไม่สามารถทำอะไรผู้หญิงตรงหน้าได้แน่ เด็กนี่เคลื่อนตัวได้ไวอย่างกับหายตัวได้ แล้วยังหักไม้เท้าวิเศษของเขาได้อย่างง่ายดายเหมือนหักตะเกียบอีก พละกำลังของเธอมันน่ากลัวเกินไป

เขาเปิดปากพูดอย่างยากลำบากเพราะความสั่นกลัว "อย่านะ ยัยเด็กสกปรก ถ้าแกกล้าทำอะไรฉันล่ะก็ ทั้งตัวแกและครอบครัวของแกถูกตั…." ไม่ต้องรอให้ไอ้อ้วนพูดคำน่ารำคาญต่อไปรีนใช้ไม้เท้านั้นฟาดเข้ากกหูของเขาเต็มแรง ร่างของชายคนนั้นกระเด็นไปไกลหลายเมตรเลยทีเดียว

คนที่มองดูเหตุการณ์แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง ว่าคนที่มีเวทมนตร์กำลังถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เล่นงานอยู่

“นี่นังหนูเอ็งทำอะไรลงไปเนี่ย” ชายชราเดินหลังค่อมเข้ามาหารีน “เร็วเข้ารีบหนีไปเร็วถ้าเรื่องนี้ถึงศาลหรือครอบครัวเขารู้เจ้าได้ตายแน่” ชายชราเตือนรีนด้วยความหวังดี

รีนมองดูชายชราที่วัยน่าจะเข้าแปดสิบได้แล้วใบหน้าของเขาตกกระแดดแสดงถึงการทำงานอย่างหนักตลอดเวลา รีนหัวเราะเสียงดังแล้วพูด “ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันไม่เป็นไรหรอกตา ก็แค่ทะเลาะกันนิดหน่อยเองน่ะ ถ้าหมอนี่ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเขาก็คงหายโกรธแล้วล่ะ” รีนมีเรื่องทะเลาะกับสัตว์ในป่าเป็นประจำ เขาโดนไปแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

“อะ เอ่อ เล็กน้อยอย่างนั้นหรอ” ตาแก่แทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองสภาพอย่างนั้นอีกนิดนึงก็น่าจะสามารถขุดหลุมฝังได้แล้ว

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกตา ฉันไม่ได้ตีเข้าจุดสำคัญหรอก” รีนอธิบายเมื่อเห็นว่าชายชราจะเป็นห่วงชายอ้วนคนนั้น พร้อมเดินเข้าไปหาร่างอ้วนที่นอนแน่นิ่งไม่กระดิก “ว่าแต่บ้านหมอนี่อยู่ที่ไหนหรอเดี๋ยวฉันจะไปส่งเขาเอง” รีนจับคอเสื้อชายพุงพลุ้ยขึ้นมาเหมือนกำลังแบกกระสอบนุ่น

แต่ชาวบ้านแถวนั้นกลับพากันอึ้งจนตาเหลือก พวกเขาบอกให้เธอหนีไปเพื่อที่จะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ แต่เธอกลับบอกว่าจะไปส่งชายผู้สูงศักดิ์ที่เธอพึ่งจะทำร้ายเขาไปเนี่ยนะ เธอคงไม่ได้บ้าไปแล้วใช่มั้ย…




*******************


โลกแห่งนี้มีชื่อว่าเมทิสเพอเซียสเป็นโลกของผู้ใช้เวทมนตร์เป็นใหญ่ ส่วนคนที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ถูกจัดให้เป็นชนชั้นต่ำที่ไร้ค่า มันเป็นแบบนี้มานับพันๆ ปีแล้ว

รีนเด็กผู้หญิงอายุสิบห้า เธออาศัยอยู่ในหุบเขาดากะกับยายสองคนมาตลอดชีวิต ยายของเธอเป็นหมอที่เก่งกาจที่สุด เธอได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้กับรีนผู้เป็นหลานสาว ตลอดทั้งชีวิตของรีนรู้จักแต่เพียงการใช้ชีวิตในหุบเขาดากะ เธอไม่เคยออกมานอกหุบเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับโลกภายนอก

แต่วันหนึ่งเธอจะต้องออกมาผจญภัยที่โลกภายนอกกับเพื่อนของเธอพิกกุนกน้อยพูดได้ตัวหนึ่ง พวกเขาจะเอาชีวิตรอดในโลกที่มีแต่ผู้ใช้เวทมนตร์ได้อย่างไร…

***หญิงสาวผู้บริสุทธิ์จะถูกย้อมด้วยสีสันที่สวยงามหรือถูกสาดสีให้ต้องแปดเปื้อน***

***ความจริงของโลกที่เธอไม่เคยรู้จักมันโหดร้ายกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก รวมถึงความจริงที่น่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับตัวของเธอเอง…***

***การผจญภัย หารพบเจอ มิตรภาพ การลาจาก ความยินดี ความผิดหวัง ความตื่นเต้น ความโศกเศร้า และเรื่องราวมากมายที่หญิงสาวจะต้องเผชิญและข้ามผ่านมันไป…เธอจะทำได้ไหมนะ…***


***นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการของ ArrowRight ล้วนๆ เป็นการสมมติโลกอีกใบขึ้นมา ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากให้ผู้อ่านทุกท่านโละความรู้ กฎเกณฑ์ที่มีเกี่ยวกับโลกใบนี้ทิ้งไปก่อน จากนั้นก็หยิบปีกที่วางอยู่ข้างหลังของท่านตอนนี้ขึ้นมา ใช่นั่นแหละหยิบขึ้นมาเลย ปีกนี้เรียกว่าปีกแห่งจินตนาการ ถ้าพร้อมแล้วก็ติดปีกแล้วบินตามข้ามาได้เลยข้าจะพาท่านไปทัวร์โลกใบใหม่ที่ชื่อว่าเมทิสเพอเซียส!!!***


***นิยายเรื่องนี้ “สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดย ArrowRightt ©***

**ไม่อนุญาตให้ผู้ใดทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง หรือนำเนื้อหาของนิยายเรื่องนี้ไปเผยแพร่ในช่องทางอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต หากผู้เขียนพบว่า มีการกระทำดังที่กล่าวมาข้างต้น นักเขียนจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด หากนักอ่านที่รักท่านใดพบเห็น การกระทำข้างต้นกับนิยายเรื่องนี้สามารถแจ้งในช่องคอมเม้นท์ ขอบคุณค่ะ**

ขอบคุณภาพปกสวยๆ จากเว็บไซต์ deviantart ด้วยค่ะ ปล.ภาพปกไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องนะคะพอดีเห็นว่าบรรยากาศเข้ากับเรื่องเลยเอามาใช้