(นิยายแปล) 太子 รัชทายาท

ตอนที่ 1 สู่อดีตกาล (เริ่มต้น)

เยี่ยนโจ้วเทียนไม่คัดค้าน หากชายที่ ‘นาง’ รักอยากให้นางตาย เหตุใดจึงต้องคัดค้านเล่า?

‘นาง’ คิดเพียงแต่ว่า หากแม้นเศษเสี้ยวใจเขามี ‘นาง’ อยู่บ้าง ‘นาง’ ก็พร้อมยอมรับความตาย

คราแรกที่ได้เห็นโอวหยางอี้หยู คือเมื่อครั้งออกงานเฉลิมฉลองสมโภชแทนพระบิดา ‘นาง’ ในวัยสิบเก้าปีสวมชุดรัชทายาทมังกรขดกายคดเคี้ยวฝังทองอร้าอร่าม ยกถ้วยขึ้นอย่างเคอะเขิน อวยชัยให้ความสำเร็จที่เขาชนะในการศึกกลับมา เขาโดดเด่นเหนือคนนับหมื่นรอบกาย จิตวิญญาณกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาของเขา ช่างเจิดจ้าจนผู้ใดก็ไม่อาจมองตรงๆ ได้

เขาบอกว่าเขายินดีจะอุทิศทั้งชีวิตเพื่อให้อาณาจักรเยี่ยนสงบสุข ไร้สงคราม เขาบอกว่าเขาวังจะให้ประชาราษฎร์อยู่ดีกินดี ราชาทรงสติปัญญาและอัจฉริยภาพ เขาพร้อมนำทหารนับหมื่นพันออกศึกต่อต้านไม่ให้อาณาจักรเยว่บุกเข้ามาแม้ตัวตาย!

เยี่ยนโจ้วเทียนได้ยินแล้วหัวใจพลันบีบรัด ‘นาง’ จะยินยอมให้โอวหยางอี้หยูพบพานกับพวกกักขฬะคลั่งสังหารได้อย่างไร เขาควรจะอยู่ที่วังหลังของ‘นาง’ เสพสุขสำราญไปกับเสียงเพลง สุรายาดีและอาหารชั้นเลิศ ควรจะนอนอยู่บนเตียงของ‘นาง’ จัดการเรื่องต่างๆ เพื่อ‘นาง’ เจ้ากี้เจ้าการเรื่องเพชรนิลจินดาเพื่อ‘นาง’ มิใช่เข่นฆ่าอยู่ในสมรภูมิที่อาบนองไปด้วยเลือด

แต่สายตาของเขาไม่เคยมองมายัง ‘เขา’

เยี่ยนโจ้วเทียนกำหมัดแน่น ระบายความโกรธไปลงกับนางกำนัลผู้ยกน้ำชามาในเหวินอู่ป่ายกวนจนตายไป โอวหยางอี้หยูมององค์รัชทายาทในที่สุด วินาทีนั้น เยี่ยนโจ้วเทียนหัวใจเต้นระรัว หน้าแดงแจ๋ กระทั่งเสียงยังพยายามนุ่มนวลลง ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะตกใจกลัว “ข้า...ข้าสรรเสริญความสำเร็จของแม่ทัพใหญ่ด้วยสุราถ้วยนี้”

โอวหยางอี้หยูขมวดคิ้ว เยี่ยนโจ้วเทียนเพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่าคนภายนอกมอง‘นาง’ เป็นจอมโทสะ อำมหิตโหดร้าย จึงเตะศพนางกำนัลนั้นออกไปอย่างระมัดระวัง ปิดบังความผิดเล็กๆ ของตนเอง “สรรเสริญท่านแม่ทัพใหญ่!”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท” เขาดื่มลงหมดถ้วยในรวดเดียว แล้วไม่มอง ‘เขา’ อีกเลย
....

เยี่ยนโจ้วเทียนรู้สึกว่า‘นาง’ มิได้สนใจในบุรุษเพศยาวนานอะไรนัก บุรุษรูปงามหรือหล่อเหลาสักปานไหน พอเล่นสนุกจนหมดแล้วก็เป็นแค่เศษขี้ดินเท่านั้น แต่คราวนี้ ‘นาง’ กลับจดจำบุรุษผู้หนึ่งได้อย่างน่าพิศวง เขาแกล้วกล้า เงียบขรึมจริงจัง ตระหง่านอยู่ในสถานการณ์ความเป็นไปของใต้หล้า หัวแข็งไม่ยอมอะไรง่ายๆ ราวกับเป็นอาจารย์ เยี่ยนโจ้วเทียนเกลียดอาจารย์ที่ชอบสั่งชอบสอนมากที่สุด แต่หากเขาคนนั้นคือโอวหยางอี้หยู ‘นาง’ กลับทนได้สบายนัก


เยี่ยนโจ้วเทียนนอนอยู่บนเตียงนุ่มหยุ่นอย่างครุ่นคิด มือเล่นนิ้วของบุรุษรูปงามผู้คุกเข่าอยู่ข้างเท้า‘นาง’ พลางไล้ไปตามจุดอ่อนไหวของร่างกายเขาด้วย สองตาทรงเสน่ห์ร้ายอาจกลับมองคนผู้คนทั้งหมดที่คุกเข่าอยู่อย่างเย็นเยียบ

“งานเลี้ยงคืนนี้ หากข้าไม่เห็นแม่ทัพโอวหยาง ขุนนางทุกคนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงต้องถูกประหารทั้งหมด!”

ซุนชิงมู่รูปงามหมดจดผู้ยืนอยู่อีกด้านได้ฟังแล้วก็ตาขวางเล็กน้อย เขาคือสหายรักของโอวหยางอี้หยู เยี่ยนโจ้วเทียนเห็นดังนั้นแล้วก็ถีบบุรุษข้างเท้า‘นาง’ ทันที แล้วหันไปบีบคางซุนชิงมู่ เอ่ยน้ำเสียงโหดเหี้ยม ด้วยแววตาเฉียบขาด

“ทำไม? มีปัญหากับการตัดสินใจของข้ารึ!”

บุรุษผู้ล้มคว่ำลงไปไต่ไปตามร่างขององค์รัชทายาท มองซุนชิงหมู่อย่างได้ใจ ตอนนี้คนที่ถูกรัชทายาททำร้ายเป็นเขาแทน

“กระหม่อมมิกล้า”

เยี่ยนโจ้วเทียนหัวเราะพอใจ เสียงอาบด้วยคาวเลือดอันเหี้ยมโหด ‘นาง’ รู้ซึ้งดีว่าซุนชิงมู่ต้องช่วยโอวหยางอี้หยูอย่างแน่นอนจึงได้เตือนไว้ก่อน “ชิงมู่ เจ้าจดจำได้ดี ว่าหมาข้าชอบรสชาติของเจ้าที่สุด หากเจ้ายังกล้าขัดขืนข้าหรือแอบไปรายงานลับๆ ล่ะก็ ข้าจะส่งให้เจ้าหลางยาลิ้มชิมเสียให้เข็ด”

หลางยาได้ยินเจ้านายเรียกชื่อมันก็รีบวิ่งแทบบินมาหาเจ้านาย เมื่อเห็นบุรุษในอ้อมอกเจ้านายไม่ยอมหลบ มันก็ขย้ำคอเขาทันที!

เยี่ยนโจ้วเทียนหัวเราะร่วน ‘นาง’ ลูบหัวสัตว์เลี้ยงอย่างเอ็นดู จากนั้นจึงสั่งคนให้โยนศพไปให้มันสวาปามให้อิ่มท้อง “ค่อยๆ ลิ้มรสชาติเสีย ไม่มีใครกวนเจ้าหรอก” จากนั้นจึงมองซุนชิงมู่ด้วยแววตาเย็นเยียบ ซุนชิงมู่ก้มหน้า ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่คำเดียว

ยามรัตติกาล ในพระราชวังของอาณาจักรเยี่ยน ในตำหนักทอดตัวยาวออกไปไม่สิ้นสุด ตำหนักที่ซึ่งตระหง่านและงดงามหรูหราที่สุดหาใช่ตำหนักบรรทมขององค์ฮ่องเต้ไม่ แต่เป็นโถงตำหนักขององค์รัชทายาท ที่แห่งนี้มีศาลารายล้อมนับร้อยหลัง บรรยากาศละมุนละไม ทุกก้าวที่ย่างผ่านหนักเท่าแผ่นดิน สิ่งที่แดงชาดล้วนคือมนุษย์อาบเลือด รูปปั้นหล่อหลอมจากคนจริงๆ ระวังให้จงดี หาไม่แล้วอาจเหยียบย่ำอยู่บนศพ!

ตอนนี้ ในสวนของตำหนักรัชทายาท มีซุนชิงมู่ถือเครื่องน้ำชากระเบื้องวาวไว้ในมือ จิตใจไม่สู้จะสงบนัก คุณชายสี่ของตระกูลซื่อหลางฝ่ายขวา สีหลูมองเขาอย่างร้อนใจ ใบหน้าอ่อนเยาว์แม้จะไม่หล่อเหลาเช่นซุนชิงมู่แต่ก็หมดจดดีไม่หยอก

“เจ้าต้องคิดหาวิธี! รัชทายาทเรียกพบอี้หยูจะมีเรื่องดีอะไรได้ นิสัยของอี้หยูเจ้าไม่เข้าใจดีหรอกรึ หากเขาถูกรัชทายาท...อี้หยูต้องฆ่ารัชทายาทแน่ อีกอย่าง อี้หยูชอบใครเจ้าไม่รู้หรือ”

ซุนชิงมู่ยินคำแล้ว ก็มีดวงหน้าอ่อนโยนเที่ยงตรงของแม่นางคนหนึ่งแล่นแวบขึ้นตรงหน้า ใจเจ็บปวดแปลบ เขากับโอวหยางพบนางเวลาเดียวกัน แล้วก็ลุ่มหลงดวงหน้างามลืมโลกนั้นพร้อมๆ กันด้วย ตอนนั้นพวกเขาเพิ่งสิบขวบ เป็นช่วงวัยที่ไร้ซึ่งความกังวลหรือเรื่องอะไรให้คิด ต่างคนต่างก็เชื่อเพื่อนเล่นสมัยเด็กอย่างไร้เดียงสา หลงเชื่อว่าพวกเขาทั้งสามจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

ภายหลังเมื่อเติบโตขึ้นถึงได้รู้ว่าเป็นแค่คำลวง! บุรุษกับสตรีมีหรือที่จะไม่เปลี่ยนความรู้สึก เขาแอบซ่อนความในใจของตนเองไว้อย่างระมัดระวัง อยากจะขอนางแต่งงานเมื่อถึงเวลา ใครจะรู้เล่าว่า...

ซุนชิงมู่ยิ้มขื่น ชะตาฟ้าช่างเล่นตลก พี่น้องสองคนรักอิสตรีคนเดียวกัน ช่างเป็นมหรสพที่ไม่เคยเปลี่ยนแปร แต่เขาแพ้ และนั่นเป็นตอนที่มีผู้เสนอแนวคิดจะฆ่าองค์รัชทายาท เขากลับลงชื่อไปอย่างเลื่อนลอย ไม่ฟังเสียงคัดค้านของครอบครัว ยินดีที่จะเข้ามาในกับดักขององค์รัชทายาท ยินดียอมปรนนิบัติเป็นคนรัก บุรุษกับบุรุษแค่คิดก็ขยะแขยงแล้ว


หลายปีมานี้เขาเป็นแค่ของเล่นของรัชทายาทเท่านั้น แต่เขาทำยังน้อยไปหรือไม่ ทั้งรับแรงกดดันทุกอย่าง ถูกขับออกจากตระกูลซุน ช่วยซ่างชูของกองทัพจากปลายกระบี่องค์รัชทายาท ช่วยซื่อหลางกรมรัษฎากร กระทั่งใช้บทรักน่าอัปยศร้องขอองค์รัชทายาทให้เลื่อนตำแหน่งคุณชายรองของตระกูลหลิน เสียดายนักที่อุตส่าห์ทำมาขนาดนี้ แต่กลับกลายเป็นความเข้าใจผิดของผู้คน ไม่มีใครเข้าใจความลำบากของเขาเลย จะโทษเขาได้อย่างไร ผู้ชายขององค์รัชทายาทเยอะเหมือนมูลหมา เมื่อหมดความเยาว์วัยไปตามกาลเวลาก็ไม่มีทางดึงดูดความสนใจจากองค์รัชทายาท ตอนนี้เขาก็เหมือนตัวหมากที่ถูกทิ้ง ยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า?

สีหลูเห็นซุนชิงมู่ไม่เอ่ยอะไรก็ขโมยถ้วยชาในมือเขามาอย่างไม่พอใจ “เจ้าดูสิว่าตอนนี้เจ้ากลายเป็นเช่นไรไปแล้ว! เสื้อผ้ายังหลุดลุ่ยแต่กลับกล้าออกมา ข้าพูดกับเจ้ามากเยี่ยงนี้ เจ้ากลับไม่ขานตอบสักคำ! ตอนนั้นเจ้าไม่ใช่เช่นนี้นี่!”

ซุนชิงมู่อยากจะถามนักว่าเมื่อก่อนเขาเป็นเช่นไร แล้วตอนนี้เขาเป็นเช่นไร พอเถอะๆ พูดมากไปก็เปล่าประโยชน์ “จะทำเช่นไรได้เล่า? พวกเจ้าไม่ได้พูดเองหรือว่าช่วงหลังมานี้ไม่มีใครพูดอะไรต่อหน้าองค์รัชทายาทได้เลย? สู้ให้โอวหยางมาเป็นของรักชิ้นใหม่ พวกเจ้าก็ขนของในคลังหลวงไปช่วยบรรเทาทุกข์ผู้คนเลยไม่ดีกว่าหรือ!”

สีหลูโกรธ “ชิงมู่! เจ้าหมายความว่ากระไร! โอวหยางมิใช่เจ้า! เขา----เขา---”

ซุนชิงมู่ตอบทันที “เขาไม่ใช่ข้านั่นแน่อยู่แล้ว เขามีศักดิ์ศรี เขาสูงศักดิ์ เขาเป็นบุรุษ เขาไม่คิดใช้ใบหน้าอันหล่อเหลาเข้าประชิดองค์รัชทายาท ข้าสมควรถูกส่งมาที่นี่ ข้าสมควรเป็นตัวตลกของใต้หล้า ข้าควรถูกรัชทายาท...”

“ชิงมู่!”

ซุนชิงมู่ยิ้มขมขื่น “ช่างมันเถอะ ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ข้าจะไว้หน้าเจ้าแน่นอน ข้าจะไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท ให้พระองค์คืนคำ”

สีหลูได้ฟังแล้วก็เริ่มมีความวัง ความจริงแล้วซุนชิงมู่หน้าตาดีมาก ขอเพียงเขายอมเสียสละ โอวหยางก็มีหนทางแล้ว “ขอบใจเจ้ามาก”

ซุนชิงมู่ไม่แม้แต่จะยิ้ม “มิกล้ารับ ฟ้าประทาน เจ้ารีบไปจากที่นี่เถิด หาไม่แล้วหากองค์รัชทายาทมาพบเข้า ข้าเองก็ไม่อาจช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของเจ้าได้!”

“เจ้า---” สีหลูเกลียดจนกัดฟันกรอด เขากับองค์รัชทายาทไม่มีทาง...

แต่เมื่อสีหลูเห็นชิงมู่จากไปอย่างห่อเหี่ยว ในใจก็นึกเสียดายแทนเขา แม่ทัพผู้เคยมีสง่าราศีแห่งยุค นักปราชญ์อันดับหนึ่งผู้สามารถเขย่าวงการวรรณคดีของอาณาจักรเยี่ยน บัดนี้ไม่เหลือกลิ่นอายคมกริบเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว สูญเสียปฏิภาณไหวพริบ การเป็นที่รักขององค์รัชทายาทช่างทำลายเขามากเหลือเกิน สิบห้านาทีต่อมา ซุนชิงมู่ผ่านบานประตูชั้นแล้วชั้นเล่า ปรากฏกายอยู่หน้าตำหนักบรรทมองค์รัชทายาทอย่างสงบ แม้มิใช่เพื่อโอวหยาง เขาก็ควรช่วยโอวหยางอี้หยูเพื่อนางอันเป็นที่รักสักครั้งอยู่ดีมิใช่หรือ? ความรัก ใครเล่าจะกำหนดได้?

ซุนชิงมู่เพิ่งเหยียบตำหนักบรรทมขององค์รัชทายาท ก็ได้ยินเสียงขี้เล่นซึ่งหวีดร้องและไล่ตามอันแสนคุ้นเคย เขาไม่รู้สึกประหลาดใจเลยแม้สักนิดเดียว ซุนชิงมู่เปิดประตูเข้ามาอย่างทุกที เห็นเป็นภาพองค์รัชทายาทกับเหล่าหนุ่มรูปงามซึ่งเปลือยกายเล่นจับอินทรีกันอยู่ และเสียงกรีดร้องนั้นดังมาจากในกรงขนาดใหญ่ การห้ำหั่นกันอย่างโหดเหี้ยม ใครชนะได้ทองคำถึงหนึ่งร้อยไม่ก็สองร้อย

ซุนชิงมู่ไม่ส่งเสียง เขายืนอยู่ด้านหนึ่งรอให้องค์รัชทายาทสนใจ ในหมู่คนเหล่านั้น เขาเองก็เป็นเคยหนึ่งในบุรุษรูปงามที่หล่อเหลาจนองค์รัชทายาทไม่ฆ่าแกงใคร ทว่านั่นมันก็เรื่องเมื่อก่อน ตอนนี้ก็แค่เรื่องขำขันของทั้งใต้หล้าเท่านั้นเอง สิบห้านาทีต่อมา องค์รัชทายาทดึงกางเกงขึ้นพลางหัวเราะมืดมนยามคลานขึ้นมาจากพื้น บีบเค้นบุรุษที่เพิ่งสำราญกับ ‘เขา’ ไปไม่นาน

ซุนชิงมู่ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว บ้างบอกว่าองค์รัชทายาทสติไม่ค่อยสมประกอบ ซุนชิงมู่คิดว่ามีเหตุผลอยู่ แต่ว่าไม่มีใครกล้าพูดก็เท่านั้นเอง

“มีอะไร?”

ซุนชิงมู่เดินขึ้นไปอย่างเรียบสงบ ยิ้มพลางช่วยองค์รัชทายาทจัดอาภรณ์ เงยหน้าเลิกคิ้วทรงเสน่ห์มององค์รัชทายาท งดงามไม่สร่าง เขาเอ่ยทั้งรูปโฉมหล่อเหลา

“องค์รัชทายาท ข้าคิดถึงพระองค์นัก หรือว่าพระองค์จะทรงไม่คิดถึงชิงมู่หรือพะย่ะค่ะ? องค์รัชทายาท หรือจะเป็นเพราะท่านมีแม่ทัพโอวหยางแล้วถึงไม่ต้องการชิงมู่ ชิงมู่ไม่ยอมพะย่ะค่ะ ชิงมู่จะไม่ให้แม่ทัพ----”

เยี่ยนโจ้วเทียนยินคำแล้วก็บีบคอเขา ไม่เห็นอยู่ในสายตา “ซุนชิงมู่! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร! ก่อนหน้านี้เจ้าใคร่รู้นักว่ามดมันดิ้นเช่นไร! เจ้ากล้ามาล้อเล่นบนหัวของข้า! เชื่อหรือไม่ว่าข้าทำให้โลหิตเจ้าสาดกระเซ็นที่นี่ได้เลย!”

หนงเฟยถือน้ำชาเข้ามา เห็นองค์รัชทายาทบีบคอซุนชิงมู่เข้าก็รีบโยนถาดในมือทิ้ง แล้วปรี่เข้าไปจับมือรัชทายาทเอาไว้อย่างลนลาน “องค์รัชทายาท องค์รัชทายาท มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันเถิดพะย่ะค่ะ ชิงมู่ไม่ได้มีเจตนาร้าย องค์รัชทายาทโปรดระงับโทสะ โปรดระงับโทสะเถิดพะย่ะค่ะ!”

ซุนชิงมู่หน้าเขียวคล้ำ เขาอ้าปากอยากจะพูดแต่พูดไม่ออก ตายเป็นตาย!

หนงเฟยส่ายหน้าไม่หยุด ไม่ได้ ตายไม่ได้ พวกเขายืนหยัดมานานหลายปี จะตายอย่างนี้ได้อย่างไร พวกเขายังไม่เห็นอาณาจักรเยี่ยนสงบสุข ยังไม่เห็นผู้ร้ายถูกกำจัด ชีวิตราษฎรมากมายกำลังอยู่ในวิกฤติ พวกเขาจะตายไปทั้งอย่างนี้ได้อย่างไร

ซุนชิงมู่อยากจะยิ้มฝาดเฝื่อนนัก นึกว่าพึ่งพลังของพวกเขาแล้วจะสามารถควบคุมความคิดขององค์รัชทายาทได้! อย่าอ่อนต่อโลกไปหน่อยเลย องค์รัชทายาทกระหายเลือดหาใช่สิ่งที่กำลังของคนจะเปลี่ยนแปลงมันได้ หากอยากช่วยอาณาจักรเยี่ยนก็ต้องฆ่าองค์รัชทายาทให้สิ้น! เสียดายที่วรยุทธ์ของ‘นาง’ เลิศล้ำฆ่าได้ง่ายดายที่ไหนกัน! ซุนชิงมู่กัดลิ้นตัวเอง หากต้องตายก็ขอตายอย่างมีเกียรติ!

เยี่ยนโจ้วเทียนปล่อยมือทันที รอยยิ้มเพิ่มความกระหายเลือดมากขึ้นไปอีก “อยากตายรึ! ไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก! เข้ามา! เอาเขาไปให้ผู้กล้าที่ได้ชัยคืนนี้ได้เพลิดเพลินหน่อย คืนนี้----ข้าจะสนุกสนานร่วมกันกับไพร่ฟ้าข้า!”

ซุนชิงมู่หน้าถอดสี!

หนงเฟยคุกเข่าลงกอดขาองค์รัชทายาทไว้อย่างเกรงกลัวและขวัญหนี “องค์รัชทายาทโปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด! โปรดไว้ชีวิตด้วย! ชิงมู่ชนองค์รัชทายาทชิงมู่สมควรตาย องค์รัชทายาท ชิงมู่อยู่ปรนนิบัติพระองค์มานานสามปีกว่า องค์รัชทายาท โปรดให้โอกาสชิงมู่อีกครั้งเถิด ชิงมู่เพราะริษยาถึงได้...”

เยี่ยนโจ้วเทียนกระชากหน้าหนงเฟย หันหน้ามามองหนงเฟยที่คุกเข่าลงอย่างนุ่มนวลนานมาก จากนั้นจึงยกมือขึ้น ลูบเนื้อมันวาวของเขาอย่างแสนเสียดาย หนงเฟยมีใบหน้าที่อิสตรีทั้งใต้หล้าต้องเหงื่อแตกพลั่ก

“เจ้าบอกว่าให้ข้าปล่อยชิงมู่ใช่ไหม?”

หนงเฟยร่ำไห้ “ได้โปรดเถิดพระองค์!”

เยี่ยนโจ้วเทียนชี้กรงนั้น แล้วเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ได้! งั้นเจ้าไปปรนนิบัตินักรบคนนั้นแทนแล้วกัน!”

ซุนชิงมู่คุกเข่าลงทันที “องค์รัชทายาท เรื่องนี้ไม่ข้องเกี่ยวกับหนงเฟยพะย่ะค่ะ เป็นความผิดของกระหม่อมเอง กระหม่อมจะไปเอง”

หนงเฟยรีบขัด “ไม่ ข้าเอง” เขานอกจากหน้าตาแล้วก็ไร้ซึ่งประโยชน์อื่นใด อยู่ไปก็ไร้ค่า ให้เขาไปแทนเถอะ!
ซุนชิงมู่ดันเขาออกไปไกลๆ “ออกไป! ข้าสนิทกับเจ้านักรึไร! องค์รัชทายาทลงโทษข้า ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า! องค์รัชทายาท กระหม่อมขอรับผิดเองพะย่ะค่ะ”

สามชั่วยามถัดมา
ซุนชิงมู่ผู้เดินออกมาจากพระราชวังหลักอยากจะเอาหัวชนกำแพงให้ตายนัก ชุดยับเยินขาดวิ่นจนเห็นไหล่ มุมปากกับร่างกายเต็มไปด้วยรอยเลือด เขาแสดงประโลมองค์รัชทายาทหยิ่งยโสผู้นั้นอย่างน่าอเนจอนาถ องค์รัชทายาทยอมใจกว้างให้โอวหยางอี้หยูเข้าวังช้าอีกคืนหนึ่งได้ ซุนชิงมู่มองสายตาแสนทิ่มแทง ในใจคิด ปรารถนาให้โอวหยางอี้หยูมีเวลาหนีไปได้! นี่คือสิ่งเดียวที่เขาจะทำให้แก่นางในดวงใจได้

โอวหยางอี้หยูไม่มา!

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Push
น่าสนใจดีๆๆๆๆ
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย FC
ขอบคุณมากๆๆ คะ
เมื่อ 7 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว