กานดายาใจ(หมอปราชญ์+ดากานดา)-Chapter 1 บทนำ

โดย  Kris

กานดายาใจ(หมอปราชญ์+ดากานดา)

Chapter 1 บทนำ

Chapter 1

บทนำ

"ฮือๆ"

"ทำไมหมอไม่รักษา ทำไมหมอปล่อยให้คนไข้ตาย ฮือๆ"

"โอ้กกก..."

ปราญช์โก่งคออาเจียนออกมาเมื่อเสียงเหล่านั้นตีกันดังก้องอยู่ในหัวจนแทบระเบิด เขาเพิ่งผ่านสถานการณ์เลวร้ายจากการที่คนไข้รายหนึ่งเสียชีวิตจากการป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ไม่มียาดีที่ไหนรักษาได้เพราะหมอไม่ใช่เทวดา หากแต่ญาติคนไข้บางคนกลับไม่เข้าใจ ด่าทอหมอต่างๆ นานาทั้งที่คนรักษาไม่มีใครอยากให้คนไข้ตายในมือตัวเองแม้สักคนเดียว

ตลอดชีวิตของการเป็นหมอเขาชาชินเสียแล้วกับความตายจนดูเหมือนใจจะด้านชา แต่ความเป็นจริงแล้ว ใจเขายังไม่ชินกับการต้องตัดใจจากคนที่รักมากและหล่อนยังเป็นแม่ของลูกๆ ที่น่ารักทั้งสองคน...ลลินสาวน้อยวัยเจ็ดขวบลูกสาวคนโต และธามลูกชายคนเล็กวัยขวบเศษ มองดูเหมือนเขามีพร้อมซึ่งทุกสิ่งอย่าง หากแต่ไม่ใช่เลย จากการที่เขาไม่มีเวลาให้ครอบครัว เรื่องบนเตียงขาดหายจากการทำงานหนัก นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขามีปากเสียงกับภรรยาบ่อยครั้ง และนำมาซึ่งฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึง หล่อนขอหย่าขาดจากเขาทั้งๆ ที่ลูกชายคนเล็กยังคงต้องการไออุ่นจากอ้อมอกของมารดา

'อย่าลืมนะคะปราชญ์ พรุ่งนี้เรามีนัดกันที่อำเภอ'

นั่นคือข้อความที่อลินส่งมาย้ำเตือนหลังจากพยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจออกจากคนไข้ที่นอนรอความตาย ความกดดันจากสายตาและเสียงร่ำไห้รวมทั้งแรงกดดันจากภรรยา ทำให้เขาเครียดจนต้องวิ่งมาอาเจียนในห้องน้ำ ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว คิดยามจับจ้องมองหน้าตัวเองผ่านกระจกเงา แววตาคมกล้าแดงก่ำจากการพยายามกดความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ท่าทีเข้มแข็งที่ใช้หลอกทุกคน ชายหนุ่มยืนทำใจอยู่นาน ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินออกไปจากห้องน้ำ เขาจะมัวมานั่งคิดถึงเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เมื่อมีคนไข้รออยู่อีกมากมาย

'คนไข้หมดหรือยังนะ'

ดากานดาขับมอเตอร์ไซด์ไปตามถนนท่ามกลางความมืดในเวลาเกือบสามทุ่ม คือหน้าที่ประจำที่ต้องทำนั่นคือการมาส่งอาหารเย็นให้คุณพ่อลูกสองที่คลินิกของเขา ทุกๆ วันยกเว้นวันอาทิตย์ ปราญช์จะใช้เวลาหลังเลิกงานมาตรวจคนไข้ต่อที่คลินิก กว่าจะเคลียร์คนไข้หมดก็ล่วงไปสามสี่ทุ่มของทุกวัน และเขาแทบไม่มีเวลาทานมื้อเย็นเพราะติดคนไข้ที่มานั่งรอด้วยความหวัง มารดาของหล่อนจึงเป็นคนทำอาหารเตรียมไว้ให้ โดยหล่อนเป็นคนนำมาส่งให้เขาในทุกๆ วัน

หล่อนดับเครื่องยนต์เมื่อขับมาจอดถึงหน้าคลินิกที่ยังคงเปิดไฟส่องสว่าง ผนังกระจกใสถูกบดบังด้วยบานประตูแบบรูดบ่งบอกว่าคนไข้ภายในร้านนั้นหมดแล้ว เหลือเพียงประตูทางเข้าที่ยังคงเปิดเอาไว้รอ เขารู้...รู้ว่าในทุกๆ วันจะต้องมีคนนำอาหารมาส่งกันถึงที่ และเป็นแบบนี้มานานนับเดือนนับตั้งแต่ที่เขาแยกกันอยู่กับภรรยา

หน้าคลินิกที่ว่างนอกจากรถของเขาที่จอดอยู่ บอกให้ดากานดารู้ว่าพยาบาลที่เขาจ้างให้มาช่วยงานนอกเวลานั้นกลับกันไปหมดแล้ว...ข้างในคงเหลือเพียงเขาที่กินนอนที่นี่นับตั้งแต่มีปัญหากับภรรยา คิดยามผลักบานประตูกระจกใสเข้าไปด้านใน ไม่ลืมที่จะล็อกเอาไว้เพราะเป็นห่วงกลัวผู้ไม่หวังดีเปิดเข้ามา

"อาหารมาแล้วค่า"

เสียงดังมาก่อนตัว...เป็นเวลาเดียวกับที่ปราชญ์เดินลงมาจากชั้นสอง เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จจึงอยู่ในสภาพไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก ไม่คิดว่าวันนี้ดากานดาจะมาส่งอาหารเร็วกว่าทุกวัน

"อุ๊ย!"

คนมองสะดุ้งก้าวขาไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างกึ่งเปลือยในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย แววตาซุกซนไล่มองไปทั่วแผงอกกำยำที่มีหยดน้ำเกาะพราว หล่อนไม่ได้ตั้งใจไล่ลงต่ำจนไปหยุดตรงปมผืนผ้า หากแต่ไม่อาจห้ามสายตาได้ และเพียงตาสองตาสบประสานเพราะต่างฝ่ายต่างทำอะไรไม่ถูก พวงแก้มสาวก็แดงเห่อร้อนผ่าวสองมือไร้เรี่ยวแรงจนอาหารที่ถือมาด้วยแทบหลุดมือตกลงพื้น

"มองอะไร ไม่เคยเห็นผู้ชายแก้ผ้าเหรอยายบ๊อง"

เขากระเซ้า รอยยิ้มของเขาทำให้หล่อนรีบหลุบตาหนี กลั้นใจก้มหน้าก้มตาเดินผ่านร่างที่หอมไปด้วยกลิ่นครีมอาบน้ำ นำอาหารไปวางไว้ในครัวส่วนที่อยู่ด้านหลังสุด ท่ามกลางใจที่เต้นโครมครามตลอดเวลา และเขาเหมือนจะแกล้ง เดินตามมาในสภาพอย่างนั้นจนถึงห้องครัว

"วันนี้มีอะไรกินเหรอกานดา"

"พล่าปลาทูน่า กับต้มซุปไก่ค่ะ"

"เธอกินมาหรือยัง"

"เรียบร้อยแล้วค่ะ กานดาจะไม่กินอะไรหลังหกโมงเย็น...พี่ปราชญ์เป็นหมอ แต่ทำไมกินข้าวดึกทุกวันเลยล่ะคะ มันไม่ดีต่อสุขภาพพี่ปราชญ์ก็รู้"

"จะเอาเวลาที่ไหนไปกินล่ะครับ เลิกงานมาคนไข้ก็นั่งรอกันเต็มคลินิก เวลาที่ต้องกินข้าว ก็คือเวลาที่คนไข้นั่งรอเราด้วยความร้อนใจ พี่ทำไม่ได้ถ้าต้องปล่อยให้คนไข้รอนาน"

น้ำเสียงเขาฟังดูเหมือนอ่อนแรง และเขาดูเหมือนจะยังไม่หายเหนื่อย ดากานดาจึงจัดแจงเปิดกล่องอาหารรวมทั้งช้อนและส้อม เพียงเขานั่งลงบนเก้าอี้ก็ตักข้าวเข้าปากได้ทันที

ความเงียบมาห่มคลุมเมื่อชายหนุ่มเริ่มทานอาหาร ดากานดายืนนิ่งพิงตู้เย็นมองเขานั่งทานโดยไม่พูดไม่จา อยากจะชวนคุยแต่ก็กล้าๆ กลัวๆ เรื่องรอยร้าวระหว่างเขากับภรรยานั้นเคลียร์กันได้หรือยัง

"พี่ลินไม่มาที่นี่เลยเหรอคะ"

สิ้นคำถาม หล่อนต้องหน้าเจื่อนเมื่อแววตาดุๆ ตวัดมองคล้ายถูกจี้ใจดำ

"มันเรื่องของผู้ใหญ่เขา เด็กอย่างเธออย่าจุ้นจ้านจะได้มั้ย!"

เหมือนหล่อนฆ่าใครตาย เขารวบช้อนเข้าหากันด้วยท่าทีฉุนเฉียว ก่อนยกน้ำขึ้นกระดกลงคอรวดเดียวหมดแก้ว

"อะ อิ่มแล้วเหรอคะ"

"กลับไปได้แล้ว!"

เขาลุกพรวดขึ้นโดยไม่ตอบ ก่อนจะดึงบานประตูห้องครัวแล้วเดินกลับเข้าไปด้านใน ปิดใส่หน้าคนที่ยืนงงทำตาปริบๆ ไม่คิดว่าแค่ถามจะทำให้เขาโกรธได้ถึงเพียงนี้

'ปากเสีย พูดอะไรไม่คิดนะกานดา'

หล่อนตบปากตัวเองที่ถามออกไปแบบนั้น ลืมไปว่ามันคือเรื่องละเอียดอ่อนกว่าที่คิด และหล่อนไม่รู้หรอกว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เขาเจออะไรมาบ้าง เมื่อถูกถามจี้จุดเขาจึงออกอาการเครียดได้ถึงเพียงนี้

'เครียดเหรอ...บ้าจริง! จะเกิดลูกบ้าระเบิดหัวตัวเองตายมั้ยนะ ยิ่งอยู่คนเดียวด้วย'

'หมอหนุ่มเครียดหนักเมียทิ้ง ปืนจ่อขมับปลิดชีพตัวเองคาคลินิก'

นั่นคือพาดหัวข่าวที่หล่อนกลัว ไวเท่าความคิด หลังจากเก็บกล่องอาหารใส่ตะกร้า หล่อนก็รีบผลุนผลันกลับเข้าไปข้างใน จุดหมายคือห้องนอนของเขาที่อยู่ชั้นบน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย mayulee.s
น่าติดตามนะ
เมื่อ 5 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Anupa
Ohhhhhhhhhh
เมื่อ 8 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว