ไม่อาจลืม 胭脂债-ตอนที่ 1.1

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ไม่อาจลืม 胭脂债

ตอนที่ 1.1

ในคุกใต้ดินนี้มีแสงสว่างน้อยมาก

อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเสีย อับชื้น

เจียงชิงหลิวเดินผ่านทางเดินแคบๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องขังแคบเล็กห้องหนึ่ง คนที่อยู่ด้านในมีผมยาวยุ่งเหยิง มือทั้งสองถูกล่ามไว้ด้วยโซ่หนาหนัก ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบสกปรกจนมองไม่เห็นรูปโฉมที่แท้จริง

การคุมขังอันยาวนานถึงสามสิบปีทำให้จอมมารผู้เคยเป็นที่หวาดกลัวของทุกผู้คนในยุทธภพค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน แต่สามสิบปีมานี้ ตระกูลเจียงกลับไม่กล้าผ่อนคลายความเข้มงวดในการคุมขังเขาแม้แต่น้อย

ในคุกใต้ดินมีเพียงความเงียบสงัด เสียงผิดปกติเพียงเล็กน้อยจึงไม่อาจรอดพ้นโสตประสาทไปได้ คนในคุกเงยหน้าขึ้น เข็มเหล็กกล้าซึ่งอยู่ด้านในโซ่ที่ล่ามมือเท้าของเขาเอาไว้แทงทะลุกระดูกไปนานแล้ว เจียงชิงหลิวก้าวเข้าไปในห้องขังซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า

“ยังไม่ยอมพูดอีกหรือ?” เสียงของเขาเย็นเยียบ องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ด้านข้างรีบก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม “เรียนท่านประมุข โจรเฒ่าผู้นี้ปากแข็งมากขอรับ”

เจียงชิงหลิวพยักหน้า สามสิบปีแล้ว แม้กระทั่งตระกูลเจียงเองก็ไม่คาดหวังอะไรอีก

เจียงชิงหลิวผู้มีรูปร่างสูงโปร่งสง่างามราวต้นไม้หยกกลางสายลม หยุดยืนอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย “ป๋อเหย่จิ่งสิง ตามหลักแล้ว ข้าเองควรเรียกเจ้าว่าผู้อาวุโส วันนี้ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย คัมภีร์เบญจดาราอยู่ที่ไหน?”

คนที่ถูกล่ามโซ่เอาไว้อย่างแน่นหนาแค่นเสียงเย็นคำหนึ่ง เจียงชิงหลิวหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณ เหล่าองครักษ์ก็ถอยออกห่าง เขาจ้องผมยาวสยายของคนตรงหน้านิ่ง จากนั้นจึงควักขวดหยกใบหนึ่งออกมา โซ่ส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง เขาบีบคางของคนที่ถูกพันธนาการเอาไว้แน่นก่อนจะยัดยาสีแดงเลือดขนาดเท่าเม็ดไข่มุกลงไปในปากแล้วบังคับให้อีกฝ่ายกลืนลงคอ

เสียงอู้อี้ดังมาจากลำคอของป๋อเหย่จิ่งสิง เขามีโอกาสดิ้นรนแต่เขาทำไม่ได้ เพราะสามสิบปีมานี้ เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินยาสองเม็ดนี้ทุกวัน หลังจากยาตกลงไปถึงท้อง ร่างของเขาก็เริ่มผ่อนคลาย ดวงตาที่เมื่อครู่ยังดูใสกระจ่างค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหม่นหมอง ไร้ชีวิตชีวา

เจียงชิงหลิวขยับเข้าไปหาช้าๆ “คัมภีร์เบญจดาราอยู่ที่ไหน?”

ริมฝีปากของเขาสั่นระริก สมองไม่อาจรวบรวมสติ ร่างทั้งร่างราวกับกำลังล่องลอย เจียงชิงหลิวเทยาออกมาป้อนให้เขาอีกเม็ด ป๋อเหย่จิ่งสิงไม่อาจต่อต้านได้

ยานี้มีชื่อเรียกอันแสนไพเราะว่ายาอมตะ หลังจากกินลงไปจะทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ แต่ผลข้างเคียงของมันก็ชัดเจนมาก หลายปีมานี้ สมองของเขาทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

ผลการปรึกษาหารือกันของผู้นำกับเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเจียงได้ข้อสรุปว่า หมู่บ้านเฉินปี้ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บตัวคนบ้าที่แสนอันตรายผู้นี้ไว้อีกต่อไป

หลังจากกินยาเม็ดที่สาม แววตาของปีศาจร้ายซึ่งเคยมีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพผู้นี้ก็เปลี่ยนเป็นว่างเปล่า เจียงชิงหลิวย่อกายลงนั่งตรงหน้าเขา ทันใดนั้น ดวงตาของชายหนุ่มก็หยุดนิ่งอยู่ที่ทรวงอกของอีกฝ่าย ยามนี้เสื้อผ้าของอีกฝ่ายแทบจะปกปิดร่างไว้ไม่ได้อีก ซ้ำทั่วทั้งร่างยังเต็มไปด้วยคราบดินสกปรก แต่ตรงทรวงอก... แววตาของเจียงชิงหลิวเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

นี่...นี่มันอะไรกัน?

ร่างสกปรกมอมแมมของป๋อเหย่จิ่งสิงงองุ้มราวกับร่างกายและวิญญาณของเขาได้แยกออกจากกัน เจียงชิงหลิวรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ พอสำรวจดูอย่างละเอียด สิ่งที่ค้นพบก็ทำให้ประมุขยุทธภพผู้มีความรู้กว้างขวางเช่นเขาต้องปากอ้าตาค้าง

ป๋อเหย่จิ่งสิง เป็นหญิง?

เจียงชิงหลิวลุกพรวดอย่างตกใจ รีบหมุนกายไปบดบังสายตาขององครักษ์ที่ด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าออกไปก่อน ข้ามีอะไรจะถามเขาสักสองสามประโยค”

องครักษ์ประสานมือทำความเคารพก่อนจะถอยออกไป ในห้องขังมืดสนิท ร่างของป๋อเหย่จิ่งสิงก็สกปรกจนดูไม่ได้ เขาจึงเห็นไม่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

รอจนกระทั่งคนอื่นๆ ออกไปหมดแล้ว เจียงชิงหลิวถึงได้ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายสองก้าว เสื้อผ้าบนร่างของป๋อเหย่จิ่งสิงแทบจะปกปิดร่างกายเอาไว้ไม่ได้ ให้เขาคุยกับอีกฝ่ายอย่าง ‘เปิดเผย’ แบบนี้คงไม่ดีนัก ชายหนุ่มหยุดคิดครู่หนึ่ง ก็ถอดเสื้อตัวนอกออกมาคลุมร่างให้

“เจ้า...” เขาอยากถาม แต่ไม่รู้จะเริ่มถามอย่างไร ทำไมป๋อเหย่จิ่งสิงถึงเป็นผู้หญิงไปได้? นี่มันเรื่องตลกที่สุดในแผ่นดิน!

สามสิบปีก่อน ตอนที่จอมมารผู้นี้ออกอาละวาดในยุทธภพ เขายังไม่เกิด แต่ตอนนั้นผู้คนในยุทธภพต่างก็พากันเรียกคนผู้นี้ว่าจอมมาร สำหรับเจียงชิงหลิว เขาไม่ได้มีความเคียดแค้นชิงชังอะไรกับอีกฝ่าย แต่ตอนที่แปดสำนักร่วมมือกันล้อมโจมตีโจรเฒ่าผู้นี้ มีมือกระบี่ต้องสังเวยชีวิตไปท่ามกลางศึกครั้งนั้นมากมายนับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นก็คือปู่ของเขา เจียงเส้าซาง

จากความแค้นของครอบครัวทำให้เขาเมินเฉยต่อความทารุณโหดร้ายที่ตระกูลเจียงกระทำต่อโจรเฒ่าผู้นี้มานานถึงสามสิบปี แต่อีกฝ่ายกลับเป็นหญิง เรื่องนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขามาก หากพูดออกไปคนทั้งยุทธภพคงกลายเป็นตัวตลกกันหมด

ป๋อเหย่จิ่งสิงซึ่งอยู่ตรงหน้าไม่มีสติหลงเหลืออยู่อีก เจียงชิงหลิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง การมาครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนมาก หากเขาป้อนยาอมตะให้อีกฝ่ายอีกเพียงแค่สองเม็ด ต่อให้ป๋อเหย่จิ่งสิงสามารถเหินฟ้าดำดินได้ก็ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้แน่

ป๋อเหย่จิ่งสิงก็กำลังมองเขาเช่นกัน แววตาของนางเดี๋ยวก็สุกใสเดี๋ยวก็ขุ่นมัว เจียงชิงหลิวเอ่ยปากว่า “บอกที่อยู่ของคัมภีร์เบญจดารามาเถอะ เจ้าจะได้หลุดพ้นเสียที ดื้อแพ่งอยู่แบบนี้จะมีประโยชน์อะไร?”

ป๋อเหย่จิ่งสิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นกลับคืนสู่ความกระจ่างใสอีกครั้ง ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง “เด็กน้อยตระกูลเจียง คัมภีร์เบญจดาราเป็นแหล่งรวมพลังของเทพชั้นฟ้า ข้าจะมอบให้เจ้าง่ายๆได้หรือ”เจียงชิงหลิวรู้ว่าคนผู้นี้เจ้าเล่ห์แสนกลปู่ทวดของเขาเจียงอิ่นเทียนต่อกรกับอีกฝ่ายมานานปีก็ยังล้วงคำตอบจากอีกฝ่ายไม่ได้ คำพูดของเขาย่อมไม่สามารถทำอะไรได้ แต่พอคิดขึ้นมาว่าคนที่ตระกูลเจียงกักขังมานานปีเป็นสตรี เขาก็รู้สึกสงสารอีกฝ่าย “หากเจ้าตายไป เคล็ดวิชาล้ำเลิศนั่นก็จะสูญหายตามไปด้วย แล้วจะมีความหมายอะไร?”

ป๋อเหย่จิ่งสิงก้มหน้าลง ปากก็พึมพำไปเรื่อยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังพูดอะไร แววตาของนางหม่นแสงอีกครั้ง เจียงชิงหลิวรู้สึกหวาดระแวงอยู่บ้าง ใครๆ ต่างร่ำลือกันว่าคนผู้นี้บ้าระห่ำ โหดร้าย ซ้ำยังกระหายเลือดอย่างไม่มีอะไรเทียบ แต่พอได้เห็นอีกฝ่ายในสภาพนี้เขาก็สงสาร

อีกทั้งนางยังเป็นสตรี ในยุทธภพมีผู้คนที่มีสายตาเฉียบคมมากมาย แต่ทำไมถึงไม่มีใครเคยสังเกตเห็น? หรือนางจะไม่ใช่ป๋อเหย่จิ่งสิง? หลังจากคิดทบทวนดู เขาก็รู้สึกว่าควรจะไว้ชีวิตนางไว้ชั่วคราวก่อน กำลังคิดจะหันกายจากไป ป๋อเหย่จิ่งสิงก็พูดโพล่งขึ้นว่า “เจ้าหนู หากข้ามองไม่ผิด วิชาที่เจ้าฝึกคือเพลงกระบี่จิ่วเฟิน กับพลังเทพฉานเซี่ยงสินะ”

เสียงของนางแหบพร่า ยากจะบอกว่าเป็นเสียงของบุรุษหรือสตรี แต่เจียงชิงหลิวก็ไม่ยอมหยุดเท้า “แล้วจะทำไม?”

ป๋อเหย่จิ่งสิงแค่นเสียงเย็น “เจ้ามีพรสวรรค์ไม่เลว แต่ใจร้อนไปหน่อย ทำให้เริ่มมีอาการลมปราณแตกซ่าน เห็นแก่ที่วันนี้เจ้ามอบเสื้อตัวนี้ให้ข้า ข้าจะเตือนเจ้าสักประโยค หากวันที่คำพูดนี้เป็นจริงแล้วข้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้าก็มาหาข้าได้”

เจียงชิงหลิวย่อมไม่เก็บคำพูดของอีกฝ่ายมาใส่ใจ “เป็นห่วงตัวเจ้าเองเถิด”

เจียงชิงหลิวแอบสืบข่าวอยู่ครึ่งเดือน

แต่ข้อมูลทั้งหมดล้วนบันทึกเอาไว้ว่าป๋อเหย่จิ่งสิงเป็นผู้ชาย แล้วยังมีคำร่ำลือว่าเขากับฟ่านซู่ซู่แห่งหุบเขาหานอินมีบุตรชายด้วยกันคนหนึ่งอีกด้วย เจียงชิงหลิวงุนงงมาก แต่ถึงจะไปเยี่ยมเยือนชาวยุทธ์ที่รอดชีวิตมาจากศึกครั้งก่อน ก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี

ครึ่งเดือนต่อมา เขานำคนไปล้อมสำนักหยินหยาง ซ้ำยังประมือกับเจ้าสำนักของอีกฝ่ายจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย เจียงชิงหลิวมีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อายุยังน้อย จึงไม่ค่อยมีใครกล้าท้าทายมากนัก ปกติก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่แท้จริง เขาก็รู้สึกว่าตัวเองควบคุมกำลังภายในได้ยาก

เขาอดทนจนกระทั่งกลับไปถึงหมู่บ้านเฉินปี้ ตระกูลเจียงก็รีบเชิญซางซินหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทียนเซียงมารักษา หลังจากตรวจชีพจรดูก็พบว่าเขามีอาการเลือดและชี่ติดขัด กำลังภายในพลุ่งพล่าน ลมปราณแตกซ่านไปเสียแล้ว

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย  nine
สนุกดีค่าาาาา
เมื่อ 20 ชั่วโมง 42 นาทีที่แล้ว

ความเห็นโดย Anime
เริ่มต้นมาก็น่าติดตาม
เมื่อ 3 วัน 11 ชั่วโมงที่แล้ว

รีวิว