วิวาห์พระจันทร์-ปฐมบท วิวาห์พระจันทร์

โดย  อาคาเซีย สลิลโรส

วิวาห์พระจันทร์

ปฐมบท วิวาห์พระจันทร์

ปฐมบท

วิวาห์พระจันทร์

มือหนาวางปากกาหมึกซึมลงบนหน้าสมุดบันทึก ก่อนลุกขึ้นเดินมานั่งบนขอบลูกกรงระเบียงบ้านเรือนแพ เพื่อรับลมเย็นจากทะเลที่พัดเอาความเย็นชุ่มชื้นมาให้ เส้นผมยาวรุงรังปราศจากสิ่งผูกมัดสยายไปตามแรงลม ชายหนุ่มเอนหลังพิงเสาในท่าสบาย หากกิริยาผ่อนคลายนั้นกับขัดแย้งกับจิตใจอย่างสิ้นเชิง

ดวงตาอ่อนล้าซึ่งได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดคล้ำ มีพระจันทร์แหว่งเว้าที่ยังทอแสงอ่อนในอาการเหม่อลอย สิ่งที่เขาเห็นและสัมผัสได้ก็คือ พระจันทร์โดดเดี่ยวเหมือนเขาไม่มีผิด

มีผืนฟ้า มีดวงจันทร์ แต่ไร้ซึ่งดวงดาว...

ใช่แล้ว ดวงดาวหายไป หายไปจากท้องฟ้า และหายไปจากหัวใจของเขา ยังมีเรื่องสำคัญที่ ‘ตัดสินใจ’ ไม่ได้ และมันก็เป็นเหตุให้เขาข่มตาไม่ลงติดต่อกันมาหลายคืน

ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะทำงานมากดรับสาย

“ว่าไง มีอะไรให้รับใช้หรือคุณหลาน?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นชื่อแสดงบนหน้าจอโทรศัพท์

“เสียงลมแรงจัง... นี่เที่ยงคืนกว่าแล้ว น้าวาฬยังไม่เข้านอนอีกเหรอ?”

“เรานั่นล่ะทำไมถึงยังไม่นอน มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถึงโทรหาน้าดึกป่านนี้ ?” ปวาฬย้อนถามด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ พยายามฟังเสียงที่รอดเข้ามาในโทรศัพท์

“สิกานอนไม่หลับค่ะ พอดีมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย ต้องการความช่วยเหลือจากน้าวาฬด้วย คือว่า....”

เสียงใส ๆ ปลายทางเล่าเรื่องยาวเหยียด ระหว่างฟังหลานสาวเล่าเรื่อง ชายหนุ่มก็เดินไปพิงขอบลูกกรงระเบียงตามเดิม

“เมื่อไหร่?”

“พรุ่งนี้ค่ะ ส่วนเรื่องเวลา เดี๋ยวสิกาจะโทรมาบอกอีกครั้ง น้าวาฬช่วยไอ้นาวด้วยนะ” รักษ์สิกา หรือสิกา ผู้เป็นหลานอ้อนเสียงหวานกว่าปกติ

“อือ...ไม่มีปัญหา หาก ‘ไอ้นาว’ เพื่อนเราอยากมาพักอยู่ที่นี่จริง ๆ” ผู้เป็นน้ารับคำ ไม่สนใจรายละเอียดของผู้ต้องการความช่วยเหลือเท่าไหร่นัก

“ขอบคุณค่ะน้าวาฬ รักน้าวาฬจังเลย”

น้ำเสียงสดใสของรักษ์สิกาไม่มีแววของคนง่วงนอนทำเอาปวาฬขมวดคิ้ว เขารู้จักนิสัยหลานสาวจอมแสบดี ถ้าป่านนี้ยังไม่หลับไม่นอน เป็นไปได้ว่าเจ้าหล่อนอาจกำลังเต้นแย้ว ๆ อยู่สถานบันเทิงที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้

“ป่านนี้แล้วไม่กลับบ้านอีกเหรอ?”

“อยู่ที่บ้านแล้วค่ะ ห้าว.... “ รักษ์สิกาอ้าปากหาวหวอดใส่โทรศัพท์ “ตอนนี้สบายใจล่ะ น้าวาฬก็เข้านอนได้แล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

“ราตรีสวัสดิ์” แล้วคนโทรมาก็กดตัดสาย

ปวาฬมองตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนผ่อนลมหายใจออกมายาว เพราะเวลาล่วงเข้าวันใหม่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง ดวงตาอ่อนล้าทอดสายตาผ่านแสงส้มของตะเกียงน้ำมันไปยัง ‘บางสิ่ง’ ที่ถูกสมุดบันทึกทับเอาไว้ ในสมองของเขากลับเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่หาทางออกไม่ได้ ทั้งสับสน ทั้งใจหาย...

“มันก็แค่เวลานี้เท่านั้นปวาฬ อีกไม่นานนายก็จะก้าวผ่านมันไป...”

ชายหนุ่มให้กำลังใจตัวเองก่อนดับตะเกียงน้ำมันลง แล้วกลับเข้าที่พักตามคำแนะนำของหลานสาว...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sunsunkob
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย 2Sweet2
Ahaaaaaaaaaa
เมื่อ 6 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว