อุ่นไอรักซาตาน

1. ความบังเอิญที่ไม่อยากเจอ

บทที่ 1

ความบังเอิญที่ไม่อยากเจอ

หญิงสาวร่างเล็กที่สูงประมาณ 160 เซนติเมตรในชุดเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าลายหมีแพนด้าผลักประตูกระจกใสเข้ามาในบริษัท “เดอะ เอ็มไพร์ โค้ดดิ้ง” ในเวลาประมาณบ่ายสี่โมงครึ่งของวันศุกร์ด้วยใบหน้าที่ไม่สดใสเหมือนเช่นทุกครั้ง

“เดอะ เอ็มไพร์ โค้ดดิ้ง” เป็นบริษัทซอฟท์แวร์ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองซานดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ให้คำปรึกษาและบริการด้านการออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นให้กับลูกค้าในธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร แฟชั่น อสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีบริการการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ให้กับหน่วยงานต่างๆรวมไปถึงการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทางดิจิตอลให้กับลูกค้า เพราะเดอะ เอ็มไพร์ โค้ดดิ้งมีบริการหลังขายที่มีคุณภาพจากทีมงานวิศวกรคอมพิวเตอร์และโปรแกรมเมอร์มากฝีมือ จึงทำให้บริษัทก้าวหน้ามาอยู่อันดับต้นๆของรัฐแคลิฟอเนียร์ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่ห้าปี

“ดาหลา วันนี้เป็นอะไรไปจ๊ะ”

เอ็มม่า หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอ่ยทักว่าที่พยาบาลสาวน้อยที่มักจะมาที่นี่อยู่บ่อยๆเพื่อรอกลับบ้านพร้อมกับใครบางคน เธอมักจะมานั่งรอตรงโถงนั่งเล่นของพนักงานบริษัทซึ่งอยู่ทางด้านหน้าฝั่งขวาของตึก ส่วนฝั่งซ้ายก็คือเลาจน์วีไอพีที่มีไว้สำหรับระดับผู้บริหารหรือลูกค้าของบริษัทเท่านั้น เอ็มม่าชอบดาหลาเพราะหญิงสาวเป็นเด็กน่ารักสดใส เห็นทีไรก็ทำให้ตัวเธอเองพลอยคิดบวกไปด้วย

“วันนี้ดาหลาทำงานพลาดนิดหน่อยค่ะพี่เอ็มม่า ก็เลยรู้สึกนอยด์ ขอไปหาอะไรดื่มให้สดชื่นก่อนนะคะ” คนอายุ 22 ปีเอ่ยเสียงอ่อยในตอนแรกก่อนจะลงท้ายด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นมาในระดับหนึ่ง

“จ้ะ ตามสบายนะจ๊ะ พี่ขอทำงานต่อก่อน...” เอ็มม่ามองซ้ายมองขวาก่อนจะทำเสียงกระซิบกระซาบด้วยท่าทางตลกๆ

“ใกล้จะได้เวลาเลิกแล้ว”

“ฮ่าๆๆๆ พี่เอ็มม่าก็มีอารมณ์นี้ด้วยเหรอคะ”

ดาหลาปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆออกมาเป็นครั้งแรกของบ่ายวันนี้ เธอไม่เคยเห็นสาวรุ่นพี่ตรงหน้าซึ่งพี่ไอแซคบอกเธอว่าเป็นผู้หญิงที่บ้างานเอามากๆจะเคยทำอะไรน่ารักๆตลกๆไม่ค่อยเข้ากับลุคดุๆของเธอแบบนี้มาก่อนเลย

“เดี๋ยวดาหลาขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณนะคะสำหรับรอยยิ้มสวยๆวันนี้ ดาหลารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” ดาหลามองหญิงสาวรุ่นพี่ที่อายุขึ้นต้นด้วยเลขสามด้วยความขอบคุณ

“ด้วยความยินดีจ้ะ ตามสบายนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

สาวเอเชียร่างเล็กเดินไปยังทิศทางที่เป็นคาเฟ่ของบริษัท ไม่นานนักเธอก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำปั่นในมือ ดาหลาเลือกนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งตรงโถงนั่งเล่นของบริษัทซึ่งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าออก

คนตัวเล็กชะเง้อมองหาร่างสูงของไอแซคแถวๆบันไดสลับกับลิฟต์ของบริษัทเป็นระยะๆ บางวันพี่ไอแซคก็เลือกลงมาที่ชั้นล่างด้วยบันได แต่บางทีก็ใช้ลิฟต์ แล้ววันนี้จะใช้บันไดหรือลิฟต์ก็ไม่รู้สิ

ปากเล็กๆที่กำลังฮัมเพลงไปด้วยดูดน้ำปั่นอย่างเอร็ดอร่อยไปด้วยเป่าพรวดออกมาเมื่อมองเห็นร่างสูงของโปรแกรมเมอร์หนุ่มหล่อลงบันไดมาพร้อมกับโจทย์เก่าของเธอในบ่ายวันนี้ ร่างเล็กสำลักน้ำปั่นไอแค่กๆทันที

เสียงเหมือนเด็กกำลังไอทำให้ อีริค คาร์เตอร์ที่กำลังเดินลงบันไดคุยงานกับโปรแกรมเมอร์มือฉมังของบริษัทหันหน้าไปมองแถวๆโถงนั่งเล่นของพนักงานที่ไร้ผู้คน สายตาคมปลาบสีฟ้าน้ำทะเลกวาดมองรอบๆบริเวณนั้น ก่อนจะยิ้มหยันๆที่มุมปากเมื่อเห็นร่างๆหนึ่งกำลังหลบๆซ่อนๆอยู่ที่หลังแสตนด์โฆษณาของบริษัท ทำเหมือนกำลังหลบใครบางคนซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าใครคนนั้นอาจจะเป็นเขา

คงเป็นใครสักคนที่ควรจะทำงานอยู่ชั้นบนกำลังอู้งานแน่ๆ แอบลงมาก่อนเวลางานเลิก ขวัญกล้าไม่เบา! เอาเถอะ! วันนี้เขามีปัญหามาทั้งวันแล้ว จะปล่อยนกปล่อยกาไปสักครั้งก็แล้วกัน

“มิสเตอร์คาร์เตอร์คิดว่ายังไงบ้างครับกับไอเดียที่ผมเพิ่งเสนอไป” ไอแซคถามบอสหนุ่มเมื่อทั้งสองพากันเดินลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย

“สร้างเว็บเบราเซอร์แข่งกับบริษัทอื่นเหรอ อืม ผมว่ามันเป็นก้าวที่ใหญ่ไปหน่อยสำหรับบริษัทขนาดกลางอย่างเรา อีกอย่างเว็บเบราเซอร์ของกูเกิลโครมก็ติดตลาดไปแล้ว และยังมีเบราเซอร์อื่นๆอีกเป็นสิบ แต่ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวนะ ผมว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน หลังจากที่ทีมของคุณเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายและปรับปรุงระบบเว็บไซต์ของบริษัทประจำปีเสร็จแล้ว ให้ทีมของคุณและทีมของลูคาสลองคุยกันดู วางแผนและร่างระบบคร่าวๆขึ้น แล้วพวกคุณก็นำเสนอแผนในที่ประชุมประจำเดือนอีกทีในวาระเสนอเพื่อพิจารณา”

“ได้ครับ”

“แล้วเจอกัน”

“ครับมิสเตอร์”

ร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าที่สูงเกิน 180 เซนติเมตรเดินตรงไปยังประตูของบริษัท ก่อนจะเดินออกไปยังลานจอดรถด้านหน้า

“ฟิ้ว! เกือบไปแล้ว”

ดาหลาที่เพิ่งชะโงกหน้าไปดูโจทย์เก่า หันกลับมาแล้วนั่งลงกับพื้นพิงที่แสตนด์โฆษณาทันที แต่แล้วเธอกลับต้องสะดุ้งเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสะกิดนิดๆตรงหัวไหล่

“โอ๊ะ!”

ร่างเล็กเผลอสูดลมหายใจลึกก่อนจะหันหน้าขวับไปดู พอรู้ว่าเป็นใครเธอก็ปล่อยลมหายใจที่กลั้นเอาไว้ออกมาเสียงดัง

“โอ๊ยยย! พี่ไอแซคอ่ะ ดาหลาตกใจหมด”

“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เหม่งน้อย”

“ก็มารอพี่ไอแซคไงคะ” ร่างเล็กยิ้มแป้นแล้นให้โปรแกรมเมอร์หนุ่มหล่อตรงหน้า ไอแซคเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

“บนพื้นเนี่ยนะ” เขาถาม

“ไม่เห็นเป็นไรเลย” ร่างเล็กเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้น เพราะไม่ทันระวัง ศีรษะเล็กจึงชนเข้ากับโครงเหล็กทางด้านหลังของแสตนด์โฆษณา

“โอ๊ย!”

“ฮ่าๆๆ เมื่อไหร่จะเลิกซุ่มซ่ามกะเขาซักที เหม่งน้อยเอ๊ย” ไอแซคหัวเราะให้กับความโก๊ะของคนตรงหน้า เพราะแบบนี้ไง เขาถึงรักเธอมาก เรียกได้ว่าทั้งรักทั้งหลงจนหัวปักหัวปำ

“โอ๊ย! เค้าเจ็บนะ พี่ไอแซคอ่ะ ดาหลาไม่พูดด้วยแล้ว หัวเราะเยาะกันอยู่ได้”

คนตัวเล็กว่าให้เขาก่อนจะเดินเลี่ยงร่างสูงมาทางประตูเข้าออกของตึก มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้ทันแล้วดึงรั้งร่างบางมาใกล้ๆ

“โอ๋ๆๆ ไหนพี่ดูซิ” ไอแซคใช้สองมือประคองศีรษะเล็กอย่างทะนุถนอมก่อนจะเป่าลมตรงกระหม่อมของหญิงสาวเบาๆ

“เพี้ยง! หายเจ็บแล้ว หายงอนยัง” เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะหญิงสาวตรงหน้าอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างๆ

“หายนิดๆละ แต่จะหายดีทันทีถ้าวันนี้พี่ไอแซคพาดาหลาไปกินอาหารญี่ปุ่นก่อนกลับบ้าน”

“ก็ได้ๆ ยัยเหม่ง จริงๆเลยเรานี่ เห็นแก่กินเป็นที่สุด”

“เห็นแก่กินแล้วรักเค้าไหมล่ะ”

“ทั้งรักทั้งหลงที่สุดในโลกเลยคร้าบบ” มือหนาขยี้ศีรษะเล็กเบาๆอย่างเอ็นดู

คนทั้งสองยืนพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันที่หน้าประตูของบริษัทโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าในเวลานี้มีใครบางคนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขา และอาจจะยืนอยู่ตั้งนานแล้วก็เป็นได้ เป็นไอแซคที่รับรู้ถึงการมีตัวตนของบุคคลที่สามก่อนดาหลา

“โอ้ มิสเตอร์คาร์เตอร์ ขอโทษครับ”

ไอแซคหลีกทางให้เจ้านายหนุ่มเพื่อที่เขาจะได้เดินผ่านประตูเข้ามา เมื่อเห็นร่างเล็กของดาหลายังยืนขวางพร้อมกับกำลังอ้าปากค้างจ้องหน้าชายหนุ่มอยู่ มือใหญ่จึงดึงข้อมือเธอให้มายืนใกล้ๆเขา

“มานี่เร็วเหม่งน้อย”

ดาหลารีบหลบตรงแผ่นหลังของไอแซคทันที

“เป็นอะไรดา...”

ยังพูดไม่จบประโยคมือเล็กก็รีบยื่นมาปิดปากเขาแน่นพร้อมกับเท้าเล็กที่กึ่งเขย่งกึ่งพิงร่างไอแซคอย่างพยายามทรงตัว ตอนที่เธอเจอผู้ชายคนนี้ที่โรงพยาบาลในตอนบ่าย เขาขู่ว่าจะฟ้องหัวหน้าของเธอ แต่ก็ยังไม่ได้ฟ้อง ตอนนี้อย่าให้เขารู้ชื่อเธอเป็นดีที่สุด

โปรแกรมเมอร์หนุ่มหล่อประจำบริษัทขมวดคิ้วมองร่างเล็กอย่างสงสัย ส่วนศีรษะเล็กนั่นก็ส่งสัญญาณให้เขาเงียบด้วยการส่ายหน้าไปมา ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเลยว่าอีริค คาเตอร์กำลังหน้าตึงเพราะเหตุผลส่วนตัวอะไรบางอย่าง ไอแซคปลดมือเล็กออกจากปากของเขาพร้อมกับส่งสายตาดุให้หญิงสาว ก่อนจะหันหน้ามาทางเจ้านาย

“ลืมของเหรอครับ มิสเตอร์คาเตอร์”

“อืม”

ดาหลามองร่างสูงในสูทหรูสีกรมท่าที่เพิ่งเดินผ่านหน้าพวกเธอไป ส่วนมือเล็กก็ขยุ้มเสื้อไอแซคไม่ปล่อย

“เฮ้ย!” เธอเผลอร้องขึ้นมาเมื่อใครบางคนหยุดเดิน แต่เขาก็ไม่ได้หันหลังกลับมา ทำแค่เพียงเดินไปทักหัวหน้าประชาสัมพันธ์ที่อยู่ใกล้ๆ

“เฮ้ยอะไร ไปได้แล้วเหม่งน้อย” ไอแซคโอบไหล่คนตัวเล็กก่อนจะเดินผ่านประตูกระจกของบริษัทแล้วพาร่างเล็กไปยังบริเวณลานจอดรถ

อีริค คาเตอร์ ถามไถ่หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานของวันนี้พอเป็นพิธีก่อนจะหันหลังพิงเคาเตอร์ ชายหนุ่มมองไปยังร่างของคนสองคนที่กำลังหยอกล้อกันตรงลานจอดรถผ่านประตูกระจกใสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและยากที่จะคาดเดา

“เหม่งน้อยเหรอ เฮอะ! ก็เหมาะสมดี”

“เอาล่ะ มีอะไรจะบอกพี่ก็บอกมา” ไอแซคถามร่างเล็กทันทีที่ทั้งคู่ขึ้นรถและคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จแล้ว

“อะไร ไม่มีอะไรซักหน่อย” คนโกหกไม่เก่งหลบตาไปมาอย่างมีพิรุธจนไอแซคต้องจ้องหน้าเธอตรงๆ เตือนเป็นนัยให้ยัยเหม่งน้อยของเขาได้รู้ตัวว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยแม้แต่นิด ก็เขารู้จักกับเธอมานานแค่ไหนแล้วล่ะ

“ก็ได้ๆ ก็คนเมื่อกี๊อ่ะ ที่เราเจอที่หน้าประตูบริษัทพี่ไอแซค”

“อาฮะ”

“ดาหลาเจอเขาที่โรงพยาบาลบ่ายวันนี้”

“อืม” เขาบังเอิญได้ยินมาเหมือนกันว่าอีริค คาเตอร์ ต้องยกเลิกนัดสำคัญกับมิสเตอร์บอร์ดแมนด่วนเพราะมีธุระฉุกเฉิน แต่ไม่นึกว่าเจ้านายหนุ่มจะไปที่โรงพยาบาล

“ดาหลาต้องเจาะเลือดเขาเพื่อให้เด็กคนหนึ่ง... ลูกของเขามั้ง”

“ว่าไงนะ พูดใหม่ซิ”

“ก็ดาหลาต้องเจาะเลือดให้คนเมื่อกี๊ แต่ว่าเขาดุมาก ดาหลาก็เลยตกใจ เจาะผิดๆถูกๆจนแขนเขาช้ำไปหมด เขาก็เลยขู่ว่าจะฟ้องหัวหน้าของดาหลา เขายังไม่รู้ชื่อของดาหลา ดาหลาก็เลยไม่อยากให้พี่ไอแซคเอ่ยชื่อดาหลาออกไป เรื่องก็มีอยู่แค่เนี้ยะ”

“ไม่ พี่หมายถึง ดาหลาบอกว่าเขาต้องเจาะเลือดให้ใครนะ”

“ก็ให้ลูกสาวของเขาไง”

“ลูกสาวใคร”

“ลูกสาวของคนเมื่อกี๊”

“เป็นไปไม่ได้” ไอแซคตกใจกับข่าวใหญ่ของเจ้านายที่เขาเพิ่งรู้ อีริค คาเตอร์ไปมีลูกตั้งแต่ตอนไหน ตั้งแต่ที่คู่หมั้นของเขาหนีหายไปได้ปีกว่าๆ เขาก็ไม่ได้คบกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย

“เป็นไปแล้ว ลูกสาวเขาหน้าตาเหมือนเขาเปี๊ยบเลย กรุ๊ปเลือดโอเหมือนกันด้วย”

“ก็แค่กรุ๊ปเลือดเหมือนกัน ใครก็มีกรุ๊ปเลือดเหมือนกันได้”

“มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิคะ เขาและเด็กคนนั้นมีกรุ๊ปเลือดโอแบบพิเศษทั้งคู่ พี่ไอแซคคงไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรอกใช่ไหม”

“อืม แล้วเราเอาข้อมูลของคนไข้มาบอกให้คนอื่นรู้นี่จะไม่เป็นไรเหรอ”

“ก็พี่ไอแซคไม่ใช่คนอื่นนี่ พี่พอลยังรู้ พี่ไอแซครู้ก็ไม่เห็นเป็นไรหรอก”

ชายหนุ่มหัวเราะกับเหตุผลข้างๆคูๆของเด็กน้อยตรงหน้า

“ก็มันไม่เหมือนกัน พอลเป็นหมอ เขาก็ต้องรู้อยู่แล้ว ทีหลังก็อย่าให้ใครหลอกถามข้อมูลได้ง่ายๆอีกล่ะ มันเสียจรรยาบรรณ”

“พี่ไอแซคอ่ะ เค้ารู้หรอก ถ้าเป็นคนอื่นจ้างให้เค้าก็ไม่พูด”

“จ้า”

“ว่าแต่คนเมื่อกี๊ทำงานที่เดียวกันกับพี่ไอแซคเหรอคะ”

“ใช่แล้ว เขาเป็นเจ้านายของพี่”

“เจ้านาย! มะ หมายความว่าเขาเป็น...”

“เจ้าของบริษัทเดอะ เอ็มไพร์ โค้ดดิ้ง” ไอแซคต่อประโยคที่เอ่ยค้างไว้ของหญิงสาว

“ตายแล้ว! คราวนี้ดาหลาตายแน่ๆ ถ้าเขาถามพี่ไอแซคก็อย่าบอกชื่อดาหลากับเขานะ ไม่งั้นดาหลาซวยแน่ๆ”

“ไม่ซวยหรอกน่า คิดมากไปได้นะเรา คุณอีริคเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นหรอก”

“น้อยไปน่ะสิ พี่ไอแซคต้องเห็นหน้าเขาตอนที่พูดว่า “ผมจะรายงานหัวหน้าคุณ” อึ๋ย โคตรน่ากลัว”

“กลัวก็ดีแล้ว คราวหลังจะได้หัดระวังๆหน่อย เดี๋ยวแขนคนไข้คนอื่นช้ำหมด”

“ปกติเค้าก็ระวัง แต่นี่ตวาดเอาๆ ตาก็ดุ หน้าก็ดุ ปากก็ดุ ถ้าเจอเขาที่โรงพยาบาลอีก ดาหลาจะให้คนอื่นดูแลแน่นอน ไม่เอาอีกแล้ว”

“ฮ่าๆๆ ขนาดนั้นเชียว ป่ะ ไปกินเท็มปุระแก้เครียดกัน วันนี้พี่อนุญาตให้เบิ้ลสองชุดได้”

“สัญญาแล้วนะคะ พี่ไอแซคน่ารักที่สุดในโลก”

“จ้า อ้อนเก่งจริงจริ๊ง”

“แฮ่ๆ”

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว