หวานฉ่ำ... แม่หวานใจ (Extra) ตอนนี้สาลี่เป็นสาวแล้ว-น้องใหม่หน้าใสกิ๊งๆ 1/3

โดย  อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน

หวานฉ่ำ... แม่หวานใจ (Extra) ตอนนี้สาลี่เป็นสาวแล้ว

น้องใหม่หน้าใสกิ๊งๆ 1/3

​เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนรอบข้างทำให้ผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากกว่าจะรำคาญหรือว่าหนวกหู แม้การมานั่งรอเฉยๆ จะค่อนข้างน่าเบื่อแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เลยว่าบรรยากาศแบบนี้มันทำให้เขาคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาค่อนข้างจะนานเมื่อตอนได้สวมใส่ชุดนักศึกษาเป็นครั้งแรก

วันนี้สาลี่มารายงานตัวเพื่อเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ใช่แล้วครับสาลี่ลูกน้าส้มร้านดอกไม้แฟนตัวแสบของผมเธอสอบติดและกำลังจะเป็นนักศึกษาปีหนึ่งในปีการศึกษาหน้าและผมพี่แมนคนนี้ก็ดีใจเหลือเกินที่มีส่วนร่วมในความภาคภูมิใจและความสำเร็จก้าวเล็กๆ ของสาลี่ ทำหน้าที่เป็นคุณแฟนคนดีเป็นสารถีขับรถส่งแทนน้ากล้วยที่งานรัดตัวแต่งานนี้ผมไม่ได้ช่วยฟรีๆ นะได้ค่าตอบแทนเป็นอาหารเย็นอร่อยๆ ฝีมือน้าส้มในทุกวันที่ผมพาน้องออกมาสอบ

พูดถึงเรื่องสอบแล้วผมก็นึกดีในที่ตัวเองเกิดในสมัยการเอ็นทรานซ์อยากเข้าที่ไหนคิดไว้ในใจแล้วตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือแล้วไปสอบ ถ้าสอบครั้งแรกไม่ได้ก็ยังมีโอกาสแก้ตัวรอบสองแต่ถ้ารอบนี้ยังสอบไม่ได้อีกก็ตัวใครตัวมัน การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กๆ รุ่นของสาลี่ผมว่ามันเข้าใจค่อนข้างยากและออกจะวุ่นวายน้องต้องสอบเก็บคะแนนอะไรไม่รู้ตั้งหลายครั้งคุณแฟนที่แสนดีอย่างผมเลยช่วยได้แค่ขับรถไปรับไปส่งกับหาของอร่อยๆ ให้น้องทานเวลาเหนื่อยจนเด็กๆ ที่ร้านผมมันชอบแซวว่าพี่แมนคนดีที่หนึ่งเลย... เอ่อ ผมก็ดีแค่กับแฟนตัวเองมั้ยล่ะ

“ขอโทษค่ะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ?” เสียงหวานๆ ของสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มทำให้ผมสะดุ้งให้เดาดูน้องคนนี้คงจะมาเป็นเพื่อนใครสักคนรายงานตัวเหมือนที่ผมมานั่งรอสาลี่นั่นแหละ

“เอ่อ เชิญครับ” ผมยิ้มบางๆ พร้อมกับขยับก้นของตัวเองไปชิดริมเก้าอี้ฝั่งหนึ่ง บริเวณที่ผมนั่งรออยู่นี่เป็นเหมือนสวนหย่อมเล็กๆ ที่มีเก้าอี้ยาวแบบเก้าอี้ในสวนทั่วไปขนาดนั่งได้สองคนตั้งอยู่รอบๆ และตอนนี้เก้าอี้นับสิบก็เต็มแน่นไปด้วยพ่อแม่ผู้ปกครองจะเหลือก็แต่เก้าอี้ตัวที่ผมนั่งนี่แหละที่ว่างอยู่ การขยับก้นเล็กน้อยเพื่อคืนพื้นที่ว่างให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ มานั่งก็ดูเป็นคนดีเหมือนกันนะ

“พี่มารอน้องรายงานตัวเหมือนกันเหรอคะ?” นั่งเงียบๆ มาได้สักพักผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ก็พูดขึ้นมาผมที่ไม่ได้ฟังตั้งแต่แรกเพราะนั่งรูดมือถือดูอะไรเล่นอยู่ก็หันไปมองหน้าเธอแบบงงๆ

“คืออุ้มถามว่าพี่มารอน้องรายงานตัวเหมือนกันเหรอคะ? อุ้มมารอน้องค่ะดีใจเหมือนกันที่น้องออมสอบติดที่เดียวกัน อุ้มเรียนที่นี่ปีสองแล้วค่ะ” เธอพูดไปยิ้มหวานไปจนผมมองเห็นเขี้ยวเล็กๆ สองข้าง เห็นแล้วคิดถึงเด็กจัดฟันที่หายตัวไปรายงานตัวเสียเหลือเกิน

“ผมมารอแฟนน่ะครับ” ผมตอบตรงๆ แล้วหันมารูดหน้าจอมือถือต่อแต่ก่อนที่จะหันหน้ากลับมาก็มั่นใจว่าตัวเองตาดีพอที่จะเห็นสีหน้าตกอกตกใจของน้องผู้หญิงที่ชื่ออุ้ม ผมไม่รู้หรอกว่าเธออยากจะทักอยากจะคุยกับผมทำไมแต่ที่แน่ๆ สีหน้าแบบนั้นคงกำลังเหวอ... เข้าใจพี่เถอะครับถึงพี่ไม่หล่อแต่พี่รักแฟนมากอ่ะน้อง

หลังจากประโยคดับฝันของผมและน้องคนนั้นก็นั่งกันอยู่เงียบๆ ในมุมของตัวเอง ผมรูดหน้าจอมือถือจนนิ้วแทบด้านเมื่อตามองเห็นว่าแบตเตอรี่ร่วงไปกว่าครึ่งผมจึงล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บยัดเข้ากระเป๋าแล้วเปลี่ยนมานั่งคิดอะไรเพลินๆ แทนแล้วแน่นอนว่าเรื่องที่กำลังคิดอยู่ในหัวก็ต้องไม่พ้นเรื่องแฟนเด็กของผม

ในครั้งแรกที่สาลี่บอกกับพวกเราว่าเลือกสอบเข้าคณะคหกรรมศาสตร์ เอ่อ พวกเราในที่นี้หมายถึงครอบครัวของน้องพ่อ แม่ แล้วก็พี่สาวและมีผมที่เข้าไปเป็นติ่งด้วยอีกหนึ่งคน พวกเราตกใจ งง แล้วก็ได้แต่นั่งจ้องหน้ากันเลิ่กลั่กก็แค่แปลกใจที่ผู้หญิงกะเปิ๊บกะป๊าบอย่างสาลี่เลือกเรียนอะไรที่ไม่ได้เข้ากับตัวเองเลยสักนิด

“คหกรรมมันมีหลายสาขาวิชาค่ะลี่อยากเรียนสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ จบมาก็เป็นเชฟ เปิดร้านอาหารหรือจะทำงานเป็นนักโภชนาการในโรงพยาบาลก็ได้” สาลี่พูดเป็นต่อยหอยเมื่อเห็นหน้าของพวกเราเหมือนจะงงๆ งงจริงครับไม่ได้แกล้งก็จะไม่ให้งงเป็นหมู่คณะได้ยังไงในเมื่อก่อนหน้านี้สาลี่เพิ่งบ่นอยู่หยกๆ ว่าตัวเองเป็นเด็กม.หกที่แสนจะจืดชืดไม่มีความสามารถโดดเด่นและไม่มีความสนใจในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

“เรียนอะไรแม่ก็เห็นดีด้วยทั้งนั้นแหละถ้าลี่ชอบจริงๆ พยายามเข้านะลูก” น้าส้มแม่ของสาลี่ยิ้มหวานให้กำลังใจลูกสาวคนเล็กก่อนที่ครอบครัวผลไม้จะกอดกันตัวกลม... น่ารักจริงๆ เลยครอบครัวแฟนผมเนี่ย

อย่างที่รู้ๆ กันครับว่าบ้านของสาลี่เปิดร้านดอกไม้ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับร้านเค้กของผม จากคนที่เคยทักทายกันธรรมดากลายมาเป็นคบหาเรียนรู้กันฉันคนรักเพราะความช่างจินตนาการของเด็กผมเปียคนนี้นั่นแหละ แต่ผมไม่ปฏิเสธนะว่าน้องมันก็น่ารักจริงๆ ว่ากันตรงๆ คือผมเองก็แอบชอบสาลี่อยู่ด้วยถึงได้แอบเต๊าะน้องอยู่บ่อยๆ

และหลังจากวันนั้นสาลี่ก็เข้าสู่โหมดการติวอย่างจริงจังทั้งๆ ที่ผลการเรียนน้องไม่ได้แย่แต่เรียกได้ว่าหนักไปทางกลางๆ ค่อนข้างดีเลยทีเดียวแต่เมื่อเจ้าตัวบอกว่าอยากเรียนพิเศษที่โรงเรียนกวดวิชาเพื่อตุนความรู้และสร้างความมั่นใจซึ่งคนที่ทำหน้าที่ไปรับไปส่งสาลี่ที่สถาบันกวดวิชาก็คือพี่แมนคนดีคนนี้อีกนั่นแหละ

ช่วงนี้ที่ร้านเข้าที่เข้าทางขึ้นเยอะเพราะผมวางระบบต่างๆ ไว้ค่อนข้างดีรวมถึงพนักงานในร้านก็เข้าขากันแถมน้องๆ ยังมีนิสัยน่ารักกันทุกคนเราเลยอยู่กันแบบครอบครัวถ้อยทีถ้อยอาศัย

จะว่าไปแล้วเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ที่จะถึงพีชน้องเล็กที่สุดในร้านจะกลับไปเรียนอีกครั้งเพราะหนึ่งปีที่ผ่านมาน้องมันทำงานเก็บเงินได้พอสมควรและต่อไปพีชก็จะมาทำงานให้ผมได้แค่วันหลุดกับวันที่น้องมันไม่มีเรียนซึ่งผมก็ไม่ได้มีปัญหาเพราะพร้อมจะสนับสนุนความก้าวหน้าของลูกน้องเสมอ

นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยได้สักพักผมก็เห็นกลุ่มน้องๆ ในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมกำลังทยอยเดินออกมาจากหอประชุมที่ขัดรายงานตัวแต่ไม่ว่าจะชะเง้อคอมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของสาลี่ผมเลยตัดสินใจยืนขึ้นพร้อมๆ กับยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยเพื่อเป็นการบรรเทาความเมื่อยขบของกล้ามเนื้อ

นาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาจวนจะเที่ยงนี่สาลี่เขาไปในหอประชุมตั้งแต่ยังไม่สิบโมงจนป่านนี้เวลาเลยไปจะเที่ยงวันอีกไม่กี่นาที่ทั้งๆ ที่การรายงานตัวแค่นี้ไม่น่าจะใช้เวลามากขนาดนั้น จะว่ามีปัญหาก็ไม่น่าจะใช่เพราะผมเป็นคนช่วยน้องเตรียมเอกสารสำหรับการรายงานตัวในวันนี้เองกับมือ

“พี่แมน ลี่มาแล้วรอนานมั้ยคะ?” สาวน้อยในชุดนักศึกษาเป็นภาพที่ผมยังไม่ชินตาแต่ก็ยอมรับว่าน้องดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทั้งๆ ที่เมื่อวานก่อนเธอยังนั่งให้แม่ถักผมเปียสองข้างแต่พอมาวันนี้สาวน้อยตัวเล็กของผมอยู่ในชุดนักศึกษารวบผมเป็นมวยสูงคือต้องยอมรับเลยว่าเธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยจริงๆ

“นานครับมีปัญหาอะไรหรือเปล่าถึงเพิ่งออกมา?” ผมขยับให้น้องนั่งก่อนที่จะยื่นมือไปรับแฟ้มที่น้องใช้ใส่เอกสารสำหรับใช้ในการรายงานตัวมาถือเอาไว้เอง

“ข้างในมีการจัดนิทรรศการของแต่ละภาควิชาค่ะลี่เลยเดินดูเพลินไปหน่อยขอโทษนะที่ไม่ได้โทรบอก เออ! พี่แมนนี่เพื่อนใหม่ลี่ชื่อออมค่ะ” สาลี่อธิบายเหตุผลที่ทำให้ตัวเองออกมาจากหอประชุมช้าแล้วตอนนี้เองผมก็เพิ่งสังเกตว่ามีใครบางคนยืนอยู่ข้างๆ สาลี่ด้วย

“สวัสดีค่ะพี่แมน” เด็กคนนั้นยิ้มเขินๆ ให้ผมก่อนจะหันไปสนใจคุยกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ อืม... โลกมันกลมเนาะ

“สวัสดีครับ สาลี่หิวข้าวหรือยังเที่ยงกว่าแล้วเนี่ย” ผมรับไหว้น้องออมพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันไปถามคนตัวเล็กที่นั่งยิ้มหน้าบานอยู่บนเก้าอี้สงสัยจะกำลังจะมีความสุขที่ได้เพื่อนใหม่ แต่ผมคิดว่าตอนนี้น้องต้องกินข้าวก่อนเป็นเด็กเป็นเล็กควรจะกินนอนให้เป็นเวลาหน่อยจะได้โตไวๆ

“ลี่คุยกับออมไว้ว่าจะไปหาข้าวกินที่โรงอาหารมหาวิทยาลัย ออมไปกินมาเมื่อเช้าบอกว่าข้าวที่นี่ก็อร่อยดี”

“โรงอาหารกลางอาหารอร่อยจริงค่ะไปทานข้าวด้วยกันนะคะเดี๋ยวอุ้มเป็นเจ้าถิ่นนำไปเอง” พี่สาวของเพื่อนสาลี่ดูท่าทางดีใจจนเกินเบอร์ผมก็ไม่รู้นะว่าน้องเขาเป็นอะไรถึงได้ยิ้มหน้าบานจนเป็นกระด้งขนาดนั้น แต่ก็ช่างมันเถอะตอนนี้ผมต้องรีบพาสาลี่และหญิงสาวอีกสองคนไปโรงอาหารของมหาวิทยาลัยก่อนที่เขาจะเก็บร้านกลับบ้านกันหมด ก็วันนี้มันไม่ใช่วันเปิดเรียนร้านรวงคงจะเปิดไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยกว้างขวางและสะอาดสะอ้านแถมร้านรวงต่างๆ ยังเปิดเยอะกว่าที่ผมคิดเอาไว้เมื่อมาถึงผมก็แตะข้อมือของสาลี่พาไปหาที่นั่ง น้องก็กวาดตามองร้านข้าวอย่างตื่นๆ ทำหน้าทำตาตื่นเต้นจมูกบานน้อยๆ แบบนี้แสดงว่าสาลี่กำลังใช้ความคิด

“พี่แมนว่าข้าวผัดต้มยำกับเย็นตาโฟอันไหนน่ากินกว่า” หลังจากกวาดตามองหาร้านประมาณเก้ารอบครึ่งสาลี่ก็หันมาถามความคิดเห็นของผม

“รสจัดทั้งคู่จะกินสองอย่างก็ได้ถ้าไม่หมดเดี๋ยวพี่ช่วย” พอได้ยินคำตอบของผมสาลี่ก็ฉีกยิ้มกว้างเพราะคำตอบมันคงจะเข้าทางสิ่งที่เธอคิดไว้พอดี

“ถ้าอย่างนั้นลี่กินเกาเหลาเย็นตาโฟกับข้าวผัดต้มยำนะแล้วพี่แมนอยากกินอะไรอ่ะ” ระหว่างที่พูดไปสาลี่ก็ยังคงยิ้มจนตาปิดนี่ถ้าไม่เกรงใจว่าอยู่ในสถานศึกษาผมคงจะจับน้องฟัดแก้มสักที ชีวิตไอ้แมนก็ทำได้แค่นี้ล่ะครับน้องยังเด็กผมไม่อยากทำให้สาลี่ต้องแปดเปื้อนก่อนวัยอันควร นี่ดีมากที่น้องเองก็วางตัวดีไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเข้าใกล้ผมจนเกินไปโอกาสที่เราจะได้อยู่กันสองต่อสองในที่ลับตาคนนี่ลืมไปได้เลย สถานที่ที่มิดชิดสุดสำหรับเราสองคนก็คงจะเป็นครัวในร้านผมนั่นแหละครับ

“น่าอิจฉาสาลี่จังที่มีพี่ชายใจดีแบบพี่แมนตามใจกันทุกอย่างเลยอ่ะ” น้องออมพูดก่อนจะยิ้มเขินๆ มาให้ผม เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เล็กกว่าสาลี่ไว้ผมบ๊อบแถมยังใส่แว่นกลมๆ ก็ดูน่ารักดีแต่ก็แค่นั้นเพราะความน่ารักมันไม่ได้มีผลอะไรกับหัวใจของผมอยู่แล้ว

ไม่ได้จะอวยตัวเองว่าเป็นคนดีแต่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังเรื่องของความสัมพันธ์ถ้ารักใครชอบใครผมนี่ทุ่มให้หมดหน้าตักซึ่งแบบนั้นมันก็ดีแต่มันก็เป็นจุดอ่อนที่สำคัญถ้าเกิดวันหนึ่งคนของผมเขาเกิดคิดไม่ตรงกันขึ้นมา แน่นอนเลยว่าคนที่เจ็บที่สุดก็คือพี่แมนหน้ามนคนนี้นั่นแหละ

“แฟนครับไม่ใช่พี่ สาลี่มีพี่สาวคนเดียวชื่อแอปเปิล ลี่ไปซื้อเย็นตาโฟนะเดี๋ยวพี่ไปซื้อข้าวเอง” ผมพูดกับน้องออมก่อนจะหันไปบอกสาลี่แล้วพุ่งตัวไปร้านอาหารตามสั่งที่ติดป้ายเมนูสวยงามใหญ่โตสั่งข้าวผัดต้มยำทะเลกับข้าวผัดทะเลอีกหนึ่งจาน

ระหว่างที่ยืนรอข้าวผัดตาผมก็ขยันมองไปทางสาลี่น้องได้เกาเหลาก่อนเลยเอากลับไปวางที่โต๊ะแล้วก็ลุกไปซื้อน้ำเปล่าอีกสองขวดส่วนสองสาวพี่น้องเพื่อนใหม่ของสาลี่ผมเห็นพวกเธอเดินตรงไปทางร้านข้าวมันไก่ที่มีสะโพกไก่ชิ้นอวบๆ วางโชว์อยู่เต็มตู้เอาไว้ถ้าผมได้มารับน้องสาลี่ที่มหาวิทยาลัยอีกผมจะลองชวนน้องมานั่งกิน

“ข้าวผัดต้มยำทะเล ข้าวผัดทะเลเก้าสิบบาทจ้ะ” เสียงพี่สาวที่รับออเดอร์ขานรายการอาหารผมจึงขยับไปจ่ายเงินแล้วถือข้าวสองจานกลับไปที่โต๊ะ ข้าวผัดพูนจานอาหารทะเลชิ้นโตแต่ราคาแค่จานละสี่สิบห้าบาทช่างเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ของนักศึกษาเสียจริงๆ นี่ถ้าไปกินร้านอาหารข้างนอกสองจานนี้น่าจะตกจานละร้อยอัพแน่ๆ

“เห็นสาลี่เล่าว่าพี่แมนเปิดร้านเค้กอยู่ที่ไหนหรือคะเผื่อออมจะแวะไปกิน ออมชอบกินเค้ก?” จู่ๆ น้องออมก็เงยหน้าขึ้นมาถามผมด้วยคำถามที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยิน คือเรื่องงานการมันไม่ใช่ความลับแต่การที่สาลี่จะไปเล่าเรื่องส่วนตัวของแฟนให้คนที่เพิ่งรู้จักกันฟังมันไม่ใช่นิสัยของเธอเลยสักนิด

“ไม่ไกลจากตรงนี้แหละครับร้านเล็กๆ ถ้าผ่านไปแถวนั้นก็แวะไปได้” ผมตอบเรียบๆ ก่อนจะตักกุ้งในจานข้าวผัดของตัวเองใส่ไปในจานข้าวของสาลี่

“ของลี่ก็มีเหอะ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่สาลี่ก็ยิ้มกว้างที่ได้กินของถูกใจเด็กคนนี้ชอบกินกุ้งและผมก็มักจะยกกุ้งของตัวเองให้เธอกินบ่อยๆ อยู่แล้ว

“รู้ว่าชอบเหอะ” ผมหยอกสาลี่ที่กำลังนั่งเคี้ยวกุ้งตุ้ยๆ อย่างน่ารัก อันที่จริงน้องทำอะไรในสายตาผมก็คิดว่าเธอน่ารักไปหมดนั่นแหละ เด็กอะไรไม่มีจริตติดจะเซ่อๆ ซื่อๆ จนบางครั้งผมก็แอบห่วงในความใสแล้วก็จิตใจดีของเจ้าตัวแต่มันคงไม่เป็นไรหรอกๆ ประสบการณ์ชีวิตมันจะสอนให้น้องได้มองโลกในมุมใหม่ๆ เองนั่นแหละ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Boo
Ohhhhhhhhhh
เมื่อ 4 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย ผีน้อยชิชา
แวะมาลองอ่านค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว