รักนาย...พี่ชายข้างบ้าน-ตอนที่ 1 พี่เสือของฉัน

โดย  chompoo_ff

รักนาย...พี่ชายข้างบ้าน

ตอนที่ 1 พี่เสือของฉัน

กำลังจะห้าโมงเย็นนนนนนนนน ได้เวลาปิดร้านแล้ว เย้ๆ ๆ

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ นางสาวแพรพิชา ศิริอัทกุล แต่ใคร ๆ ก็เรียกกันว่า แพร ฉันเพิ่งจะอายุครบ 20 ปีเต็มไปเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ (ฉันเกิดวันวาเลนไทน์ด้วยนะคะ เก๋ซะไม่มีเลย แหะๆ) ฉันอยู่กับคุณป๋าแค่สองคนค่ะ คุณแม่ฉันท่านเสียไปตั้งแต่ฉันเด็ก ๆ แล้วแหละ แต่สิบกว่าปีมานี้ ฉันไม่เห็นคุณป๋าจะเหงาอะไรนะคะ เพราะคุณป๋าก็มีสาวอยู่เรื่อยๆ แต่จนป่านนี้ คุณป๋าก็ยังไม่ยอมให้ใครมาเป็นแม่เลี้ยงของฉันซักคน ท่านเคยประกาศลั่น ๆ ไปทั่วบ้าน (เอ่อ ทั้งบ้านก็มีแค่ฉันกับน้าแม่บ้าน แล้วก็คุณป๋า) เอาไว้ว่า

“ตำแหน่งแม่เลี้ยงของแพรน่ะ มีคนเป็นได้แค่คนเดียว คือน้องนีเท่านั้นน คนอื่นน่ะ ไม่มีทาง”

เดี๋ยวคนจะสงสัยว่า “น้องนี” คือใคร น้องนีของคุณป๋า หรือที่ฉันเรียกว่า คุณป้านี ก็คืออาจารย์รัชนี ชัยบุรพฤกษ์เพื่อนบ้านของเราสองคนเองค่ะ คุณป้านีเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่โรงเรียนประถมเล็กๆ ในซอยบ้านเรานี่เอง คุณป้านีท่านเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเหมือนกับคุณป๋าเลยค่ะ เห็นว่าคุณลุงยุทธ สามีของป้านีไปแต่งงานใหม่กับสาวต่างชาติ คุณป้านีเลยครองตัวเป็นโสดมาจนทุกวันนี้

คุณป้านีอายุ 48 เป็นคนตัวเล็ก ผอม ๆ บาง ๆ ผิวคล้ำเนียน ตาคมเหมือนสาวใต้ นี่ถ้าไม่บอกว่าสี่สิบกว่าแล้ว ต้องนึกว่าเพิ่งจะสามสิบปลาย หรือสี่สิบเท่านั้นเองค่ะ นอกจากจะสวยแล้ว คุณป้านีท่านยังใจดีม้ากมาก บางวัน ท่านก็เอากับข้าวอร่อยๆ ที่ท่านทำเองมาฝากเราสองคนพ่อลูกด้วยนะคะ คุณป้านีมีลูกชายคนนึงค่ะ ลูกชายของคุณป้านี แก่กว่าฉันประมาณ 3-4 ปีค่ะ ชื่อ รัชช์ พี่รัขช์ผิวเข้มเหมือนคุณป้านี ตัวสูง เป็นผู้ชายที่พูดน้อยมากคนละเรื่องกับคุณป๋าของฉันเลยค่ะ แถมยังยิ้มยากกกกกอย่างที่คุณป๋าของฉันชอบเรียกว่า “ไอ้เสือยิ้มยาก” พี่รัชช์เรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับฉันค่ะ พี่รัชช์เรียนเก่งมากค่ะ ตอนฉันขึ้นม.4 พี่รัชช์สอบติดหมอ แล้วก็ย้ายไปอยู่หอพักของคณะในมหาวิทยาลัย หลายปีมานี้ตั้งแต่พี่รัชช์เข้ามหาลัย ฉันแทบไม่ได้เจอพี่เขาเลยค่ะ ไม่สิ ปีสองปีแรกที่พี่รัชช์เรียนมหาลัย ยังพอได้เจออยู่บ้าง แล้วก็ยังได้ติดต่อกันทางไลน์เป็นระยะ แต่พอฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น วันที่ฉันได้ทำผิดพลาดอย่างร้ายแรง เราก็ไม่เจอกันและไม่ติดต่อกันอีกเลยค่ะ เฮ้ออออ ช่างมันเถอะค่ะ เหตุการณ์นั้นมันผ่านมาแล้ว และฉันไม่อยากนึกถึงมัน

ตายจริง มีแต่เล่าเรื่องคนอื่น ลืมพูดถึงตัวเองไปเลยค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังจะขึ้นปี 3 มหาวิทยาลัยใจกลางเมืองที่รถติดม้ากมาก ฉันเรียนสื่อสารมวลชนค่ะ จริง ๆ ฉันก็อยากย้ายไปอยู่หอนะคะ แต่ว่าสงสารคุณป๋าที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ฉันก็เลยยอมกัดฟันตื่นเช้า ฝ่ารถติดไปเรียนค่ะ บ้านเรามีธุรกิจร้านทอง ที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่แล้วค่ะ เราเปิดร้านทองอยู่ใกล้ ๆ บ้านนี่ล่ะค่ะ ถึงช่วงนี้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี แต่ร้านเราไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ค่ะ อาจจะเพราะว่าเปิดมานานหนึ่งล่ะ อีกอย่างคือ ร้านเราบริการดีค่ะ ลูกค้าเลยติดใจ (นี่ไม่ได้พูดเองนะคะ ลูกค้าพูดมาอีกที) ทุกทีวันหยุดโดยเฉพาะวันปิดเทอมอย่างช่วงนี้ ฉันก็จะไปช่วยงานที่ร้านทองค่ะ จริง ๆ มีคุณป๋าดูเป็นหลัก แล้วก็พี่ที่ร้านอีก 7-8 คนค่ะ

อ๋อออ อีกอย่างนึง นี่ฉันไม่ได้อวยตัวเองนะคะ เวลาฉันไปร้านทีไร ร้านเราจะมีลูกค้าทั้งหนุ่มและไม่หนุ่มเข้ามาเยอะกว่าปกติเลยค่ะ ใคร ๆ ก็บอกว่ามาดูลูกสาวเจ้าของร้าน ลูกสาวร้านนี้สวย อิอิ ฉันไม่ได้คิดไปเอง หรือหลงตัวเองนะคะ คือฉันโชคดีที่ขาวเหมือนป๋ากับแม่ และถึงจะมีเชื้อสายจีน แต่ฉันตาโตมากเลย แล้วโชคดีอีกอย่างคือเป็นคนกินอะไรก็ไม่ค่อยอ้วน เสียอย่างเดียว คือฉันเตี้ยค่ะ สูงแค่ 160 ต้น ๆ เอง อยากสูงเหมือนพวกนางแบบบ้างจัง เฮ้อออ......

ตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้วววว ได้เวลาปิดร้านและเดินกลับบ้านแล้วค่ะ วันนี้เหงาจังเลย คุณป๋าไปกินเลี้ยงโต๊ะแชร์กับเพื่อนๆ สงสัยฉันต้องกินข้าวเย็นคนเดียวอีกแล้วสิ

“หืมมม ใครยืนอยู่หน้าประตูบ้านฉันเนี่ย” ก่อนฉันจะเดินถึงบ้าน ฉันมองเห็นผู้ชายคนนึงยืนชะเง้อชะแง้อยู่หน้าประตูบานใหญ่ของบ้านฉัน ท่าทางนั้นมันคุ้นมากกกก คุ้นมากๆ แต่ฉันไม่กล้าคิดว่าเป็น “ใคร” คนนั้นแน่ ๆ ค่ะ

“ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครคะ” พอฉันเดินไปถึงบ้าน คน ๆ นั้นก็ยังไม่หันมาฉันก็เลยทักไปก่อน แหม มองเห็นจากข้างหลังแบบนี้ ผู้ชายคนนี้เป็นคนตัวสูงมากเลยค่ะ น่าจะ 180 cm เลยแหละ และอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับผู้ชายคนนี้แปลกๆ

...ฉันได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกๆ หรือว่า...

“ผมมาหาลุงพีระ” เขาหันมาแล้วและตอบแล้ว หืมมม เดี๋ยวนะ นี่มัน!!!!!

“พี่รัชช์!!!” ฉันคิดว่าตัวเองตะโกนแน่ๆ เลย แต่เสียงออกมากลับเป็นเสียงตะกุกตะกักแผ่ว ๆ โธ่ จะไม่ให้ตกใจดีใจได้ยังไงล่ะคะ ก็ฉันไม่ได้เจอพี่รัชช์มาตั้งเกือบสองปีแล้ว ช่วงหลัง ๆ มานี้พี่รัชช์แทบจะไม่กลับบ้านเลยนี่นา หรือบางครั้งตอนที่ฉันเจอคุณป้านี คุณป้าบอกว่า พี่รัชช์กลับมาค้างคืนที่บ้านแค่คืนเดียวแล้วก็รีบกลับไปเรียน

“อ้อ แพรเองเหรอ สวัสดี” เสียงที่ตอบกลับมาเรียบเฉยมาก หน้าพี่รัชช์เองก็เฉย เฉยมากซะจนฉันนึกน้อยใจ นี่พี่รัชช์ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยรึไงนะ คนไม่เจอกันตั้งสองปี ถามไถ่กันซักคำก็ไม่มี ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย

“ค่ะ แพรเอง พี่รัชช์จำแพรได้ด้วยเหรอคะ” ฉันตอบประชด แหม ก็คนมันอดไม่ได้นี่นา ก็รู้หรอกนะ ว่าที่พี่รัขข์ทำเฉยชาใส่ฉันแบบนี้ เพราะความผิดที่ฉันก่อขึ้น แต่ก็นะ เรื่องมันนานมาแล้ว พี่รัชช์จะไม่ยกโทษให้ฉันเลยหรือยังไงกัน

“จำได้สิ ก็พี่ไม่ได้ความจำเสื่อมนี่นา ทำไมจะจำลูกสาวลุงพีระไม่ได้” ดูที่พี่รัชช์พูดสิคะ เขาบอกว่า เขาจำฉันได้เพราะฉันเป็นลูกสาวของป๋า ทำไมนะทำไม ถึงไม่เหมือนฉันบ้าง ที่ต่อให้จะไม่เจอกันนานแค่ไหนฉันก็ยังจำพี่รัชช์ได้ดี จริง ๆ ต้องบอกว่าไม่เคยลืมมากกว่า ฉันไม่เคยลืมผู้ชายผิวเข้ม คิ้วเข้ม ตาดุ ๆ ผู้ชายยิ้มยากพูดน้อย คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันคนนี้ไปได้

...ไม่เคยลืม ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าอยากจะลืม..

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย  nine
สนุกดีค่าาาาาาาา
เมื่อ 10 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย 2Sweet2
Ohhhhhhhhhh
เมื่อ 10 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว