เพลิงสวาทราชสีห์ (ซีรีส์สิงห์เหนือเสือใต้)

บทที่ 1 นางฟ้าจอมแก่น (1)

พื้นที่หลายพันไร่ซึ่งประกอบไปด้วยไร่ชาลดหลั่นเป็นขั้นบันไดดูงดงามเหนือคำบรรยายเมื่อถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาสูงทะมึน และทิวทัศน์อันงามตระการนี้ก็ดูน่าทึ่งมากขึ้นไปอีกยามโดนย้อมด้วยแสงอาทิตย์ยามสนธยา

สูงขึ้นไปจากไร่ชาคือเรือนไม้ขนาดใหญ่สไตล์ล้านนาซึ่งเกือบถูกบดบังด้วยต้นไม้โบราณขนาดยักษ์ ในเสียงสายลมมีเสียงหนึ่งซึ่งดังผสมปนเคล้าอย่างผะแผ่ว

เสียงประหลาดที่มาจากห้องนอนด้านทิศตะวันตกของเรือนกาแลนั้นค่อยดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหญิงสาวเจ้าของห้องขยับตัว

เจ้าของเท้าขาวนวลมีโซ่ตรวนพันธนาการที่ข้อเท้าก้าวไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่าง แสงจากภายนอกส่องผ่านเข้ามาชโลมลูบเรือนผมหยักศกเหมือนคลื่นทะเลสีรัตติกาลของเธอ

‘ทำไมคุณย่าต้องทำเหมือนเราเป็นนักโทษด้วยนะ’ อัยย์ญาดาในชุดเอี๊ยมขาสั้นสีน้ำตาลกับเสื้อคอจีนรำพึงในใจพร้อมกับมองโซ่ตรวนที่ข้อเท้าด้วยดวงตาละห้อย

จากนั้นก็ย้ายสายตาไปยังนอกเรือนซึ่งดูอึกทึกและเต็มไปด้วยสีสัน... ผิดกับในห้องนอนของเธอลิบโลก หญิงสาวนึกภาพออกว่างานเลี้ยงของคุ้มดาราจักรในตอนนี้คงต้องละลานตาไปด้วยผู้คนแต่งตัวสวยงามในชุดผ้าไหม

พวกเขาคงสนุกกับการพูดคุยรวมถึงอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นเมืองล้านนาหลากรส แต่เธอกลับอยู่ในโลกที่น่าอึดอัดกับโซ่ตรวนซึ่งทำให้เหมือนอยู่ในคุกมากนัก

เสียงดนตรีพื้นบ้านที่ขับกล่อมแขกอยู่ในงานเลี้ยงกำลังเร่งเร้าให้เธอยิ่งโหยหาอิสรภาพ โดยเฉพาะเสียงหวานไพเราะประดุจเสียงน้ำไหลของ ‘ซอล่องน่าน’ นั้นยิ่งทำให้คนฟังอยากกระโจนไปสู่ธรรมชาติภายนอกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

ประตูลั่นเอี๊ยดเมื่อมีคนเปิดและถือถาดอาหารเข้ามา เสียงโซ่ลากพื้นดังขึ้นอีกครั้งในระหว่างที่อัยย์ญาดาเดินกลับมาทิ้งตัวลงบนเตียง

“เจ้าคำเอื้อยหื้อ[1]ข้าเจ้ามาปล่อยคุณอัยย์” เด็กหญิงวัยสิบสี่ซึ่งสวมเสื้อขาวแบบชาวพื้นเมืองและนุ่งซิ่นไหมสันกำแพงบอกกับนายสาว

“จริงหรือ” ดวงตากลมโตของอัยย์ญาดาสว่างไสวด้วยประกายแห่งความยินดี “คุณย่ายอมใจอ่อนแล้วเหรอบัวผัด ไหนบอกจะล่ามฉันไว้อย่างนี้เป็นเดือน”

“ข้าเจ้าบ่ได้ขี้จุ๊ เจ้าคำเอื้อยหื้อข้าเจ้ามาปล่อย แล้วบอกให้คุณอัยย์แต่งตัวโวยๆ”

“คุณย่าจะให้ฉันร่วมงานวันเกิดด้วยเหรอ”

“ใช่เจ้า... นายท่านหื้อคุณอัยย์ร่วมงานเลี้ยง แต่กำชับว่าห้ามป่วนคนในงาน หากบ่เจื้อจะฟาดก้นลายเลยเน่อ” บัวผัดหยิบลูกกุญแจมาไขเอาปลอกโซ่ตรวนออกจากข้อเท้าของคนถูกล่าม

อัยย์ญาดาย่นจมูก “ฉันไม่ร้ายขนาดนั้นหรอกน่า ใครจะกล้าป่วน งานวันเกิดคุณย่าเชียวนะ ฉันต้องทำตัวเรียบร้อยให้สมกับเป็นหลานที่น่ารักสิ”

เด็กหญิงวัยสิบสี่ซ่อนรอยยิ้มโดยการหันเข้าหาเสื้อผ้าในตู้ มือบางขยับเข้าจับชุดสวยเพื่อช่วยคุณหนูอัยย์แต่งตัว เหตุการณ์ไฟไหม้โรงเก็บชาภายในคุ้มดาราจักรบ่งบอกได้อย่างดีเกี่ยวกับความกังวลของเจ้าคำเอื้อยที่ว่าคุณอัยย์อาจสร้างเรื่องขึ้นอีกในงานเลี้ยงคืนนี้

จะว่าไปบัวผัดเองก็อยู่ในกลุ่มที่ทำให้คนในคุ้มดาราจักรต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเช่นกัน คุณอัยย์เป็นหัวโจกเพราะเป็นลูกสาวเจ้านาย ส่วนเด็กทโมนซึ่งอายุประมาณสิบสี่สิบห้าในกลุ่มก็คือลูกของคนงานในไร่นั่นเอง

คุณหนูดูกลมกลืนกับคนอื่นๆ ในกลุ่มเพราะเธอตัวเล็กบาง นอกจากนี้ผิวขาวแบบชาวเหนือยังถูกแต่งแต้มสีสันด้วยเลือดฝาดที่พวงแก้มและริมฝีปากรูปกระจับสีแดงชาด ซึ่งทำให้คุณหนูดูอายุน้อยกว่าเป็นจริง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ใครๆ คิดว่าเธอยังคงเป็นเด็กหญิงอัยย์ญาดา

อย่างไรก็ดีรูปลักษณ์ความใสซื่อเหมือนนางฟ้านี้ช่างขัดกับอุปนิสัยของเธอโดยสิ้นเชิง ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาคุ้มดาราจักรพบความชุลมุนไม่เว้นแต่ละวัน เนื่องเพราะคุณอัยย์ก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน

เมื่อตอนต้นปีเธอทำวัวชาวบ้านหาย ด้วยความใจดีเห็นมันถูกล่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง คุณอัยย์เลยช่วยแก้เชือกให้สัตว์โลกผู้น่าสงสารได้เป็นอิสระ ผลคือเจ้าวัวเริงร่ากับอิสระจนหายเข้าป่าไปเลยเชียว

[1] หื้อ แปลว่า ให้ (ภาษาเหนือ)

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว