- จบ - My RoomMate พี่ร่วมห้อง (หอ) นิยายชุด My RoomMate-หออินทนิล 1/2

โดย  อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน

- จบ - My RoomMate พี่ร่วมห้อง (หอ) นิยายชุด My RoomMate

หออินทนิล 1/2

“ปีหนึ่งหออินทนิลเดินตรงมาลงชื่อล้วงไข่ทางนี้ได้เลยครับ” เสียงโหวกเหวกโวยวายของรุ่นพี่ชั้นปีสูงที่ตั้งโต๊ะรับลงทะเบียนอยู่หน้าหอพักทำให้พัชรวิสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกสติแล้วก่อนจะสาวเท้าเนิบนาบเข้าไปยังโต๊ะลงทะเบียน

“ลงทะเบียนแล้วล้วงไข่ง่ายนิดเดียว ปีหนึ่งหออินทนิลหรือเปล่าไอ้น้อง?” รุ่นพี่ที่แหกปากตะโกนใส่โทรโข่งหันมาสบสายตาเก็บเด็กหนุ่มหน้าตาเด๋อด๋าที่สะพายเป้และถือถุงใส่ชุดเครื่องนอนอยู่ก็ร้องทักแล้วเมื่อเด็กมันพยักหน้ารุ่นพี่ที่กำลังแหกปากส่งสายตาให้เพื่อนพาน้องไปหารายชื่อของตัวเอง

“จำรหัสนักศึกษาของตัวเองได้หรือเปล่าถ้าจำไม่ได้เอาใบรายงานตัวไม่ก็บัตรประชาชนมาให้พี่เดี๋ยวจะหารายชื่อให้” ได้ยินพี่ชายหน้านิ่งพูดแบบนั้นน้องใหม่เลยวางถุงใส่ผ้านวมแล้วจัดการล้วงใบรายงานตัวออกมาจากกระเป๋าเป้ส่งให้ในขณะที่โต๊ะลงทะเบียนเขาทำงานกันเงียบๆ แต่อีพี่ข้างๆ ก็ยังตะโกนเชียร์แขกไม่เลิก

“พัชรวิเชาวกรกุล เกษตรศาสตร์นะ เซ็นชื่อตรงนี้แล้วไปล้วงไข่จับเลขที่ห้องเอามาส่งให้พี่”

“ครับ” เด็กหนุ่มทำตามอย่างว่าง่ายเซ็นชื่อและกรอกเบอร์โทรศัพท์ตามที่รุ่นพี่ตัวโตบอกจากนั้นก็ขยับไปยืนอยู่หน้าไหสีทองอร่ามเพื่อทำการจับเอาเลขห้องขึ้นมาโดยก่อนล้วงมือเข้าไปในไหเขาก็พนมมือท่วมหัวบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้ได้อยู่กับรุ่นพี่ที่ใจดีมีเมตตาด้วยเถิด

“ล้วงเบาๆ นะน้องเดี๋ยวไข่พี่ช้ำ!” ยังไม่ทันที่จะล้วงมือลงไปในไหทองคำพี่คนที่เสียงดังๆ ก็แหกปากออกโทรโข่งทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้ง

“ไข่พี่ไม่น่าบอบบางขนาดนั้นนะครับ ผมเอาใบนี้แหละมันสู้มือดี”พัชรวิเลือกหยิบเอาไข่ใบแรกที่สัมผัสกับนิ้วตัวเองขึ้นมาก่อนจะส่งให้พี่หน้านิ่งที่นั่งรออยู่แถมไม่วายยังหันไปต่อปากต่อคำกับพี่คนที่ทำเสียงดังตลอดเวลาอีก

“ฮั่นแน่ชอบจับไข่เด้งสู้มือก็ไม่บอกร้ายเหมือนกันนะน้องนะ”

“ไอ้นี่อย่าเพิ่งกวนตีนน้องไปเรียกเด็กหน้าหอไปกูจะคุยรายละเอียด ส่วนเราอยู่ห้องสามศูนย์เจ็ดแต่วันนี้รูมเมทน้องไม่อยู่แต่พี่เขาฝากกุญแจไว้ให้แล้วจะเข้าไปดูห้องจัดของก่อนได้พรุ่งนี้มันคงกลับมา ยินดีต้อนรับนะพี่ชื่อนนท์เป็นประธานหออินทนิลส่วนคนเมื่อกี้ชื่อพี่แชมป์เป็นคณะกรรมการของหอเราคนหนึ่งเหมือนกัน” พี่หน้านิ่งพูดเรียบๆ พลางยื่นกุญแจห้องพักให้

“ขอบคุณครับผมชื่อโซ่นะพี่ฝากตัวด้วยครับ” เด็กหนุ่มยกมือไหว้ก่อนจะรับกุญแจมาถือไว้ในมือ

“ว่าแต่รู้เรื่องค่าใช้จ่ายของหอพักเราหรือยังเอารายละเอียดไปดูก่อนไหมจะได้ไปเตรียมเงิน? แล้วนี่ก็ระเบียบของหอลองอ่านดูเพราะเราต้องทำตามทุกข้อปกติห้องหนึ่งจะอยู่กันสี่คนแต่ถ้าโชคดีก็อยู่แค่สองแล้วแต่มือของคนจับไข่” ธนานนท์ยื่นกระดาษเอสี่ที่ระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้เด็กปีหนึ่งซึ่งเป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องแจ้งน้องๆ ที่มาอยู่ใหม่ทุกคนให้ทราบรวมถึงทำหน้าที่เก็บเงินเพื่อไปส่งให้กับทางมหาวิทยาลัยอีกด้วยเพราะบรรดาเพื่อนๆ ที่ทำหน้าที่ต่างๆ ในหอยังไม่กลับมาจากปิดเทอมอะไรที่พอช่วยกันได้ก็ช่วยๆ กันไป

“ขอบคุณครับพี่นนท์โซ่ขอเอารายละเอียดไปให้หลวงตาดูก่อนนะครับเพราะต้องกลับไปเอาของมาอีกอยู่แล้ววันนี้แค่จะลองมาสำรวจสถานที่ดูก่อนลองนอนสักคืนว่ามันเป็นยังไงพรุ่งนี้ผมจะกลับวัดไปขนของมาอีกที” เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่คนฟังออกจะสะดุดหูที่น้องบอกว่าตัวเองอยู่ที่วัด

“พี่ไม่ได้อะไรนะถ้าอยู่วัดมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเปล่ามหาวิทยาลัยเรามีทุนให้นะลองไปติดต่อที่คณะดูก็ได้บางทุนได้ทั้งค่าเทอมค่าที่พักเผลอๆ ได้อยู่หอฟรีตลอดระยะเวลาที่ได้ทุนเลยด้วย” ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของประธานหอทำให้ธนานนท์ไม่ลืมที่จะแนะนำเรื่องสำคัญกับน้องปีหนึ่งที่ดูจะต้องการความช่วยเหลือ

“ขอบคุณมากเลยครับพี่แต่เดี๋ยวต้องกลับไปถามหลวงตาก่อนแล้วจะมาขอคำแนะนำพี่อีกทีนะครับ โซ่ไม่กวนแล้วนะพี่นนท์ว่าแต่ขึ้นไปบนห้องเลยได้ไหมครับ? พี่อีกคนไม่อยู่โซ่กลัวเขาว่าถ้าไปเข้าห้องโดยพลการ” ยังไงที่นี่มันก็นับว่าต่างถิ่นพัชรวิจะทำอะไรก็ไม่ค่อยมั่นใจเลยต้องอาศัยเจ้าถิ่นชี้ช่อง

“ขึ้นไปเถอะพี่ที่อยู่กับเราเขาไม่ว่าหรอกถ้าว่าเขาจะเอากุญแจสำรองมาฝากให้ทำไมกัน เออ ที่หอเราไม่มีลิฟต์นะอยู่ชั้นสามเดินไหวนะโซ่” เรื่องสำคัญที่ประธานหอต้องแจ้งให้เด็กใหม่ทุกคนทราบก็เรื่องลิฟต์นี่แหละถึงหอพักจะมีแค่ห้าชั้นแต่นักศึกษาบางคนก็ยังบ่นกระปอดกระแปดเมื่อหอพักแห่งนี้ไม่สะดวกสบายเหมือนหอในหออื่นๆ

แต่ที่มันเป็นแบบนั้นก็เพราะหออินทนิลเป็นหอที่เก่าแก่ที่สุดในมหาวิทยาลัยแล้วมันจะเอาลิฟต์ที่ไหนมาให้ได้กันและเพื่อเป็นการตัดปัญหาพี่ๆ ปีสูงอย่างปีสามปีสี่หรือไม่ก็ปีห้าที่ยังอยู่หอในเลยอาสาขึ้นไปอยู่ชั้นสูงๆ แทนเด็กๆ มันเพื่อตัดปัญหาเสียงโอดครวญ

“ถ้าอย่างนั้นโซ่ไปแล้วนะพี่นนท์ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” เด็กหนุ่มตัวผอมไว้ลารุ่นพี่อีกครั้งก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปในหอพักที่ที่การใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ห้องสามศูนย์เจ็ดเป็นห้องที่อยู่ตรงมุมตึกพอดีซึ่งจากที่ประเมินด้วยสายตาดูแบบคร่าวๆ นั้นพัชรวิคิดว่าห้องนี้มันน่าจะกว้างที่สุดในชั้นเลยก็ว่าได้สังเกตได้จากประตูห้องที่มันห่างจากห้องอื่นๆ และที่นับๆ ดูชั้นนี้น่าจะมีอยู่ทั้งหมดสิบห้องพอดิบพอดี

“ข้างในก็ไม่ได้แย่เหมือนข้างนอกนี่หว่า” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองเมื่อก้าวขาเข้ามาในห้องพักที่เขาจะใช้อาศัยอยู่จากนี้ไปอีกหนึ่งปีซึ่งในครั้งแรกที่เขาเห็นหอพักอินทนิลนั้นก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมมันดูไม่เข้าพวกเพราะจากที่เดินผ่านหออื่นๆ มามันก็สภาพดีทันสมัยน่าอยู่กันทั้งนั้นแต่พอมาถึงหอของตัวเองเขาก็อึ้งนิดหน่อยๆ ในความเก่าแต่เพราะมันสะอาดและผู้คนก็ดูเป็นมิตรดีพัชรวิเลยไม่ได้ติดใจอะไรมากมายกับความทรุดโทรมของสภาพอาคาร

เด็กหนุ่มวางของที่หอบหิ้วมาจากวัดไว้ตรงที่ว่างข้างๆ ประตูก่อนจะค่อยๆ เดินสำรวจหอพักใหม่อย่างระมัดระวังโดยไม่ทำอะไรที่เป็นการกระทบกระทั่งสมบัติของเจ้าของคนเดิมที่อยู่มาก่อน

ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าเปิดประตูเข้ามาก็เจอกับโซฟาหนังตัวใหญ่ที่หรูหราเกินหน้าเกินตาหอถัดไปอีกหน่อยเตียงนอนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องมุมสุดคือตู้เสื้อผ้า ฝั่งตรงข้ามกับโซฟาคือโต๊ะเขียนหนังสือ ตรงข้ามเตียงคือโทรทัศน์และตู้เย็นมีประตูบานหนึ่งอยู่ด้านหลังห้องที่ตอนแรกเขาเดาว่าน่าจะเป็นประตูห้องน้ำแต่พอเปิดออกไปกลับเจอระเบียงและเล็กๆ ที่สำคัญห้องน้ำก็มาอยู่ข้างนอกนี่ด้วยถือว่าเป็นห้องที่อลังการงานสร้างขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกมากเลยทีเดียว

และสิ่งที่ทำให้ระเบียงหลังห้องที่ออกจะรกนิดหน่อยนี้ดูมีชีวิตชีวาก็คงเป็นบรรดากระบองเพชรกระถางน้อยที่เรียงรายกันอยู่ในโรงเรือนพลาสติกเล็กๆ ที่พัชรวิเคยเห็นเขาขายกันเล่นลงทุนซื้อของราคาตั้งหลายพันแบบนี้เจ้าของห้องคงปลูกและเลี้ยงดูพวกหนามจิ๋วนี่อย่างจริงจังใช่ย่อย

หลังจากสำรวจระเบียงหลังห้องจนพอใจแล้วเด็กหนุ่มก็เดินกลับเข้ามาข้างในห้องทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังพลางคิดว่าจะเอายังไงต่อไปดีเพราะรูมเมทเขาก็ไม่อยู่จึงทำให้พัชรวิไม่กล้าทำอะไรกับห้องมากเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนข้าวของของคนที่อยู่มาก่อน

“ทำอะไรก่อนดีวะโซ่” พอกวาดสายตาดูแล้วห้องนี้ก็สะอาดดีแถมมีพื้นที่อีกมากถ้าเขาเอาที่นอนปิกนิกเข้ามานอนอีกผืนคงจะไม่เกะกะเท่าไหร่แล้วพี่นนท์ก็บอกว่าพี่ที่เขาต้องอยู่ด้วยจะกลับมาแล้วคงต้องปรึกษากันดูว่าเขาจะสามารถทำอะไรกับพื้นที่ของตัวเองได้บ้าง

หลังจากนั่งนิ่งๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนท้องร้องโครกครากประท้วงเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจเดินลงมาจากหอเพื่อหาอาหารเย็นใส่กระเพาะตัวเองและเมื่อเดินลงมาก็เห็นว่าพี่ๆ กำลังเก็บโต๊ะลงทะเบียนกันอยู่พอดี

“โซ่ช่วยไหมพี่นนท์จะยกไปเก็บตรงไหนกันเหรอครับ?” เรื่องทำงานแบบหามขอให้วางใจไอ้โซ่เพราะถึงเขาจะตัวเล็กแต่ก็แข็งแรงดีตอนอยู่ที่วัดช่วยจัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ ยกเข่งใส่ผักมานักต่อนักแล้วยิ่งหลวงตาสอนว่าไม่ควรนิ่งดูดายเมื่อเห็นคนต้องการความช่วยเหลือเขาเลยพร้อมที่จะแสดงน้ำใจต่อผู้อื่นอยู่ทุกเมื่อ

“ให้น้องมันช่วยหน่อยก็ดีหลังกูจะยอกแล้วนะไอ้นนท์” พี่คนหนึ่งที่เพิ่งเดินยกบอร์ดไม้ไปเก็บหันมาบอกพี่ประธานหอให้เห็นใจในความเหนื่อยยากของเพื่อนๆ เมื่อเห็นธนานนท์พยักหน้าเด็กหนุ่มก็เดินไปคว้าเก้าอี้มาวางซ้อนๆ กัน

“ให้ยกไปไว้ไหนครับพี่?”

“ตามมาไอ้หนูเห็นตัวเล็กแค่นี้แรงดีใช่ย่อยนี่หว่า” พี่ที่พัชรวิจำได้ว่าชื่อแชมป์ช่วยยกโต๊ะพับกับพี่อีกคนแล้วเดินนำเข้าไปในหอมีห้องว่างห้องหนึ่งที่เขียนว่าเป็นห้องเก็บอุปกรณ์ซึ่งพี่ๆ สั่งให้เขาวางเก้าอี้ไว้ตรงหน้าห้องเพื่อให้คนข้างในมารับไปจัดอีกทีหนึ่งซึ่งเมื่อเห็นว่าตรงนี้ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือแล้วเด็กหนุ่มกูวิ่งปรู๊ดไปหน้าหออีกครั้งหนึ่ง

“พี่ๆ เขายกเข้าไปหมดแล้วของมีไม่มากหรอก” เมื่อเห็นน้องปีหนึ่งยืนทำหน้าเด๋อเพราะข้าวของที่กองอยู่เมื่อสักครู่นั้นหายวับไปในพริบตาก็อดที่จะเฉลยออกมาไม่ได้ อันที่จริงงานแค่นี้ไม่ได้เกินกำลังผู้ชายตัวควายๆ แต่ไอ้พวกนั้นมันแค่อยากหาเรื่องใช้งานน้องใหม่เท่านั้นเอง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย muy
น้องโซ่น่ารักดี แต่ทำไมต้องเป็นเด็กวัดอีกแล้ว
เมื่อ 2 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย เซี่ยนัตตี้ ณ.จวนเสนาโหลว
มาลองอ่านนนนนน
เมื่อ 2 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว