บุปผาลิขิตแห่งรัก

ตอนที่ 1

“ยัยเด็กไม่มีพ่อแม่ๆ” เสียงล้อเลียนจากเด็กๆทั้งหญิงและชายราวๆหกคนรายล้อมเด็กสาวตัวน้อย นางตัวเล็กมาก ผอมกะหร่อง ผมเปียยุ่งเหยิงจากจากถูกดึงไปมา ใบหน้าน้อยๆมอมแมมยืนร้องไห้ตัวสั่นเทา นางมีพ่อกับแม่นะ เคยมี… พวกท่านรักนางมาก บ้านที่นางอยู่หลังใหญ่โต มีผู้คนรายรอบไปหมด ทุกคนเรียกนางว่าคุณหนูทุกคำ

“ข้า…ฮือ… ข้า…”

“ข้า ข้า อะไร ยัยเด็กกำพร้า ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะเยาะของเหล่าเด็กนิสัยเสียไร้ผู้ใหญ่อบรม ชี้ไม้ชี้มือล้อเลียนนาง เห็นนางกับคนแก่สองคนย้ายเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ใหม่ก็นึกอยากแกล้ง ดูจากวัยของผู้ที่อยู่ในบ้านนางย่อมมิใช่บิดามารดาเป็นแน่ เด็กหัวโจกเคยแกล้งเลียบๆเคียงถามนาง ก็ได้ความว่าบิดามารดานางสิ้นบุญหมดแล้ว

เด็กน้อยไร้บิดา มารดา ย่อมเหมือนคนไร้ที่พึ่ง คนแก่สองคนนั้นต้องทำมาหาเลี้ยงชีพไหนเลยจะมาดูแลนางได้อย่างดี

“ข้า…ข้า เคยมี เคยมีท่านพ่อ กับท่านแม่ ฮือๆ” นางยืนขยี้ตาร้องไห้ท่ามกลางฝูงเด็กใจร้าย

เด็กผู้ชายคนหนึ่งเอาไม้แหย่ใส่ที่ผมเปียด้านหลังของนาง บนปลายไม้มีหนอนตัวน้อยสีเขียว เด็กๆหัวเราะชอบใจ เด็กน้อยที่น่าสงสารรู้สึกเหมือนมีอะไรไต่บนบ่าของนางจึงหยิบขึ้นมา กลับกลายเป็นหนอนสีเขียวตัวอ้วนท้วนตัวหนึ่ง นางตกใจโยนหนอนน้อยลงพื้นดิน

เด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหมายจะเหยียบหนอนน้อยตัวนั้น คราแรกเขาเหยียบพลาด นางเห็นเข้าจึงร้องตะโกนเสียงดังลั่น

“อย่า… อย่าทำหนอนน้อย” นางร้องไห้โบกไม้โบกมือไล่เด็กคนนั้น เด็กชายจอมซนหันมาผลักนางล้มลงแล้วเหยียบหนอนน้อยตัวนั้นแบนติดพื้น

เด็กน้อยร้องเสียงหลง นางร้องไห้หนักขึ้นจนเหมือนจะขาดอากาศ ร่างกระตุกเบาๆจนล้มลง เหล่าเด็กจอมซนเห็นเข้าก็หัวเราะชอบใจ แต่พอเห็นนางแน่นิ่งไปต่างคนต่างร้องเสียงหลงวิ่งหนี

ร่างน้อยนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ไม่ไกลมีหนอนน้อยสีเขียวบี้แบนร่างเละเทะนอนตายอยู่ตรงนั้น

หมู่บ้านหงเหมย ริมทะเลสาบต้งถิง พืชพรรณธัญญาหารสมบูรณ์ ผู้คนแถบนี้ล้วนมีน้ำใจ ใครเดินทางผ่านไปมาล้วนแวะชื่นชมธรรมชาติงดงามของทะเลสาบแห่งนี้ ชาวบ้านมากมายทำการเกษตร และเลี้ยงสัตว์ บ้างจำปลาในทะเลสาบเพื่อค้าขาย แม้แต่อาชีพแจวเรือข้ามฝาก หรือให้เหล่าเศรษฐีที่ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อนั่งเรือชมธรรมชาติที่งดงามก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ บ้างมาเพียงลำพัง บ้างมาพร้อมหญิงงามซึ่งอย่างหลังไม่เคยห่างหายไปจากทะเลสาบแห่งนี้เลยสักนิด

คณะเดินทางจากเมืองลั่วหยางมีม้านำขบวนมาถึงห้าตัวคนบนหลังม้าล้วนร่างกายกำยำล่ำสัน ตามด้วยรถม้าขนาดใหญ่ราวกับห้องเล็กๆเคลื่อนได้ ตัวรถม้าเป็นสีดำด้นในบุด้วยเบาะและผ้านวมจากผ้าไหมอย่างดี สตรีใบหน้าสดใส สะสวยกึ่งนั่งกึ่งนอนมองบุตรชายอ่านหนังสือไม่วางตา

ใบหน้าของนางแม้จะมองบุตรชายอย่างสงบ แต่แววตาลึกๆกลับไร้ซึ่งความสุขใดๆ ความโศกเศร้าเมื่อหนึ่งปีที่แล้วทำให้นางยังไม่อาจทำใจได้ เห็นบุตรชายขยับตัวไปมาจึงตื่นจากภวังค์ ยิ้มน้อยๆออกมา “เทียนหยู วางหนังสือลงก่อนเถอะลูก” เสียงไพเราะปานน้ำผึ้งเดือนห้า เด็กน้อยหน้าทะเล้นเงยหน้ามองมารดา อมยิ้ม แววตาดังมีสายลมพัดผ่านชวนให้ดูน่ารัก น่าชัง “ท่านแม่บอกว่าข้าซุกซนนัก ให้อ่านหนังสือ อย่าเอาแต่พูดเยอะ” มารดาส่ายหน้า ถอนหายใจเฮือกเบาๆ “ดูเอาเถอะ เจ้าช่างแผนการเยอะเยี่ยงนี้ วาจาทุ่มเถียงแม่ พอแล้วๆ ไม่ต้องอ่านแล้ว จะออกไปข้างนอกนั่งบนหลังม้ากับพวกผู้คุ้มกัน…”

“ฮูหยินขอรับ” เสียงผู้คุ้มกันด้านนอกเอ่ยขึ้น

“มีอะไรหรือ เหออัน” นางถามคิ้วโก่งงามขมวด ทว่ายังไม่อาจสลัดความงดงามบนใบหน้าออกไปได้

“เรียนฮูหยิน มีเด็กน้อยนางหนึ่งสลบอยู่บนพื้นขอรับ” สิ้นคำบอกกล่าว จางฮูหยินเลิกม่านขึ้น “พานางมาให้ข้าดู”

เหออันกระโดดลงจากหลังม้า ร่างของเขาสูงใหญ่นัก แววตาคมกริบนิ่งไม่มีความรู้สึกใดๆ เขาเดินสาวเท้าก้าวยาวๆไปหาร่างเล็กที่นอนอยู่บนพื้นหญ้าตรงนั้น สายตาของเขาพลันเหลือบไปเห็นเจ้าหนอนเคราะห์ร้ายตัวหนึ่ง เหออันไม่ได้สนใจเขาตรงอุ้มเด็กน้อยตัวกระจ้อยขึ้นมาเดินกลับไปยังรถม้าขนาดใหญ่

ร่างเล็กถูกวางอย่างแผ่วเบาบนรถม้า เด็กชายที่โตกว่าจ้องมองใบหน้ามอมแมม ดวงตาหลับสนิทก่อนจะวิพากษ์วิจารณ์ เป็นคุ้งเป็นแคว “เห็นเหออันบอกว่าเจอหนอนถูกเหยียบตายบนพื้น สงสัยนางคงตกใจมีหนอนมาเกาะตัวเลยปัดไปมา เท้ากระทืบจนหนอนตายก่อนจะเป็นลมล้มลงกระมังท่านแม่”

จางฮูหยินส่ายหน้า “เอาอีกแล้ว ไม่ถามไถ่ก่อนอีกแล้ว ชอบสรุปความก่อนทุกที” “ท่านแม่ เรื่องแค่นี้มองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้ว” ผู้เป็นมารดาส่ายหน้าช้าๆ ถอนหายใจ เด็กคนนี้อยากเก่งเหมือนบิดา ที่สามารถคาดการนั่นนี่ได้ แต่บิดาใช้สติปัญญาบวกกับประสบการณ์ ทว่าเจ้าเด็กน้อยผู้นี้คาดการมั่วซั่ว เอาเถอะรอแม่หนูคนนี้ตื่นก่อน แล้วค่อยให้เจ้าเด็กช่างเดาสุ่มนั่นหน้าแตกอีกสักครา

รถม้าผ่านเข้าหมู่บ้านไปได้เพียงชั่วครู่ เด็กน้อยนอนโคลงเคลงในรถไม่นานจึงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา นางมองไปรอบๆเห็นข้าวของสวยงามมากมายตั้งวางอยู่รอบกาย สตรีใบหน้างดงามปานนางฟ้ายิ้มให้อย่างอารี “เจ้าฟื้นแล้วหรือแม่หนูน้อย” น้ำเสียงช่างอ่อนโยนนัก คล้ายมารดาเหลือเกิน โอ้… ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Maew
Ohhhhhhhhhh
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย sunsunkob
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว