ฝนเมษา ดอกไม้พฤษภา: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)-บทที่ 1 -50%

โดย  Plaipakka Publishing

ฝนเมษา ดอกไม้พฤษภา: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)

บทที่ 1 -50%

“ลมแรงจริง ฟืนเปียกหมด ไฟจะมอดแล้ว”

น้ำเสียงสั่นระริกดังขึ้น ฟันซี่เล็กๆ ในปากอิ่มซีดเผือดกระทบกันดังกึกๆ หล่อนเองก็เปียกปอนไปทั้งตัว หลังคากระโจมที่พักชั่วคราวที่คลุมไว้ด้วยใบไม้หนาๆ สุมซ้อนกันส่งสายฝนกระเซ็นลงมากระทบตัวหล่อน ยังดีที่ด้านในกระโจมนั้นแห้งสนิท กองไฟนั้นอยู่ระหว่างตัวหล่อนที่นั่งอยู่บนก้อนหินผิวหยาบกระด้างเย็นชื้น และ ‘เขา’ ที่นอนราบปิดเปลือกตาสนิทอยู่ในกระโจม ไม่สนใจไยดีฝนฟ้าที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง หรือแม้แต่คนที่กำลังนั่งตากฝนตัวสั่นเป็นนกน้อยพยายามประคับประคองกองไฟของเขาให้ลุกโชน

หากไฟมอด...บางทีชีวิตพฤษภา เมย์ คูเปอร์สไตน์อาจจะมอดไหม้ไปด้วยกระมัง

หลังจากใช้ชีวิตเร่รอนอยู่กับเขามาร่วมสัปดาห์แล้ว หญิงสาวก็รู้ดีว่า คนอย่างเขาไม่มีทางสนใจไยดีหล่อนมากไปกว่า ‘ตัวประกัน’ เพื่อแลก เปลี่ยนสิ่งที่เขาต้องการจากครอบครัวคุณยายใหญ่ หรือป้าของมารดาหล่อน แม้พร่ำบอกเป็นร้อยล้านครั้งแล้วว่า ตัวหล่อนไม่ได้มีความสำคัญใดๆ กับบ้านวรกาญจน์ก็ตาม เขาก็หาได้ใส่ใจไม่

‘คนมีกรรมไร้ทายาทอย่างสองคนนั่น แม้แต่หลานกำมะลออย่างเธอก็อาจจะมีค่าขึ้นมาได้’

‘ขะ...คุณอยากได้เงินหรือคะ ให้เวลาฉันติดต่อครอบครัวที่อเมริกา รับรองว่าคุณจะได้เงินตามที่ต้องการ แลกกับความปลอดภัยของฉัน’

‘อ๋อ ถนัดนักนะเรื่องใช้เงินฟาดหัวคน สันดานเหมือนญาติของเธอไม่มีผิด! ยังไงเธอก็ต้องไปกับฉัน จนกว่าคนโกงสองคนนั่นจะยอมคืนโฉนดที่ดินของครอบครัวฉันมาทั้งหมด!’ คำพูดรุนแรงและกิริยาหยาบคายแบบนั้นพฤษภาไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต หล่อนถึงกับตะลึงงันมองเขาตาค้าง

คนคนนี้เป็นใคร...จริงๆ แล้วหล่อนก็ไม่รู้ เพราะถึงถามอย่างไร เขาก็ไม่ตอบ ทั้งยังถลึงตาใส่ทั้งตะคอกด่าว่า และเรื่องที่เขาบอกว่าลุงและป้าผู้มั่งคั่งของมารดาหล่อนโกงโฉนดที่ดินของบิดามารดาเขาไปนั้น หล่อนก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่เช่นกัน

เขาอาจเป็นแค่คนโรคจิตสติฟั่นเฟือนกุเรื่องขึ้นมาเองก็เป็นได้

หล่อนไม่นึกสักนิดว่าการเดินทางมาเยี่ยมญาติที่เมืองไทยแทนมารดาครั้งแรกจะเกิดเรื่องขนาดนี้ พฤษภามาถึงบ้านวรกาญจน์ได้เพียงสองวันก็ถูกนายร่างยักษ์ หน้าดุรุงรังราวลิงป่ากระชากตัวมาจากข้างถนนภายในไร่ในเช้าวันที่สองอย่างป่าเถื่อน หล่อนไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านวรกาญจน์ผู้มั่งคั่งทั้งสองจะยอมทำตามข้อตกลงของเขาหรือไม่

พฤษภายังไม่ได้มีโอกาสทำความรู้จักลุงและป้าของมารดาอย่างจริงๆ จังๆ เลยด้วยซ้ำ...

หวังว่าครอบครัวของหล่อนที่อเมริกาคงทราบเรื่องแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่นานหล่อนก็คงพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้ ตอนนี้แค่ขอให้รอดไปวันๆ ก็พอแล้ว

“จะนั่งรอให้น้ำไหลเข้ามาในกระโจมจนท่วมหรือไง!”

เสียงตะคอกดังมาจากเจ้าของดวงตาวาววับ ที่จับจ้องมาจากมุมหนึ่งในกระโจม ตาคู่นั้นเรืองรองอยู่ในความมืดราวกับไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ในยามที่เขาโกรธ

เขาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่พฤษภาก็ไม่ทันสังเกต ตะคอกใส่แล้วชายหนุ่มก็คว้าเสื้อเชิ้ตมาสวมทับอกเปลือยเปล่า ปิดบังแผ่นหลังกว้างขวางของเขาที่สักลายเสือเหลียวตัวใหญ่ขึงขังน่าหวาดหวั่น อากาศเริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ แต่เขาไม่นึกเห็นใจคนที่นั่งตากฝนมาครึ่งค่อนคืนเลยสักนิด

“ไปขุดร่องน้ำรอบๆ กระโจมให้มันไหลไปทางอื่นสิ” เขาโยนมีดยาวๆ มาให้ มันปักฉึกลงบนโคลนแฉะกระเซ็นโดนหน้าหล่อนเต็มๆ

พฤษภาได้แต่เม้มปากแน่น หยิบมีดขึ้นมาแล้วลุกขึ้นเดินไปข้างกระโจมโดยไม่ปริปาก

ระหว่างนั้น น้ำที่บ่าลงมาตามความลาดชันของภูเขาไหลแรงจนไม่น่าเป็นไปได้ที่หล่อนจะขุดร่องเปลี่ยนทิศทางของมันได้ทัน แต่ถึงบอกไปเขาก็คงไม่ฟัง สู้ทำตามคำสั่งเขาไปจะดีกว่า หล่อนลงมือขุดร่องน้ำกวาดดินเละๆ ออกให้น้ำไหลไปข้างๆ ฟ้าแลบแปลบปลาบส่องสว่างบนพื้นดิน โชคดีที่หล่อนไม่เคยกลัวฝนฟ้า เพราะแต่ไหนแต่ไรมาบิดามักสอนให้หล่อนกับน้องสาวรู้จักใช้ชีวิตเพื่อเอาตัวรอดให้ได้เสมอ และพฤษภาก็คิดว่าถึงแม้จะไม่ได้เก่งไปเสียทุกเรื่องอย่างน้องสาว แต่ตอนนี้หล่อนก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ครบสามสิบสองเป็นเวลานานเกินคาดแล้ว!

‘พี่เมย์น่ะต้องบู๊กว่านี้รู้ไหม มีพ่อเป็นมาเฟีย ใจตัวต้องนิ่ง’

เมษามักบอกกับหล่อนแบบนั้นเสมอ

อันที่จริงพฤษภาก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากเป็นเมษาที่โดนจับตัวมา ป่านนี้เจ้าหล่อนคงปักอกนายลิงยักษ์ด้วยมีดนี่ แล้วก็หนีกลับบ้านไปได้แล้วก็ได้

ทุกครั้งที่พฤษภาเข้มแข็งไม่ได้เท่าน้อง มารดาผู้เป็นหญิงไทยแท้แสนอ่อนหวานของหล่อนมักจะปลอบว่า

‘ถ้าเหมือนพ่อกันหมดสองคน แล้วจะมีใครเหมือนแม่ละจ๊ะ เอพริล เข้มแข็งเหมือนฤดูร้อนที่เมืองไทย ส่วนเมย์ก็ชุ่มฉ่ำอ่อนหวานอย่างฤดูใบไม้ผลิไงลูก แม่ถึงได้ตั้งชื่อตามเดือนเกิดให้เหมาะสม ดีไหมจ๊ะ’

คำปลอบโยนของมารดาทำให้หล่อนอบอุ่นหัวใจได้เสมอ และพึงพอใจกับความเข้มแข็งในแบบฉบับของตนเอง

ต่อให้ยากลำบากแค่ไหน หล่อนก็จะต้องรอดพ้นจากนายเถื่อนคนนี้กลับไปหาพ่อแม่และน้องสาวให้ได้!

“โธ่เว้ย! น้ำเข้ากระโจมหมดแล้ว มัวทำอะไรอยู่ หา!” นายยักษ์ถลันออกมาจากกระโจม ผมเผ้ายุ่งเหยิง ฟ้าแลบแปลบส่องให้เห็นใบหน้าคร้ามเข้ม สายฝนสาดซัดจนผมเผ้ายาวรุงรังนั้นเปียกลู่แนบศีรษะทำให้หน้าตาเขาถมึงทึง น่ากลัวยิ่งขึ้น เสื้อเชิ้ตเปิดกระดุมเปียกแนบแผงอกแกร่ง เอวสอบ หน้าท้องแบนราบ กางเกงยีนสีซีดขาดเกาะสะโพกแน่น ขายาว แกร่งก้าวสวบๆ เข้ามาหาหล่อน

“ยังจะมายืนจ้องผู้ชายตาเป็นมันอยู่อีก ไปดูกองไฟสิ! อ้อยอิ่งเป็นคุณหนูอยู่ได้ พวกผู้ลากมากดี ขี้โกงทั้งก๊ก” เขากระชากมีดไปจากมือบางที่กำลังบวมเป่ง หล่อนกัดฟันหันหลังเดินกลับไปที่กระโจม ใจหายวาบเมื่อเห็นไฟที่เคยลุกโพลงหรี่ลงเหลือเพียงถ่านแดงๆ

“ไฟมอด เธอตาย” เขายังคงตะคอกขู่ไล่หลังตามมา

นายนี่น่าไปทำงานให้พ่อ เอะอะก็ขู่ฆ่า

พฤษภานึกค่อนขอดในใจ พลางประคองใบไม้กิ่งไม้แห้งที่เคยหามา กองไว้ในกระโจม มาจ่อเข้ากับถ่านแดงๆ ห่อปากเล็กเป่าให้เกิดควัน ฟืนดุ้นที่เหลืออยู่ส่งประกายไฟแดงๆ แล้วก็วูบดับ เหลือเพียงควันอ้อยอิ่ง พฤษภาสูดลมเข้าปอดจนแก้มป่องแล้วเป่าฟู่ยาวๆ ควันเริ่มก่อตัวกันมากขึ้น หล่อนรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายเป่าพรวดเข้าไปอีกหลายครั้ง ไม่นานเปลวไฟสีส้มก็ลุกโชน

“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว” สาวน้อยทายาทคนโตของตระกูลมาเฟียคูเปอร์สไตน์ทรุดลงนั่งบนพื้นเปียกแฉะ ทอดถอนใจอย่างโล่งอก

ไม่นานประตูกระโจมอีกฟากก็เปิดออก พร้อมร่างแกร่งที่เดินก้มศีรษะกระแทกกระทั้นจนกระโจมแทบพังเข้ามาด้านใน เปลวไฟที่ลุกสว่างทำให้หล่อนเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเขาได้ชัดเจน

“มองอะไร” เขาตะคอกจนหล่อนสะดุ้ง เบือนหน้าไปด้านนอก ไม่ต่อคำด้วย เสียงเขาขยับสวบสาบ ประเดี๋ยวก็เงียบไป หล่อนคิดว่าเขาคงนอนแล้ว แต่ที่ไหนได้

“กลัวจะตายช้าหรือไง”

พฤษภาไม่แน่ใจว่านั่นเป็นคำถามหรือเปล่า หล่อนหันมามองสบตาเขา ใบหน้าเรียวรี ซูบตอบ ผมสีคาราเมลเข้มเปียกแนบศีรษะ เสื้อผ้าเปียกโชกไม่มีชิ้นดี

“มีสมองหรือเปล่า ฝนตกไม่รู้จักหลบ”

โอย คราวนี้หล่อนแทบอดปากไว้ไม่ไหว ต้องก้มหน้ากัดปากตัวเองไว้แน่น

ก็ก่อนหน้านี้เขาเองที่เป็นคนบอกไว้ว่า ‘อย่าสะเออะเข้ามานอนกับฉันล่ะ ฉันยังไม่คิดสั้นยุ่งกับเธอ ต่อให้อยากแทบตายก็ไม่รับประทาน!’

พฤษภาแหงนหน้ามองฟ้า ฝนเทลงมาอย่างหนักไม่มีทีท่าจะซาลงราวกับจงใจกลั่นแกล้งหล่อน

“อยากตายก็ยังตายไม่ได้หรอกนะ เข้ามาข้างใน” คำสั่งนั้นราววาจาสิทธิ์ พฤษภาเองก็กลัวตัวเองปอดบวมหรือหนาวตายอยู่เหมือนกัน หล่อนหยิบฟืนสองสามท่อนสอดใส่กองไฟไว้อีก เผื่อตัวเองเผลอหลับไปจะได้ไม่โดนว่าเข้าอีก เรียบร้อยแล้วจึงคลานเข้ามาในกระโจมแห้งอุ่น

“โน่น ไปนอนมุมโน่น!” เขาชี้มือไปที่มุมมืดเล็กๆ ที่พอแค่ให้หล่อนเข้าไปนั่งขดตัวอยู่ เพราะขืนเหยียดขายาวเรียวออกมาคงกระทบเนื้อกระทบตัวเจ้าของกระโจมเป็นแน่

แต่ก็ยังดีกว่าตากฝนจนหนาวตายล่ะน่า หล่อนนึก ค่อยๆ เอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ที่กระโจมพิงอยู่ฟากหนึ่ง ทันทีที่แผ่นหลังแตะผิวขรุขระของต้นไม้ต้นนั้นพฤษภาก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนทั้งกายใจจนรุ่งเช้า

*******************************

ทักทายค่ะนักอ่านทุกท่าน

ได้ฤกษ์งามยามดีลงผลงานใหม่ล่าสุดของ 'หอมดึก' ผู้แต่ง 'พนาพร่ำรัก' แล้วค่ะ 555+ เรื่องนี้ทีมงานได้ข่าวมาว่าหอมดึกได้แรงบันดาลใจจากหลายๆ อย่างเลย โดยเฉพาะชื่อนางเอกทั้ง 2 ชื่อ ซึ่งมาจากฤดูกาลของต่างประเทศ และมีประเด็นของ 'เสือ' ที่มีข่าวหนาหูในบ้านเราช่วงปีที่ผ่านมาด้วย อิอิ ครั้งนี้ทีมงานขอบอกเลยว่าเป็นนิยายอีกหนึ่งเรื่องที่ทั้งสนุก ติดหนึบ และประทับใจมากๆ ไม่แพ้พนาพร่ำรักเลย^^ พ่อเสือทั้งสองถึงแม้บุคลิกจะต่างกัน คนนึงเถื่อนคนนึงขรึม แต่อ่านแล้วหวั่นไหวไปโม้ดดดด นอกจากนี้ยังได้ยิ้มไปกับความรักและความน่ารักของสองพี่น้องเมษาพฤษภาด้วยค่ะ ไม่ตีพิมพ์ไม่ได้จริงๆ ยังไงฝากติดตามกันด้วยนะคะ มีรายละเอียดเปิดจองออกมาเมื่อไหร่จะรีบแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ จุ๊บๆ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sunsunkob
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 1 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Siriporn Kajokpab
อ่านตอยแรกค่ะสนุก
เมื่อ 2 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว