ปล่อยให้เทพเขาคุยกัน 修真聊天群-บทที่ 1 ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซาน และกลุ่มเก้ามณฑล (1)

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ปล่อยให้เทพเขาคุยกัน 修真聊天群

บทที่ 1 ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซาน และกลุ่มเก้ามณฑล (1)

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562

สิ้นสุดฤดูใบไม้ผลิ เข้าสู่ฤดูร้อน

ในฤดูนี้ อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนของแคว้นเจียงหนานจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ช่วงกลางวันแม้จะสวมเพียงกางเกงขาสั้น แต่ร่างกายกลับร้อนระอุราวกับเนื้อย่าง พอตกกลางคืนก็ได้แต่นอนหนาวขดอยู่บนเตียงราวกับนกแช่แข็ง

ณ มหาวิทยาลัยเจียงหนาน เวลาบ่ายสองโมงครึ่ง เป็นเวลาที่นักศึกษาทุกจะต้องเข้าห้องเรียนแล้ว แต่ซ่งซูหังยังคงนั่งดูหนังอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ในหอพักอย่างสบายใจ

เดิมทีเขาไม่ใช่คนมีนิสัยชอบโดดเรียน แต่เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงหัวค่ำทำให้เขานอนละเมอและเผลอทำท่า ‘มังกรคู่ทะยานฟ้าเหนือวารี’ จนล้มหน้าคว่ำใส่ผ้าห่มของตัวเอง

และในคืนเดียวกันนั้นเอง อุณหภูมิก็ลดต่ำลงอย่างน่าประหลาด ซ่งซูหังที่ใส่แค่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียวต้องคลำสะเปะสะปะไปทั่วเตียงเพื่อหาผ้าห่ม แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เลยต้องนอนสั่นสะท้านด้วยความหนาวไปจนถึงเช้า

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้า ซ่งซูหังก็โดนพิษของไข้หวัดเล่นงานไปเรียบร้อย หนักถึงขนาดที่เพื่อนร่วมห้องต้องโทรไปแจ้งหยุดเรียนให้กับเขาที่ตอนนี้ทำได้เพียงแค่กลืนยาลงท้องและนอนพักอย่างสงบบนเตียง

ไข้ที่ขึ้นสูงเริ่มบรรเทาลงบ้างแล้ว แต่ร่างกายของเขายังคงอ่อนแออยู่มาก ด้วยสภาพเช่นนี้จึงไม่สามารถไปเข้าชั้นเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ได้ เลยต้องอาศัยนอนดูหนังในห้องแก้เบื่อไปพลางๆ

แถบแสดงการเล่นหนังบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เลื่อนไปอย่างช้าๆ แต่เพราะฤทธิ์ของยาที่หนักหน่วง ทำให้เปลือกตาของเขาหนักเสียจนดูไม่รู้เรื่อง

“เห้อ เมื่อไหร่ยาจะหมดฤทธิ์เสียที” ซ่งซูหังหาววอด

ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง

จู่ๆ ที่ตรงมุมล่างด้านขวาของจอคอมพิวเตอร์ ก็ปรากฎเสียงร้องเตือนของโปรแกรมแชทดังขึ้น

มีใครบางคนต้องการเพิ่มเขาเป็นเพื่อนหรือไม่ก็เชื้อเชิญเขาให้เข้ากลุ่มแชทอีกแน่

“ใครแอดมาอีกละเนี่ย?” ซ่งซูหังพึมพำ จากนั้นก็กดข้อความขึ้นดู

[ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานได้ส่งคำขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน]

ข้อมูลเพิ่มเติม : ไม่มี

ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซาน คิดนานไหมกว่าจะตั้งชื่อประหลาดแบบนี้ได้

“หรือว่าจะเรียนอยู่ห้องเดียวกัน?” ซ่งซูหังเริ่มลังเล ไม่แปลกที่เขาจะนึกถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยมหาวิทยาลัย

เพราะมีหลายคนที่บุคลิกแปลกประหลาดโดยเฉพาะพวกที่คลั่งไคล้เกมคอมพิวเตอร์

คิดได้เช่นนั้น เขาก็ตัดสินใจกด “ยอมรับ” โดยปริยาย

ทันใด หน้าต่างแจ้งเตือนอีกอันหนึ่งก็เด้งสวนขึ้นมา

[ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานได้เชิญคุณเข้าร่วมกลุ่มแชทชื่อ 'กลุ่มเก้ามณฑล (1)’ คุณจะยอมรับหรือไม่?]

ซ่งซูหังกดปุ่ม “ยอมรับ” ในทันที

'แรงกดดันอันมหึมาแห่งขุนเขาตำรา' ได้ตอบรับการเข้าร่วมกลุ่มเก้ามณฑล (1)

[คุณได้ตกลงเข้าร่วมกลุ่มแล้ว กรุณาแนะนำตัวต่อสมาชิกกลุ่ม]

จากนั้น ระบบก็ส่งอีโมติคอนรูปหน้ายิ้มมาให้เขาเพื่อเป็นการทักทาย

หลายปีมานี้ บรรดาโปรแกรมแชททั้งหลายได้พัฒนาตัวเองขึ้นมากจนจะคล้ายกับมนุษย์เข้าไปทุกทีแล้ว

หลังจากที่โดนกระหน่ำแจ้งเตือนให้อ่านข้อความ ซ่งซูหังที่ง่วงนอนเสียจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นตัดสินใจปิดการ

แจ้งเตือนทั้งหมดเป็น ‘ไม่แจ้งเตือนโพสใหม่’ เพื่อที่จะได้หนีไปนอนต่อ

หลังจากที่ผ่านการนอนมาอย่างเต็มอิ่ม เขาจึงแวะเข้ามาดูบันทึกการสนทนาของกลุ่มย้อนหลังเพื่อศึกษา

พฤติกรรมของผู้ร่วมสนทนาและเนื้อหาของบทสนทนาอีกครั้ง

ทันทีที่ปุ่มแชทของเขาแสดงสถานะสีเขียว สมาชิกของกลุ่ม ‘กลุ่มเก้ามณฑล (1)’ ที่แอบซุ่มก็เริ่มเคลื่อนไหว

เริ่มด้วย ‘หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือ’ ส่งข้อความเป็นคนแรกว่า “ท่านคือสมาชิกใหม่ที่ท่านราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานได้เชิญเข้ามาใช่หรือไม่? นานนับปีแล้วที่กลุ่มของเราไม่ได้เปิดรับสมาชิกใหม่เลย ขอท่านได้โปรดแนะนำตัวอย่างเป็นทางการด้วย”

ไม่ทันไร 'คุณชายเจ็ดแห่งสกุลซู' ก็ยิงข้อความสวนขึ้นมาทันควัน “นักพรตเต๋าคนใหม่รึ? มาจากแคว้นใดของดินแดนหัวเซี่ยเล่า? บำเพ็ญเพียรอยู่ที่ถ้ำแห่งใดกัน? นามที่แท้จริงของท่านคือกระไร? แล้วเป็นเซียนระดับไหนแล้ว?”

{หัวเซี่ย - เป็นชื่อดั้งเดิมของประเทศจีน}

คำถามของคนในกลุ่มนี้พิลึกเสียจริง!

ขณะเดียวกัน ข้อความใหม่จากสมาชิกชื่อ ‘กระบี่คลั่งสามคลื่น’ ก็แทรกขึ้น “นักพรตเต๋าท่านนี้เพศใดรึ? เป็นเทพธิดาใช่หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้น ได้โปรดบอกขนาดบั้นท้าย เอว และสะโพกของท่าน พร้อมรูปประกอบด้วยจักดีมาก”

เมื่อได้เห็นข้อความใหม่จากคุณชายเจ็ดแห่งสกุลซูและกระบี่คลั่งสามคลื่น สมาชิกคนอื่นๆ ก็เลือกที่จะสงบนิ่ง

“สหายสามคลื่น ท่านผู้ถืออยู่ในลัคนาราศีมีน ได้โปรดอย่าประมาทด้วยการตั้งคำถามที่อาจจะนำพาตัวท่านไปสู่หายนะดังเช่นในอดีตได้” หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือกล่าวเตือน “จะเกิดสิ่งใดขึ้นเล่า หากสมาชิกใหม่ท่านนี้เป็นผู้อาวุโสสูงสุด!”

โดยปกติแล้ว กระบี่คลั่งสามคลื่นเป็นสหายที่น่าคบหายิ่ง ทั้งซื่อสัตย์และมีน้ำใจต่อผู้อื่น ความสัมพันธ์ของเขากับสมาชิกคนอื่นๆ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ทว่าปัญหาเดียวที่มีมาตลอดก็คือ การชอบพูดจาแบบขวานผ่าซากและติดลามกจกเปรตมากไปหน่อย

“ท่านผู้มีเมตตาได้โปรดอย่าเอ่ยคำว่าอาวุโสสูงสุดอีกเลย เพราะพวกเขาคือเงามืดที่เกาะกุมหัวใจดวงน้อยขององค์ชายอย่างข้ามานานแสนนาน” จบประโยค กระบี่คลั่งสามคลื่นก็ส่งอีโมติคอนรูปหน้าร้องไห้ยาวเป็นบรรทัดออกมา

เมื่อสีปีก่อน ปากพล่อยๆ ของเขาได้ล่วงเกินผู้อาวุโสสูงสุดโฉมงามท่านหนึ่ง ต่อมาเขาเลยโดนลงโทษอย่างหนักเป็นเวลายาวนานกว่าหนึ่งปีสี่เดือน และสิ่งนี้ก็ตามหลอกหลอนเขาให้ได้น้ำตารื้นทุกครั้งที่นึกถึง

ทันทีที่กระบี่คลั่งสามคลื่นโอดครวญจบ อีโมติคอนรูปหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ก็ถูกหน่ำส่งออกมาโดยทุกคนที่ชอบอกชอบใจในความทุกข์ระทมของเขา

“หึๆ มีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นกันมากเลยสินะ ข้า! องค์ชายสามคลื่นจะขอจดจำทุกท่านเอาไว้อย่างขึ้นใจ เพื่อที่รสชาติความแข็งแกร่งของกระบี่เร็วรี่ทั้ง 72 กระบวนท่าจะได้ไม่ถูกนำไปใช้ผิดคน!” เขากล่าวด้วยความโกรธขึ้ง

แต่แทนที่ทุกอย่างจะสงบลง กลับมีอีกหนึ่งอีโมติคอนรูปหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์จาก ‘คุณชายเจ็ดแห่งสกุลซู’ ลอยขึ้นมาปิดท้ายพร้อมคำพูดเชิงท้าทาย “จัดประลองตัวต่อตัวกันเลยไหมล่ะ?”

“…..” กระบี่คลั่งสามคลื่นไม่ตอบโต้ นั่นก็เพราะเขารู้ดีว่าไม่มีทางสู้อีกฝ่ายได้แน่นอน

การบำเพ็ญตบะของกระบี่คลั่งสามคลื่นล้ำลึกจนก้าวเข้าสู่ระดับ 5 ของจิตวิญญาณแล้ว อีกเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปดก็จะสามารถพิชิตระดับ 6 ได้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถเอาชนะคุณชายเจ็ดได้อยู่ดี และแม้เพลงกระบี่ 72 กระบวนท่าของเขาทั้งรวดเร็ว ดุร้ายและบ้าคลั่ง เป็นที่เกรงขามในยามโกรธขึ้ง ซ้ำยังครอบครองวิชาเคลื่อนกายดั่งสายฟ้าฟาดอีก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงแพ้คุณชายเจ็ดแห่งสกุลซูอยู่วันยังค่ำ

เมื่อสามคลื่นปิดปากสนิทไม่ยอมตอบโต้คุณชายเจ็ด สมาชิกที่เหลือก็ได้ทีพากันส่งอีโมติคอนรูปหน้าหัวเราะมาให้ยาวพรืดเต็มบรรทัด

ผ่านไปได้สักพัก หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือก็เอ่ยขึ้น “นักพรตเต๋าคนใหม่ ท่านจะไม่ส่งเสียงทักทายพวกเราหน่อยรึ?”

ถึงตอนนี้ ซ่งซูหังที่สลึมสลือเพราะฤทธิ์ยาแก้หวัดก็ไม่อาจฝืนลืมตาต่อได้อีก

คุณชายเจ็ดแห่งสกุลซู เริ่มอยากจะแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้บ้าง “ท่านนักพรตเต๋าคนใหม่มีนามว่า 'แรงกดดันอันมหึมาแห่งขุนเขาตำรา' มีท่านใดเคยได้ยินชื่อนี้บ้างหรือไม่? นามแบบนี้ฟังดูราวกับบัณฑิตคลั่งตำราก็ไม่ปาน หรือว่าจะเป็นคนของพรรคหรู่เหมิน? ช่างน่าตื่นเต้นอะไรเช่นนี้! สองสามปีที่ผ่านมาคนของพรรคหรู่เหมินชอบซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ ยากที่จะหาพวกเขาได้เจอ ข้าเคยคิดมาตลอดว่าคนของพรรคหรู่เหมินต่อสู้ได้มันส์กว่าพวกนักพรตเสียอีก ปากก็จัด หมัดก็แรง แถมพอต่อกรกันเสร็จ ก็ยังร่ายกลอนยาวอันแสนไพเราะให้ฟังอีก ข้าชอบประมือกับพวกเขาที่สุดเลย”

“คุณชายเจ็ด เมื่อใดที่มีนักพรตเต๋าคนใหม่เข้ากลุ่ม ท่านจะคอยจ้องแต่เพียงว่าเขาสามารถเป็นคู่ต่อสู้ที่ดีในอนาคตได้หรือไม่ แค่นั้น?” กระบี่คลั่งสามคลื่นส่งอีโมติคอนรูปหน้าร้องไห้ออกมา “นี่มันวิถีของพวกเผด็จการชัดๆ เลย!”

“เอ่อ... คือข้า” คุณชายเจ็ดแห่งสกุลซูรู้สึกอับอายเล็กน้อย

หมอพเนจรแห่งลุ่มน้ำเหนือยิ้มเยาะพลางกล่าว “หรือท่านอาวุโสสูงสุด ไม่คุ้นชินกับการแชทผ่านโปรแกรมเยี่ยงนี้?”

ที่เขากล่าวขึ้นมาก็เพราะว่าสี่ปีก่อน มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งออกจากการบำเพ็ญเพียรหลังจากเก็บตัวเงียบมากว่าหนึ่งร้อยปี ผู้อาวุโสหญิงท่านนั้นถูกเชิญเข้ากลุ่มโดยราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานและไม่ถูกโฉลกกับโปรแกรมแชทแบบนี้อย่างมาก แม้แต่จะกดแป้นพิมพ์ก็ยังไม่รู้วิธี เหตุนี้นางจึงไม่สามารถสื่อสารกับผู้ใดได้เลย

แต่กระนั้น ใครบางคนที่ชื่อว่ากระบี่คลั่งสามคลื่นก็ได้กล่าววาจาหยาบคาบอย่างสนุกสนานต่อผู้อาวุโสท่านนี้ ด้วยการเซ้าซี้ให้นางโพสรูปสัดส่วนสามอย่างและรูปส่วนตัวแบบไร้มารยาท

สองสามวันถัดมา กระบี่คลั่งสามคลื่นก็ได้ยลโฉมผู้อาวุโสท่านนี้ด้วยตาของตัวเอง เธอเป็นผู้อาวุโสที่งดงามมาก เปล่งประกายเหมือนดวงจันทร์ที่สุกสว่างสดใสยามค่ำคืน แต่สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือ คำสั่งลงโทษองค์ชายสามคลื่นเป็นเวลาหนึ่งปีกับอีกสี่เดือน ก่อนที่นางจะ left group จากไปแบบสะใจสุดๆ

ถึงตอนนี้ สมาชิกนามว่า ‘จ้าวโอสถ’ ก็ส่งข้อความแบบสั้นและไม่ได้ใจความมาว่า “ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซาน?”

โชคดีที่สมาชิกกลุ่มพอจะเดาความหมายของจ้าวโอสถได้บ้าง ว่าเขากำลังถามถึงราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซานอยู่ และเหตุผลที่จ้าวโอสถมักจะส่งข้อความแบบสั้นๆ มาก็เพราะว่า เขากำลังวิดพื้นด้วยสองนิ้วในขณะที่พิมพ์นั่นเอง

“พอส่งคำเชิญเสร็จ ท่านราชันย์ก็ออกจากระบบเพื่อไปไล่ล่ามารสุนัขสุดหวงแหนของตระกูลที่หนีออกจากบ้านไป” กระบี่สั้นสามคลื่นแจ้งข่าว

“ถ้าเช่นนั้น พวกเราก็ควรจะรอให้นักพรตเต๋าคนใหม่เรียนรู้การใช้งานโปรแกรมแชทเสียก่อน” คุณชายเจ็ดแห่งสกุลซู ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย

หนึ่งชั่วโมงถัดมา ซ่งซูหังก็ตื่นนอนด้วยอาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

“จำได้ลางๆ ว่า มีใครบางคนเพิ่มฉันเข้ากลุ่มแชทใหม่ที่ชื่อเก้ามณฑล (1)” เขาพึมพำกับตัวเอง พร้อมกดเข้าไปดูที่แชทของกลุ่มทันที

เขาเลื่อนผ่านแบบลวกๆ “นี่มันกลุ่มประเภทไหนกันเนี่ย? นักพรตเต๋า ถ้ำบำเพ็ญเพียร มีผู้อาวุโสด้วย ราชันย์ตัวจริงแห่งเขาหวงซาน องค์ชาย ไล่ล่ามารสุนัข นี่มันศัพท์จากนิยายเทพเซียนชัดๆ!”

ทุกคนในกลุ่มล้วนตั้งชื่อด้วยศัพท์โบราณ การพูดคุยก็ดูติดๆ ขัดๆ เหมือนคนสมัยใหม่ที่พยายามจะทำตัวให้ดูเหมือนคนสมัยก่อนด้วยการใช้ภาษาจีนคลาสสิคขั้นพื้นฐาน

“ฮะฮะ หรือนี่จะเป็นกลุ่มคลั่งไคล้นิยายเทพเซียนแบบขั้นสุด?” ซ่งซูหังหัวเราะในลำคอ “หมกมุ่นขนาดนี้ ต้องใช่แน่ๆ”

แต่ทำไมต้องเชิญเขาเข้ากลุ่มด้วยล่ะ? หรืออาจจะแค่ส่งผิด?

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย tuangtuang
ต้องติดตามตอนต่อไป
เมื่อ 2 วัน 3 ชั่วโมงที่แล้ว

ความเห็นโดย Sukanya Dechying
น่าสนใจค่า
เมื่อ 1 สัปดาห์ 2 วันที่แล้ว

รีวิว