KASIBSHOL CATSTER วุ่นนัก... เมื่อแมวหลงรักมาเฟียร้าย

Chapter 1

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนที่ดังขึ้นเป็นระยะทำให้ผมซึ่งกำลังหลบอยู่หลังพุ่มไม้ต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ที่จริงวันนี้ภารกิจของผมมันก็แค่ภารกิจง่ายๆ อย่างการทวงหนี้ แต่แล้วทำไมมันถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้

“เอาไงมึง” ไอ้ไนท์ที่นั่งหลบอยู่ข้างๆ เอ่ยถามผมพร้อมกับยกมือปาดเหงื่อไปด้วย

เอาจริงๆ วันนี้มีแค่ผมกับมันสองคน ส่วนไอ้พวกที่รอเป่าหัวเราอยู่นั้นมีเป็นสิบ ไม่สิ... หลายสิบด้วย

“มึงว่ามันมีเงินมั้ย” ไนท์หันมาถามพร้อมกับเลิ่กคิ้วใส่ผม ยังไงวันนี้ภารกิจพวกผมก็ต้องสำเร็จ... ไม่งั้นบอสแม่งล้อตายห่า

ใช่แล้วล่ะ... ผมว่าพวกคุณคงพอจะเดาได้ว่าผมทำงานอะไร ผมชื่อ
‘พัตเตอร์’ ทำงานให้กับแก๊งคาซิบโชล หนึ่งในแก๊งมาเฟียที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศ แน่นอนว่าก่อนหน้านี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น... และตอนนี้ก็เป็นคราวของผม

ผมอาจจะกำลังโดนพวกแม่งเป่าหัวในอีกไม่กี่นาทีนี้...

“ถ้าไม่มีแล้วมันจะเอาปืนมาจากไหน” ผมตอบคำถามของไอ้ไนท์ ก่อนจะหันไปมองพวกลูกหนี้ที่ทำตัวเป็นกบฏ ให้ตายเถอะ... แม่งถือไรเฟิล

ปัง!

ตุ้บ...

“เหี้ยเอ๊ย! เฉียดหัวกูไปนิดเดียวเอง” ผมสบถหลังจากที่ใจหายวาบและเห็นเศษผมกระจุกหนึ่งของตัวเองร่วงลงมา ถึงแม้จะหลบอยู่หลังพุ่มไม้แต่ความจริงแล้วมันกันลูกปืนไม่ได้เลยไง ผมแหว่งรึเปล่าก็ไม่รู้!

“คิกคิกคิก” เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเป็นของไอ้เพื่อนเวรข้างๆ จะตายหมู่อยู่แล้วแม่งยังเสือกมาอารมณ์ดีแถมยังชี้มือชี้ไม้มาที่หัวผม

“ไม่ต้องมาขำกู ไปฆ่าพวกแม่งให้หมด ถ้ามันไม่มีเงินมาคืนบอสก็เอาปืนพวกแม่งไปขาย” ผมเอ่ยก่อนจะถีบมันด้วยความหมั่นไส้ และไอ้ไนท์ก็รับปากมาอย่างว่าง่าย

“ได้” ส่วนผมก็แค่นั่งรอ... เพราะผมงอนมัน

หลังจากที่ไอ้ไนท์ผละออกไปจากตรงนี้ ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงปืนที่เคยดังเปรี้ยงปร้างก็ค่อยๆ เงียบลงไป ผมนั่งกระดิกเท้ารอจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายน่าจะตายหมดถึงได้ผุดลุกขึ้นแล้วบิดขี้เกียจเพราะความเมื่อยล้า

โอเค... พวกนั้นนอนกองอยู่บนพื้นหมดส่วนไอ้ไนท์ก็กำลังแงะปืนออกจากศพ ผมควรตามหาว่าพวกแม่งเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน ภารกิจนี่จะได้เสร็จๆ ไปสักที คิดดังนั้นผมจึงขยับเท้าเตรียมจะก้าวออกจากพุ่มไม้โง่ๆ นี่ ทว่าทันใดนั้น...

สวบ

เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างขยับก็ดังขึ้นจนผมหยุดชะงัก ผมหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่เห็นอะไร แต่ถ้าอยากแน่ใจ... ผมต้องเข้าไปดู

คิดดังนั้นผมจึงหันกลับไปมองไอ้ไนท์ที่ยังวุ่นวายอยู่กับการรวบรวม
ปืนไรเฟิลมากองไว้ ก่อนจะหันกลับมายังอีกฝั่งที่มีเพียงต้นไม้ หญ้ารกๆ และความมืดมิด ผมตัดสินใจเดินเข้าไปดูพร้อมกับใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือส่องไปด้วย ผมอยากมั่นใจว่าจะไม่มีพวกมันตัวไหนยังมีชีวิตรอดอยู่

“ไอ้พัต มึงทำไรวะ” เสียงไอ้ไนท์ดังขึ้นในนาทีหนึ่งขณะที่ผมกำลังกวาดสายตาไปรอบๆ พงหญ้า

“แปบนึง” ผมตอบมันกลับไปโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมอง ก่อนจะต้องผงะตอนที่แสงจากโทรศัพท์มือถือส่องไปกระทบกับตัวอะไรสักอย่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาน

“เชี่ย... แมวนี่หว่า” ผมสบถออกมาอย่างตกใจและทำอะไรไม่ถูก ประเด็นคือมันยังไม่ตายเพราะผมเห็นการเคลื่อนไหวจากลมหายใจผะแผ่วนั่น แต่ดูแล้วยังไงผมก็ว่าไม่น่าจะรอด...

ปล่อยไว้แบบนี้หรอ?

ผมคิดพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างลำบากใจ ผมไม่ใช่คนรักสัตว์ ไม่เคยสนใจพวกหมาแมวมาก่อนเลยในชีวิต แต่เข้าใจใช่มั้ยว่าเห็นมันในสภาพแบบนี้จะทิ้งไปเฉยๆ ความดีที่มีอยู่ในตัวอันน้อยนิดก็เสือกกำเริบเสิบสานขึ้นมาเสียอย่างนั้น ในที่สุดผมก็ตัดสินใจอุ้มแมวตัวนั้นขึ้นมากอดไว้ มันไม่ไหวติงแต่ยังหายใจอยู่

“มึงเอาอะไรมา” ไนท์เอ่ยขึ้นตอนที่ผมเดินเข้าไปจนอยู่ในระยะสายตาของมัน ได้ยินดังนั้นผมก็ก้มมองเจ้าแมวตัวสีขาวในอ้อมกอดซึ่งตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ก่อนจะเงยหน้ามองคนถามอีกครั้ง

“แมว” ผมตอบ ส่วนไอ้ไนท์เองก็ก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ พร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น ไอ้ไนท์มันเป็นคนรักสัตว์ เหมือนว่าที่บ้านมันก็เลี้ยงลูกหมาอยู่คอกหนึ่ง แต่ป่านนี้คงโตหมดแล้วมั้ง

“โดนไรมาวะ” คนรักสัตว์ถาม ส่วนผมเองก็ได้แต่ส่ายหน้าและคาดเดาไปตามความคิดของตัวเอง

“กูว่าโดนยิง” ผมเอ่ย จำได้ว่าตอนที่ไอ้พวกลูกหนี้เวรมันสาดกระสุนใส่มามั่วๆ เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรร่วงด้วย สงสัยว่าเจ้าเหมียวนี่อาจอยู่บนต้นไม้และโดนลูกหลงเข้าแน่ๆ

“กูว่าไม่น่ารอดว่ะ แต่จะลองพาไปหาหมอก่อนก็ได้ กูรู้จักโรง’บาลสัตว์ที่อยู่แถวๆ นี้” ไนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ก่อนที่ผมจะพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

“เออ มึงเจอเงินยัง” ผมถามเมื่อนึกขึ้นได้ เพราะยังไงวันนี้ผมก็ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ ผมไม่อยากโดนบอสหัวเราะเยาะแล้วชี้หน้าล้อเลียนพร้อมกับพูดว่า ‘กากว่ะ แค่ให้ไปทวงหนี้ยังทวงไม่ได้’

“ได้มาแล้ว แถมไรเฟิลอีกสิบสามกระบอก” เพื่อนรักตอบพร้อมกับก้มลงไปรวบกระบอกปืนพวกนั้นเอาไว้ในอ้อมแขน หลังจากนั้นเราก็ไปจากที่นี่... พร้อมกับแมวสีขาวตัวหนึ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตผมไปทั้งชีวิต

ณ โรงพยาบาลสัตว์ เขตเซ็นทรัล

“อาการหนักมากนะคะคุณไนท์ โชคดีที่กระสุนไม่ฝังในแต่น้องเสียเลือดมาก หมอต้องให้เลือดและดูอาการว่าจะรอดคืนนี้มั้ย” นั่นเป็นประโยคของ
สัตวแพทย์สาวที่เอ่ยกับไอ้ไนท์เพื่อนผม หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเราพาแมวตัวหนึ่งในสภาพโชกเลือดมาส่งให้คุณหมอดูอาการ

“ขอบคุณมากครับหมอ” เพื่อนผมเอ่ยขอบคุณคุณหมอ ก่อนจะหันมาสบตาผมที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ทางด้านหลัง

“แล้ว... เอาไงต่อ” ผมถามเพราะคิดอะไรไม่ออก มันเป็นอารมณ์ที่อยากช่วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“พวกเรากลับฐานทัพกันก่อนแล้วกัน ถ้ามีอะไรหมอคงโทรมาบอก” ไนท์ตอบก่อนจะเดินเข้ามากอดคอผมแล้วพวกเราก็ทิ้งแมวตัวนั้นไว้ข้างหลัง

หลายชั่วโมงผ่านไปจนเวลาล่วงเลยมาถึงกลางดึก ปรากฏว่าผมนอนไม่หลับ... สมองมันเอาแต่กังวลเรื่องแมวตัวนั้นจนผมฟุ้งซ่านเหมือนคนบ้า มันเป็นครั้งแรกที่ผมเป็นเดือดเป็นร้อนกลัวว่าสัตว์ตัวเล็กๆ นั่นจะตาย แบบนี้รึเปล่าที่คนเขาเรียกว่าถูกชะตา

หงุดหงิดเป็นบ้า...

และในที่สุดผมก็ทนความรู้สึกงี่เง่านั่นไม่ไหวถึงได้ลุกจากเตียงแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเดินลงมายังโถงชั้นล่างของฐานทัพก็เห็น ‘ไอ้ปริ๊นซ์’ เพื่อนในแก๊งของผมทำอะไรกุกกักอยู่ในห้องครัว

“ทำไรวะ” ผมทักมันพร้อมกับยืนพิงประตูห้องครัว ในขณะที่คนถูกถามก็หันมามองผมเล็กน้อยแล้วหันกลับไปทำอะไรของมันต่อ

“ชงนมให้ลูก” มันว่า และผมก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ไอ้ปริ๊นซ์มันเป็นพ่อลูกอ่อน ตอนนี้ลูกมันยังอายุไม่กี่เดือนเองมั้ง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Farwanwan
เพิ่งเข้ามาอ่าน
เมื่อ 2 เดือน 3 วันที่แล้ว

รีวิว