หนูจะฝ่า...ทะลุตะวัน
แฟนตาซี-ไซไฟ
หนูจะฝ่า...ทะลุตะวัน
แฟนตาซี-ไซไฟ
vuuvam
พ่อ รอหนูด้วย หนูจะตามหาพ่อ หนูต้องรู้ให้ได้ว่าพ่อทำอะไรอยู่ที่ใหน หนูจะใช้ความรู้ และทรัพยากรทั้งหมดที่หนูมีตามหาพ่อ หนูไม่เชื่อหรอก ว่าชีวิตนี้ หนูจะตามหาพ่อไม่เจอ
  • 35 ตอน
  • 376
นิยายโดย
  • 0 คนติดตาม
บทนำ

บทนำ

เมืองกรีนแลนด์ เมืองใหญ่ทางทิศตะวันตกของประเทศเฟิร์สคลาส ด้วยลักษณะที่ตั้งเปรียบดั่งหัวมังกร เมืองนี้จึงเติบโตอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลห้าปี กรีนแลนด์ ได้ขึ้นเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ และใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก พารากอน เมืองหลวง ว่ากันว่าหากย้ายเมืองหลวงเมื่อไหร่ กรีนแลนด์ นี่แหล่ะ คือเมืองหลวงที่แท้จริง

ในอดีตประชากรท้องถิ่นประกอบอาชีพประมง เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขยิ่งนัก เมื่อ5ปีที่แล้วรัฐบาลประกาศให้เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองท่าสำคัญที่ปลอดภาษี นักลงทุนและนักแสวงโชคจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ นับจากนี้ไป เมืองที่เคยสงบร่มเย็นเมืองนี้ จะไม่มีความสงบสุขอีกแล้ว

03.00 น. ค่ำคืนนี้มีหิมะโปรยปราย ช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่กำลังหลับใหล คลังสินค้าที่ห่างใกลชุมชนแห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกของเมืองกลับมีแสงไฟสว่างไสว เสียงคนตะโกนสั่งการ เสียงหอบหายใจ ยกของ ลากของ เสียงเครนลำเลียงสินค้า เสียงเครื่องจักร เสียงเครื่องยนต์ ดังระงมกระหึ่มไปทั่วบริเวณ

“เฮ้ย!ระวังหน่อย นี่เป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมจากเมืองไทย พวกแกต้องระมัดระวังอย่าให้เสียหายนะเว้ย” ไบโซ หัวหน้าคนงานวัย25ปีตะโกนสั่งคนงานเสียงเคร่งเครียด

“นายสั่งว่าต้องขึ้นตู้ให้หมดก่อนตีสี่จะทันมั๊ยเฮีย” สินธา ลูกน้องคนสนิทกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ไม่รู้หว่ะ ถ้าตี3ครึ่งยังไม่เรียบร้อย เอ็งกับข้าเตรียมเอาคอไปพาดรางเครนรอนายได้เลย”

สินธาถึงกับตาเหลือกกลืนน้ำลายเสียงดังเฮือก

“ไปทำงาน” แล้วก็ตกใจกับเสียงตวาดของไบโซ

ประตูหน้าของคลังสินค้า รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จอดเรียงแถวเจ็ดคัน ทุกคันกำลังจะออกไปยังท่าเรือเพื่อลำเลียงของลงเรือต่อไป ขั้นตอนสุดท้ายที่นี่คือให้หน่วยตรวจเช๊คเซ็นต์ใบอนุมัติผ่านเท่านั้น

รถอีกสี่คันผ่านขั้นตอนเรียบร้อยแล้วแต่ยังจอดรออยู่นอกรั้ว รอคันที่เหลือผ่านขั้นตอนเพื่อจะได้ออกเดินทางพร้อมกัน

ในความมืดสลัวด้านหลังของรถคันที่สองปรากฏเงามืดร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ หยิบอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ อะไรสักอย่างลักษณะสี่เหลี่ยมสีดำมีแสงไฟกระพริบแดงว๊าบๆ เป็นระยะๆ ติดไว้ใต้ท้องด้านหลังรถ

“คันที่สองเคลีย กำลังจะเช๊คอินคันที่สาม” เสียงทุ้มๆ พูดเสียงแผ่วเบากับเฮดโฟน

“เร่งมือหน่อย ระวังเจ็ดนาฬิกาด้วย วาฬเกยตื้นสองตัวสิบห้าเมตร” เสียงดังลอดมาจากเฮดโฟน

เงาดำนั้นเหลียวหลังแว๊บสะบัดตัววูบร่างพลิ้วเข้าไปใต้ท้องรถ กลิ้งตัวผ่านไปยังรถคันที่3อย่างว่องไว ดูก็รู้ว่าได้ผ่านการฝึกร่างกายมาอย่างดี

ผ่านไปสามสิบนาทีในป่าสนอันรกทึบมืดสนิท ฝั่งตรงข้ามคลังสินค้า ดวงตาคมเข้มแวววาวคู่หนึ่งแฝงตัวอยู่หลังต้นสนใหญ่ มองไปยังขบวนคอนเทนเนอร์ทั้งสิบห้าคัน ที่จอดเรียงรายกำลังจะเคลื่อนตัวออกไป

“วาฬใหญ่ฮุบเหยื่อแล้วสิบห้าตัว เริ่มแผนสุขิตทันที”

“ทราบ เทคแคร์ติง*” เสียงตอบดังมาทางเฮดโฟน

“เฮ้ย!ใคร ออกมา” เสียงตะโกนดังลั่น ชายฉกรรจ์สามคนพร้อมอาวุธสงครามมองมา คนเหล่านี้คือหน่วยเวรยามของคลังต่างพากันวิ่งมาทางนี้

“ซวยแล้ว กูโดนเห็น ซียูทูมอโร่เว๊ย” เงาดำผลุดลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในป่าลึก เสียงสวบสาบตามหลังดังไปทั่วบริเวณ

“อยู่นั้นเว๊ย จับตัวมาให้ได้”

“หายไปใหนแล้ว”

บุรุษชุดสูทดำห้าคน พร้อมปืนไรเฟิล สกอร์เปี้ยน ขนาดกระชับมือกระจายกำลัง ต่างหยุดนิ่ง สอดส่ายสายตามองหาร่างคนผู้นั้น

“เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลย”

“ผีป่าววะ แม่งหายไปใหน”

“ไอโง่! ผีกับนายมึงกลัวใคร”

ในความมืด มีแต่แสงไฟฉายวูบวาบจากชายชุดสูททั้งห้าส่องไปทั่วบริเวณ เหนือศรีษะบนกิ่งสนใหญ่สูงราวห้าเมตร เงาร่างหนึ่งสงบนิ่ง หายใจช้าๆ เป็นจังหวะ สายตาคมกล้าจับจ้องไปที่กลุ่มชายเบื้องล่าง

“กระจายไปรอบๆ เว๊ย เจอแล้วให้ส่งสัญญานบอก ถ้าไม่เจอยี่สิบนาทีรวมตัวหน้าคลัง” เสียงชายชุดสูทคนหนึ่งกล่าวสั่ง

“ทราบ หัวหน้า” ทั้งสี่กระจายตัวกันออกไป ยังคงเหลือคนสั่งการยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

ในเวลาเดียวกันบนกิ่งสน เงาร่างหนึ่งนิ่ง มองลงมา เขาค่อยๆ ขยับร่าง หย่อนตัวช้าๆ มือเกาะกิ่งสนทิ้งตัวลงเกาะลำต้นอย่างช้าๆ เงียบกริบ เขาสวมถุงมือเกาะโอบลำต้นสนไว้ ยึดแน่นไม่ร่วงหล่นลงมา หัวหน้าสูทดำยังคงเดินวนเวียนอยู่เบื้องล่าง ทุกอย่างเงียบ ไม่มีเสียงใด นอกจากเสียงหายใจของหัวหน้าชุดสูท

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ร่างนั้นค่อยๆ ไต่ต้นสนลงมาสภาพเหมือนจิ้งจกตัวใหญ่ คงเป็นเพราะถุงมือชนิดพิเศษและชุดดำประหลาดตัวนั้นจึงเกาะแน่นได้ขนาดนี้

ไม่ใช่ฮีโร่ในซีรี่ย์ดัง ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นจนได้ ด้วยความมืด กับการยกมือขยับที่ผิดจังหวะ ร่างเขาร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมือสัมผัสพื้นเขาก็สะบัดตัวเท้าชี้ฟ้าตีลังกาจบลงที่ท่านั่งชันเข่ามือขวายันพื้นมือซ้ายชูตรงชี้ไปด้านหลังอย่างสวยงาม

“เฮ๊ย อยู่นี่เองเหรอ” หัวหน้าชุดสูทหันมาตามเสียงในระยะห่างแค่สามเมตรไม่พลาดแน่เขาแค่นยิ้ม พร้อมพุ่งตัวชาร์ตใส่ทันที

เหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง ปรากฏเป็นหมอกควันสีขาวฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ เขาเหมือนโดนฝุ่นแป้งสาดใส่ หน้า,ตาและหัว ทำให้รู้สึกระคายเคืองต้องหลับตาลงด้วยสัญชาติญาณ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นแค่ชั่วอึดใจเดียว “โอ๊ย!อะไรวะ”

เสียงฝีเท้าวิ่งตรงมา เป็นชายสูทดำอีกสองคน

“หัวหน้า ทาแป้งอะไรขาวทั้งหน้าทั้งตัว ทำอะไรอยู่เหรอ” เสียงลูกน้องวิ่งมาแล้วกล่าวทัก

“ทำห่าอะไรหล่ะ ไอเวรนั่นเล่นกูสิ”

“ใครที่ไหน ไม่เห็นมีใครเลย หัวหน้า”

“หัวหน้าเห็นหน้ามันหรือป่าว”

“เอ๊ะ นี่อะไรเหรอ หัวหน้า” ลูกน้องอีกคนที่เพิ่งจะมาถึงก้มลงเก็บชิ้นเหล็กสปริงขนาดเท่านิ้วโป้งขึ้นมา

“แม่ง!กูต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร” หัวหน้ากล่าวด้วยความเคียดแค้น

ทั้งสามมองหน้ากันอย่างงงๆ คนหนึ่งโดนลูบคม อีกสองคนยืนงง เป็นสภาพที่ชวนทุลักทุเลนัก

อีกด้านหนึ่งสุดเขตของป่าสนเงาร่างหนึ่งโผล่พ้นชายป่าสนออกมา ใช่แล้วนี่คือเงาร่างที่ทุกคนกำลังตามหา เขาวิ่งลงบนถนนตรงหน้าก้มแหวกหญ้าริมทางหยิบเอาสเก๊ตบอร์ดไฟฟ้าที่ซ่อนเตรียมไว้ตั้งแต่หัวค่ำออกมา ขึ้นเหยียบแล้วเคลื่อนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว

เขาเคลื่อนตัวบนถนนผ่านจุดต่างๆ ในเมืองประมาณยี่สิบนาทีก็มาหยุดลงที่บ้านสองชั้นหลังหนึ่ง ริมสวนสาธารณะลักษณะรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร เขากระโดดเกาะรั้วพลิกตัวเข้าด้านในอย่างชำนาญ วิ่งผ่านสนามหญ้าปีนต้นมะยมใหญ่ข้างบ้านเปิดหน้าต่างชั้นสองพาตัวเข้าสู่ความมืดภายในบ้าน

เสียงดีดนิ้วดัง เป๊าะ! แสงไฟสว่างไปทั่วห้องเผยให้เห็นเป็นเด็กชายหนุ่มสวมชุดหนังสีดำแนบเนื้อหน้าตาคมเข้มหล่อเหลา ผิวขาวผอมสูงโปร่งราวหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ทรงผมสั้นเกรียนดูก็รู้ว่ายังเป็นนักศึกษา

เขาถอดชุดออกเก็บอุปกรณ์ทุกชิ้นใส่ตู้ในช่องลับอย่างมิดชิด จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอน ครุ่นคิด ‘เครื่องยิงแป้งพังอีกแล้ว ครั้งนี้คงต้องอัพเกรดใหญ่เสียที’

ดีดนิ้วดัง เป๊าะ! แสงสว่างภายในห้องดับมิดสนิทคงมีแต่แสงจันทร์ที่สาดส่องมาทางหน้าต่างเสียงลมพัดภายนอกดังวู๊วู๊ ดุจเสียงเพลงธรรมชาติ กับหิมะที่ตกโปรยปราย มองดูเป็นภาพที่งดงามนัก

“มิชั่นคอมพรีส นู๊พสาดออฟไลน์” เขาพูดใส่อุปกรณสื่อสารเล็กๆ แล้ววางลงในช่องลับโต๊ะข้างเตียงหยิบฉวยผ้านวมที่ปลายเท้าห่มครึ่งตัวแล้วหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย

เทคแคร์ติง* โค๊ตลับหมายความว่าให้ระวังทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

นิยายเรื่องอื่นของvuuvam