หลิงหรง...องค์หญิงน้อยร้อยใจ
รักโรแมนติก
หลิงหรง...องค์หญิงน้อยร้อยใจ
รักโรแมนติก
pusshunkayan
ข้าอุตส่าห์หนีไปเที่ยวได้สามวัน ก็ต้องถ่อสังขารกลับวังเพราะพระบิดามีอนุญาตให้มีการคัดเลือกสาวงามหน้าพระที่นั่ง ไหน...เสด็จพ่อบอกว่ารักแต่เสด็จแม่คนเดียวไงเล่า เช่นนั้นเรื่องอะไรข้าจะต้องยอมอยู่ภายใต้อาณัติแม่เลีี้ยงที่ข้าไม่ชอบขี้หน้า ข้าจึงต้องเฟ้นหาสาวงามที่ข้าชื่นชอบด้วยตัวเอง ฟ้าสวรรค์ดูเหมือนเมตตาข้าให้พบสตรีผู้นั้น... แต่...ข้าเพิ่งมารู้ทีหลังว่า... ข้าถูกนางหลอกใช้!!! แล้วเรื่องอะไรข้าจะยอมให้นางหลอกใช้ข้าได้ง่ายๆเล่า! รู้จัก...หลิงหรง องค์หญิงผู้มีวาจาหนักดุจติ่งสิบกระถาง มากกว่าฮ่องเต้ที่มีวาจาหนักดุจติ่งเก้ากระถางน้อยไปเสียแล้ว!!!
  • 30 ตอน
  • 1,087
นิยายโดย
  • 29 คนติดตาม
บทนำ

กุบกับ กุบกับ กุบกับ

เสียงฝีเท้าม้ากำลังลากรถม้าคันไม่เล็กไม่ใหญ่ไปตามถนนหลวงที่ตัดผ่านป่าไผ่อย่างไม่เร่งไม่ร้อน ภายในรถม้ามีเพียงเด็กหญิงวัยห้าขวบกับบ่าวสาวผู้หนึ่ง...ทั้งสองแต่งตัวดีแต่อาภรณ์มิได้หรูหราแต่อย่างใด ที่น่าแปลกคือคนขับรถม้ากลับห้อยกระบี่ไว้หว่างเอว หน้าตาดุดันคล้ายจอมยุทธ์พเนจรก็มิปาน

“เฮ้อ...ยังเที่ยวไม่จุใจเลย ก็จำต้องรีบถ่อสังขารกลับ!” เด็กหญิงวัยห้าขวบจีบปากจีบคอพูดอย่างฉาดฉานด้วยถ้อยคำโตเกินวัย พลางทำปากยื่นๆเมื่อนึกถึงคนที่นางกำลังกลับไปหา

“ไม่จุใจอะไรกันเพคะ...ฝ่าบาททรงอนุญาตให้องค์หญิงออกไปเที่ยวนอกเมืองหลวงได้ถึงสามวันเชียวนะเพคะ มีองค์หญิงคนไหนในประวัติศาสตร์ของต้าโจวบ้างที่มีวัยเท่าองค์หญิงแล้วสามารถออกไปเที่ยวนอกวังตามลำพังได้ ไม่มี๊...ไม่มีเลยนะเพคะ!”

หลิงหรงปรายตามองถังซวน นางกำนัลคนสนิทวัยสิบห้าปีที่มีนิสัยคล้ายคลึงกันในการพูดจาด้วยสายตาไม่สบอารมณ์

“ข้าหายไปสักเดือนหนึ่งให้เสด็จพ่อคิดถึงเล่นไม่ดีเหรออย่างไร ทุกวันนี้เจอหน้าเสด็จพ่อทีไร เห็นแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านแต่ฎีกา”

หลิงหรงทำปากเบ้ออกมาเมื่อพูดต่อว่า “แต่พอข้าออกไปเที่ยวกระดี๊กระด๊าได้ไม่กี่วัน จู่ๆเสด็จพ่อที่ไม่เคยแยแสสตรีใด กลับอนุญาตให้มีการคัดเลือกสาวงามหน้าพระที่นั่งได้ แล้วเรื่องอะไรข้าจะยอมให้เสด็จพ่อรับแม่เลี้ยงที่ข้าไม่ชอบขี้หน้ามาดูแลข้ากันเล่า!”

ถังซวนทำจมูกย่นเมื่อนึกถึงสตรีผู้หนึ่ง “น่าจะเป็นรับสั่งของไทเฮาให้ฝ่าบาทรับสนมเพิ่มเพื่อเพิ่มพระทายาท ไทเฮาแต่ไหนแต่ไรมาก็หมายจะผลักดันให้รั่วจื่อจวิ้นจู่ได้รับคัดเลือกเป็นสนมอยู่แล้ว”

“แหง๋แซะ...เสด็จย่าน่ะ รักแต่สตรีสอพลออย่างรั่วจื่อ ไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตา หึ...รอข้ากลับไปก่อนเถอะ!!!” พูดจบ ก็ยกแขนขึ้นกอดอก ทำหน้าบูดไปตลอดทาง

พลัน...เสียงของคนขับรถม้าหรือราชองครักษ์ฝ่ายซ้ายของฮ่องเต้แห่งต้าโจวก็ตะโกนบอกผ่านม่านหนาหนักเข้ามาว่า

“องค์หญิง...ข้างหน้ามีการฆ่าฟันกัน ขอองค์หญิงโปรดอย่าแตกตื่น สงบนิ่งเข้าไว้พ่ะย่ะค่ะ”

หลิงหรงทำตาเบิกโตเท่าไข่ห่านขึ้นมาทันที ก่อนจะร้องถามราชองครักษ์หยางจวินว่า

“เป็นฝ่ายอธรรมสู้กับธรรมะใช่หรือไม่?”

ถังซวนลอบกลอกตาไปมาเมื่อได้ยินคำถามประโยคนี้จากปากองค์หญิงน้อย หยางจวินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกลั้นขำสุดฤทธิ์

“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ เห็นเพียงแต่ว่าเป็นสตรีผู้หนึ่งกำลังรับมือกับโจรป่าห้าคนพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นเจ้าจะรออะไรอยู่เล่า รีบไปช่วยนางซี!” หลิงหรงสั่งการทันควัน ก่อนจะแง้มม่านหน้าต่างออกดูเล็กน้อย จึงเห็นร่างในชุดสีดอกท้อกำลังรับมือกับโจรป่ารูปร่างกำยำล่ำสันด้วยท่าร่างพลิ้วไหวราวกับใบไผ่ปลิวปราย

หลิงหรงคำนวณดูแล้ว...น่าจะเป็นโจรป่าทั้งห้ามากกว่าที่จะตกอยู่ในกำมือของสตรีชุดสีดอกท้อ

แต่เพราะหยางจวินต้องทำตามรับสั่งขององค์หญิงน้อยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เขาจึงดึงบังเหียนรั้งม้าให้หยุดวิ่ง ก่อนจะชักกระบี่ออกจากฝักแล้วสะกิดปลายเท้ากับคานรถเหินทะยานลงไปกลางวงต่อสู้

สตรีชุดดอกท้อ...พอเห็นมีคนมาช่วยตนก็ตกใจคราหนึ่ง จนลืมตัวเปิดโอกาสให้โจรป่าที่ต่อสู้ติดพันกับตนฟันต้นแขนเพรียวบางได้แผลหนึ่งรอย

หยาดโลหิตไหลอาบเปื้อนชายแขนเสื้อที่ขาดเป็นทางยาวก่อนจะหยดลงบนพื้นดินดังติ๋งๆ

“อุ๊บ!”

หยางจวินเห็นสตรีผู้นั้นพลาดท่าโจรป่า ก็ร้องบอกว่า “แม่นาง...ถอยออกจากวงล้อม ปล่อยให้ข้าจัดการเอง!”

สตรีผู้นั้นพยักหน้า พลางบอกด้วยน้ำเสียงหวานเสนาะว่า “ฝากท่านจอมยุทธ์ด้วย!” แล้วนางก็สะกิดปลายเท้าเหินทะยานออกมายืนอยู่นอกวงล้อม ยืนมองดูหยางจวินต่อสู้กับโจรป่าด้วยวรยุทธ์ที่ล้ำลึกด้วยสายตาแปลกซับซ้อน

ก่อนสตรีในชุดดอกท้อจะได้ยินเสียงเล็กๆใสๆร้องเรียกว่า

“แม่นาง...แม่นางมาทำแผล!”

ตอนนั้นเองที่นางหันไปเห็นดวงหน้าผลดอกท้อน่ารักจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ปากรูปกระจับสีแดงเรื่อโผล่หน้าออกมาทางหน้าต่างรถม้าที่จอดอยู่ห่างออกไปราวสามจั้ง เด็กหญิงคนนั้นกวักมือเรียกนางยิกๆ สตรีในชุดสีดอกท้อจึงเดินกุมต้นแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อไปหาหลิงหรง

ถังซวนรีบเลิกม่านหนาหนักขึ้นเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาใกล้รถม้าในระยะประชิด ก่อนจะยื่นมือออกไป สตรีผู้นั้นลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะจับมือถังซวนดันตัวเองเข้าไปนั่งในรถม้า

ปล่อยให้หยางจวินต่อกรกับโจรป่าที่เพียงผ่านไปแค่ครึ่งถ้วยชา พวกมันก็พากันวิ่งหลบหนีหัวซุกหัวซุนหายเข้าป่าไปกันหมด!!!

ถังซวนเป็นคนจัดการทำแผลห้ามเลือดใส่ยาจากกล่องยาที่เก็บไว้ในลิ้นชักใต้เบาะนั่ง ในขณะที่หลิงหรงนั่งมองสตรีในชุดดอกท้อตาปรอย

เพราะเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของสตรีผู้นี้อย่างใกล้ชิด หลิงหรงก็ถึงขั้นร้อง ว๊าวในใจเพราะสตรีในชุดดอกท้อมีใบหน้าสวยหวานราวกับสตรีล่มเมืองก็มิปาน

“แม่นาง...เหตุใดจึงมาเดินอยู่คนเดียวในป่าแบบนี้ หากข้าไม่ผ่านทางมา เกรงว่าแม่นางคงมิแคล้ว...”

สตรีในชุดดอกท้อแย้มยิ้มอ่อนหวาน ก่อนบอกอย่างเย่อหยิ่งว่า “ข้าเองก็มีวิชาพอตัว คิดว่าคงไม่พลาดท่าเสียทีง่ายๆ”

พอหลิงหรงเห็นว่าสตรีผู้นี้มีจิตใจเข้มแข้งกล้าหาญ ปราศจากมารยา มิใช่สตรีที่ชอบประจบประแจงมารยาสาไถยอย่างรั่วจื่อจวิ้นจู่ก็นึกถูกชะตา

“ว่าแต่แม่นางกำลังจะไปไหนเหรอ?”

“หาบ้านอยู่!”

“หาบ้านอยู่!/หาบ้านอยู่!” สองนายบ่าวร้องออกมาเสียงดังด้วยความแปลกใจระคนพิศวง

สตรีในชุดดอกท้อเห็นสตรีวัยเยาว์ทั้งสองทำหน้าตาพิลึกก็ยิ้มแย้ม พยักหน้าบอกว่า

“ใช่ ข้ากำลังหาบ้านอยู่ ยามนี้ข้าเหลือตัวคนเดียวแล้ว!”

หลิงหรงขมวดคิ้วนิ่วหน้าจนหน้าผากแทบยับย่นจนดูน่าตลก “แม่นางพูดเช่นนี้ แสดงว่าแต่ก่อนท่านเคยมีบ้านอยู่!?”

สตรีชุดดอกท้อส่ายหน้า “ข้าเป็นเด็กกำพร้า ได้หลบหนีออกจากสถานรับเลี้ยงอันโหดร้ายมาใช้ชีวิตตามลำพังตั้งแต่สิบหนาว ก่อนจะได้จอมยุทธ์ท่านหนึ่งเลี้ยงดูแล้วสอนวรยุทธ์ข้า ก่อนเขาจะหายสาบสูญไป ทิ้งให้ข้าต้องเลี้ยงดูตัวเองตามลำพังตั้งแต่สิบสี่หนาว”

“นิยายน้ำเน่า!” หลิงหรงหันไปพึมพำเบาๆกับถังซวนที่ทำหน้าตาชนิดหนึ่ง ขณะกัดกระพุ้งแก้มกลั้นเสียงหัวเราะสุดความสามารถ

หลิงหรงมองใบหน้างดงามของสตรีแปลกหน้าอีกครั้ง พลางคิดทบทวนในใจอยู่หลายรอบ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“พอดีบ้านข้ามีห้องหับอยู่หลายห้อง หากแม่นางไม่คิดมาก ย้ายเข้าไปอยู่กับข้าก็ได้ ขอเพียงแต่...แม่นางต้องคอยรับใช้ข้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น”

“คุณหนูหมายความว่าอย่างไร?”

หลิงหรงหยักยิ้มน่าเอ็นดูแต่แววตาร้ายกาจ

“เผอิญ...ในบ้านข้ามีคนที่ข้าไม่ชอบขี้หน้าอยู่คนหนึ่ง หากแม่นางสามารถช่วยขัดขวางคนผู้นี้ไม่ให้เข้ามายุ่มย่ามกับข้าได้ ข้าก็ยินดีรับแม่นางไปอยู่ด้วย...แม่นางเห็นด้วยกับข้าหรือไม่?”

สตรีแปลกหน้าทำท่าลังเลตรึกตรองนิ่งนาน...นานราวกับผ่านไปครึ่งค่อนวัน ก่อนนางจะเงยหน้าถามว่า

“แล้วบิดามารดาของคุณหนูจะไม่คิดว่าข้าเป็นตัวภาระหรือ เพราะถ้าข้าไปอยู่กับคุณหนู ข้าก็จำเป็นต้องมีอาหารมีน้ำกิน แน่นอนว่าข้าคงไม่อยู่นิ่งเฉย ต้องช่วยคุณหนูทำงาน เช่นนั้นจะไม่เบียดเบียนเบี้ยหวัดของบ่าวไพร่ที่อยู่มาก่อนแล้วหรอกหรือ?”

หลิงหรงยิ้มแป้น รีบกางแขนออกสุดแขน ขณะบอกว่า “อย่าห่วงเลย ท่านพ่อข้าร่ำรวยที่สุดในต้าโจว กะอีแค่เพิ่มบ่าวไพร่ขึ้นอีกสักคนหนึ่ง ขนหน้าแข้งท่านพ่อข้าไม่ร่วงหร๊อก”

สตรีแปลกหน้ายังทำหน้าลังเลใจอีกชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า ถามว่า

“เช่นนั้น...คุณหนูอยากให้ข้ารับใช้ท่านเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่?”

หลิงหรงหยักยิ้มสมมาดปรารถนา ก่อนทำตาเล็กตาน้อยบอกว่า

“เป็นไม้กันหมาให้ท่านพ่อข้า!!!”



นิยายเรื่องอื่นของpusshunkayan