รอยรักพญามาร-ตอนที่ 5 ชะตาลงทัณฑ์

โดย  วนาลักษณ์ ลาเวีย บรรพกาล นักเขียน

รอยรักพญามาร

ตอนที่ 5 ชะตาลงทัณฑ์

เจ้าของร่างอวบนั่งสะอื้นบนเตียงกว้าง หลังจากถูกชายที่เรียกได้ว่าเป็นคู่หมั้นทำร้ายจิตใจมาหมาดๆ เธอกัดฟันทนกับสิ่งที่ได้ยิน เขาหายเข้าไปในห้องนั้นไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงหวีดร้องและเสียงตวาดจากนั้นเสียงทั้งหมดก็เงียบหายไป เขาไม่แม้แต่จะสนใจไยดีเธอที่นั่งร้องไห้เพราะเขาที่หน้าห้อง ขนาดเธออยู่ตรงนี่ เขายังกล้ามีอะไรกับผู้หญิงอีกคน ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เธอจะกำจัดให้พ้นทางไม่มีวันยอมเสียเขาให้ใครเด็ดขาด

พินอาภาน้ำตาอาบแก้มเธอพยายามโทรหาลุงเป็นร้อยสาย แต่กลับฝากข้อความ ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไง เพื่อนเธอจะเป็นเช่นไรบ้างก็ไม่รู้ ทำไมเธอต้องมาเจอเรื่องราวเลวร้ายเช่นนี้ด้วยนะ มือบางพยายามกดเบอร์ติดต่อหาลุงอีกครั้งในที่สุดความพยายามเธอก็สัมฤทธิ์ผล

“ลุงคะ! ลุงอยู่ที่ไหน?”เธอถามเสียงสั่น

“ลุงมีปัญหานิดหน่อยน่ะพิน ลุงเลยไม่ได้อยู่ที่บ้าน”

“ลุงคะ! เพื่อนของพินโดนผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้จับตัวไป พวกมันบอกให้เราบอกที่อยู่ของลุง เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ ลุงช่วยเพื่อนของพินด้วยนะคะ ฮือๆๆ”พินอาภาสะอื้น

“พินลุงขอโทษนะ”

“ช่วยเพื่อนพินด้วยนะคะลุง ได้โปรดเถอะค่ะ...”

ไมเคิลตัดสายกุมขมับแน่น เขาคิดหนักขบกรามแน่น กลัวหากว่าเขายินยอมไปหาลุคส์เอง ครอบครัวของอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้ แล้วจะทำยังไงดี หลานสาวไม่รู้เรื่องนี้ด้วย พวกเด็กๆ ไม่ควรมารับเคราะห์เพราะการกระทำของเขาเลย

พินอาภานั่งจ้องมองดูโทรศัพท์ทั้งน้ำตา ได้แต่ภาวนาให้ลุงติดต่อเธอมา ไม่อย่างนั้นปรางค์ต้องแย่แน่ๆ มาติชยืนดูร่างบางที่นั่งมองดูโทรศัพท์ในมือด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วผู้หญิงคนนี้เธอเป็นใครกัน เขารู้สึกสงสัยกับเรื่องนี้

ร่างอวบอัดเยื้องกรายมาเยื้อนคฤหาสน์ของคู่หมั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอวางแผนมาอย่างดี และแผนนี้ต้องสำเร็จ ทุกคนหันมามองผู้มาเยือนด้วยความสงสัย เมื่อเธอหอบหิ้วทั้งขนมและน้ำมาแจกบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ทุกคน ทุกคนยอมรับน้ำใจเธอ แม้จะรู้สึกงุนงงกับการกระทำในครั้งนี้ก็ตาม เธอรีบเดินไปที่ชั้นสองของคฤหาสน์ แล้วสาวเท้าเดินไปหาบอดี้การ์ดสองคนที่ทำหน้าที่เฝ้าห้องต้องสงสัย เธอต้องการรู้ว่าใครซ่อนตัวอยู่ในนั้น เอมม่ายื่นน้ำให้อย่างมีไมตรี

“ฉันซื้อมาให้ กินซะสิ” เอมม่าบอก

บอดี้การ์ดทั้งสองมองหน้ากันแล้วส่ายหน้าปฏิเสธน้ำใจเธอ หญิงสาวเม้มริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ หากเป็นแบบนี้เห็นที ต้องจัดการแผนสอง เธอจัดการใช้ผ้าปิดปากไว้แล้วหยิบกระป๋องสเปรย์ขึ้นมาแอบซ่อนไว้ด้านหลัง บอดี้การ์ดทั้งสองหันมามองเธออีกครั้งด้วยความงุนงง เมื่อเห็นว่าคู่หมั้นของเจ้านายยังไม่ยอมไปไหน

“มีอะไรอีกหรือเปล่าครับคุณเอมม่า?”

“ไม่มีอะไรหรอกแค่หันมานี้หน่อย!”

บอดี้การ์ดหันมามองเธอ สเปรย์ในมือถูกฉีดออกใส่ใบหน้า ทั้งสองสั่นศีรษะไล่ความมึนงงและรู้สึกมึนออกไป แต่ไม่นานพวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานฤทธิ์ยาสลบได้จนหลับไปในที่สุด

เอมม่ามองดูบอดี้การ์ดหน้าห้องหลับเพราะฤทธิ์ยา จากนั้นเธอจัดการค้นหากุญแจสำหรับเปิดห้อง เธอมองดูลูกกุญแจในมือ ใครที่อยู่ในห้องนี้ หากเป็นผู้หญิงที่มาอยู่กับคู่หมั้นเธอแล้วจริงๆ จะไม่มีวันยอมเด็ดขาด

กริ๊ก

เธอไขลูกบิดเข้าไปด้านใน ค่อยๆ สาวเท้าเดินไป ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสายตากำลังเห็นร่างของหญิงคนหนึ่งกำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียง โดยมีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางอยู่ เดินเข้าไปใกล้แล้วยืนนิ่งมองดู ไม่อยากจะเชื่อ มันเกิดอะไรขึ้นหรือที่ผู้หญิงคนนี้เป็นแบบนี้เพราะเขา

ปรางค์ปรียาเริ่มรู้สึกตัวดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากเย็น ร่างอวบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าของร่างบางเริ่มขยับตัว เอมม่าตั้งท่าจะปลีกตัวออกไป เพราะเธอคงไม่ใจร้ายพอจะลากผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงมาตบตีเพื่อให้ออกไปจากบ้าน จากที่เห็น เธอคนนี้คงไม่มีแม้แต่แรงจะเดินด้วยซ้ำ ยิ่งร่องรอยนอกเสื้อผ้ายิ่งทำให้รู้สึกหดหู่ไม่น้อยเลย

“ชะ...ช่วยฉันด้วย ชะ...ช่วยฉันที”เสียงแผ่วเบาครางออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเป็นภาษาสากลที่คิดว่าคนฟังคงจะเข้าใจเธอ

เอมม่ายืนนิ่งไม่รู้จะทำเช่นไรดี แรกเริ่มอยากจะมาชำระความที่อาจหาญมายุ่งกับคู่หมั้นตน แต่เวลานี้เธอไม่แม้แต่จะมีความคิดเช่นนั้นเลย จากสภาพที่เห็นตรงหน้า ทำให้อดสงสารผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย

“ฉะ...ฉันช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกนะ!”เอมม่าตอบ

“ฮือๆๆๆ ช่วยฉันด้วย... ได้โปรดเถอะช่วยฉันที... ”หญิงสาวพยายามอ้อนวอนทั้งน้ำตา เธออยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เธอคงต้องถูกเขาทรมานจนตายแน่ๆ หากเขาฆ่าเธอเสียยังจะดีกว่า

“จะให้ฉันช่วยอะไร?”

“ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ทีได้โปรด...” คนป่วยพยายามร้องขอ

เอมม่าไม่รู้จะทำเช่นไรดี ตัดสินใจเข้าประคองหญิงสาว ดึงสายน้ำเกลือออก ตัดสินใจช่วยเพราะสงสารหรอกนะ คงต้องรีบจัดการเพราะต้องแข่งกับเวลา เอมม่าพยุงร่างบางออกมาจากห้อง เธอพยายามกวาดสายตามองรอบๆ ใจก็ภาวนาขออย่าให้เจอคนที่เธอไม่อยากเจอในเวลานี้เลย

“ฉันคงจะบ้าไปแล้ว!”เอมม่าบ่น

ปรางค์ปรียามองหน้าหญิงชาวฝรั่งเศสคนนี้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ เอมม่าได้แต่ทำหน้าบูดบึ้งแล้วรีบพยุงร่างบอบช้ำของปรางค์ปรียาออกมาถึงด้านหลังของคฤหาสน์ เธอรีบวางร่างสาวเอเชียพิงกำแพงไว้ก่อนจะเดินออกไปดูต้นทางแล้วรีบกลับมาประคองร่างเธอออกมาด้านนอก ไม่นานนักเธอก็พาสาวเอเชียมาถึงหน้าประตูเล็กด้านหลังคฤหาสน์แล้วรีบสั่งให้ลูกน้องขับรถมารับเธอ

“จะไปไหนหรือเอมม่า?”เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกเกรียว

ร่างอวบยืนนิ่งกายเธอกำลังสั่นเทาปรางค์ปรียารู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านนั้นดี

“ผมถามว่าจะไปไหนไม่ได้ยินหรือไง!”เสียงตวาดกร้าวดังขึ้นมาอีกครั้ง

เอมม่าสะดุ้งปล่อยมือจากร่างบางทันที ส่งผลให้หญิงสาวทรุดลงนั่งกับพื้นเพราะร่างกายยังไม่ฟื้นจากอาการป่วย เจ้าของร่างอวบยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะถูกตัดสินโทษ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเขาเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น เธอตัดสินใจหันไปเผชิญหน้า แล้วแสร้งยิ้มออกมาแม้ใจจะกลัวจนหัวใจเต้นโครมคราม แทบทะลุออกมานอกอก

“คุณกลับมาเมื่อไหร่คะลุคส์?”เอมม่าถามเขาเสียงสั่น

“ผมกลับมาได้สักพัก แล้วก็ทันที่ได้เห็นว่าใครบางคนกำลังวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของผม”

“คือ... เอมม่าไม่ได้ตั้งใจนะคะ ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่ขอร้องเอมม่า”เธอปัดความรับผิดชอบทันที

ชายหนุ่มยิ้มเย็นออกมา ดวงตาคมกริบหรี่มองไปยังคู่หมั้นตนเอง เขารู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิด ที่เธอบังอาจมายุ่งเรื่องของเขา อุตส่าห์เตือนไว้แล้วเชียว มือหนากระชากท่อนแขนอวบ แล้วจ้องหน้าด้วยสายตาที่ทำให้คนสบตารู้สึกขนลุกขึ้นมาในทันใด ปรางค์ปรียารีบพยุงกายลุกขึ้น เธอหวังจะช่วยผู้หญิงที่ยอมลงทุนช่วยพาเธอออกมา มือบางทุบตีเขาไม่หยุดเพื่อให้เขาปล่อยตัวหญิงฝรั่งเศสที่เธอเคยเห็นหน้าเพียงครั้งแรกเท่านั้น

ลุคส์ขบกรามแน่นด้วยความเดือดดาล เขาสะบัดร่างบางจนล้มลงไปกับพื้นแล้วหันมาสนใจกับคู่หมั้นตนเองต่อ มืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาบีบปลายคางไว้แน่นพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้

“อย่าได้บังอาจมายุ่งกับเรื่องของผมอีก ไม่อย่างนั้นผมจะไม่ไว้หน้าคุณหรือพ่อคุณ!”เขาสั่งเสียงกร้าว

เอมม่าหน้าซีดเผือดลงในบัดดล เขายอมปล่อยมือจากท่อนแขนอวบแล้วหันไปหาร่างบางที่ทรุดกายอยู่กับพื้นแทน ปรางค์ปรียาชะงักเมื่อเห็นสายตาของเขา ร่างบางพยายามพยุงกายลุกขึ้น แม้จะเป็นเพียงความหวังอันน้อยนิด แต่เธออยากจะหนีไปจากเขาให้ไกลจริงๆ แต่เธอทำไม่ได้อย่างใจคิด เมื่อเขาช้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น

“ปล่อยให้ฉันตายไปซะ!”เธอบอกในขณะที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา

“เธอยังตายไม่ได้เพราะฉันยังไม่ต้องการให้เธอตาย ชีวิตของเธอจะอยู่หรือตายมันขึ้นอยู่กับฉันเท่านั้น!”เขาบอก

ชายหนุ่มวางร่างบางไว้บนเตียงแล้วจัดการให้หมอมาใส่สายน้ำเกลือให้เธอเช่นเดิม ปรางค์ปรียาพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่กลับถูกเขาจับท่อนแขนกดไว้แล้วส่งสายตาแข็งกร้าวมา เลยทำให้เธอต้องจำยอมทำตามเขา แม้จะรู้สึกเจ็บใจอย่างที่สุดก็ตาม

ในที่สุดไมเคิลก็ตัดสินใจมาหาหลานสาวตนเอง พินอาภานั่งมองลุง เอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตา แต่ท้ายที่สุดแล้วเขายอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับพินอาภาฟังโดยไม่ปิดบังอะไร เธอนิ่งงันพูดไม่ออก หากเรื่องเป็นแบบนี้ ลุงไปหาผู้ชายคนนั้นครอบครัวของลุงก็จะมีอันตราย แต่ถ้าหากไม่ไปเพื่อนสาวของเธอต้องแย่แน่ๆ

สองร่างที่กำลังนั่งสนทนากันไม่พ้นสายตาของบอดี้การ์ดคนสนิทของลุคส์เลยแม้แต่น้อย แต่เวลานี้เขาไม่อยากจะไปจัดการไมเคิล อยากรู้ว่ามันมีแผนอะไร และมันกำลังทำอะไรกันแน่ถึงได้อาจหาญทรยศหักหลังเจ้านาย

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย SIRIKULLAYA
thank you ka
เมื่อ 6 วัน 11 ชั่วโมงที่แล้ว

รีวิว