สิงห์สถิต 温柔的野兽-ตอนที่ 1 ป่าลึกลับกับสัตว์ตาสีน้ำเงิน

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

สิงห์สถิต 温柔的野兽

ตอนที่ 1 ป่าลึกลับกับสัตว์ตาสีน้ำเงิน

จี้เสี่ยวโอวชูมือถือขึ้น

ทดลองหาสัญญาณเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ แต่ขีดสัญญาณมือถือกลับไม่ขยับ แถมยังขึ้นข้อความชวนปวดใจอีกด้วยว่า ‘นอกเครือข่ายให้บริการ’

เธอไม่ยอมแพ้ ทดลองโทรออกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็โทรออกไม่ได้

เสี่ยวโอวขบริมฝีปากแน่นเพื่อข่มใจตนให้สงบลง เธอยัดมือถือกลับลงไปในกระเป๋า ประเมินดูสภาพแวดล้อมโดยรอบอีกครั้ง

เบื้องหน้าของเธอคือต้นไม้ขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายไม้โบราณสูงเสียดฟ้า รอบด้านเป็นแมกไม้เขียวขจี กิ่งและใบของไม้ป่าเหล่านี้ทั้งหนาและกว้างบดบังแสงอาทิตย์เหนือหัวของเธอเสียมิด บริเวณโดยรอบเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง

ต้นไม้ที่นี่ดูประหลาดจัง รากแต่ละแขนงผุดขึ้นมาจากพื้นในลักษณะสอดกิ่งพันก้านกันไปมา ทำให้เกิดรูปทรงที่ยุ่งเหยิงแต่เป็นเอกลักษณ์ มองไม่เหมือนต้นสน ‘ไซเปรส’ ที่เสี่ยวโอวคุ้นเคยแต่ไม่ใช่ต้น ‘หวู่ถงชื่อไฮว๋’ ที่เห็นอยู่บ่อยครั้ง เสี่ยวโอวนึกทบทวนประสบการณ์ชีวิตตลอดสิบหกปีของตน เธอแน่ใจว่าไม่เคยเห็นต้นไม้แบบนี้มาก่อน

ต้นไม้ใบหญ้าที่นี่แปลกตาเหลือเกิน

กลุ่มเพื่อนในชั้นเรียนของเธอมาทัศนาจรกันเป็นเวลาเวลาสามวันสองคืน และเพื่อความตื่นเต้น...เพื่อนๆ จึงเลือกมาทัศนาจรในป่าดึกดำบรรพ์ที่ห่างไกลตัวเมืองและยังเงียบสงบ

พอรถบัสของโรงเรียนขับถึงยอดเขา ไม่รู้โชเฟอร์ไปเห็นอะไรเข้า เขาส่งเสียงร้องขึ้นทีหนึ่ง จากนั้นล้อรถก็ไถลลื่นตกไหล่ทางด้านข้างซึ่งเป็นหน้าผา รถบัสพุ่งตรงลงตามทางลาดอย่างไร้จุดหมาย

โชคดีที่โชเฟอร์ตั้งสติได้ทันรีบเหยียบเบรกไว้ รถโรงเรียนจึงแขวนห้อยอยู่ปลายหน้าผา ช่วยให้คนทั้งรถรอดชีวิต

แต่เสี่ยวโอวกลับไม่โชคดีขนาดนั้น เธอนั่งริมหน้าต่าง เพื่อนข้างๆ เมารถก็เลยเปิดหน้าต่างเสียกว้าง

ช่วงที่โชเฟอร์เลี้ยวผ่านทางโค้งด้วยความเร็วสูง เธอยังไม่ทันได้จับพนักเก้าอี้ไว้ให้มั่น เพื่อนข้างๆ ก็เอนมากระแทกเธออีกแรง เธอจึงหลุดออกนอกหน้าต่างด้วยประการฉะนี้!

ตอนนั้นเสี่ยวโอวจำได้ดี เธอเบิกตาโตอย่างตะลึงลาน ยื่นมือไขว่คว้าไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ ดวงตาของเธอมองเห็นเพื่อนๆ ไกลห่างออกไปเรื่อยๆ

ยังไม่ทันได้นึกหวาดกลัวหรือคิดเอาตัวรอด เหมือนมีพลังบางอย่างจากด้านล่างมาดึงดูดและกระชากเธอลงสู่ห้วงลึก

พอฟื้นคืนสติมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ประหลาดแห่งนี้แล้ว

เสี่ยวโอวรู้สึกแปลกใจที่ตนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เธอลูบคลำไปทั่วกายเจอแค่แผลเล็กๆ ตรงหน้าผากที่คงจะถูกกระแทกตอนร่วงลงจากหน้าผา แต่ส่วนอื่นๆ ยังอยู่ในสภาพดี

ร่วงลงมาจากที่สูงขนาดนั้น เธอกลับเป็นแผลแค่นี้เองเหรอ?

นอกจากนี้ เสี่ยวโอวยังพบเรื่องประหลาดอีกเรื่อง กระเป๋าเป้ของเธอกลับมีสิ่งของอื่นอีกมากมาย เพิ่มเติมจากของที่เธอนำติดตัวมาด้วยในครั้งนี้

ก่อนหน้านั้น...เพื่อความคล่องตัว เสี่ยวโอวเตรียมมาแค่บิสกิตสองถุง ช็อกโกแลตแบบแท่งสามกล่อง น้ำแร่ไม่กี่ขวดและชุดลำลองสามชุด เพราะกลัวว่าประจำเดือนจะมาก่อนกำหนดเธอจึงได้เอาผ้าอนามัยมาอีกสองห่อ

แต่ว่าตอนนี้พอเธอซุกมือลงไปในกระเป๋ากลับเจอไฟฉาย ไฟแช็ก มีดพับสวิสและกล่องยา...

ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ มีกระทั่งถุงนอนกับเต็นท์ด้วย

ของพวกนี้ไม่กินพื้นที่ ราวกับว่ากระเป๋าของเธอเปลี่ยนตัวเองเป็นกระเป๋าโดราเอมอนไปซะแล้ว เสี่ยวโอวมองเห็นของชิ้นไหนในกระเป๋าก็สามารถหยิบออกมาใช้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น...เธอเพียงทดลองหลับตาและตั้งใจจดจ่อนึกถึงข้าวของภายในกระเป๋า ของทุกอย่างก็สามารถปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนในห้วงสำนึก โดยไม่ต้องมองเข้าไปในกระเป๋าเสียด้วยซ้ำ สำหรับเธอแล้ว ข้างในนี้เสมือนมิติอันว่างเปล่า ทั้งใหญ่และสงบ

เอ...จะว่าไปแล้วของพวกนี้ก็ดูคุ้นตาอยู่หน่อยๆ นะ เธอตั้งใจใช้จิตของตนเพ่งมองอย่างละเอียด จึงพบว่าบรรดาข้าวของที่อยู่ในมิตินั้นก็คือของที่เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอเตรียมมาใช้ในการทัศนาจรนั่นเอง

ของพวกนี้อยู่ในช่องเก็บสัมภาระของรถบัสชัดๆ ทำไมถึงมาอยู่กับเธอได้ล่ะ?

เรื่องทั้งหมดนี่มันอะไรกันแน่?

เสี่ยวโอวนั่งตะลึงอยู่กับที่ มองดูสิ่งของตรงหน้าที่เธอหยิบออกมาจากกระเป๋า แต่พยายามคิดเท่าไรก็ไร้คำตอบ เธอร่วงลงมาจากหน้าผาสูงขนาดนั้น ยังมานั่งสบายดีได้นี่ก็นับว่าเหลือเชื่อมากแล้ว สิ่งเร่งด่วนในตอนนี้คือหาวิธีกลับไป ไม่ใช่มานั่งเสียเวลามองข้าวของเหล่านี้

เสี่ยวโอวจัดการสงบสติอารมณ์ตนเอง หยิบยาใส่แผลกับปลาสเตอร์ยาออกมาจากกล่องปฐมพยาบาล จัดการทำแผลที่หน้าผากแล้วเก็บกล่องยากับข้าวของที่เหลือกลับลงในกระเป๋า เหลือเพียงมีดพับสวิสที่เก็บไว้กับตัว จากนั้นก็ขึ้นเขาเพื่อหาทางกลับ

เดินมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ทิวทัศน์เบื้องหน้าเหมือนจะไม่เปลี่ยนไปเลย

ยังคงเป็นต้นไม้หน้าตาประหลาดรูปทรงอวบใหญ่ พุ่มหญ้าเขียวขจีหนาทึบ แล้วก็สภาพแวดล้อมที่เงียบเชียบเกินกว่าปกติ

เสี่ยวโอวเคยท่องเที่ยวกับครอบครัวอยู่หลายครั้ง และเคยไปเที่ยวในป่าลึกมาแล้ว ไม่ว่าที่นั่นจะขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติบริสุทธิ์เพียงใด อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีร่องรอยจากฝีมือมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง ไม่มีที่ไหนเงียบกริบ ดั้งเดิม แมกไม้ขึ้นทึบและหนาตาเหมือนสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอในตอนนี้อีกแล้ว

ทั้งที่ยังไม่เห็นอันตรายใดๆ แต่กลับเหมือนมีภัยซุ่มอยู่รอบทิศ

เดินมาได้อีกครึ่งชั่วโมง มองดูก้านไม้อวบใหญ่เบื้องหน้า เสี่ยวโอวรู้สึกคุ้นตาอยู่นิดๆ

เธอขมวดคิ้ว...มองประเมินต้นไม้ตรงหน้า ผ่านไปครู่หนึ่งก็หยิบมีดพับสวิสออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมเบสบอลมาง้างออกแล้วค่อยๆ สลักตัวเลขลงบนต้นไม้

‘1002’ คือวันที่ในวันนี้

สลักเสร็จแล้วก็เก็บมีด เสี่ยวโอวมองดูต้นไม้ใหญ่ต้นนี้อีกรอบด้วยสายตาพึงพอใจ พยายามจดจำสภาพแวดล้อมโดยรอบอีกครั้งแล้วเดินทางต่อ การเดินทางหนนี้ลำบากกว่าเดิม เธอร่วงลงมาจากหน้าผาในตอนเช้า จากนั้นก็หมดสติไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง พอตื่นขึ้นก็เดินต่ออีกหนึ่งชั่วโมงด้วยความมุ่งมั่น พอก้มหน้าลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ...ก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว

ในป่าแบบนี้ช่วงเวลากลางคืนจะมาถึงเร็วกว่าปกติ พอใกล้ค่ำอากาศจะเริ่มเย็นลงและฟ้าจะค่อยๆ มืดก่อนหกโมงเย็น เสี่ยวโอวยอมรับความจริงแล้วว่าวันนี้คงไม่สามารถปีนเขาขึ้นไปด้านบนได้ ดังนั้นเธอจำเป็นต้องหาที่เหมาะสำหรับค้างคืนก่อนฟ้ามืด

วันนี้เธอรีบออกเดินทางจึงไม่ได้กินข้าวเช้า กลางวันหมดสติอยู่ก็ไม่ได้กินอะไร เสี่ยวโอวเดินมาอีกครึ่งชั่วโมงก็รู้สึกหิว เมื่อครู่เธอลองหลับตา ใช้สมาธิกวาดตามองหยาบๆ ดู ‘ห้วงมิติ’ ในกระเป๋า พบวัตถุดิบจำพวกเนื้อวัวแช่แข็งและอาหารทะเล ดูท่าเพื่อนๆ ในชั้นเรียนคงเตรียมมาปิ้งย่างในป่าแน่

แต่ว่าเธอไม่มีเวลามาจัดการวัตถุดิบพวกนี้น่ะสิ จึงล้วงหยิบช็อกโกแลตสองชิ้นและนมกล่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วรีบกินอย่างรวดเร็วเพื่อให้ท้องอิ่ม หลังจากดื่มนมอึกสุดท้าย เธอก็เห็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้ต้องหยุดฝีเท้าลง

หมายเลข ‘1002’ ที่แสนจะคุ้นเคยสลักอยู่บนต้นไม้เบื้องหน้า!

ใจเธอหายวาบ สำลักนมพร้อมกับไออย่างรุนแรง

ต้นไม้สูงเสียดฟ้า ก้านไม้ใหญ่ใบอวบบดบังแสงตะวัน ที่นี่เหมือนเธอจะเดินผ่านไปแล้วก่อนหน้านี้นี่นา

มันยังไงกันล่ะเนี่ย?

ทั้งที่เธออุตส่าห์เดินไปทิศตรงกันข้ามแล้วแท้ๆ ทำไมสุดท้ายถึงยังวนกลับมาที่เดิมอยู่อีก?

เสี่ยวโอวเริ่มลนลาน ความหวาดกลัวไม่สบายใจที่คอยข่มทับมาตลอดต่างผุดขึ้นมาในสมอง

เธอร่วงลงมาจากหน้าผา มาโผล่ในที่แปลกตาอย่างประหลาดเดิมทีก็กลัวอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมาติดอยู่ในป่าวงกตอีก บริเวณโดยรอบมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตเลยสักตัว เหมือนจะมีเธอเพียงคนเดียวกลางป่าทึบอันกว้างใหญ่ไพศาล

เธอไหล่สั่นเล็กน้อย เอานิ้วมือเช็ดความเปียกชื้นที่หางตา รู้สึกหมดเรี่ยวแรง เลยไม่ได้สนใจความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตรงปลายเท้า

เสี่ยวโอวร้องไห้น้ำตารินอย่างอดกลั้นไม่ไหว แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างขยับอยู่แถวเท้า

วันนี้เธอสวมรองเท้าพื้นบางสีกรมท่าที่เผยส้นเท้า เสี่ยวโอวมีผิวขาวผ่องเหมือนน้ำนมในกล่องที่เธอเพิ่งดื่มหมด เมื่อลิ้นอ่อนนุ่มเปียกลื่นเลียผ่านส้นเท้าเธอด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนม เธอก็ยืนตัวแข็ง...หลุบสายตาลงมองที่เท้าอย่างตกตะลึง

แมว?

แมวป่าตัวน้อยมีลวดลายบนตัวนอนหมอบนิ่งอยู่ที่ปลายเท้า มันมีใบหูกลม ตาสีน้ำเงินเข้ม กรงเล็บแหลมคม แผ่นเนื้อที่อุ้งเท้ายิ่งย้ำชัดว่าเป็นสัตว์ตระกูลแมว แต่พอมองอีกทีก็ไม่เหมือนแมวสักเท่าไร ดูเหมือนเสือดาวมากกว่า พอคิดว่าน่าจะเป็น ‘เสือ’ เสี่ยวโอวก็ถอยหลังครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ มองดูเสือดาวน้อยตรงหน้าด้วยสายตาหวาดระแวง

เดี๋ยว...

จะยกให้มันเป็นเสือดาว แต่เธอก็ไม่เคยเห็นเสือดาวที่มีลักษณะทางกายภาพแบบนี้มาก่อน ใต้ดวงตาไปจนถึงแก้มของมันมีขนสีดำเป็นหย่อม ไม่ได้มีลวดลายเต็มตัวเหมือนพวกเสือดาวนักล่า มันมีขนสีอ่อน ดวงตาไม่ได้เป็นสีฟ้าเหมือนเสือดาวทั่วไป กลับเป็นสีน้ำเงินเข้มที่เห็นได้น้อยนัก

มันเดินตามมาเลียส้นเท้าของเธอ พอเห็นว่าไร้รสชาติก็หันหน้าไปอีกทาง ค่อยๆ เลียนมบนใบไม้ที่เธอทำหกไว้เมื่อครู่

เจ้าเสือตัวน้อยเลียนมหมดแล้วจึงเงยหน้ามองเสี่ยวโอว ดวงตามันเป็นสีน้ำเงินเข้มเหมือนสีของทะเลที่ลึกที่สุด ตอนที่มองเธอก็ให้ความรู้สึกจดจ่อล้ำลึกราวกับจะดึงดูดให้เธอตกลงไปในน้ำทะเลอย่างไรอย่างนั้น

คงจะยังกินไม่อิ่ม มันเยื้องย่างเข้าหาเธออีกก้าวหนึ่ง

เสี่ยวโอวรีบถอยหลัง มองมันอย่างหวาดระแวง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Jew
นิยายของโลกอนาคต vs โบราณ
เมื่อ 3 สัปดาห์ 1 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย tuangtuang
น่าสนใจและน่าติดตาม
เมื่อ 1 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว