ร่มโพธิ์ร่มไทร

ร่มโพธิ์ร่มไทร ตอนที่ 1

ร่มโพธิ์ร่มไทร ตอนที่ 1

ม้าห้าตัวกำลังวิ่งแข่งกันอย่างดุเดือด มีคนคุมเกมคือปานเทพ เขาเหลียวมองไปด้านหลังเห็นเพื่อนอีกสี่คนกำลังควบม้าไล่ตาม ชายหนุ่มยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีดดังขึ้น

ลานกว้างเป็นจุดพักชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นไร่ส้มทั้งสองฝั่ง ท้องฟ้าวันนี้ปลอดโปร่งดูสบายตา แต่พอหันมาที่หน้าของปานเทพกลับหาความสดชื่นไม่มี ด้วยปัญหาเดิมๆ ที่เขายังแก้ไม่ตกจนต้องเรียกเพื่อนทั้งสี่มาสุ่มหัวปรึกษากันถึงที่นี่

“เรื่องตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ป่านนี้ยังไม่เคลียร์อีกหรือวะ” พงศธรถามขึ้นเพราะจำได้ว่าครั้งหนึ่งปานเทพเคยมาปรึกษาเรื่องนี้แต่ก็หายไปนานจนคิดว่าเคลียร์แล้ว มานพแทรกถามต่อว่าทำไมไม่แต่งให้มันจบๆ เจ้าสาวก็ไม่ใช่คนขี้เหล่ ตรงข้ามหน้าตาออกจะสระสวยแถมมีดีกรีจบปริญญาโทจากเมืองนอก กษณะกับกร พยักหน้าเห็นด้วย

“สั้นๆ คือฉันไม่ได้ชอบเธอ” ปานเทพเถียงหลังพิงเก้าอี้ มือถือกาแฟขึ้นมาจิบหลังจากเอ่ยประโยคนั้นจบ ส่งสายตากึ่งตำหนิเพื่อน บอกเรียกตัวมาเพื่อปรึกษาว่าทำอย่างไรที่จะไม่ต้องแต่งงานหาใช่ให้ยอมรับเงื่อนไขบ้าๆ นั่นด้วยการแต่งงาน

“เออ ข้าก็แค่แหย่เล่น ว่าแต่ทางโน่นไม่เร่งแกบ้างหรอ” มานพถาม ยกกาแฟขึ้นเป่าเบาๆ แล้วจิบ

“ไม่มี ทางโน่นเงียบมาก สงสัยจะกลัวเสียมารยาทมั้งถ้าจะเป็นฝ่ายเร่ง”

“เสียมารยาทยังไงก็น่าจะโทรมาถามไถ่กันบ้าง หายแบบนี้มันน่าสงสัย ใช่ไหมวะ ไอ้กษณะ” พงศธรหันมาถามกษณะ โดนสวนกลับว่าตนเกี่ยวอะไรด้วย

“อ้าว ก็มึงเป็นตำรวจ”

“ตำรวจแล้วไง เรื่องแบบนี้ตำรวจจะรู้ได้ไง” กษณะแย้ง มานพแทรกว่าได้กลิ่นตุๆ พงศธรตอบขำๆ ว่าสงสัยกรเหยียบขี้หมา

“ไอ้บ้า ฉันไม่ได้เหยียบขี้หมาซะหน่อย” กรปฏิเสธเสียงแข็ง ปานเทพเห็นแล้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ เมื่อหลายปีก่อนพวกเขาทั้งห้ารวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือ หลังจากที่ปานเทพรู้ว่าตนมีสัญญาผูกมัดว่าด้วยเรื่องที่ดินแปลงใหญ่ที่หัวหิน แต่การได้มาครอบครองนั้นพ่วงมาด้วยการคลุมถุงชน หากเขาเป็นฝ่ายปฏิเสธก่อนที่ดินแปลงนั้นจะตกเป็นของอีกฝ่ายทันที

“อย่างที่ข้าเคยบอกเมื่อหลายปีก่อนว่าถ้าแกไม่อยากแต่งงาน แกก็ต้องยอมเสียที่ดินแปลงนั้นไป” มานพออกความเห็น ปานเทพสั่นหน้าบอกใจอยากทำอย่างนั้นแต่เดชดนัยบิดาตนไม่ยอม เหตุเพราะอยากได้ที่ดินมาสร้างเป็นรีสอร์ท

“ว่าก็ว่าเถอะ พ่อมึงมันงก วันก่อนพ่อมึงมาที่ร้านกู พาลูกค้ามาด้วย มึงรู้ไหมว่าพ่อมึงสั่งเมนู เป็ดปักกิ่ง ปิ้งย่างหมูกระทะ กุ้งมังกรลุยไฟ เมนูเด็ดร้านกูทั้งนั้นเมนูอื่นก็สั่งมาเต็มโต๊ะ แล้วเป็นไง ไม่จ่ายกูสักบาท บอกว่าช่วยๆ กัน เชี้ย ไอ้บ้า มีแบบนี้ด้วย กูนี่เงิบเลย ถ้าพ่อมึงมาร้านกูบ่อยๆ ร้านกูเจ๊งแน่” พงศธรร่ายยาว หันมาคุยกับมานพว่าถ้าวันหลังพ่อของปานเทพพาลูกค้ามาเที่ยวฟิตเนตคงได้บริการฟรีเป็นแน่

“อันนี้ข้าเห็นด้วย” มานพว่าแล้วหัวเราะตามพงศธร

“ไอ้นพ ไอ้ธร” ปานเทพเสียงแข็งแล้วเอ็ดพงศธรที่เอาบิดาตนไปเผา

“กูก็แค่เล่าให้ไอ้พวกนี้ฟังเท่านั้น มันจะได้เห็นภาพว่าพ่อมึงนะ เค็มยิ่งกว่าน้ำทะเล” พงศธรว่าขำๆ เห็นแก้วเดินก้มหัวเข้ามารายงานนายของมันว่าเดชดนัยมาหา แค่นั้นแหละวงแตก ทั้งพงศธร มานพ กษณะ กร แยกย้ายกันไปคนละทิศทาง

“นั่นเพื่อนๆ ของแกใช่ไหม จะรีบร้อนไปไหนกัน” เดชดนัยเดินมาหาปานเทพเห็นหลังของเพื่อนลูกชายไวๆ ปานเทพไม่ได้ตอบแต่เชื้อเชิญให้บิดานั่งลง

“พ่อมาถึงที่นี่มีอะไรกับผมหรือเปล่า” ปานเทพถามขึ้น มองหน้าเดชดนัยอย่างสงสัย ร้อยวันพันปีถ้าไม่มีธุระสำคัญจริงๆ ไม่มีทางเห็นหน้าเดชดนัย เหมพาณิชย์ที่นี่แน่

“ทำไมมองหน้าพ่อแบบนั้นเล่า พ่อจะมาที่นี่บ้างไม่ได้หรือยังไง” เดชดนัยอ้างกับลูกชายแต่ปานเทพบอกไม่เชื่อ รู้ดีว่าตนไม่ชอบมาที่นี่เพราะไม่อยากฟังคุณยายทองม้วนเทศน์

“เบาๆ สิวะ ฉันมาแบบเงียบๆ ไม่อยากให้ยายแกรู้” เดชดนัยเสียวหลังวาบ ตอนมาเจอปานเทพก็กระซิบบอกไอ้แก้วให้ปิดเป็นความลับเพราะไม่อยากให้ถึงหูมารดาเกรงจะมีปากเสียงกันอีกด้วยอุดมการณ์ที่ต่างกัน

“งั้นก็ว่าธุระของพ่อมาเลยครับ คุยเสร็จจะได้กลับ”

“ก็ได้ ที่พ่อมาวันนี้ พ่อจะมาคุยเรื่องสัญญาฉบับนั้น ได้ยินมาว่าลูกสาวไอ้เอกราชมันเรียนจบปริญญาโทแล้ว ทีนี้มันอาจจะมาเร่งให้ทางเราไปสู่ขอลูกสาวมัน” เดชดนัยสีหน้าเครียด ปานเทพสงสัยถามทำไมจงเกลียดจงชังครอบครัวฝ่ายนั้นนัก

“ก็มันมาแย่งแม่มาลีมาจากพ่อ” เดชดนัยน้ำเสียงโมโหหนัก แววตาดุดันไม่ยอมคนแต่พอปานเทพสวนกลับว่าจนป่านนี้แล้วยังคิดนอกใจแม่อีก

“แม่แกพ่อก็รักแต่แกไม่เข้าใจ ศักดิ์ศรีของการถูกแย่งของรักไปมันเจ็บ มันเหมือนโดนหยามหน้า” เดชดนัยชี้แจง อย่างไรเสียตนก็รักมารดาของปานเทพเพราะถ้าไม่รักก็คงมีภรรยาใหม่แล้ว

“ผมละสงสารแม่จริงๆ ถ้าแม่ยังอยู่ แม่คงเจ็บปวดมากถ้ารู้ว่าพ่อยังอาลัยอาวรณ์ต่อคุณน้ามาลี”

“ไอ้ปากหมา พ่อไม่ได้หมายถึงตอนนี้ พ่อแค่อยากเอาคืนมันบ้างหรือว่าแกอยากจะแต่งงาน” เดชดนัยจ้องหน้าถาม ปานเทพสั่นหน้าไปมาบอกหัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาก็ไม่แต่ง สมัยนี้มันหมดยุคคลุมถุงชนกันแล้ว

“ก็นี่ไง แกก็ไม่อยากแต่ง พ่อเลยต้องมาหาแกเพื่อจะมาบอกแผน”

“แผน” ปานเทพฉงนงงสบตาบิดาเห็นเดชดนัยยิ้มกรุ้มกริ่ม

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ในห้องโถงใหญ่แห่งบ้านเลิศทรัพย์ เอกราชวางสายโทรศัพท์แล้วแสดงสีหน้ากังวลออกมา มาลีเดินถือถาดผลไม้หั่นกับน้ำส้มมาวางบนโต๊ะเห็นท่าทางแปลกไปของสามีจึงถามขึ้น

“เป็นอะไรไปคะคุณ”

เอกราชเดินมาโอบไหล่ภรรยาแล้วพามานั่งลงที่เก้าอี้ด้วยกัน รุ้งแก้วเพิ่งกลับมาจากข้างนอกแซวทั้งสองว่าหวานตลอดเวลา เอกราชจึงบอกลูกสาวให้นั่งลงก่อนเพื่อรับฟังบางอย่าง รุ้งแก้วทำหน้างงแต่ก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี

“เมื่อกี้พ่อเพิ่งได้คุยกับปานเทพ ทางโน่นเขาอยากให้รุ้งไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านสวน เขาอยากให้รุ้งไปดูความเป็นอยู่ของเขาและการใช้ชีวิตในไร่ส้ม คงจะเริ่มทำตามสัญญาฉบับนั้นแล้ว” เอกราชเอ่ย สีหน้าบอกแวววิตก หันมาหาลูกสาวก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน รุ้งแก้วถามถ้าไม่ไปจะผิดไหม เอกราชส่ายหน้า

“ไม่ผิด แต่ทางโน่นอาจจะเอาเรื่องนี้ไปแย้งกับคุณยายอาภาของรุ้งว่าเราบ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำตามสัญญาเสียที”

“แต่รุ้งไม่อยากไปค่ะ รุ้งไม่ชอบบรรยากาศแบบนั้น แค่วันเดียวรุ้งก็รู้สึกแย่นี่ไปตั้งเดือน รุ้งอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ” รุ้งขวัญว่าไปตามจริง มาลีหนักใจแทนลูกสาวถามสามีว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง อย่างน้อยก็เปลี่ยนจากหนึ่งเดือนเป็นหนึ่งวันถูกรุ้งขวัญแรกขึ้น

“จะวันเดียวรุ้งก็ไม่ไปค่ะ เพราะรุ้งต้องเตรียมตัวไปเรียนต่อ ที่รุ้งเคยบอกคุณแม่ไงคะว่ารุ้งจะเรียนปริญญาเอกต่อเลย ขอโทษด้วยนะคะคุณพ่อ” รุ้งขวัญไหว้ขอโทษแล้วเดินจากไป มาลีหันมาสบตาเอกราชแววตากังวล

ตกดึกที่ห้องนอนของรุ้งขวัญหญิงสาวกำลังหวีผมอย่างสบายอารมณ์ จู่ๆ ไฟก็ดับ เสียงโหยหวนเรียกชื่อเธอก็ดังมา รุ้งขวัญถอนหายใจแล้วตะโกนเรียก

“ยัยขวัญ” เอ่ยจบไฟในห้องก็เปิดสว่างปรากฏร่างสมวัยของน้องสาว ชุดนอนตัวยาวลายโดเรม่อนเดินหน้าหมุ่ยมานั่งที่ขอบเตียง รุ้งขวัญลุกจากโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วตรงมานั่งเก้าอี้ยาวหยิบตำราเรียนภาษาอังกฤษมาเปิด จอมขวัญมองพี่สาวแสนสวยของเธออย่างไม่วางตา ชุดนอนผ้าแพรบางหวิวใส่แล้วน่าจะสบายแต่ไม่ใช่สำหรับจอมขวัญ

“พี่รุ้งจะเรียนไปถึงไหนคะ”

รุ้งขวัญเงยหน้ามองแล้วยิ้มให้จอมขวัญจากนั้นก้มลงอ่านหนังสือใหม่ จอมขวัญถอนหายใจเดินมานั่งฟุบตรงหน้าเอามือวางบนเข่าพี่สาวแล้วขยับปากพูด

“ถ้าพี่รุ้งไปเรียนอีก ก็อีกตั้งหลายปีกว่าพี่รุ้งจะกลับมา ขวัญอยู่บ้านคนเดียวไม่หนุกเลย”

“ถ้าขวัญคิดถึงพี่ก็วิดีโอคอลคุยกันได้นี่ เทคโนโลยีสมัยนี้ไปไกลจะตาย”

“แต่มันไม่โอเคเหมือนคุยกันตรงหน้า แบบนี้” จอมขวัญชี้หน้าสลับไปมา รุ้งขวัญหัวเราะบอกมีโอกาสก็ควรจะเรียนสูงๆ ยังแนะให้จอมขวัญเรียนสูงๆ จะได้มีวิชาความรู้ติดตัว

“ความรู้มีเยอะไปก็ปวดหัว นี่ถ้าคุณแม่ไม่บังคับให้ขวัญเรียนต่อมหาลัยนะ ขวัญว่าจะไปทำสวนปลูกผักให้รู้แล้วรู้รอด ชีวิตแบบพอเพียงเป็นความฝันสูงสุดของขวัญ” จอมขวัญเอ่ยสีหน้าดูมีความสุข รุ้งขวัญก็เห็นเช่นนั้น แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา

“ยัยขวัญ พี่มีเรื่องจะบอก” รุ้งขวัญมองหน้าน้องสาวสายตามีความกังวลอยู่เล็กน้อย

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Paku_Chan
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 1 ปี 1 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย chayanut
thank you
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

รีวิว